การเติบโตของยานยนต์ไฟฟ้า (EV)

S&P Global สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่มีชื่อเสียงระดับโลกของสหรัฐฯ เผยแพร่บทความ เรื่อง Global oil shock offers boost for EV switching, fossil phaseout: IEA เมื่อ 30 กรกฎาคม 2569 เกี่ยวกับการเติบโตของยานยนต์ไฟฟ้า (Electric Vehicle-EV) ท่ามกลางวิกฤตราคาน้ำมันว่า แรงผลักดันจากวิกฤตราคาน้ำมันจากผลกระทบของสงครามในภูมิภาคตะวันออกกลางที่เกิดขึ้น (เริ่มเมื่อปลาย กุมภาพันธ์ 2569) เป็นตัวเร่งให้คนหันมาใช้ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) กันมากขึ้น ซึ่งตามการวิเคราะห์ของทบวงพลังงานระห่างประเทศ (International Energy Agency-IEA) ระบุว่าราคาน้ำมันที่สูงขึ้นส่งผลให้ผู้ใช้รถ EV ประหยัดค่าใช้จ่ายในการเดินทางได้เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 20 – 45 เมื่อเทียบกับการใช้น้ำมัน บทความดังกล่าวได้ชี้ให้เห็นสถิติและการคาดการณ์การเติบโตของการใช้งานรถ EV ว่า 1)  ในปี 2568 การใช้งานรถ EV ทั่วโลกช่วยลดความต้องการใช้น้ำมันลงได้ถึง 1.7 ล้านบาร์เรลต่อวัน และ IEA…

เมียนมาเตรียมเปิดเส้นทางการค้าตามแนวโครงการก่อสร้างทางหลวงไตรภาคี

นสพ. The Global New Light of Myanmar รายงานเมื่อ 1 ส.ค.69 ว่า เมียนมาเตรียมเปิดเส้นทางการค้าตามแนวโครงการก่อสร้างทางหลวงไตรภาคี อินเดีย-เมียนมา-ไทย อย่างเต็มรูปแบบ หลังจากกองทัพเมียนมาประกาศว่าได้ควบคุมเส้นทางถนนสายหลักในภาคสะไกง์ที่เชื่อมต่อกับชายแดนอินเดีย อาทิ การควบคุมเส้นทางกาเลวา-ยาร์จี-โมนยวา เมื่อ 7 ก.ค.69 และการควบคุมเส้นทางกะเล-ตามู เมื่อ 31 ก.ค.69 ซึ่งเป็นการเปิดเส้นทางคมนาคมสำคัญที่เชื่อมภาคตะวันตกเฉียงเหนือของเมียนมากับอินเดีย และมีบทบาทสำคัญในการค้าชายแดน การขนส่ง การพัฒนาเศรษฐกิจในท้องถิ่น และการเชื่อมต่อระหว่างประเทศ โดยใช้เป็นเส้นทางขนส่งสินค้าจากเมียนมาไปยังตลาดต่างประเทศและนำเข้าสินค้าเข้ามาในเมียนมา เพื่อเตรียมความพร้อมด้านการค้าและการเชื่อมต่อในระดับภูมิภาค รวมถึงกับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ผ่านไทยต่อไป

เลขาธิการอาเซียนมีกำหนดเข้าร่วมการประชุมประจำปีของ USPACOM

นายเกา กิม ฮวน เลขาธิการอาเซียน จะเข้าร่วมการประชุม International Military Law and Operations (MILOPS) Conference ครั้งที่ 37 ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย ระหว่าง 3-6 ส.ค.69 ตามคำเชิญของ พล.ร.อ.ซามูเอล ปาปาโร ผบ.กองบัญชาการภาคพื้นแปซิฟิกของสหรัฐฯ (USPACOM) โดยใน 3 ส.ค.69 จะกล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “ASEAN Centrality in the Context of Maintaining Peace, Security and Prosperity in the Indo-Pacific” พร้อมทั้งจะใช้โอกาสดังกล่าวหารือทวิภาคีกับผู้เข้าร่วมการประชุม

กต.สหรัฐฯเตือนชาวอเมริกันในตะวันออกกลางให้ออกจากพื้นที่โดยเร็ว

สอท.สหรัฐฯ ประจำประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลางหลายประเทศ เช่น บาห์เรน อียิปต์ อิรัก อิสราเอล จอร์แดน คูเวต เลบานอน โอมาน กาตาร์ ซาอุดีอาระเบีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เตือนชาวอเมริกันเมื่อ 1 ส.ค.69 ให้พิจารณาเดินทางออกจากพื้นที่โดยเร็ว หรือเตรียมพร้อมออกจากพื้นที่ รวมทั้งเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษด้านความปลอดภัย และตรียมพร้อมสำหรับกรณีการยกเลิกเที่ยวบิน การปิดน่านฟ้าชั่วคราว หรือการหยุดชะงักของการเดินทาง เนื่องจากมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดสถานการณ์ความรุนแรงและยืดเยื้อในพื้นที่จากความตึงเครียดกับอิหร่านที่เพิ่มขึ้น  นอกจากนี้ กต.สหรัฐฯ ได้ประกาศในวันเดียวกัน ยกระดับการเตือนการเดินทางไปเขตปกครอง Ceuta ของสเปน เป็นระดับ 3 ควรพิจารณาหลีกเลี่ยงการเดินทาง จากปัญหาวิกฤตคลื่นผู้อพยพและความเสี่ยงที่อาจเกิดเหตุรุนแรงจากการปะทะกันระหว่างกลุ่มผู้อพยพกับกองกำลังทหาร ส่วนพื้นที่อื่น ๆ ของสเปนยังคงคำเตือนไว้ที่ ระดับ 2 เพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ

จีนขู่ตอบโต้หากสหรัฐฯ แบนหุ่นยนต์ฮิวมานอยด์ของจีน

คณะกรรมการกลางกำกับดูแลกิจการสื่อสารของสหรัฐฯ (FCC) ได้ประกาศเพิ่มอุปกรณ์หุ่นยนต์ขั้นสูงจากต่างประเทศ รวมถึงหุ่นยนต์รูปร่างคล้ายมนุษย์ (Humanoid) เข้าในรายการจำกัดการนำเข้าของสหรัฐฯ

ไทยและสหรัฐฯ เพิ่มความร่วมมือในการกวาดล้างเครือข่ายสแกมเมอร์

สำนักงานสอบสวนกลาง (Federal Bureau of Investigation-FBI) ของสหรัฐฯ พยายามสกัดกั้นไม่ให้ชาวอเมริกันในประเทศต้องได้รับผลกระทบจากอาชญากรรมข้ามชาติที่มาจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยการให้ความสำคัญอันดับแรก ๆ ทั้งเครือข่ายสแกมเมอร์ การค้ามนุษย์ และยาเสพติด สหรัฐฯ จึงรุกความร่วมมือกับประเทศในภูมิภาค ซึ่งเป็นฐานปฏิบัติการอาชญากรรมข้ามชาติ เฉพาะอย่างยิ่งเครือข่ายสแกมเมอร์ โดยนอกจาก FBI ร่วมมือกับทั้งไทยในการกวาดล้างเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติมาต่อเนื่องแล้ว นายแคช พาเทล ผู้อำนวยการ FBI ยังให้ความสำคัญกับไทยที่เป็นเจ้าภาพจัดการประชุม Summit for the Scam Centers ระหว่าง  20–21 กรกฎาคม 2569 ที่กรุงเทพ ฯ  ที่มีเกือบ 20 ประเทศเข้าร่วมประชุม และได้พบหารือกับนายกรัฐมนตรีไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยที่พบหารือกับนายพาเทล ผู้อำนวยการ FBI  เมื่อ 21 กรกฎาคม 2569 ได้สะท้อนความจริงจังของไทยในการกวาดล้างอาชญากรรมข้ามชาติ ด้วยการยืนยันว่า ประเด็นนี้ เป็น”วาระแห่งชาติ” ของไทย ซึ่งครอบคลุมทั้งการปราบปรามยาเสพติด อาชญากรรมระหว่างประเทศ…

สถานการณ์ภัยพิบัติทั่วโลก

สถานการณ์ภัยพิบัติและภัยธรรมชาติทั่วโลกในห้วงปลาย กรกฎาคม 2569 สะท้อนว่ารัฐบาลแต่ละประเทศจะเผชิญความท้าทายในการจัดการกับภัยพิบัติที่มีลักษณะรุนแรงมากขึ้น ปัจจุบันมีรายงานว่าญี่ปุ่นเร่งค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวครั้งรุนแรงขนาด 6.8 ริกเตอร์ เมื่อ 29 กรกฎาคม 2569 ซึ่งมีศูนย์กลางอยู่ในพื้นที่จังหวัดคุมาโมโตะบนเกาะคิวชูทางตะวันตกเฉียงใต้ของญี่ปุ่น ล่าสุดเมื่อ 30 กรกฎาคม 2569 นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นเปิดเผยว่ามีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 30 ราย รัฐบาลได้เร่งระดมเจ้าหน้าที่กู้ภัยและให้ความช่วยเหลือแก่ประชาชนมากกว่า 4,600 นาย รวมทั้งเปิดศูนย์อพยพจำนวน 450 แห่งเพื่อบรรเทาทุกข์ให้ประชาชนผู้ประสบภัยกว่า 7,700 คน ญี่ปุ่นมีที่ตั้งอยู่บริเวณแนวภูเขาไฟใต้น้ำและรอยแยกเปลือกโลก ทำให้เผชิญเหตุแผ่นดินไหวบ่อยครั้ง อย่างไรก็ตาม ผู้ประสบภัยชาวญี่ปุ่นให้ความเห็นว่าแผ่นดินไหวครั้งนี้รุนแรงมากกว่าที่ผ่านมา และแม้ว่ารัฐบาลจะมีมาตรการรับมือกับเหตุแผ่นดินไหวที่มีประสิทธิภาพ แต่ก็เชื่อว่าญี่ปุ่นเสี่ยงเผชิญแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ หรือ ระดับ megathrust earthquake แผ่นดินไหวที่มีขนาดใหญ่และทรงพลังที่สุดในโลก โดยมีขนาดความรุนแรง (Moment Magnitude) มากกว่า 9.0 ขึ้นไป นอกจากสถานการณ์ภัยพิบัติในญี่ปุ่น ปัจจุบันมีรายงานสถานการณ์ไฟป่าลุกลามในฝรั่งเศส สเปน และตุรกี ซึ่งเป็นผลจากสภาพอากาศร้อนจัดและคลื่นความร้อนในยุโรป อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ควบคุมเพลิงในยุโรปส่วนใหญ่ให้ความเห็นว่า สถานการณ์ไฟป่ายุคปัจจุบันรุนแรงและควบคุมยากกว่าในอดีต เนื่องจากวิกฤตสภาพอากาศโลกแปรปรวน ทำให้สหภาพยุโรป (EU)…

ข้าวไทยได้รับผลกระทบจากเอลนีโญ

Nikkei Asia ของญี่ปุ่น เผยแพร่บทความเกี่ยวกับผลกระทบจากปรากฎการณ์เอลนีโญต่อผลผลิตทางการเกษตร โดยสัญญาณเริ่มปรากฎในไทยที่มีปริมาณฝนลดลงจากปกติ ซึ่งส่งผลกระทบต่อการเพาะปลูกข้าว โดยภาวะแล้งจากปรากฎการณ์เอลนีโญยังส่งผลกระทบต่อการเพาะปลูกข้าวและอ้อยของอินเดีย และผลผลิตโกโก้ในภูมิภาคแอฟริกาตะวันตก นอกจากนี้ อุณหภูมิของน้ำในมหาสมุทรที่สูงขึ้นอาจส่งผลกระทบต่อการทำประมงในภูมิภาคอเมริกากลางและอเมริกาใต้ ซึ่งทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับอุปทานอาหารโลก

การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศของกัมพูชาขยายตัว

รายงานของธนาคารชาติกัมพูชา (NBC) ระบุว่าห้วง ม.ค.-มิ.ย.69 เงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ของกัมพูชา มีมูลค่า 2,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มจากห้วงเดียวกันของเมื่อปี 2568 ร้อยละ 18.5 แม้เผชิญภาวะเศรษฐกิจโลกผันผวนจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย-ยูเครน รวมถึงกรณีพิพาทชายแดนกัมพูชา-ไทย สะท้อนว่านักลงทุนต่างชาติเชื่อมั่นว่าการเมืองและเศรษฐกิจกัมพูชามีเสถียรภาพ สำหรับ FDI ส่วนใหญ่อยู่ในภาคการเงิน   ส่วนอุตสาหกรรมที่ไม่ใช่ภาคการเงิน ที่ขยายตัวมากที่สุด ได้แก่ อุตสาหกรรมพลังงาน และโรงงานผลิต   ขณะที่ FDI บางภาคส่วนปรับลดลง ได้แก่ ภาคการเกษตร อสังหาริมทรัพย์ และโรงแรมและสถานบริการ

มาเลเซียเริ่มคัดกรองและเตรียมส่งกลับผู้ลี้ภัยชาวเมียนมา

ดาตุ๊ก ซรี ไซฟุดดิน นาซุตียน อิสมาอิล รมว.กระทรวงความมั่นคงภายในมาเลเซีย แถลงเมื่อ 30 ก.ค.69 ว่า เตรียมส่งตัวชาวเมียนมากลับประเทศ หลังจากรัฐบาลเมียนมาตกลงรับตัวกลับ โดยกระทรวงฯ และกำลังคัดกรองผู้ลี้ภัยชาวโรฮีนจา ผ่านระบบลงทะเบียนเอกสารผู้ลี้ภัย (Refugee Registration Document System-DPP) ซึ่งประกอบด้วยหลายขั้นตอน ได้แก่ การติดตาม ระบุตัวตน ตรวจสอบความปลอดภัย และการพิจารณาสถานะของแต่ละบุคคล ก่อนออกเอกสารยืนยันเมื่อสิ้นสุดกระบวนการ เพื่อคัดกรองบุคคลที่จะได้สถานะผู้ลี้ภัย หรือส่งกลับประเทศ ปัจจุบัน มาเลเซียควบคุมตัวผู้หลบหนีเข้าเมืองประมาณ 22,000 คน ในศูนย์กักกัน 19 แห่ง ทั่วประเทศ ในจำนวนดังกล่าวมีชาวเมียนมาประมาณ 4,000 คน ที่ได้รับการคัดเลือกเข้าสู่กระบวนการคัดกรอง ซึ่งจะถูกย้ายให้ไปอยู่ในศูนย์พักพิงชั่วคราวแห่งเดียว เพื่อให้ง่ายต่อการบริหารจัดการทั้งระบบ