ในสังคมปัจจุบัน ค่านิยมของผู้คนกำลังเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่อย่าง Millennials และ Gen Z ที่เติบโตมากับเทคโนโลยีและการเชื่อมต่อระดับโลก พวกเขาให้ความสำคัญกับการเข้าถึง (access) มากกว่าการครอบครอง (ownership) ส่งผลให้ค่านิยมการมีรถ บ้าน หรือสิ่งของแบรนด์เนมราคาแพง อาจไม่ใช่สัญลักษณ์ของความสำเร็จอีกต่อไป แต่สัญลักษณ์ของความสำเร็จและตัวตน กลับกลายเป็นประสบการณ์ และการใช้ชีวิตได้อย่างอิสระ … นอกจากนี้ สังคมและเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้การครอบครองทรัพย์สินบางประเภทกลายเป็น “ภาระ” มากกว่ามีคุณค่าหรือภาคภูมิใจ ทำให้เกิดพฤติกรรมและธุรกิจการ “เช่า” ที่นำไปสู่ค่านิยม หรือแนวคิดของการ “แชร์” ซึ่งกลายเป็นวัฒนธรรมร่วมสมัย ที่สะท้อนความคิดแบบใหม่ว่าความสุขไม่ได้อยู่ที่การเป็นเจ้าของ แต่อยู่ที่การได้ประสบการณ์และการแบ่งปัน บทความเรื่องนี้ขอเสนอแนวคิดทางเศรษฐกิจที่อาจส่งเสริมความมั่นคงในสังคมได้ หรือ Sharing Economy ที่เป็นผลดีต่อการบริหารจัดการทรัพยากร กระตุ้นเศรษฐกิจดิจิทัล และปรับโลกทัศน์ใหม่ให้มนุษย์ที่ต้องเผชิญความท้าทายหลากหลายในอนาคต แนวคิดดังกล่าวอาจเชื่อมโยงกับหลักการเศรษฐศาสตร์พฤติกรรม (Behavioral Economics) ที่ริชาร์ด เธเลอร์ นักเศรษฐศาสตร์ชาวอเมริกันเคยอธิบายไว้ว่ามนุษย์มีความคิดว่าค่าใช้จ่ายเพียงเล็กน้อยจะไม่มีผลกระทบสำคัญต่อรายได้ ทำให้มนุษย์เปลี่ยนพฤติกรรมจากการครอบครอง ไปเป็นการยินยอมจ่ายค่าเช่ารายย่อย เพราะกลไกทางสมองบอกว่าระบบแบบนี้คุ้มค่ากว่านั่นเอง …อย่างไรก็ตาม ค่านิยมการแชร์นี้แตกต่างกับค่านิยมการสมัครสมาชิกเพื่อรับการบริการ (subscription) เพราะเป็นระบบเศรษฐกิจที่เชื่อมโยงระหว่างผู้มีทรัพย์สินกับผู้ที่ต้องการใช้งาน ไม่มีสัญญาผูกพันระยะยาว ทำให้แม้ว่าทั้ง…