![]()

การดำเนินนโยบายกลับมาใกล้ชิดกับเกาหลีเหนือของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ทำให้เวทีระหว่างประเทศต้องจับตามองว่าสหรัฐฯ จะทำให้ภูมิภาคเอเชีย เฉพาะอย่างยิ่งคาบสมุทรเกาหลีเป็นพื้นที่แห่งสันติภาพ และปลอดความขัดแย้งด้านนิวเคลียร์ได้หรือไม่ หลังจากทำให้ภูมิภาคตะวันออกกลางร้อนแรง โดยยังไม่สามารถลดความขัดแย้งกับอิหร่าน และทำให้อิหร่านปลอดนิวเคลียร์ได้ รวมทั้งยังทำให้ร้อนแรงขึ้น ด้วยการขู่ เมื่อ 17 สิงหาคม 2569 ว่า สหรัฐฯ จะดำเนินการบางประการต่อโอมานที่เป็นพันธมิตรกับสหรัฐฯ มาโดยตลอด หลังจากอิหร่านอ้างว่าบรรลุข้อตกลงกับโอมานในการดูแลช่องแคบฮอร์มุซ ที่ประธานาธิบดีทรัมป์ก็ประกาศว่าช่องแคบฮอร์มุชจะเป็นดินแดนของสหรัฐฯ
ประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศ เมื่อ 17 สิงหาคม 2569 ว่า จะมีการพูดคุยกับนายคิม จอง-อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ ขณะเดียวกันก็สั่งให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสงคราม/กลาโหมของสหรัฐฯ ลดขนาดการฝึกร่วมระหว่างสหรัฐฯ กับเกาหลีใต้ ภายใต้รหัส Ulchi Freedom Shield ที่เริ่มฝึกเมื่อ 18 สิงหาคม 2569 รวม 10 วันโดยให้เหตุผลว่า สิ้นเปลืองงบประมาณ และเกาหลีใต้ไม่ได้ให้การช่วยเหลือสหรัฐฯ ในการทำสงครามกับอิหร่าน รวมทั้งการฝึกร่วมกับเกาหลีใต้ไม่เป็นผลดีต่อบรรยากาศการที่สหรัฐฯ กับเกาหลีเหนือจะมีการพูดคุยกัน ด้านกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐฯ ก็ตอบรับท่าทีของประธานาธิบดีทรัมป์ว่า สหรัฐฯ พร้อมเจรจากับเกาหลีเหนือ โดยมีการกำหนดเงื่อนไขใด ๆ
อย่างไรก็ดี ยังไม่ได้มีความเคลื่อนไหวจากฝ่ายเกาหลีเหนือ ตามการกล่าวอ้างของประธานาธิบดีทรัมป์ว่าได้หารือกับผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ และได้รับการตอบรับแล้ว ซึ่งหากการพบกันระหว่างประธานาธิบดีทรัมป์กับนายคิม จอง-อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ เกิดขึ้นจริง ก็นับว่าเป็นการพบกันเป็นครั้งที่ 4 โดยครั้งแรก ที่สิงคโปร์ เมื่อ
มิถุนายน 2561 และที่ฮานอย เวียดนาม เมื่อ กุมภาพันธ์ 2562 และครั้งที่ 3 ที่หมู่บ้านปันมุนจอม เมื่อ มิถุนายน 2562
ทั้งนี้ นักวิชาการระหว่างประเทศต่างวิเคราะห์ท่าทีของประธานาธิบดีทรัมป์ที่ประกาศออกมาว่าพร้อมจะพูดคุยกับผู้นำสูงสุดเกาหลีเหนือ แต่ลดความสำคัญต่อเกาหลีใต้ที่เป็นพันธมิตรหลักด้านความมั่นคงของสหรัฐฯ ในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ว่า ไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อต้องการที่จะยกระดับความนิยมในประเทศที่กำลังลดต่ำลงในห้วงที่ใกล้จะมีการเลือกตั้งทั่วไป กลางสมัยในสหรัฐฯ ในต้น พฤศจิกายน 2569 แต่เป็นเรื่องภูมิรัฐศาสตร์ด้วยที่ต้องการดึงเกาหลีเหนือออกจากความใกล้ชิดจากจีน และรัสเซีย เฉพาะอย่างยิ่งรัสเซียที่เกาหลีเหนือส่งกำลังพลไปช่วยรัสเซียทำสงครามกับยูเครน ขณะที่เกาหลีเหนือก็จะได้ประโยชน์ที่ทั้งจีนและรัสเซียก็จะยังคงให้ความสำคัญกับเกาหลีเหนือ







