![]()

สื่อมวลชนญี่ปุ่นให้ความสนใจติดตามรายงานกรณีรัฐบาลญี่ปุ่นกำลังจัดตั้งสภาข่าวกรองแห่งชาติ (National Intelligence Council) ภายใน กรกฎาคม 2569 เพื่อเพิ่มขีดความสามารถด้านงานข่าวกรองและต่อต้านข่าวกรอง รวมทั้งเพิ่มความสามารถของหน่วยข่าวกรองญี่ปุ่นด้านการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูล โดยรายงานเมื่อ 14 กรกฎาคม 2569 ว่า นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นจะดำรงตำแหน่งประธานสภาข่าวกรองแห่งชาติ และมีสำนักนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นควบคุมดูแลเพื่อให้หน่วยข่าวกรองต่าง ๆ ประสานงานกันอย่างราบรื่น ตลอดจนมีรัฐมนตรีกระทรวงสำคัญเข้าร่วมด้วย เช่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม
บทบาทสำคัญของสภาข่าวกรองญี่ปุ่น คือการวางแนวทางรับมือและมาตรการป้องกันการจารกรรมจากต่างชาติ (foreign espionage) ควบคู่กับการพัฒนาทักษะของเจ้าหน้าที่ ตลอดจนออกแบบนโยบายด้านการปฏิบัติงานข่าวกรองและต่อต้านข่าวกรอง อย่างไรก็ตาม สภาข่าวกรองญี่ปุ่นจะเผชิญความท้าทายในการรวบรวมข้อมูลให้สมดุลกับประเด็นการเคารพสิทธิมนุษยชน และการรวมศูนย์การประสานงานระหว่างหน่วยข่าวกรองที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่แล้วในปัจจุบัน เช่น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงต่างประเทศ และกระทรวงกลาโหม
รัฐบาลญี่ปุ่นเร่งดำเนินการตั้งสภาข่าวกรองแห่งชาติ เนื่องจากปัจจุบันญี่ปุ่นเผชิญภัยคุกคามและอันตรายมากขึ้นจากสภาพแวดล้อมโลกที่เปลี่ยนแปลง นอกจากนี้ ญี่ปุ่นจำเป็นต้องฟื้นฟูภาพลักษณ์ของประเทศ หลังจากมีรายงานจากสื่อมวลชนสหรัฐฯ เชื่อว่าปัจจุบันรัสเซียใช้ญี่ปุ่นเป็นฐานปฏิบัติการของสายลับ รวมทั้งปฏิบัติการรวบรวมข้อมูลเพื่อนำไปพัฒนาอาวุธใช้ในสงครามยูเครน ดังนั้น ญี่ปุ่นจำเป็นต้องพัฒนาความสามารถด้านข่าวกรองเพื่อปกป้องความมั่นคงภายในประเทศ และป้องกันไม่ให้ประเทศอื่น ๆ ใช้ประโยชน์จากญี่ปุ่น อย่างไรก็ตาม รัฐบาลพยายามดำเนินการตั้งหน่วยงานใหม่ดังกล่าวอย่างระมัดระวัง รอบคอบ และเผยแพร่ข้อมูลต่อสาธารณะอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ได้รับความไว้วางใจจากประชาชนญี่ปุ่น รวมทั้งพรรคร่วมรัฐบาล







