CyberXplore ปักษ์หลัง ส.ค.2569
CyberXplore ฉบับปักษ์แรกสิงหาคม 2569 รายงานสถานการณ์ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์จากทั่วโลก สรุปเหตุการณ์สำคัญและแนวโน้มภัยคุกคามในรอบ 15 วัน
เพื่อยกระดับการรับรู้และเตรียมความพร้อมของทุกภาคส่วน
CyberXplore ฉบับปักษ์แรกสิงหาคม 2569 รายงานสถานการณ์ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์จากทั่วโลก สรุปเหตุการณ์สำคัญและแนวโน้มภัยคุกคามในรอบ 15 วัน
เพื่อยกระดับการรับรู้และเตรียมความพร้อมของทุกภาคส่วน
ตามข้อมูลของกรมกิจการผู้สูงอายุ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ไทยเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ (Complete Aged Society) แล้ว ไม่ใช่เพียงแต่เป็นสังคมสูงวัย (Aged Society) โดยตัวเลขเมื่อปี 2568 มีประชากรผู้สูงอายุทั้งหมด 14,286,095 คน คิดเป็น ร้อยละ 21.71 ของประชากรทั้งหมด โดยมี 46 จังหวัด อยู่ในระดับสังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ ส่วนระดับสังคมสูงวัย 25 จังหวัด และสังคมสูงวัยระดับสุดยอด (Super Aged Society) 6 จังหวัด คือ ลำปาง แพร่ ลำพูน สิงห์บุรี พะเยา และชัยนาท การเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ของไทยเป็นสิ่งที่ท้าทายต่อสังคมไทยอย่างยิ่ง ทั้งด้านการบริหารจัดการดูแลในการอำนวยความสะดวก ด้านสาธารณสุข การจัดสรรงบประมาณ ปัญหาทางสังคม และการขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ เนื่องจากโครงสร้างของประชากรวัยทำงานที่จะช่วยขับเคลื่อนประเทศจะเปลี่ยนแปลงไป อย่างไรก็ดี การที่ประชากรเข้าสู่สังคมสูงวัย ไม่ใช่จะเกิดเฉพาะในไทย ยังเป็นแนวโน้มที่เกิดขึ้นทั้งโลก ซึ่งเป็นผลจากความสำเร็จของความก้าวหน้า หรือการพัฒนาอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ มีรายงานของคณะกรรมการเศรษฐกิจและสังคมแห่งเอเชียและแปซิฟิก (Economic and…
Reuters ของสหราชอาณาจักร รายงานผลสำรวจความเห็นของนักเศรษฐศาสตร์ ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 2/69 มีแนวโน้มขยายตัวร้อยละ 1.7 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568 แต่ชะลอตัวลงจากร้อยละ 2.8 ในไตรมาส 1/69 โดยการบริโภคภาคเอกชนอาจเป็นปัจจัยฉุดรั้งหลัก เนื่องจากวิกฤตราคาน้ำมันส่งผลกระทบต่อต้นทุนสินค้าและบริการเป็นวงกว้าง ส่งผลให้มีการระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น รวมถึงปัญหาหนี้ครัวเรือนสูงและสังคมสูงอายุอาจจำกัดการใช้จ่ายของผู้บริโภคเช่นกัน แม้รัฐบาลจะมีมาตรการสนับสนุนอุปสงค์ก็ตาม ขณะที่ภาคการท่องเที่ยวที่เป็นเสาหลักของเศรษฐกิจไทยอาจไม่สามารถบรรเทาสถานการณ์ได้เนื่องจากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติยังลดลง อย่างไรก็ตาม การลงทุนภาคเอกชนเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI รวมถึงภาคการส่งออกอาจช่วยลดการชะลอตัวของเศรษฐกิจไทยได้
ทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ เผยแพร่รายงาน The Great Transshipment Scam เมื่อ 13 ส.ค.69 โจมตีความพยายามของจีนในการขยายเครือข่ายสวมสิทธิ์ระดับโลก เพื่อหลีกเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตรสหรัฐฯ ด้วยการใช้ประเทศที่สามประกอบชิ้นส่วนและบรรจุภัณฑ์เพื่อส่งออกไปยังสหรัฐฯ ครอบคลุมกว่า 40 ประเทศ ซึ่งรวมถึงประเทศคู่ค้าสำคัญของสหรัฐฯ ในหลายภูมิภาค อาทิ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินเดีย เม็กซิโก เคนยา คาซัคสถาน จอร์แดน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และกัมพูชา รวมทั้งไทยที่อยู่ในกลุ่ม tier 2 ร่วมกับบราซิล อินโดนีเซีย มาเลเซีย ตุรกี และเวียดนาม อย่างไรก็ดี สำนักงานศุลกากรและป้องกันชายแดนสหรัฐฯ (CBP) เร่งหามาตรการป้องกันเครือข่ายดังกล่าว โดยนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ในโครงการนำร่องเพื่อสกัดกั้นการถ่ายลำสินค้า (transshipment) ซึ่งจะช่วยตรวจสอบเส้นทางการขนส่ง ข้อมูลสินค้า กรรมสิทธิ์ และข้อมูลอื่น ๆ และหากตรวจพบ จะถูกเรียกเก็บภาษีย้อนหลังเป็นระยะเวลาประมาณ 1 ปี ขณะที่ประเทศที่ช่วยเหลือจีนในการหลีกเลี่ยงมาตรการภาษีของสหรัฐฯ อาจเผชิญมาตรการตอบโต้จากสหรัฐฯ
กระทรวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศร่วมกับกระทรวงจัดการสถานการณ์ฉุกเฉินของจีน ประกาศ 13 ส.ค.69 แผน 5 ปี เพื่อจัดทำกฎหมายควบคุมและส่งเสริมการยกระดับมาตรฐานเครื่องมือและอุปกรณ์ด้านความปลอดภัย สำหรับใช้ในการกู้ภัยและสถานการณ์ฉุกเฉิน ในระดับอุตสาหกรรมของจีน ให้ได้มาตรฐานและมีคุณภาพมากขึ้น เพื่อให้มีการพัฒนาด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ก้าวหน้ามากขึ้น รวมถึงส่งเสริมการปฏิบัติการกู้ภัยหลากหลายรูปแบบ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันกับผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมดังกล่าวระดับสากลภายในปี 2573 ทั้งนี้ ในห้วงที่ผ่านมา อุตสาหกรรมด้านอุปกรณ์ความปลอดภัยและการจัดการเหตุฉุกเฉินของจีนขยายตัวอย่างอย่างรวดเร็ว เฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มสินค้าสำคัญ โดยเทคโนโลยีใหม่ ที่ถูกนำมาใช้งานมากขึ้นในปฏิบัติการกู้ภัย เช่น โดรนและระบบสื่อสารดาวเทียม ซึ่งช่วยให้การควบคุมน้ำ การเฝ้าระวัง และการตอบสนองต่อภัยพิบัติในจีนมีประสิทธิภาพมากขึ้น
กระทรวงมหาดไทยสิงคโปร์ แถลงเมื่อ 12 ส.ค.69 ว่า ได้สั่งปิดเว็บไซต์ปลอมกว่า 500 แห่งที่แอบอ้างเป็นกระทรวงมหาดไทย และหน่วยงานในสังกัด อีก 7 แห่ง หลังจากสำนักงานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีโฮมทีมตรวจพบว่าเว็บไซต์ดังกล่าวได้ลอกเลียนแบบตราสัญลักษณ์และเนื้อหาจากเว็บไซต์จริง เช่น กองกำลังตำรวจ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และกรมราชทัณฑ์ ซึ่งอาจทำให้ประชาชนหลงเชื่อและเข้าใจผิด แต่ยังไม่พบหลักฐานว่าถูกนำไปใช้เพื่อการหลอกลวง การล้วงข้อมูล (Phishing) หรือมีการเจาะระบบข้อมูลของรัฐแต่อย่างใด ทั้งนี้ ขอให้สังเกตโดเมนเนมของรัฐบาลสิงคโปร์ที่จะต้องลงท้ายด้วย “.gov.sg” พร้อมทั้งตรวจสอบจุดผิดปกติ เช่น การสะกดคำ รูปภาพ หรือลิงก์ที่ใช้งานไม่ได้ ก่อนการให้ข้อมูลส่วนบุคคล
สหรัฐฯ แต่งตั้งบุคคลให้ดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตประจำกัมพูชาอีกครั้งหลังตำแหน่งดังกล่าวว่างลงเป็นเวลาถึง 2 ปี เพราะเหตุใดสหรัฐฯ ถึงมีการแต่งตั้งบุคคลให้ดำรงตำแหน่งดังกล่าวอีกครั้งในตอนนี้ และบุคคลที่ได้รับแต่งตั้งคนใหม่นั้นจะเป็นใคร มาจากไหน มาติดตามรับฟังกันได้ที่ The Intelligence Podcast ตอน “เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ จะประจำกัมพูชาอีกครั้งในรอบ 2 ปี”
การจะกลับมามีเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำราชธานีพนมเปญอีกครั้งในรอบกว่า 2 ปี เป็นความสำเร็จของรัฐบาลนายกรัฐมนตรีสมเด็จฯ ฮุนมาเน็ต ที่น่าจะมีเป้าหมายใช้ความใกล้ชิดทางการทูตกับสหรัฐฯ สะท้อนภาพลักษณ์ในเชิงบวกของกัมพูชาต่อเวทีระหว่างประเทศ เพิ่มจากที่กลับมาใกล้ชิดทางการทหาร การลงทุน และการค้าระหว่างกันก่อนหน้านี้ ขณะเดียวกันก็ตอกย้ำว่า สหรัฐฯ ในสมัยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เห็นความสำคัญของรัฐบาลนายกรัฐมนตรีสมเด็จฯ ฮุนมาเน็ต วุฒิสภาสหรัฐฯ ให้ความเห็นชอบ เมื่อ 7 สิงหาคม 2569 ให้นายคริสโตเฟอร์ แอนเดอร์สันดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำราชธานีพนมเปญ ต่อจากนายแพทริค เมอร์ฟีย์ ที่สิ้นสุดการดำรงตำแหน่ง เมื่อ มีนาคม 2567 ขณะที่นายโรเบิร์ต วิลเลียม ฟอร์เดน ที่ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งนี้เป็นครั้งที่ 2 เมื่อปี 2567 ในสมัยอดีตประธานาธิบดีโจเซฟ ไบเดนก็ไม่ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมาธิการวิเทศสัมพันธ์ของวุฒิสภาสหรัฐฯ คำชี้แจงของนายแอนเดอร์สัน ที่ทำให้คณะกรรมาธิการวิเทศสัมพันธ์ของวุฒิสภาสหรัฐฯ พอใจเมื่อ 16 กรกฎาคม 2569 จนนำไปสู่ความเห็นชอบของวุฒิสภาให้ดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำราชธานีพนมเปญ นั้น ก็คือ การให้คำมั่นของนายแอนเดอร์สันที่จะให้ความสำคัญอันดับแรกกับกวาดล้างเครือข่ายออนไลน์ และเครือข่ายอาชญากรรมที่มีความเชื่อมโยงกับการค้ามนุษย์ และการบังคับใช้แรงงาน รวมทั้งจะให้ความสำคัญกับประเด็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่มีการกดขี่…
เว็บไซต์สมาชิกรัฐสภาอาเซียนเพื่อสิทธิมนุษยชน (APHR) เผยแพร่ข้อความเมื่อ 12 ส.ค.69 คัดค้านต่อแถลงการณ์ของ กต.เมียนมา เมื่อ 8 ส.ค.69 กรณีปฏิเสธบทบาทของผู้แทนพิเศษประธานอาเซียนด้านเมียนมา และข้อเรียกร้องของผู้แทนพิเศษประธานอาเซียนที่ให้ปล่อยตัวหรือเข้าพบนางอองซานซูจี โดย APHR เห็นว่าเป็นความพยายามยุติการปฏิบัติตามฉันทามติ 5 ข้อ พร้อมเรียกร้องให้อาเซียนจัดทำตัวชี้วัดความคืบหน้าการปฏิบัติตามฉันทามติ 5 ข้อ และกำหนดบทบาทของผู้แทนพิเศษอาเซียนในระยะยาวตามที่ได้หารือในที่ประชุม รมว.กต.อาเซียน ครั้งที่ 59 ที่กรุงมะนิลา ฟิลิปปินส์ เมื่อ ก.ค.69 และเสนอต่อที่ประชุมสุดยอดอาเซียน ใน พ.ย.69 นอกจากนี้ ยังเรียกร้องให้อาเซียนคงการจำกัดการเข้าร่วมการประชุมทางการเมืองของรัฐบาลที่นำโดยทหารเมียนมา จนกว่าจะมีความคืบหน้าในการปฏิบัติตามฉันทามติ 5 ข้อ ที่สามารถตรวจสอบได้ และไม่ควรนับว่าการติดต่อหรือการเยือนอย่างไม่เป็นทางการเป็นการกลับมามีส่วนร่วมทางการเมืองของรัฐบาลทหารเมียนมา ตลอดจนหลักการไม่แทรกแซงกิจการภายในไม่ควรถูกนำมาใช้เป็นเหตุผลในการยกเลิกหรือผ่อนคลายการปฏิบัติตามฉันทามติ 5 ข้อ
นายโมเตกิ โทชิมิตสึ รมว.กต.ญี่ปุ่น ออกแถลงการณ์เมื่อ 13 ส.ค.69 ประท้วงรัสเซียกรณีประธานาธิบดีวลาดีมีร์ ปูติน เยือนเกาะ Etorofu ซึ่งเป็นหนึ่งในสี่เกาะของดินแดนทางเหนือ (Northern Territories) หรือหมู่เกาะคูริว (Kuril) ตามที่รัสเซียเรียก โดยญี่ปุ่นและรัสเซียมีข้อพิพาทเกี่ยวกับกรรมสิทธิ์เหนือหมู่เกาะดังกล่าว ทั้งนี้ รมว.กต.ญี่ปุ่น ระบุว่า ดินแดนทางเหนือเป็นส่วนหนึ่งของญี่ปุ่น ทั้งในแง่ประวัติศาสตร์และกฎหมายระหว่างประเทศ พร้อมย้ำว่ารัฐบาลญี่ปุ่นขอประท้วงอย่างรุนแรงต่อการเยือนดังกล่าว