![]()

เหลือเวลาอีกประมาณ 1 เดือน ที่สหรัฐฯ จะมีการเลือกตั้งทั่วไป กลางสมัย ใน 3 พฤศจิกายน 2569 การเลือกตั้งครั้งนี้มีความสำคัญ คือ พรรครีพับลิกันที่นำโดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ต้องพยายามรักษาเสียงข้างมากทั้งสองสภาไว้ให้ได้ เพื่อคงความได้เปรียบทางการเมืองที่จะสามารถผลักดันประเด็นต่าง ๆ ที่ต้องเข้าสภาฯ โดยจะมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งหมด 435 คน และสมาชิกวุฒิสภา 35 คน หรือประมาณ 1 ใน 3 จากทั้งหมด 100 คน รวมทั้งมีการเลือกตั้งอื่น ๆ ด้วยเช่นผู้ว่าการรัฐ
การที่สหรัฐฯ เฉพาะอย่างยิ่งประธานาธิบดีทรัมป์มีศัตรูจำนวนมาก ทำให้ความกังวลที่การเลือกตั้งทั่วไป กลางสมัยครั้งนี้ จะถูกแทรกแซงจากต่างชาติ โดยสหรัฐฯ เรียกว่า foreign threat interference เฉพาะอย่างยิ่งในทางโลกไซเบอร์ ซึ่งการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อปี 2567 ที่ทำให้ประธานาธิบดีทรัมป์ชนะ และดำรงตำแหน่ง เป็นวาระ 2 มีรายงานจากหน่วยข่าวกรองของสหรัฐฯ ว่า อิหร่านพยายามแทรกแซงการเลือกตั้งทั้งใช้แฮกเกอร์ และโซเชียลมีเดีย เพื่อทำลายความน่าเชื่อถือระบบเสรี และยุติธรรมของการเลือกตั้งในสหรัฐฯ ทั้งนี้ เมื่อ 29 กันยายน 2569 อิหร่านก็เริ่มแทรกแซงการเลือกตั้งในสหรัฐฯ แล้ว โดยกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ของอิหร่าน เรียกร้องให้ชาวอเมริกันใช้สิทธิเลือกตั้งผู้นำที่มีความรู้ ซื่อสัตย์ และเข้าใจการเปลี่ยนแปลงของโลก ซึ่งนัยคือไม่ให้เลือกพรรครีพับลิกันที่นำโดยประธานาธิบดีทรัมป์
ดังนั้น ในการเลือกตั้งทั่วไป กลางสมัยที่จะมีขึ้นใน 3 พฤศจิกายน 2569 กระทรวงสงคราม หรือกระทรวงกลาโหมของสหรัฐฯ จึงประกาศความพร้อมเต็มที่ในการจะรับมือกับศัตรูทางไซเบอร์ โดยนายปีเตอร์ เฮธเซ็ก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงลงนามบันทึกช่วยจำถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เมื่อ 22 กันยายน 2569 เพื่อรับมือ และป้องกันการแทรกแซงจากต่างชาติบนโลกไซเบอร์ ชื่อว่า Countering Foreign Threats to 2026 Elections ตามที่ประธานาธิบดีทรัมป์ให้ความสำคัญกับการปกป้องระบบการเลือกตั้งของสหรัฐฯ ให้คงความเสรี และยุติธรรม
หน่วยงานที่จะทำหน้าที่สำคัญในการปกป้องการแทรกแซงจากต่างชาติบนโลกไซเบอร์ เช่น U.S. Cyber Command หน่วยงานในกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ และสำนักงานสอบสวนกลาง หรือ FBI ส่วนในกระทรวงสงครามได้มอบภารกิจสำคัญนี้ให้กับ Defense Intelligence Enterprise (DIE) ที่ต้องมีภารกิจรวบรวมภัยคุกคามจากต่างชาติที่จะเข้าไปแทรกแซงการเลือกตั้งของสหรัฐฯ และผลิตรายงานออกมา รวมทั้งปกป้องโครงสร้างพื้นฐานทางไซเบอร์ เพื่อไม่ให้ถูกแทรกแซงได้
ทั้งนี้ DIE เป็นแกนนำของประชาคมข่าวกรองของกระทรวงสงครามของสหรัฐฯ ที่ประกอบด้วย สำนักข่าวกรองกลาโหม (Defense Intelligence Agency -DIA) สำนักงานความมั่นคงแห่งชาติ (National Security Agency -NSA) สำนักงานข่าวกรองด้านภูมิสารสนเทศ (National Geospatial-Intelligence Agency -NGA) และหน่วยข่าวกรองจากทุกหน่วยของกองทัพของสหรัฐฯ นอกจากนี้ DIE ยังทำหน้าที่ประสานงานด้านการข่าวกับสมาชิกประชาคมข่าวกรองของสหรัฐฯ ด้วย เพื่อให้ภารกิจ Countering Foreign Threats to 2026 Elections สำเร็จตามเป้าหมาย







