ฟิลิปปินส์มั่นใจอิทธิพลและบทบาทของสหรัฐฯ ในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก

ฟิลิปปินส์มั่นใจอิทธิพลและบทบาทของสหรัฐฯ ในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิกว่ายังไม่ลดลง แม้สหรัฐฯ ได้ส่งกองเรือบรรทุกเครื่องบิน ซึ่งนำโดยเรือบรรทุกเครื่องบิน USS George Washington จากภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก  (ออกจากท่าเรือดานัง เวียดนาม เมื่อต้นสิงหาคม 2569) ไปยังภูมิภาคตะวันออกกลาง เพื่อสนับสนุนภารกิจในตะวันออกกลาง หลังจากมีรายงานว่า กองเรือบรรทุกเครื่องบิน USS Abraham Lincoln ที่ประจำการในภูมิภาคตะวันออกกลาง ตั้งแต่ มกราคม 2569 จนร่วมทำสงครามกับอิหร่านเมื่อ 28 กุมภาพันธ์ 2568 จนถึงปัจจุบัน ว่า กำลังพลเหนื่อยล้า และยุทโธปกรณ์บางส่วนได้รับความเสียหาย แต่สหรัฐฯ ได้ออกมาปฏิเสธรายงานดังกล่าว พร้อมยืนยันว่ากองเรือบรรทุกเครื่องบินของสหรัฐฯ จะดำเนินการปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซต่อไป นอกจากนี้ โฆษกกองทัพฟิลิปปินส์ระบุเมื่อ 17 สิงหาคม 2569 ว่า การเป็นพันธมิตรหลักด้านความมั่นคงระหว่างฟิลิปปินส์กับสหรัฐฯ ยังคงคงแข็งแกร่ง และแนบแน่นต่อไป ซึ่งนาย Elbridge Colby ปลัดกระทรวงกลาโหมของสหรัฐฯ ซึ่งเยือนกรุงมะนิลาเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ยืนยันว่า สหรัฐฯ ไม่มีแผนถอนตัวจากเอเชีย และยังให้ความสำคัญกับการรักษาดุลอำนาจที่เอื้อประโยชน์ต่อสหรัฐฯ ในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิกอีกด้วย…

สถานีบริการน้ำมันในกรุงมอสโกจำกัดการจำหน่ายเนื่องจากภาวะขาดแคลนน้ำมัน

สนข. Reuters รายงานเมื่อ 19 ส.ค.69 ว่า สถานีบริการน้ำมันในกรุงมอสโก รัสเซีย กลับมาจำกัดการจำหน่ายน้ำมันเบนซิน ภายหลังการผ่อนปรนข้อจำกัดเมื่อ มิ.ย.69 เนื่องจากภาวะขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีสาเหตุเชื่อมโยงกับการโจมตีด้วยโดรนของยูเครนต่อโรงกลั่นน้ำมันรัสเซีย ทำให้สั่งห้ามการส่งออกน้ำมันเบนซินและดีเซล  และเริ่มน้ำเข้าผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมจากต่างประเทศ รวมทั้งจำกัดการจำหน่ายน้ำมันของสถานีบริการน้ำมัน โดยแต่ละแห่งมีความแตกต่างกัน เช่น Gazprom Neft จำกัดการจำหน่ายน้ำมันเบนซินและดีเซลในกรุงมอสโกที่ 40 ลิตรต่อรถยนต์ 1 คัน  Rosneft จำกัดการจำหน่ายน้ำมันเบนซินทั่วรัสเซียที่ 30 ลิตรต่อคัน แต่ไม่จำกัดการจำหน่ายน้ำมันดีเซล Lukoil กำหนดข้อจำกัดในการจำหน่ายน้ำมันในกรุงมอสโกและพื้นที่โดยรอบแต่ไม่ได้ระบุปริมาณที่เฉพาะเจาะจง และ Tatneft จำกัดการจำหน่ายน้ำมันเบนซินที่ 50 ลิตรต่อคัน

เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) กับการควบคุมนิวเคลียร์

ความฉลาด ความรอบรู้ และความรวดเร็วของปัญญาประดิษฐ์ (AI)  ทำให้มีการวิเคราะห์ถึงประโยชน์ และผลกระทบมากมายที่โลกจะได้รับจากความก้าวหน้าของเทคโนโลยีประเภทนี้ ซึ่งเมื่อ 31 กรกฎาคม 2569 มีบทความที่น่าสนใจเกี่ยวกับเทคโนโลยี AI  กับการควบคุมนิวเคลียร์ โดยสถาบัน International Institute for Strategic Studies (IISS) สถาบันวิจัยและคลังสมองชั้นนำของโลกด้านความมั่นคง ได้เผยแพร่บทความ เรื่อง Nuclear Command Without Control: AI and the Problem of Escalation Opacity ของ Trond Arne Undheim นักอนาคตศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญด้านกลยุทธ์ปัญญาประดิษฐ์ (AI Strategy) บทความดังกล่าวสะท้อนว่า การนำ AI เข้ามาบูรณาการในระบบบัญชาการ ควบคุม และสื่อสารนิวเคลียร์ (NC3) ของประเทศมหาอำนาจ กำลังนำไปสู่ความเสี่ยงในการสูญเสียการควบคุมอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากระบบที่ได้รับการออกแบบนี้ ละเลยความสำคัญของ เวลาในการไตร่ตรอง ซึ่งเป็นตัวแปรเชิงยุทธศาสตร์ที่สำคัญที่สุด เช่น…

ไทยควรปรับเปลี่ยนนโยบายสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านพลังงานหมุนเวียนมากขึ้น

เว็บไซต์สถาบันวิเคราะห์ด้านเศรษฐศาสตร์พลังงานและการเงิน (Institute for Energy Economics and Financial Analysis-IEEFA) ซึ่งเป็น Think Tank ของสหรัฐฯ เผยแพร่รายงานวิเคราะห์สถานการณ์ความมั่นคงด้านพลังงานของไทยว่า ปัจจุบันไทยผลิตไฟฟ้าโดยใช้ก๊าซธรรมชาติ คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 66 แต่เริ่มมีความเสี่ยงจากปริมาณจากก๊าซในอ่าวไทยที่ลดลง และความผันผวนของสถานการณ์น้ำมันและเศรษฐกิจโลก ขณะเดียวกัน แม้ไทยจะมีนโยบายสนับสนุนพลังงานหมุนเวียน โดยเฉพาะการใช้โซลาร์เซลล์ แต่ยังมีอุปสรรคจากค่าใช้จ่ายในการติดตั้งที่สูง ขาดสิทธิพิเศษด้านภาษีเพื่อจูงใจประชาชน และนโยบายระดับชาติที่ยังไม่แน่นอน จึงมีข้อเสนอได้แก่ 1) เปลี่ยนมาตรการรับซื้อไฟฟ้าเป็นแบบขายคืนแบบหักลบกับหน่วยไฟฟ้าที่ใช้ (Net Metering) และเสนออัตราการซื้อคืนที่สูงขึ้น 2) เพิ่มสิทธิในการนำไปลดหย่อนภาษี 3) ยกเลิกเกณฑ์การใช้ไฟฟ้าที่เข้มงวดและข้อจำกัดด้านกำลังการผลิตของระบบเพื่อขจัดอุปสรรคของโครงข่ายไฟฟ้า

ปากีสถานกวาดล้างสแกมเมอร์ครั้งใหญ่

ปากีสถานกวาดล้างสแกมเมอร์ครั้งใหญ่เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยสื่อปากีสถานรายงานเมื่อ 17 สิงหาคม 2569 ว่า พบชาวต่างชาติเกี่ยวข้อง 258 ราย ในระหว่างการเข้าตรวจค้นในพื้นที่ Sparco Plaza ใน Gulberg Green ซึ่งเป็นย่านที่เป็นที่อยู่ของบุคคลมีฐานะ ชานกรุงอิสลามาบัด เนื่องจากถูกใช้เป็นฐานปฏิบัติการหลอกลวงออนไลน์ของกลุ่มสแกมเมอร์ การกวาดล้างสามารถจับกุมชาวเวียดนามได้ 170 ราย ชาวจีน 41 ราย อินโดนีเซีย 31 ราย มาเลเซีย 1 ราย และชาวเอเชียอื่น ๆ ทั้งนี้ ปากีสถานกวาดล้างแหล่งสแกมเมอร์เป็นระยะ ๆ และครั้งใหญ่ก็เมื่อ กรกฎาคม 2568 ที่จับกุมได้ถึง 149 ราย และส่วนใหญ่เป็นชาวจีน ชาวต่างชาติที่ถูกจับกุมดังกล่าว ส่วนใหญ่เดินทางเข้าไปยังปากีสถานด้วยวีซ่านักท่องเที่ยว และกลุ่มสแกมเมอร์ใช้แพลตฟอร์มออนไลน์หลายประเภทในการทำการหลอกลวง ที่พบจำนวนมากคือโน้มน้าวให้ร่วมลงทุน และจะได้ผลตอบแทนสูง โดยเหยื่อส่วนใหญ่คือชาวปากีสถาน  ทั้งนี้ ผู้ถูกจับกุมจะถูกตั้งข้อหา  และดำเนินคดีภายใต้พระราชบัญญัติป้องกันอาชญากรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (Prevention of Electronic Crimes…

การที่ผู้นำเมียนมาจะเยือนกัมพูชาเป็นประโยชน์ต่อทั้งสองประเทศ

นายมินอองไลง์ ประธานาธิบดีเมียนมา กำหนดจะเยือนกัมพูชาอย่างเป็นทางการในห้วงต้น ก.ย.69 เพื่อส่งเสริมมิตรภาพระหว่างกัน ซึ่งอยู่บนพื้นฐานความจำเป็นและผลประโยชน์ร่วมกัน สำหรับการเยือนดังกล่าวมีขึ้นหลังจากนายมินอองไลง์ได้รับเลือกตั้งดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีเมื่อ เม.ย.69 จากนั้นเดินทางเยือนอินเดีย จีน ลาว ไทย และรัสเซียอย่างเป็นทางการตามลำดับ ด้าานักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญด้านการเมืองระหว่างประเทศกัมพูชาเห็นว่า การเยือนกัมพูชาของผู้นำเมียนมาจะเป็นประโยชน์ต่อทั้งสองฝ่าย โดยกัมพูชาสามารถแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการสร้างสันติภาพและความปรองดองแก่เมียนมา เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมระหว่างผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายในประเทศ มากกว่าที่จะสร้างแรงกดดันจากภายนอก อย่างไรก็ดี กัมพูชายังคงต้องระมัดระวังและแสดงท่าทีให้สอดคล้องกับจุดยืนและท่าทีของอาเซียน

เวียดนามมุ่งยกระดับการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์

เว็บไซต์ นสพ.Vietnam Plus รายงานเมื่อ 19 ส.ค.69 อ้างคำกล่าวของนาย Ha Anh Duc ผอ.กรมการบริหารจัดการกระบวนการตรวจรักษาโรคและการดูแลสุขภาพ สังกัด สธ.เวียดนาม ว่าเวียดนามคาดหวังจะเป็นผู้นำระดับต้นด้านการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ในภูมิภาคเอเชีย ตอ.ต. ภายในปี 2573 และตั้งเป้าหมายจะดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มดังกล่าวทั้งชาวเวียดนามโพ้นทะเลและชาวต่างชาติให้ได้ประมาณปีละ 750,000 คน ระหว่างปี 2569-2573 โดยมุ่งผลักดันให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมถึงภาคเอกชนร่วมประสานงานอย่างจริงจัง เร่งสร้างผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์และสาธารณสุข ยกระดับการให้บริการทางการแพทย์ที่ทันสมัยและได้มาตรฐานสากล สร้างตราสินค้าการท่องเที่ยวทางการแพทย์แห่งชาติที่มีอัตราค่าใช้จ่ายแข่งกับตลาดในระดับภูมิภาคและระหว่างประเทศได้ รวมทั้งจัดตั้งสมาคมสนับสนุนการพัฒนาด้านดังกล่างโดยตรง

อาเซียน-อินเดียจะฝึกซ้อมร่วมทางทะเล ครั้งที่ 2

อาเซียน-อินเดียมีกำหนดจัดการฝึกทางทะเลอาเซียน–อินเดีย (ASEAN-India Maritime Exercise-AIME) ครั้งที่ 2 ระหว่าง 28 ก.ย.-2 ต.ค.69 บริเวณน่านน้ำนอกชายฝั่งฟิลิปปินส์ โดยมีฟิลิปปินส์และอินเดียเป็นเจ้าภาพร่วม และจะมีกองทัพเรือประเทศสมาชิกอาเซียนและอินเดียเข้าร่วมฝึก ซึ่งจัดขึ้นภายใต้หัวข้อ “Anchored in Trust, United at Sea” เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือด้านความมั่นคงทางทะเล การประสานงานด้านการปฏิบัติการ และขีดความสามารถในการปฏิบัติการร่วมกัน ทั้งนี้ AIME 2026 จัดขึ้นในภายใต้ปีแห่งความร่วมมือทางทะเลอาเซียน–อินเดีย 2569 (ASEAN-India Year of Maritime Cooperation 2026) ซึ่งผู้นำอาเซียนและอินเดียเห็นพ้องขยายความร่วมมือด้านกิจการทางทะเลระหว่างกัน

จีนเตรียมเป็นเจ้าภาพการประชุมเศรษฐกิจดิจิทัลของกลุ่มประเทศ SCO

จีนจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเศรษฐกิจดิจิทัลของกลุ่มประเทศองค์กรความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ (SCO) ระหว่าง 14-16 ก.ย.69 ที่เมืองอูรุมชี ทาง ตต.น. ของเขตปกครองตนเองซินเจียง-อุยกูร์ คาดว่า จะมีผู้เข้าร่วมประชุมประมาณ 500 คน  การประชุมจะประกอบด้วยการประชุมเฉพาะระดับรัฐมนตรี (close-door meeting) การประชุมใหญ่ และการประชุมย่อย 4 วงประชุม โดยในการประชุมระดับรัฐมนตรีจะมีการหารือเพื่อจัดทำวาระความร่วมมือในการส่งเสริมและพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลของ SCO ห้วงปี 2569-2570 และแนวทางการทำงานหลังจากปีนี้ ขณะที่ วงประชุมย่อยคาดว่าจะหารือถึงแนวทางเชื่อมต่อทางการค้า การลงทุน การกำกับดูแล และแนวทางส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล รวมถึงการนำเทคโนโลยีดิจิทัลและระบบอัจฉริยะมาประยุกต์ใช้ เพื่อเพิ่มศักยภาพทางเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรม

การขยายตัวเศรษฐกิจไทยชะลอลงจากผลกระทบความขัดแย้งในภูมิภาค ตอ.กลาง

Bloomberg, Reuters และ Nikkei Asia ของญี่ปุ่น รายงานกรณีสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเปิดเผยตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ไตรมาส 2/2569 ขยายตัวร้อยละ 1.9 สูงกว่าคาดการณ์ของนักเศรษฐศาสตร์ซึ่งอยู่ที่ร้อยละ 1.7-1.8 แต่ชะลอตัวจากร้อยละ 2.8 ในไตรมาส 1/2569 เนื่องจากความขัดแย้งในภูมิภาค ตอ.กลาง ส่งผลให้ราคาน้ำมันสูงขึ้น กระทบต่อการบริโภคในประเทศและภาคการท่องเที่ยวซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย โดยอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยยังคงตามหลังประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคเอเชีย ตอ.ต. เช่น เวียดนาม สิงคโปร์ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ขณะที่นักวิเคราะห์ประเมินว่า ราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูงจะยังคงเป็นปัจจัยกดดันเศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่ 3 และ 4 ของปี 2569