![]()

สถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลางยังไม่แน่นอน แม้ว่าสหรัฐฯ กับอิหร่านจะหยุดยิงระหว่างกันเป็นวันที่ 3 เมื่อ 27 กรกฎาคม 2569 เพื่อเปิดช่องทางให้กลไกการทูตเป็นเครื่องมือหลักในการยุติสงครามที่ยืดเยื้อ มีรายงานว่าปัจจุบัน ปากีสถานและกาตาร์เร่งหารือกันเพื่อเป็นตัวกลางประสานงานให้สหรัฐฯ กับอิหร่านเจรจากัน นอกจากนี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ก็ส่งสัญญาณเมื่อ 27 กรกฎาคม 2569 ว่า สหรัฐฯ จะเจรจากับอิหร่าน ทั้งในรูปแบบการเจรจาผ่านตัวแทนและการเจรจาทางตรง ตลอดจนเปิดเผยด้วยว่าการเจรจาเป็นไปในเชิงบวก ทั้งนี้ กองทัพสหรัฐฯ ระงับการโจมตีอิหร่านเมื่อ 25 กรกฎาคม 2569 หลังจากโจมตีต่อเนื่องเป็นเวลา 2 สัปดาห์ ซึ่งทำให้อิหร่านตอบโต้ด้วยการโจมตีผลประโยชน์ของสหรัฐฯ ในประเทศรอบอ่าวและอิรัก จนทำให้มีทหารอเมริกันเสียชีวิต รวมทั้งโจมตีเรือที่เดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
อย่างไรก็ดี ฝ่ายอิหร่านกลับแสดงท่าทีที่แตกต่าง ด้วยการระบุว่าอิหร่านยังไม่เชื่อมั่นกระบวนการเจรจา ไม่มีการเจรจาโดยตรง และไม่ได้เป็นฝ่ายเรียกร้องให้มีการหารือกับสหรัฐฯ ซึ่งท่าทีที่ไม่สอดคล้องระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน สะท้อนว่าแนวโน้มการสร้างสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านยังไม่แน่นอน ต่างฝ่ายต่างยังไม่เชื่อใจกันและไม่ถอนกำลังทหาร รวมทั้งยุทโธปกรณ์ออกจากพื้นที่ นอกจากนี้ ผู้นำสหรัฐฯ ยังย้ำว่ากองทัพสหรัฐฯ มีอาวุธจำนวนมากเพียงพอที่จะปฏิบัติการทางทหารต่อไป หากอิหร่านไม่ยอมรับเงื่อนไขในการเจรจารอบใหม่ที่จะเกิดขึ้นนี้
นอกจากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน สถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างกลุ่มฮูษีในเยเมนกับซาอุดีอาระเบียก็ยังไม่คลี่คลาย นักการเมืองในเยเมนประเมินว่า กลุ่มฮูษีต้องการยกระดับความได้เปรียบในการกดดันซาอุดีอาระเบีย ด้วยการทำให้ช่องแคบ Bab al-Mandeb ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือสำคัญเชื่อมระหว่างทะเลแดงกับอ่าวเอเดน ตกเป็นพื้นที่เสี่ยงและใช้เป็นเครื่องมือต่อรองกับประเทศอื่น ๆ ปัจจุบัน การปะทะระหว่างกลุ่มฮูษีในเยเมนกับซาอุดีอาระเบียทำให้จำนวนเรือพาณิชย์ที่แล่นผ่านช่องแคบ Bab al-Mandeb ลดลงต่อเนื่อง
ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง เริ่มกระจายไปยังภูมิภาคอื่น ๆ เนื่องจากผลประโยชน์ของคู่ขัดแย้งตกเป็นเป้าหมายโจมตีด้วยเครื่องมือทางทหาร โดยเมื่อ 26 กรกฎาคม 2569 มีรายงานว่า ยูเครนปฏิบัติการโจมตีเรือพาณิชย์ของอิหร่านระหว่างแล่นในทะเลแคสเปียน ทำให้เรือได้รับความเสียหายและมีลูกเรือเสียชีวิต กรณีดังกล่าวทำให้อิหร่านไม่พอใจอย่างมาก และประณามยูเครนว่าปฏิบัติการละเมิดกฎหมาย ด้านผู้นำยูเครนระบุว่ากองทัพยูเครนใช้ขีปนาวุธระยะไกลโจมตีเรือบรรทุกอาวุธที่เชื่อว่าเป็นของอิหร่านและรัสเซีย รวมทั้งกล่าวโทษว่ารัสเซียสนับสนุนและช่วยเหลืออิหร่านทำสงครามกับสหรัฐฯ มาโดยตลอด ก่อนหน้านี้ ทะเลแคสเปียน อยู่ทางตอนเหนือของอิหร่าน นับว่าเป็นน่านน้ำที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับอิหร่าน เนื่องจากน่านน้ำทางตอนใต้เผชิญการปิดล้อมโดยกองทัพสหรัฐฯ ดังนั้น ทั่วโลกกำลังจับตามองสถานการณ์ด้านความมั่นคงในทะเลแคสเปียนว่าจะกลายเป็นสมรภูมิความขัดแย้งแห่งใหม่หรือไม่







