![]()

แคนาดาประกาศเมื่อ 25 สิงหาคม 2569 จะใช้มาตรการขึ้นอัตราภาษีนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ ร้อยละ 50 ตั้งแต่ 8 กันยายน 2569 เป็นต้นไป เพื่อตอบโต้กรณีรัฐบาลสหรัฐฯ ประกาศเพิ่มภาษีนำเข้าสินค้าจากแคนาดาเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยกลุ่มสินค้านำเข้าจากสหรัฐฯ ที่จะเผชิญมาตรการภาษีตอบโต้ อาจมีมูลค่ามากถึง 20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ครอบคลุมสินค้าประเภทเหล็ก เครื่องใช้ในบ้าน ปลาทูน่า และเครื่องนุ่งห่ม ทั้งนี้ รายการสินค้าที่แคนาดาจะเพิ่มอัตราภาษีนำเข้าจากสหรัฐฯ นั้นสอดคล้องกันกับรายการสินค้าที่สหรัฐฯ จะขึ้นภาษีนำเข้าจากแคนาดา ซึ่งสะท้อนว่าแคนาดาไม่พอใจนโยบายการค้าของสหรัฐฯ อย่างมาก และกำหนดมาตรการตอบโต้อย่างเท่าเทียมหรือ “ตาต่อตา ฟันต่อฟัน”
การตอบโต้ด้วยนโยบายทางการค้าระหว่างแคนาดา-สหรัฐฯ มีขึ้นหลังจากทั้ง 2 ประเทศไม่สามารถบรรลุข้อตกลงและการเจรจาเพื่อลดอุปสรรคทางการค้าระหว่างกันได้เมื่อ 21 สิงหาคม 2569 ต่างฝ่ายต่างไม่ยอมรับเงื่อนไขหรือข้อแลกเปลี่ยนระหว่างกัน ขณะที่รัฐบาลแคนาดาย้ำว่าจำเป็นต้องปกป้องตลาดแรงงานและนักธุรกิจของแคนาดาจากมาตรการที่ไม่เป็นธรรมของสหรัฐฯ พร้อมกันนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังแคนาดา ระบุว่ามาตรการของแคนาดานั้นมีลักษณะเป็นสัดส่วน (proportionate) และเป็นกลยุทธ์ (strategic) โดยนอกจากจะประกาศมาตรการภาษีตอบโต้สหรัฐฯ แล้ว แคนาดายังประกาศงบประมาณจำนวน 7,500 ล้านดอลลาร์แคนาดา เพื่อช่วยเหลือธุรกิจและกลุ่มแรงงานชาวแคนาดาที่จะได้รับผลกระทบจากมาตรการขึ้นภาษีของสหรัฐฯ
ท่าทีของสหรัฐฯ ก่อนหน้านี้ที่อาจเป็นปัจจัยทำให้แคนาดาไม่พอใจอย่างมาก ได้แก่ กรณีประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศว่าจะขึ้นอัตราภาษีนำเข้าสินค้าประเภทรถยนต์และชิ้นส่วนจากแคนาดาร้อยละ 50 ตั้งแต่ 1 มกราคม 2570 เป็นต้นไป และวิจารณ์ท่าทีของแคนาดาในการเจรจาการค้าว่าไม่มีเหตุผล แคนาดาเชื่อว่ามีสิทธิ์เหนือกว่าประเทศอื่น ๆ ทั้งนี้ ความขัดแย้งระหว่างประเทศเพื่อนบ้านที่มีสาเหตุเริ่มจากนโยบายการค้าครั้งนี้ อาจส่งผลกระทบต่อทิศทางความร่วมมือระหว่างแคนาดา-สหรัฐฯ-เม็กซิโก ในกรอบข้อตกลงการค้าเสรี USMCA ทำให้รัฐบาลเม็กซิโกต้องเร่งส่งผู้แทนไปเยือนสหรัฐฯ เพื่อหารือประเด็นดังกล่าวอย่างเร่งด่วน
กรณีแคนาดาและสหรัฐฯ ใช้นโยบายภาษีเป็นเครื่องมือดำเนินนนโยบายต่างประเทศครั้งนี้ เสี่ยงกระทบระดับความสัมพันธ์ของทั้ง 2 ประเทศ ทั้งที่ผ่านมาเป็นประเทศเพื่อนบ้านที่ใกล้ชิดและเป็นคู่ค้าที่สำคัญระหว่างกัน ปัจจุบัน ผลสำรวจความคิดเห็นของชาวแคนาดาสะท้อนว่าส่วนใหญ่สนับสนุนนโยบายของรัฐบาล ให้ตอบโต้สหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม นักธุรกิจแคนาดาบางส่วนเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง เนื่องจากบรรยากาศตึงเครียดทางการค้าในระยะยาวจะไม่เป็นผลดีต่อภาคเอกชนของทั้ง 2 ประเทศ แม้ว่ารัฐบาลจะมีมาตรการอุดหนุนหรือช่วยเหลือก็ตาม







