![]()

ออสเตรเลียใช้กลไกตุลาการของประเทศเพื่อปกป้องสิ่งแวดล้อม โดยมีรายงานเมื่อ 7 ตุลาคม 2569 ว่า ศาลสูงสุดของออสเตรเลียมีคำสั่งคัดค้านโครงการขยายเหมืองถ่านหินในประเทศ เนื่องจากเสี่ยงสร้างมลภาวะและส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างรุนแรง ด้านกลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในประเทศแสดงความยินดี และให้ความเห็นว่าการตัดสินของศาลสูงสุดครั้งนี้มีความสำคัญต่ออนาคตของประเทศ เพราะกรณีสิ่งแวดล้อมครั้งแรก ที่ศาลสูงสุดแสดงบทบาทในการพิจารณาความเหมาะสมของโครงการขยายเหมืองถ่านหิน Mount Pleasant ในรัฐนิวเซาท์เวลส์ ซึ่งดำเนินการโดยบริษัทเหมืองแร่และพลังงาน Mach Energy
รายละเอียดคำตัดสินของศาลสูงสุด คือ ให้ระงับโครงการขยายพื้นที่และระยะเวลาดำเนินกิจการดังกล่าว จนกว่าการขยายเหมืองถ่านหินในพื้นที่จะควบคุมระดับการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ออกสู่ชั้นบรรยากาศในขอบเขตที่ 3 (scope 3 emissions) หรือการควบคุมการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในกระบวนการทั้งหมดของธุรกิจ ทั้งนี้ มีรายงานว่าผู้ที่เสนอให้ศาลสูงสุดของออสเตรเลียพิจารณากรณีดังกล่าว ได้แก่ นักรณรงค์เรื่องสิ่งแวดล้อม และประธานกลุ่ม Denman Aberdeen Muswellbrook Scone Healthy Environment Group ซึ่งไม่เห็นด้วยกับการให้บริษัทต่าง ๆ ทำลายสิ่งแวดล้อมของออสเตรเลีย เพื่อแลกกับผลกำไรที่ชาวออสเตรเลียไม้ได้ประโยชน์ และการตัดสินของศาลสูงสุดครั้งนี้นับว่าเป็น “ชัยชนะ” ของผู้ที่เคลื่อนไหวเพื่อปกป้องสิ่งแวดล้อมทั้งในระดับประเทศและระดับโลก
บริษัท Mach Energy เป็นส่วนหนึ่งของบริษัท Salim Group หรือกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ของอินโดนีเซีย ซึ่งก่อนหน้านี้ บริษัท Mach Energy เสนอขยายเวลาดำเนินกิจการเหมืองถ่านหินในพื้นที่ออกไปจนถึงปี 2591 ทำให้นักรณรงค์เรื่องสิ่งแวดล้อมในพื้นที่วิตกว่าการทำเหมืองถ่านหินจะซ้ำเติมปัญหาสิ่งแวดล้อมและภัยพิบัติรุนแรงในประเทศ เนื่องจากอุตสาหกรรมเหมืองถ่านหินปล่อยก๊าซเรือนกระจกปริมาณมากและรุนแรง จนเป็นสาเหตุของภัยธรรมชาติที่ผันผวนและคาดการณ์ยากในปัจจุบัน
กรณีดังกล่าวสะท้อนว่านักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในออสเตรเลียเริ่มประสบความสำเร็จในการใช้สถาบันที่สำคัญทางการเมืองและการปกครองของประเทศ ปกป้องผลประโยชน์ของประชาชน แม้จะใช้เวลาผลักดันและต่อสู่ผ่านกลไกตุลาการนานกว่า 4 ปี แต่ก็เป็นสัญญาณให้รัฐบาลออสเตรเลียตระหนักว่าต้องให้ความสำคัญกับการปกป้องสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ รวมทั้งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากขึ้น







