![]()

การที่กัมพูชาได้รับความช่วยเหลือด้านการทหารและความมั่นคงจากญี่ปุ่นครั้งล่าสุดเมื่อ 19 กรกฎาคม 2569 ตอกย้ำความสัมพันธ์ด้านการทหารระหว่างสองประเทศว่ามีความใกล้ชิดมากขึ้น ซึ่งปัจจุบัน ความสัมพันธ์ทั้งสองประเทศในภาพรวมอยู่ในกรอบการเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์รอบด้าน (Comprehensive Strategic Partnership) ที่ได้ลงนามกันเมื่อ 2566 นอกจากนี้ หลังจากที่กัมพูชาปรับปรุงฐานทัพเรือเรียม จังหวัดพระสีหนุ แล้วเสร็จ และจะเริ่มใช้งานเมื่อ เมษายน 2568 กัมพูชายังได้เชิญเรือญี่ปุ่นจอดเทียบท่าที่ฐานทัพเรือเรียมเป็นประเทศแรกอีกด้วย
สำหรับความช่วยเหลือที่นาย Ueno Atsushi เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำกัมพูชากับ พลเอก เตีย เซยฮา รอง นายกรัฐมนตรี เมื่อ 19 กรกฎาคม 2569 ลงนามร่วมกันที่ราชธานีพนมเปญ เป็นโครงการช่วยเหลือด้านความมั่นคงอย่างเป็นทางการ (Official Security Assistance-OSA) จากญี่ปุ่น โดยญี่ปุ่นจะจัดหาอุปกรณ์การสื่อสารแก่กองทัพบกกัมพูชา และเรือตรวจการณ์แก่กองทัพเรือกัมพูชา มูลค่าทั้งหมดประมาณ 3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มขีดความสามารถด้านความมั่นคงและการป้องปรามของกัมพูชา ทั้งนี้ ญี่ปุ่นเคยให้ความช่วยเหลือผ่านโครงการ OSA กับฟิลิปปินส์ และเมื่อ มีนาคม 2569 ก็ให้ความช่วยเหลือแก่ไทยให้รับมือกับภัยพิบัติ
นาย Ueno Atsushi เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำกัมพูชายังเน้นความร่วมมือด้านความมั่นคงระหว่างญี่ปุ่นและกัมพูชาที่จะแข็งแกร่งมากขึ้น โดย OSA ทำให้ความสัมพันธ์ด้านความมั่นคงระหว่างสองประเทศกำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ และญี่ปุ่นกำลังแสวงหาแนวทางความร่วมมือด้านนี้กับกัมพูชาหลาย ๆ ช่องทาง ขณะที่กัมพูชากำลังมีหลายโครงการที่จะร่วมมือด้านการทหารและความมั่นคงกับญี่ปุ่นเช่นกัน เช่น การตั้งโรงเรียนด้านการสื่อสารทางทหาร และความร่วมมือกับกองกำลังป้องกันตนเองของญี่ปุ่น







