จีนไม่พอใจสมุดปกขาวประจำปี 2569 ของญี่ปุ่น

โฆษก กห.จีน.แสดงความไม่พอใจเมื่อ 4 ส.ค.69 กรณีญี่ปุ่นเผยแพร่สมุดปกขาวว่าด้วยแผนการป้องกันประเทศญี่ปุ่นประจำปี 2569 (Defense of Japan 2026) ซึ่งระบุว่า จีนเป็นภัยคุกคาม และกิจกรรมทางทหารของจีน เป็นภัยคุกคามอย่างยิ่งต่อยุทธศาสตร์ของญี่ปุ่น รวมถึงวิจารณ์บทบาทและกิจกรรมทางทหารของจีนในภูมิภาคและช่องแคบไต้หวัน โดยระบุว่า รายงานดังกล่าวเป็นวาทกรรมที่ไม่เป็นความจริง และเรียกร้องให้ญี่ปุ่นยุติความพยายามเผยแพร่และฟื้นฟูลัทธิทหาร  และไม่แทรกแซงกิจการภายในของจีน เฉพาะอย่างยิ่งประเด็นไต้หวัน

สหรัฐฯ จะไม่ให้ชาติใดมีครอบงำชาติอื่นในภูมิภาคอินโด–แปซิฟิก

พล.ร.อ.ซามูเอล ปาปาโร ผบ.กองบัญชาการภาคพื้นแปซิฟิกของสหรัฐฯ (USPACOM) กล่าวระหว่างการเข้าร่วมงาน International Military Law and Operations (MILOPS) Conference ครั้งที่ 37 ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย เมื่อ 3 ส.ค.69 ว่า การกระทำในลักษณะบีบบังคับ โดยเฉพาะอย่างจากจีน เป็นการท้าทายต่อการมีเสถียรภาพในภูมิภาคอินโด – แปซิฟิก พร้อมกับได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของเสรีภาพในการเดินเรือ ความมั่นคงทางทะเล และการค้าที่เปิดกว้าง ที่เป็นปัจจัยหลักในการสร้างเสถียรภาพในภูมิภาค  ผ่านการแก้ไขข้อพิพาทอย่างสันติ และเคารพอธิปไตยของทุกประเทศ ซึ่งสหรัฐฯ พร้อมที่จะป้องปรามการกระทำที่แข็งกร้าวของจีนด้วยการแสดงแสนยานุภาพ แต่จะไม่เลือกการเผชิญหน้า กับพร้อมที่จะขยายความร่วมมือกับพันธมิตรและประเทศที่เป็นหุ้นส่วนร่วมกันเชิงยุทธศาสตร์

ผู้เชี่ยวชาญสหราชอาณาจักรเตือนการใช้งาน AI ที่มีการทำงานผิดปกติ

สถาบัน AI Security Institute (AISI) ของสหราชอาณาจักรเตือน เมื่อ 5 สิงหาคม 2569 ว่าผู้ใช้งานและผู้พัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ต้องให้ความสำคัญและระมัดระวังการใช้งานเครื่องมือ AI เฉพาะอย่างยิ่งโมเดล Mythos ของบริษัท Anthropic และโมเดล Sol ของบริษัท OpenAI เนื่องจากได้ทำการทดสอบความปลอดภัยแล้วว่าเครื่องมือ AI ดังกล่าวมีการทำงานในรูปแบบที่อาจเป็นอันตรายต่อมนุษย์ ได้แก่ ความพยายามจะเป็นอิสระจากคำสั่งหรือการควบคุม รวมทั้งสร้างข้อมูลปลอมเพื่อหลอกผู้ใช้งาน ที่น่ากังวล คือ กรณีพบว่าโมเดล Mythos พยายามสร้างรหัสหรือโค้ดที่เป็นอันตรายเพื่อแฝงเข้าไปอยู่ในเว็บไซต์ GitHub ที่เป็นแพลตฟอร์มรวบรวม source code สำหรับนักพัฒนาระบบและซอฟต์แวร์นิยมใช้แลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกัน ปัจจุบัน บริษัท Anthropic และบริษัท OpenAI ยังไม่ยอมรับผลการทดสอบดังกล่าว พร้อมระบุว่า สถาบัน AISI ของสหราชอาณาจักรทำการทดสอบความปลอดภัย โดยไม่ได้ตั้งค่าความปลอดภัยอย่างเหมาะสม พร้อมยืนยันว่าทดสอบความปลอดภัยและการทำงานของโมเดล AI อย่างต่อเนื่อง AISI ย้ำเตือนว่าการทำงานของเครื่องมือ AI…

จีนเผยแพร่มาตรฐานความปลอดภัยในการใช้รถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติ  

กระทรวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศ (MIIT) ของจีนเมื่อ 4 สิงหาคม 2569 เผยแพร่มาตรฐานการใช้รถยนต์ประเภทที่ใช้ระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติให้ปลอดภัย มาตรฐานดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ใน 1 กรกฎาคม 2570 เพื่อทำให้การใช้รถยนต์ระบบดังกล่าวมีมาตรฐานเดียวกัน ครอบคลุมทั้งการพัฒนาเทคโนโลยี กฎหมายจราจร และส่งเสริมอุตสาหกรรมการพัฒนาระบบอัตโนมัติของจีนให้ยั่งยืน จีนระบุว่าจะใช้มาตรฐานดังกล่าวกับบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ทั้งของชาวจีนและชาวต่างชาติที่อยู่ในประเทศ เนื่องจากต้องการให้นักธุรกิจต่างชาติเห็นว่าจีนใช้มาตรฐานเดียวกัน โดยไม่เลือกปฏิบัติ และจีนพร้อมจะต้อนรับนักลงทุนและบริษัทต่างชาติที่จะดำเนินการตามระเบียบของจีน จีนให้ความสำคัญกับการเผยแพร่และบังคับใช้มาตรฐานดังกล่าว เนื่องจากอุตสาหกรรมและความต้องการรถยนต์ระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติกำลังเติบโตและขยายตัวอย่างรวดเร็ว ทำให้จีนเล็งเห็นว่าการพัฒนาเทคโนโลยีต้องสอดคล้องกับมาตรฐานด้านความปลอดภัยในการใช้งานจริงด้วย ด้านนักวิชาการในจีนเชื่อว่ามาตรฐานของรัฐบาลที่ประกาศใช้ทั่วประเทศ จะเป็นส่วนสำคัญในการทำให้บริษัทผู้พัฒนารถยนต์ประเภทดังกล่าวให้ความสำคัญกับการวิจัยและลงทุนด้านความปลอดภัยมากขึ้น ซึ่งจะเป็นผลดีต่อประชาชนและการยกระดับคุณภาพอุตสาหกรรมของจีน มาตรฐานดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ต่อรถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติประเภทยานพาหนะสำหรับบรรทุกผู้โดยสาร และยานพาหนะบรรทุกสินค้า ที่มีระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติระดับ 3 ซึ่งยังต้องมีผู้ขับขี่ และระดับ 4 ซึ่งไม่ต้องมีผู้ขับขี่ควบคุม โดยสาระสำคัญ คือ ระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติจะต้องไม่เป็นอันตรายต่อผู้ใช้รถหรือผู้ใช้ถนนรายอื่น ๆ รวมทั้งผู้พัฒนาและผลิตรถยนต์ต้องให้ความสำคัญกับการให้บริการด้านการซ่อมบำรุงตลอดอายุการใช้งาน ตลอดจนการทดสอบรถยนต์อย่างเข้มงวดทั้งด้านประสิทธิภาพและความปลอดภัยก่อนจำหน่ายในตลาดด้วย กระทรวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศของจีนระบุว่า จีนยังคงให้ความสำคัญกับการผลิตรถยนต์ด้วยเทคโนโลยีใหม่ ๆ ตามมาตรฐานสากล แต่ต้องการเพิ่มความเชื่อมั่นด้วยการเพิ่มความปลอดภัยต่อผู้ใช้งานในประเทศ รวมทั้งพิจารณาปัจจัยเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จึงปรับปรุงและเผยแพร่มาตรฐานฉบับล่าสุด โดยก่อนหน้านี้ จีนเคยประกาศมาตรฐานการพัฒนารถยนต์ระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติเมื่อ กันยายน 2567

ฝรั่งเศสและสหราชอาณาจักร ร่วมกันจัดการผู้อพยพข้ามช่องแคบอังกฤษ

ฝรั่งเศสและสหราชอาณาจักร เมื่อ 4 สิงหาคม 2569 ปฏิบัติการร่วมกันในช่องแคบอังกฤษ เพื่อรักษาความมั่นคงทางทะเล โดยร่วมกันช่วยเหลือและกู้ภัยกรณีเรือผู้อพยพจำนวน 173 คน ได้รับความเสียหายระหว่างพยายามเดินทางข้ามจากเมืองทางตอนเหนือของฝรั่งเศสไปยังสหราชอาณาจักร ผลการปฏิบัติการสามารถช่วยเหลือผู้อพยพได้ทั้งหมด ปัจจุบันอยู่ระหว่างให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม และเตรียมส่งกลับฝรั่งเศส ทั้งนี้ มีรายงานว่าระหว่างปฏิบัติการช่วยเหลือและกู้ภัย มีผู้อพยพบางส่วนปฏิเสธความช่วยเหลือ เนื่องจากมุ่งมั่นที่จะเดินทางต่อไปยังสหราชอาณาจักร แม้ว่าเรือขนส่งจะได้รับความเสียหายอย่างมากจากเหตุเพลิงไหม้เครื่องยนต์ ปฏิบัติการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือระหว่างฝรั่งเศสและสหราชอาณาจักรด้านการรักษาความมั่นคงทางทะเล โดยรัฐบาลของทั้ง 2 ประเทศตกลง เมื่อ เมษายน 2569 จะเพิ่มการลาดตระเวนทางทะเลและการตรวจตราเพื่อลดจำนวนอุบัติเหตุในพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งผู้อพยพจำนวนมากนิยมใช้เป็นเส้นทางเดินเรือ ทั้งนี้ นอกจากมาตรการลาดตระเวนทางทะเลแล้ว ฝรั่งเศสกับสหราชอาณาจักรยังปรับใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ เพื่อสกัดกั้นเรือประเภท “taxi boat” ของเครือข่ายและขบวนการค้ามนุษย์ที่จะลักลอบนำพาผู้อพยพผ่านช่องแคบอังกฤษด้วย ซึ่งตั้งแต่ปี 2569 เป็นต้นมา ฝรั่งเศสพบว่าความร่วมมือกับสหราชอาณาจักรประสบความสำเร็จในการปราบปรามและสกัดกั้นความเคลื่อนไหวของขบวนการค้ามนุษย์ เนื่องจากจำนวนผู้อพยพผิดกฎหมายที่ใช้เส้นทางดังกล่าวลดลงจากเมื่อปี 2568 ฝรั่งเศสและสหราชอาณาจักรย้ำว่าการอพยพผิดกฎหมายมีความเสี่ยงอันตรายสูงมาก และขบวนการค้ามนุษย์ยังคงเป็นความท้าทายในการแก้ไขปัญหาความมั่นคงทางทะเลและความมั่นคงชายแดนของประเทศต่าง ๆ  พร้อมประกาศว่าฝรั่งเศสและสหราชอาณาจักรจะร่วมมือกันอย่างใกล้ชิด รวมทั้งพร้อมร่วมมือกับประเทศอื่น ๆ เพื่อยับยั้งและสกัดกั้นการเดินทางของผู้อพยพในรูปแบบที่อันตราย

สหรัฐฯ จะปิดทำการสถานกงสุล 5 แห่ง รวมทั้งในอินโดนีเซียและญี่ปุ่น

รัฐบาลสหรัฐฯ เมื่อ 4 สิงหาคม 2569 แจ้งฝ่ายนิติบัญญัติสหรัฐฯ ว่าต้องการปิดทำการสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลของสหรัฐฯ จำนวน 5 แห่งใน 5 ประเทศ ได้แก่ 1) สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ/เกรนาดา ประเทศหมู่เกาะขนาดเล็กในทะเลแคริเบียน 2) สถานกงสุลในเมืองนาโงยา ญี่ปุ่น 3) สถานกงสุลในเมืองเมดาน อินโดนีเซีย 4) สถานีทางการทูต (American Presence Post) ในเมือง Winnipeg แคนาดา และ 5) สำนักงานสถานเอกอัครราชทูต สาขาย่อยในเมือง Douala แคมเมอรูน เพื่อลดงบประมาณของรัฐบาลในการดูแลและดำเนินงานของสำนักงานดังกล่าว โดยคาดว่าจะช่วยลดงบประมาณได้ประมาณ 4.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ/ปี การดำเนินการดังกล่าวสะท้อนว่าสหรัฐฯ เดินหน้าปรับปรุงโครงสร้างหน่วยงานภายใต้การกำกับดูแลของรัฐบาลให้กระชับและคล่องตัวมากขึ้น ตามนโยบายของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อย่างไรก็ตาม สื่อมวลชนต่างประเทศตั้งข้อสังเกตว่าสหรัฐฯ ปิดสำนักงานด้านการทูตและการต่างประเทศในบางพื้นที่ เพื่อให้พร้อมต่อการจัดสรรงบประมาณในการตั้งสำนักงานแห่งใหม่ในประเทศและพื้นที่ที่มีความสำคัญต่อยุทธศาสตร์มหาอำนาจของสหรัฐฯ โดยมีรายงานว่า สหรัฐฯ ยังเดินหน้าแผนการฟื้นฟูและตั้งสำนักงานการทูตในลิเบีย ซีเรีย และเวเนซุเอลา ต่อไป สถานเอกอัครราชทูต…

อิหร่านส่งสัญญาณเชิงบวก หลังเจรจากันโอมานเพื่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซ

โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านเปิดเผยผลการเจรจากับโอมานประเด็นการบริหารจัดการเส้นทางเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซร่วมกันเมื่อ 4 สิงหาคม 2569 โดยระบุว่าทิศทางการเจรจาเป็นไปในเชิงบวก ทำให้ทั่วโลกคาดหวังว่าอิหร่านกับโอมานจะสามารถบริหารเส้นทางเดินเรือดังกล่าวได้ รวมทั้งทำให้เปิดเป็นเส้นทางขนส่งสินค้าและพลังงานตามปกติ ทั้งนี้ ท่าทีของอิหร่าน ทำให้ราคาน้ำมันโลกปรับลดลง ด้านกระทรวงการคลังสหรัฐฯ เปิดเผยในห้วงเดียวกันว่าอาจมีข้อตกลงด้านความปลอดภัยเส้นทางเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซเร็ว ๆ นี้ แม้ว่าการเจรจาเรื่องช่องแคบฮอร์มุซจะมีความคืบหน้าและสัญญาณเชิงบวก อย่างไรก็fu ผู้เชี่ยวชาญให้ความเห็นว่าสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านยังคงตึงเครียดและเปราะบาง ขณะที่ข้อตกลงระหว่างอิหร่านกับโอมานยังไม่แน่นอน เพราะยังไม่มีการประกาศอย่างเป็นทางการ รวมทั้งสหรัฐฯ กับอิหร่านยังไม่ได้เจรจากันโดยตรง มีกาตาร์ละปากีสถานเป็นตัวกลางทางการทูต ตลอดจนมีความเสี่ยงสูงที่คู่ขัดแย้ง เฉพาะอย่างยิ่งอิหร่านและสหรัฐฯ จะใช้เครื่องมือทางทหารระหว่างกัน ซึ่งจะเป็นอุปสรรคต่อการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ นอกจากนี้ ยังไม่มีรายละเอียดข้อตกลงว่าอิหร่านจะมีสิทธิเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซหรือไม่ ซึ่งเป็นประเด็นที่รัฐบาลสหรัฐฯ จะคัดค้าน รวมทั้งยังมีรายงานว่าบริษัทผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ในสหรัฐฯ เช่น บริษัท ExxonMobil และบริษัท Chevron รวมทั้งบริษัท Saudi Aramco ของซาอุดีอาระเบีย อาจสูญเสียผลประโยชน์ด้านกำไร หากช่องแคบฮอร์มุซกลับสู่สภาวะปกติ ปัจจุบัน กองเรือของกองบัญชาการสหรัฐฯ (CENTCOM) ยังปฏิบัติการในพื้นที่ตอนใต้ของช่องแคบฮอร์มุซ เน้นการอำนวยความสะดวกและช่วยเหลือเรือขนส่งสินค้าที่อยู่ในพื้นที่ โดยยืนยันว่าสหรัฐฯ ไม่ได้เป็นฝ่ายปิดช่องแคบดังกล่าว ตามที่รัฐบาลอิหร่านโจมตี มีรายงานว่าอิหร่านพร้อมจะทำสงครามกับสหรัฐฯ อีกครั้ง หากการเจรจาประเด็นการบริหารจัดการช่องแคบฮอร์มุซล้มเหลว โดยพบว่าปัจจุบัน…

ฟิลิปปินส์ยืนยันการฝึกทางทหารของจีนในทะเลจีนใต้ไม่กระทบการอ้างสิทธิของฟิลิปปินส์

โฆษก ทร.ฟิลิปปินส์ ระบุว่า การซ้อมรบทางทะเลและทางอากาศของจีนใกล้สันดอนสการ์โบโรห์เมื่อ 1 ส.ค.69 ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงสถานะทางกฎหมายลักษณะทางทะเลหรือสิทธิทางทะเลของฟิลิปปินส์ภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ  กองทัพฟิลิปปินส์ได้เฝ้าระวังและติดตามการฝึกดังกล่าวอย่างใกล้ชิด พร้อมย้ำความมุ่งมั่นที่จะปฏิบัติภารกิจในการปกป้องดินแดน ควบคู่กับการรักษาสิทธิและผลประโยชน์ทางทะเลที่สอดคล้องกับคำตัดสินของศาลอนุญาโตตุลาการปี 2559 และอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS)

ฮ่องกงจะออกมาตรการเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับยุค 6G

นสพ. The Standard ของฮ่องกง รายงานเมื่อ 4 ส.ค.69 อ้างสุนทรพจน์ของนายแอลเจอร์นอน เยา ผู้บริหารเขตพิเศษฮ่องกงด้านพาณิชย์และการพัฒนาเศรษฐกิจ ที่ระบุว่า รัฐบาลฮ่องกงจะพัฒนาเขตเมืองทางตอนเหนือให้เป็นเมืองแห่งนวัตกรรมและเทคโนโลยีระดับนานาชาติ พร้อมกับจะสร้างสภาพแวดล้อมที่เป็นมิตรต่อธุรกิจ เพื่อเสริมสร้างบทบาทของฮ่องกงในฐานะศูนย์กลางการสื่อสารระดับภูมิภาค โดยจะออกมาตรการที่เป็นประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมโทรคมนาคมเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับยุค 6G ที่สำคัญได้แก่ การช่วยเหลืออุตสาหกรรมยกระดับโครงสร้างพื้นฐานของใยแก้วนำแสงและเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ การลดหย่อนภาษีผู้ประกอบการโทรคมนาคม และการปรับปรุงกรอบการกำกับดูแลดาวเทียมวงโคจรต่ำและเศรษฐกิจการบินระดับต่ำ  ทั้งนี้ ฮ่องกงกำหนดให้เขตเมืองทางตอนเหนือเป็นแรงขับเคลื่อนใหม่ทางเศรษฐกิจและเป็นฐานเทคโนโลยีภายใต้ยุทธศาสตร์ South-North Dual Engine (การเงิน-เทคโนโลยี)

เกาหลีใต้จัดตั้งหน่วยต่อต้านข่าวกรองใหม่ หลังปฏิรูปโครงสร้างความมั่นคงทางทหาร

สนข.ยอนฮับของเกาหลีใต้ รายงานเมื่อ 3 ส.ค.69 ว่า นายอัน คยู-แบ็ก รมว.กห.เกาหลีใต้ เป็นประธานพิธีเปิดหน่วยต่อต้านข่าวกรองแห่งใหม่ ที่เมืองควาช็อน จ.คย็องกี โดยหน่วยงานมีภารกิจรับมือภัยคุกคามด้านการจารกรรม การก่อการร้าย และภัยคุกคามทางไซเบอร์จากเกาหลีเหนือ และประเทศอื่น ๆ โดยจะทำงานร่วมกับหน่วยงานด้านความมั่นคงทั้งในและต่างประเทศ เพื่อป้องกันการรั่วไหลของความลับทางทหาร คุ้มครองอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ สนับสนุนโครงการซ่อมบำรุงยุทโธปกรณ์ร่วมกับ ทร.สหรัฐฯ และปกป้องเทคโนโลยีสำคัญ เช่น ปัญญาประดิษฐ์  และระบบดาวเทียม ทั้งนี้ การจัดตั้งหน่วยต่อต้านข่าวกรองแห่งใหม่เป็นไปตามแผนปฏิรูปกองทัพครั้งใหญ่ โดยเตรียมจัดตั้งอีก 2 หน่วยงาน อาทิ หน่วยสนับสนุนความมั่นคงภายในกองทัพ และหน่วยสอบสวนอาชญากรรมที่กระทบต่อความมั่นคงของชาติ