![]()

การประชุม COP30 หรือการประชุมว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งสหประชาชาติ ประจำปี 2568 จัดขึ้นที่เมืองเบเลง บราซิล ระหว่าง 10-21 พฤศจิกายน 2568 เป็นระยะเวลา 12 วัน คาดว่าจะมีผู้แทนจากประเทศต่าง รวมทั้งองค์กรและภาคเอกชนสำคัญระดับโลกไปเข้าร่วมมากกว่า 50,000 คน จากอย่างน้อย 190 ประเทศ เพื่อหารือแนวทางการรับมือกับสภาวะโลกรวนและสภาพภูมิอากาศแปรปรวนรุนแรงทั่วโลก รวมทั้งแนวทางช่วยเหลือและสนับสนุนให้ประเทศต่าง ๆ ร่วมมือกันอย่างเป็นเอกภาพลดปัญหามลภาวะและการทำลายสิ่งแวดล้อม
การประชุมครั้งนี้มีขึ้น หลังจากสหประชาชาติ (UN) เผยแพร่รายงานประเมินสภาพอากาศของโลกว่าปัจจุบันมีค่าเฉลี่ยอุณหภูมิเพิ่มขึ้นสูงกว่า 1.5 องศาเซลเซียส ที่ทั่วโลกเคยกำหนดไว้ สะท้อนว่า ปัญหาสภาพอากาศในอนาคตจะรุนแรงอย่างรวดเร็ว เฉพาะอย่างยิ่งหากประเทศต่าง ๆ ไม่ให้ความร่วมมืออย่างจริงจัง เพื่อแก้ไขปัญหา โดยเฉพาะการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญในการประชุมทุกปี
นอกจากนโยบายและความมุ่งมั่นด้านการแก้ไขปัญหาสภาพภูมิอากาศ การประชุม COP30 จะเน้นย้ำความร่วมมือเพื่อตั้งกองทุนสนับสนุนและช่วยเหลือประเทศกำลังพัฒนาด้วย เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการรักษ์สิ่งแวดล้อมและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างเป็นรูปธรรม สำหรับการประชุมครั้งนี้ มีธีมคือ “Delivering on the Paris Promise” พร้อมกับให้ความสำคัญกับการปกป้องป่าและมหาสมุทร
บราซิลซึ่งเป็นเจ้าภาพการประชุมดังกล่าว ต้องการทำให้ผู้เข้าร่วมประชุมตระหนักถึงปัญหาโลกร้อนและสภาพภูมิอากาศแปรปรวนอย่างเป็นรูปธรรม ไม่ใช่ความท้าทายในอนาคต แต่เป็นวิกฤตในปัจจุบัน พร้อมกับยกตัวอย่างการศึกษาเชิงวิทยาศาสตร์ที่ยืนยันได้ว่าสภาพอากาศโลกกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและอันตรายต่อมนุษยชาติ
ประเทศต่าง ๆ จึงต้องยกเลิกความพยายามที่จะกำหนดเฉพาะยุทธศาสตร์และนโยบาย โดยไม่มีแนวปฏิบัติที่จริงจัง หรือพฤติกรรม greenwashing เพราะการกำหนดนโยบายและยุทธศาสตร์อาจไม่สามารถควบคุมวิกฤตโลกร้อนได้อีกต่อไป ดังนั้น ผู้นำบราซิลเน้นย้ำว่าการประชุม COP30 นี้ ต้องการหาทางออกร่วมกัน และจึงเลือกจัดการประชุมที่เมืองเบเลง ซึ่งเป็นเมืองที่เผชิญความเสี่ยงทางสิ่งแวดล้อมสูง เนื่องจากภูมิศาสตร์ของเมืองตั้งอยู่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเล อีกทั้งยังเป็นเมืองปากแม่น้ำแอมะซอน พื้นที่ป่าขนาดใหญ่ของโลกที่กำลังเผชิญวิกฤตจากปัญหาการทำลายสิ่งแวดล้อมและโลกร้อน
แม้ว่าบราซิลจะต้องการผลักดันการประชุมนี้ ให้บรรลุเป้าหมายหรือมีความคืบหน้าในการระดมทุนให้ประเทศกำลังพัฒนา แต่อาจเป็นไปได้ยาก เนื่องจากสหรัฐฯ ประเทศผู้ให้ความช่วยเหลือรายใหญ่ของโลกปรับเปลี่ยนนโยบายไปแล้วตามประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ไม่เห็นประโยชน์ของความร่วมมือในกรอบ COP30 และไม่ส่งผู้แทนเข้าร่วมการประชุม COP30 อย่างไรก็ดี ประธานาธิบดีบราซิลระบุว่า การที่สหรัฐฯ ไม่ส่งผู้แทนเข้าร่วมเป็นโอกาสให้ประเทศอื่น ๆ โดยเฉพาะประเทศกำลังพัฒนาได้แสดงบทบาทให้ทั่วโลกเห็นว่า ควรแก้ไขปัญหานี้อย่างไร







