![]()

การก่อการร้ายของสหรัฐฯ ครั้งใหญ่ที่สุดในโลก และในสหรัฐฯ เมื่อ 11 กันยายน 2544 ครบรอบ 25 ปี เมื่อ11 กันยายน 2569 สถาบัน Center for Strategic and International Studies (CSIS) คลังสมองชั้นนำ ด้านนโยบายและการวิจัย ของสหรัฐฯ เผยแพร่บทความ Adapting to the New Terrorism Landscape 25 Years After 9/11 โดย Riley McCabe ซึ่งสะท้อนภาพการเปลี่ยนแปลงของภัยคุกคามของการก่อการร้ายในสหรัฐฯ ตลอด 25 ปีที่ผ่านมา
ผู้เขียนชี้ให้เห็นว่า ปัจจุบัน การก่อการร้ายส่วนใหญ่เปลี่ยนเป็น ผู้ก่อเหตุเพียงลำพังคนเดียว (Lone Actors)ที่เป็นชาวอเมริกัน ซึ่งไม่มีสังกัดองค์กร จากที่เหตุการณ์ 9/11 เกิดจากการวางแผนหลายปีโดยองค์กรต่างชาติที่มีโครงสร้าง อุดมการณ์ และเป้าหมายทางการเมืองชัดเจน อย่างไรก็ดี แม้มาตรการต่อต้านการก่อการร้ายที่เข้มงวดหลังเหตุการณ์ 9/11 ป้องกันไม่ให้องค์กรต่างชาติเข้ามาก่อเหตุในสหรัฐฯ ได้สะดวกเหมือนเดิม แต่การเติบโตของอินเทอร์เน็ต ทำให้บุคคลทั่วไปเข้าถึงแนวคิดและวิธีการก่อเหตุได้เองโดยไม่ต้องเข้าร่วมกลุ่ม
แม้ผู้ก่อเหตุเพียงลำพังจะสร้างความเสียหายรวมได้น้อยกว่าการโจมตีระดับเหตุการณ์ 9/11 แต่การสืบสวนล่วงหน้าทำได้ยากกว่ามาก เนื่องจากไม่มีเครือข่ายองค์กรให้แกะ ประกอบกับผู้ก่อเหตุยุคใหม่ไม่ได้ยึดติดกับอุดมการณ์ใดอุดมการณ์หนึ่ง แต่รวมหลายแนวคิดเข้าด้วยกัน เช่น แนวคิดเหยียดเชื้อชาติ/นีโอนาซี ร่วมกับความเคียดแค้นส่วนตัว หรือแนวคิดสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ ยังมีแรงจูงใจที่ซับซ้อน ทั้งทางการเมือง ผสมด้วยปัญหาสุขภาพจิต ความโดดเดี่ยว ความอยากมีชื่อเสียง หรือการเลียนแบบผู้ก่อเหตุในอดีต ผู้ก่อเหตุมักระบาย และส่งสัญญานแผนการให้ญาติ/เพื่อนฟัง หรือโพสต์ระบายความเคียดแค้นบนออนไลน์ หรือพยายามจัดหาอาวุธปืน ซึ่งเป็นช่วงเวลาสำคัญที่ชุมชนและเจ้าหน้าที่จะสามารถยับยั้งได้
ผู้เขียนเห็นว่าสหรัฐฯ ต้องหันมาเน้น การยับยั้งเชิงพฤติกรรมและการป้องกันล่วงหน้าในระดับชุมชนมากขึ้น รวมทั้งเห็นว่าในระดับนโยบายควรสร้างช่องทางการแจ้งเบาะแส และพัฒนาระบบประเมินภัยคุกคามทางพฤติกรรม (Behavioral Threat Assessment) เพิ่มการเข้าถึงบริการดูแลสุขภาพจิต โดยเฉพาะกลุ่มผู้ชาย ออกมาตรการป้องกันไม่ให้ผู้ที่มีสัญญาณเสี่ยงเข้าถึงอาวุธปืน และพัฒนากลไกบนโลกออนไลน์เพื่อตรวจจับคำขู่ และลดการแพร่กระจายของเนื้อหาที่ยกย่องความรุนแรง







