![]()

อิสราเอลเมื่อ 7 ตุลาคม 2569 จัดงานรำลึกเหตุการณ์กลุ่มฮะมาสโจมตีพื้นที่เมือง Sderot ทางตอนใต้ของอิสราเอลเมื่อ 7 ตุลาคม 2566 ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 1,200 ราย และมีการจับตัวประกันทั้งชาวอิสราเอลและชาวต่างชาติจำนวน 251 คนไปยังฉนวนกาซา รวมทั้งชาวไทย โดยงานรำลึกครั้งนี้จัดขึ้นเป็นครั้งแรกในห้วงที่ตัวประกันทั้งหมดได้รับการปล่อยตัว ด้านครอบครัวของชาวอิสราเอลที่ได้รับผลกระทบจากเหตุโจมตีดังกล่าวออกไปรวมตัวกันในสถานที่ที่เคยตกเป็นเป้าหมายโจมตี เพื่อแสดงความอาลัยถึงผู้เสียชีวิต เช่น บริเวณที่จัดเทศกาลดนตรี ทั้งนี้ สื่อต่างประเทศระบุว่าเหตุโจมตีดังกล่าวสร้างความเสียหายให้อิสราเอลมากที่สุด ขณะที่ชาวปาเลสไตน์ยังคงเผชิญความเสี่ยงจากสงครามที่ยืดเยื้อถึงปัจจุบัน
รัฐบาลและประชาชนชาวอิสราเอลมีมุมมองว่าเหตุการณ์เมื่อ 7 ตุลาคม 2566 เป็นภัยคุกคามครั้งสำคัญ แม้ว่าทั่วโลกจะให้ความสนใจสถานการณ์วิกฤตด้านมนุษยธรรมในฉนวนกาซา แต่สำหรับชาวอิสราเอล เหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนว่ากองกำลังติดอาวุธและชาวปาเลสไตน์ยังคงเป็นภัยคุกคามที่อันตรายอย่างมากต่อความมั่นคงของรัฐและประชาชน ชาวอิสราเอลให้สัมภาษณ์สื่อต่างประเทศว่ายังคงหวาดกลัวเหตุการณ์ดังกล่าว และต้องการไว้อาลัยให้กับเจ้าหน้าที่ทการที่เสียชีวิตกับการปะทะกับกองกำลังติดอาวุธ ขณะเดียวกันก็เชื่อว่าทั่วโลกไม่มีความเข้าใจชาวอิสราเอล เนื่องจากความเดือดร้อนของชาวปาเลสไตน์ได้รับความสนใจมากกว่า
สำหรับสถานการณ์ปัจจุบันในฉนวนกาซา อิสราเอลยังคงปฏิบัติการปะทะและโจมตีกองกำลังติดอาวุธในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง แม้ว่าจะมีข้อตกลงหยุดยิงเมื่อปี 2568 ทำให้มีรายงานชาวปาเลสไตน์เสียชีวิตจากความขัดแย้งครั้งนี้แล้วอย่างน้อย 74,000 ราย นอกจากนี้ มีรายงานว่ากองทัพอิสราเอลเข้าไปควบคุมพื้นที่อย่างน้อยร้อยละ 60 และจำกัดเสรีภาพในการเดินทางของชาวปาเลสไตน์ทั้งในฉนวนกาซาและเขตเวสต์แบงก์ ทั้งนี้ แม้ว่าอิสราเอลจะได้เปรียบกลุ่มฮะมาส รวมทั้งกองกำลังติดอาวุธในดินแดนปาเลสไตน์ แต่สงครามที่ยืดเยื้อ และเหตุการณ์เมื่อปี 2566 ทำให้นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ผู้นำรัฐบาลเผชิญความท้าทายทางการเมืองอย่างมาก เพราะถูกวิจารณ์ว่าไม่สามารถป้องกันชายแดนได้ รวมทั้งช่วยเหลือตัวประกันล่าช้า ดังนั้น ประเด็นดังกล่าวจะเป็นความท้าทายทางความมั่นคงและการเมือง เฉพาะอย่างยิ่งในการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นใน 27 ตุลาคม 2569
ความขัดแย้งระหว่างอิสราเอล-ปาเลสไตน์ มีแนวโน้มจะตึงเครียดต่อเนื่อง และเกี่ยวข้องกับมิติด้านศาสนา รวมทั้งสังคม จึงจะเป็นปัจจัยกระตุ้นให้กลุ่มผู้สนับสนุนอุดมการณ์ของทั้ง 2 ฝ่าย เคลื่อนไหวทั้งเชิงกายภาพและในโลกไซเบอร์เพื่อให้ได้เปรียบฝ่ายตรงข้ามหรือคู่ขัดแย้งต่อไป รวมทั้งในไทย ซึ่งมีผลประโยชน์ของทั้ง 2 คู่ขัดแย้งในประเทศ







