จีนพร้อมทำงานร่วมกับอาเซียนเพื่อส่งเสริมประชาคมจีน-อาเซียน

นายหวัง อี้ รมว.กต.จีน พบหารือกับนายเกา กิม ฮวน เลขาธิการอาเซียน เมื่อ 15 ก.ย.69 โดยระบุว่า ปี 2569 เป็นวาระครบรอบ 5 ปีของการสถาปนาความหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์รอบด้านกับอาเซียน และครบรอบ 35 ปีของความสัมพันธ์คู่เจรจาระหว่างสองฝ่าย ซึ่งจีนยินดีทำงานร่วมกับอาเซียนเพื่อสร้างประชาคมจีน-อาเซียน ที่มีอนาคตร่วมกันให้แน่นแฟ่นขึ้น ปฏิบัติตามปฏิญญาว่าด้วยแนวปฏิบัติของภาคีในทะเลจีนใต้ (Declaration of the Conduct of Parties in the South China Sea-DOC) ขับเคลื่อนการเจรจาจัดทำประมวลการปฏิบัติในทะเลจีนใต้ (Code of Conduct-CoC) รวมทั้งจะสนับสนุนเอกภาพและความเป็นศูนย์กลางของอาเซียนในภูมิภาคต่อไป ด้านเลขาธิการอาเซียนกล่าวว่า อาเซียนยินดีที่จะแบ่งปันโอกาสและเผชิญความท้าทายกับจีน สานต่อความร่วมมือที่เป็นรูปธรรมในหลายด้าน และส่งเสริมความสัมพันธ์อาเซียน-จีนไปสู่ระดับใหม่อย่างต่อเนื่อง

สหรัฐฯ และเวียดนามบรรลุข้อตกลงด้านสาธารณสุข

กต.สหรัฐฯ ประกาศเมื่อ 14 ก.ย.69 ว่าสหรัฐฯ  กับเวียดนามร่วมลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) เพื่อความร่วมมือด้านสาธารณสุขเป็นระยะเวลา 5 ปี โดยสหรัฐฯ มีแผนจัดสรรงบประมาณช่วยเหลือเป็นมูลค่า 98,750,000 ดอลลาร์สหรัฐ รวมถึงงบประมาณ จำนวน 21,385,000 ดอลลาร์สหรัฐ เพื่อสนับสนุนให้เวียดนามบริหารจัดการโครงการด้านเอชไอวี/เอดส์และวัณโรคด้วยตนเองอย่างเต็มรูปแบบ โดยสหรัฐฯ จะรับบทบาทเป็นเพียงผู้ลงทุนร่วมกับทางการเวียดนาม ให้เหมาะสมกับการเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้าน (Comprehensive Strategic Partnership) กับสหรัฐฯ ทั้งนี้ การดำเนินการข้างต้นเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนตามยุทธศาสตร์เพื่อการสาธารณสุขระดับโลกภายใต้นโยบายอเมริกาต้องมาก่อน (America First Global Health Strategy) ในรูปแบบของสหรัฐฯ ที่จะไม่รับบทบาทการเป็นประเทศผู้ให้ แต่เป็นการเข้ามาลงทุนช่วยเหลือให้ประเทศหุ้นส่วนสามารถพึ่งพาตนเองได้

EU เตรียมยกระดับบทบาทด้านความมั่นคงในอาร์กติกท่ามกลางการแข่งขันทางภูมิรัฐศาสตร์

นางกายา กัลลัส ผู้แทนระดับสูงของสหภาพยุโรป (EU) และรองประธานคณะกรรมาธิการยุโรป ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุม European Arctic Summit ที่เมืองโรวานิเยมี ฟินแลนด์ เมื่อ 14 ก.ย.69 ระบุว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังส่งผลกระทบอย่างมากต่ออาร์กติก และการเปิดเส้นทางเดินเรือใหม่กำลังทำให้ภูมิภาคดังกล่าวกลายเป็นพื้นที่แข่งขันทางภูมิรัฐศาสตร์มากขึ้น โดยรัสเซียกำลังเปิดใช้ฐานทัพเดิมของสหภาพโซเวียตและดำเนินการทดสอบขีปนาวุธในเขตอาร์กติก ขณะที่จีนมีความสนใจในภูมิภาคเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ EU จำเป็นต้องเฝ้าระวังและยกระดับขีดความสามารถด้านความมั่นคง ทั้งนี้ EU กำลังจัดทำยุทธศาสตร์อาร์กติกฉบับใหม่ ซึ่งจะเผยแพร่ใน ต.ค.69 โดยให้ประเด็นเรื่องความมั่นคงเป็นแกนกลาง พร้อมโครงการที่เป็นรูปธรรม

สิงคโปร์ประเมินภัยคุกคามด้านก่อการร้าย

รายงานประเมินภัยคุกคามด้านก่อการร้าย (Terrorism Threat Assessment Report) ที่หน่วยข่าวกรองภายในประเทศสิงคโปร์ (Internal Security Department-ISD) ประเมิน และเผยแพร่เมื่อ 10 กันยายน 2569 นั้น สะท้อนถึงภัยคุกคามที่สิงคโปร์กำลังเผชิญ และย้ำเตือนแนวทางที่ให้ชาวสิงคโปร์ติดต่อกับ ISD ได้ทางโทรศัพท์ซึ่งข้อมูลจะถูกเก็บเป็นความลับ หากพบสัญญาณภัยคุกคามที่จะเกิดขึ้น  สำหรับภัยคุกคามด้านก่อการร้ายที่สิงคโปร์เผชิญ แม้ยังไม่ข่าวกรองที่ชี้ชัดว่าสิงคโปร์จะเผชิญการก่อการร้าย แต่สิงคโปร์ และผลประโยชน์ของสิงคโปร์ยังเป็นเป้าหมายของผู้ก่อการร้าย โดยการก่อการร้ายในสิงคโปร์ยังมีสาเหตุส่วนใหญ่จากแนวคิดสุดโต่งหัวรุนแรง ความขัดแย้งในตะวันออกกลางก็เป็นปัจจัยให้เกิดแนวคิดสุดโต่งหัวรุนแรง (radicalization) และยกระดับทำให้เกิดก่อการร้ายทั่วโลกได้ ส่วนกลุ่มอัลกออิดะฮ์ และกลุ่ม Islamic State in Iraq and Syria (ISIS) ยังคงดำเนินการชักจูงทางออนไลน์ และเป็นแรงบันดาลใจในทำการก่อการร้าย สำหรับในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นักรบต่างชาติที่กลับไปยังภูมิภาคยังเป็นภัยคุกคามด้านก่อการร้าย เช่นเดียวกับภัยคุกคามจากมุสลิมหัวรุนแรง กลุ่มขวาจัด และกลุ่มก่อความรุนแรงจากแนวคิดสุดโต่งหัวรุนแรง ประเด็นที่น่าสนใจที่รายงานภัยคุกคามดังกล่าวให้ความสำคัญ ได้แก่ อิทธิพลของโลกออนไลน์ที่ทำให้เกิดแนวคิดสุดโต่งหัวรุนแรง เฉพาะอย่างยิ่งในเยาวชน ด้วยการประเมินว่า เนื้อหาแพลตฟอร์มออนไลน์ โซเชียลมีเดีย และเกม เป็นตัวเร่งและกระตุ้นให้เกิดแนวคิดสุดโต่งหัวรุนแรงในเยาวชน ขณะที่ผู้กระทำผิดเป็นเยาวชนที่มีอายุน้อยลงเรื่อย ๆ…

ไทย และมาเลเซียร่วมมือสกัดกั้นการลักลอบขนยาเสพติด

ดาตุ๊ก ฮุซเซน โอมาร์ ข่าน อธิบดีกรมสอบสวนคดีอาญายาเสพติด (Narcotics Criminal Investigation Department-NCID) ของมาเลเซียเปิดเผยข้อมูลเมื่อ 11 กันยายน 2569 ว่า มาเลเซียเผชิญกับการเป็นเส้นทางขนส่งยาเสพติดมากขึ้น เพื่อไปประเทศที่ 3 และพบว่าเครือข่ายขบวนการค้ายาเสพติดพยายามจะตั้งโรงงานผลิตยาเสพติดในมาเลเซีย เพื่อเป็นศูนย์กลางการผลิต ซึ่งคาดว่าจะนำสารเคมีตั้งต้นจากต่างประเทศ เช่น จีน มาเลเซียติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด และกวาดล้างห้องทดลองที่เกี่ยวข้องกับการผลิตยาเสพติดอย่างต่อเนื่อง อธิบดี NCID ยังยืนยันว่ามาเลเซียเป็นเส้นทางผ่านของการขนส่งยาเสพติดที่ส่วนใหญ่ลักลอบเข้ามาเลเซียในทางตอนเหนือของประเทศ และพาดพิงไทยว่า ร้อยละ 70 ของยาเสพติดที่มีการลักลอบเข้ามาเลเซียผ่านชายแดนด้านไทยนั้น เป็นยาไอซ์หรือเมทแอมเฟตามีน และมีกัญชาด้วย ซึ่งส่วนใหญ่ของยาเสพติดจากไทยถูกลักลอบขนส่งไปอินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ แต่กัญชาส่วนใหญ่ไปยังยุโรป นอกจาก NCID กวาดล้างยาเสพติดในประเทศ เช่น เมื่อ กลางสิงหาคม 2569 NCID ได้บุกทลายแหล่งผลิตยาเสพติดขนาดใหญ่ในย่าน Puncak Alam รัฐสลังงอร์  อธิบดี NCID ยังระบุด้วยว่าเดินหน้าความร่วมมือกับไทยและอินโดนีเซียอย่างใกล้ชิด เพื่อปราบปรามขบวนการลักลอบค้ายาเสพติดข้ามแดน ก่อนหน้านี้ เมื่อ ต้นสิงหาคม…

สหรัฐฯ ยังมีความเสี่ยงจากการก่อการร้าย 

เหตุการณ์วินาศกรรม 9/11 เมื่อปี 2544 ที่ทำความเสียหายครั้งใหญ่ที่สุดเป็นประวัติการณ์ต่อสหรัฐฯ และขณะเดียวกันก็เปลี่ยนนโยบายของสหรัฐฯ ไปไล่ล่าผู้ก่อการร้ายแบบไม่มีที่สิ้นสุด และทำให้การทำสงครามการก่อการร้ายสหรัฐฯ มีหลากหลายรูปแบบ เพื่อเอาชนะผู้ก่อการร้าย ซึ่งต่อมากอีก 10 ปี หรือในปี 2554 สหรัฐฯ ได้สังหารนายโอซามะ บินลาเดน ที่ปากีสถาน โดยเชื่อว่านายโอซามะ บินลาเดน ผู้นำกลุ่มอัลกออิดะฮ์ อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์วินาศกรรม 9/11 แม้เหตุการณ์ 9/11 ผ่านมาแล้ว 25 ปี เมื่อ 11 กันยายน 2569  สหรัฐฯ ก็ยังเสี่ยงกับการถูกก่อการร้าย โดยสำนักงานสอบสวนกลาง หรือ FBI ของสหรัฐฯ ได้ประเมินสถานการณ์การก่อการร้ายในสหรัฐฯ ว่า สหรัฐฯ ยังเผชิญกับภัยจากแนวคิดสุดโต่งหัวรุนแรงที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากโซเชียลมีเดีย และการเข้าถึงอินเทอร์เน็ต ขณะที่กลุ่มก่อการร้ายต่างชาติ เช่น กลุ่มอัลกออิดะฮ์ และกลุ่มอื่น ๆ เช่น กลุ่ม Islamic State of Iraq…

การเปลี่ยนแปลงภัยคุกคามของการก่อการร้ายในสหรัฐฯ ในช่วง 25 ปี   

การก่อการร้ายของสหรัฐฯ ครั้งใหญ่ที่สุดในโลก และในสหรัฐฯ เมื่อ 11 กันยายน 2544 ครบรอบ 25 ปี เมื่อ 11 กันยายน 2569  สถาบัน Center for Strategic and International Studies (CSIS) คลังสมองชั้นนำ ด้านนโยบายและการวิจัย ของสหรัฐฯ เผยแพร่บทความ Adapting to the New Terrorism Landscape 25 Years After 9/11 โดย Riley McCabe  ซึ่งสะท้อนภาพการเปลี่ยนแปลงของภัยคุกคามของการก่อการร้ายในสหรัฐฯ ตลอด 25 ปีที่ผ่านมา ผู้เขียนชี้ให้เห็นว่า ปัจจุบัน การก่อการร้ายส่วนใหญ่เปลี่ยนเป็น ผู้ก่อเหตุเพียงลำพังคนเดียว (Lone Actors)ที่เป็นชาวอเมริกัน ซึ่งไม่มีสังกัดองค์กร จากที่เหตุการณ์ 9/11 เกิดจากการวางแผนหลายปีโดยองค์กรต่างชาติที่มีโครงสร้าง อุดมการณ์ และเป้าหมายทางการเมืองชัดเจน…

ความสัมพันธ์ไทยกับสิงคโปร์และกับอินโดนีเซียพัฒนายิ่งขึ้น

The Diplomat ของสหรัฐฯ เผยแพร่บทความสาระสำคัญเห็นว่าไทยมีความสัมพันธ์กับสิงคโปร์และอินโดนีเซียที่ดีมากขึ้น โดยไทยกับสิงคโปร์มีความร่วมมือทางการทหารที่เข้มแข็งมากที่สุดในอาเซียนผ่านการฝึกซ้อมรบร่วมกันอย่างสม่ำเสมอและไทยเป็นพื้นที่ฝึกทางทหารที่สำคัญให้กับสิงคโปร์  สิงคโปร์ยังก้าวขึ้นมาเป็นผู้ลงทุนรายใหญ่ที่สุดในไทย นำหน้าญี่ปุ่นเมื่อไตรมาส 1/2569 ผ่านการลงทุนด้านอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง ขณะที่ความสัมพันธ์กับอินโดนีเซียได้ยกระดับขึ้นเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เมื่อปี 2568 โดยมุ่งเน้นการขยายการค้าและอุตสาหกรรมฮาลาล อย่างไรก็ดี ไทยกับอินโดนีเซียยังมีความท้าทายจากความพยายามแย่งชิงนักลงทุนต่างชาติในตลาดเดียวกัน โดยยกตัวอย่างกรณีอินโดนีเซียเรียกร้องให้บริษัทโตโยต้าย้ายฐานการผลิตไปยังอินโดนีเซีย อย่างไรก็ดี หากไทยสามารถขยายความร่วมมือกับอินโดนีเซียได้อย่างมีรูปธรรมจะสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงในระดับภูมิภาคได้มากกว่า

สถานการณ์สู้รบในรัฐยะไข่รุนแรงต่อเนื่อง

สนข. DVB รายงานเมื่อ 14 ก.ย.69 ว่า สถานการณ์การสู้รบในรัฐยะไข่ระหว่างกองทัพเมียนมากับกองทัพอาระกัน (AA) ยังคงรุนแรงและเกิดขึ้นต่อเนื่องในหลายพื้นที่ โดยปัจจุบัน AA ควบคุมเมืองในรัฐยะไข่ทั้งหมด 14 เมือง จาก 17 เมือง เหลือเพียงเมืองเจ้าผิว เมืองซิตตเว และเมืองมูหน่อง ที่ยังอยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐบาลเมียนมา โดยตั้งแต่ 4 ก.ย. 69 กองทัพเมียนมาเปิดปฏิบัติการโจมตี AA ในเมืองโปนนายูน ซึ่งอยู่ห่างจากเมืองซิตตเว เมืองหลวงของรัฐยะไข่ ประมาณ 32 กม. โดยส่งกำลังพลประมาณ 1,000 คนเข้าพื้นที่ และใช้การโจมตีทางอากาศ อากาศยานไร้คนขับ (UAV) และปืนใหญ่จากภาคพื้นดินสนับสนุนการรบ ขณะเดียวกัน การสู้รบขยายตัวตามแนวเส้นทางระหว่างเมืองซิตตเว–โปนนายูน โดยกองทัพเรือเมียนมาใช้ฐานทัพในเมืองซิตตเวสนับสนุนการยิง ส่งผลให้ประชาชนในพื้นที่บางส่วนต้องอพยพออกจากพื้นที่ นอกจากนี้ กองทัพเมียนมายังโจมตีทางอากาศในเมืองตานดเว   ขณะที่การสู้รบในเมืองเจ้าผิวส่งผลให้ประชาชนมากกว่า 5,000 คนจาก 10 หมู่บ้านต้องอพยพออกจากพื้นที่