เวเนซุเอลาและสหรัฐฯ บรรลุข้อตกลงด้านพลังงานระยะ 25 ปี

น.ส.เดลซี โรดริเกซ รักษาการประธานาธิบดีเวเนซุเอลา แถลงผ่านการถ่ายทอดสดทางสถานีโทรทัศน์แห่งชาติ เมื่อ 30 ส.ค.69 ว่า เวเนซุเอลาและสหรัฐฯ บรรลุข้อตกลงด้านพลังงาน  ระยะเวลา 25 ปี ครอบคลุมการพัฒนาแหล่งน้ำมันเชิงยุทธศาสตร์   และแหล่งสัมปทานใหม่ในเวเนซุเอลา โดยรัฐบาลเวเนซุเอลาตั้งเป้าว่าข้อตกลงดังกล่าว จะช่วยเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันดิบของประเทศ เป็น 1.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน และคาดว่าจะสร้างรายได้เข้าประเทศ ประมาณ 209,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ   ทั้งนี้ ประกาศดังกล่าวของรักษาการประธานาธิบดีเวเนซุเอลา มีขึ้นหลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ระบุเมื่อ 28 ส.ค.69 เกี่ยวกับแผนที่สหรัฐฯ จะเข้าควบคุมปริมาณสำรองน้ำมันของเวเนซุเอลา กว่า 65,000 ล้านบาร์เรล ผ่านการร่วมทุนกับภาคเอกชน

ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์เรียกร้องให้ประชาชนร่วมภารกิจปกป้องประเทศ

เมื่อ 31 ส.ค.69 อ้างถ้อยแถลงของประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ ของฟิลิปปินส์ ในโอกาสวันวีรบุรุษแห่งชาติ เรียกร้องให้ชาวฟิลิปปินส์ร่วมแบ่งปันความรับผิดชอบในการปกป้องดินแดน อธิปไตยและผลประโยชน์แห่งชาติ ซึ่งเป็นภารกิจของทุกคน  พร้อมทั้งย้ำจุดยืนของรัฐบาลในการยืนยันสิทธิ์ภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศรวมถึงให้ความรู้แก่เยาวชนเกี่ยวกับที่มาและความสำคัญของสิทธิทางทะเลของประเทศ และใช้แพลตฟอร์มต่าง ๆ ส่งเสริมความจริง ต่อต้านข้อมูลเท็จ และส่งเสริมการสนทนาอย่างมีความรับผิดชอบ นอกจากนี้ ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ยังเน้นถึงบทบาทสำคัญของหน่วยยามฝั่ง กองทัพ สนง.ทรัพยากรประมงและสัตว์น้ำ และชาวประมง ที่เปรียบเสมือนแนวหน้าในการปกป้องผลประโยชน์แห่งชาติในทะเลฟิลิปปินส์ตะวันตก

สหรัฐฯ โจมตีทางอากาศรอบใหม่ต่ออิหร่าน

ในช่วงเช้าของ 30 ส.ค.69 กองกำลังสหรัฐฯ ได้โจมตีทางอากาศใส่แท่นยิงจรวดของอิหร่าน 2 แห่งบนเกาะลารัค (Larak Island) ในบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นปฏิบัติการทางทหารครั้งแรกในรอบกว่าหนึ่งเดือน เนื่องจากตรวจพบว่าอิหร่านเตรียมยิงจรวดเพื่อวางทุ่นระเบิดรอบใหม่ในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือและขนส่งพลังงานที่สำคัญของโลก จึงต้องโจมตีเพื่อปกป้องเสรีภาพในการเดินเรือสินค้า   การโจมตีครั้งนี้ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ Brent  ปรับขึ้นสูงเหนือระดับ 90 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลอีกครั้ง (ประมาณ 90.31 ดอลลาร์สหรัฐ) ส่วนน้ำมันดิบ WTI ปรับตัวขึ้นอยู่ที่ 85.41 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล  เนื่องจากความกังวลว่าสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซอาจกลับสู่ความรุนแรงอีกครั้ง

ศรีลังกาเฝ้าระวังเรือบรรทุกน้ำมันต้องสงสัยนอกเขตเศรษฐกิจจำเพาะ

เว็บไซต์ นสพ.Daily Mirror ของศรีลังกา รายงานเมื่อ 31 ส.ค.69 ว่า ศรีลังกาเฝ้าติดตามเรือบรรทุกน้ำมันประมาณ 20 ลำ ซึ่งจอดทอดสมออยู่นอกชายฝั่งใกล้เขตเศรษฐกิจจำเพาะ (Exclusive Economic Zone-EEZ) ของศรีลังกา โดยเป็นเรือติดธงอิหร่านประมาณ 13 ลำ และบางส่วนเป็นเรือในกองเรือที่ใช้วิธีอำพรางการปฏิบัติการ เพื่อหลีกเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตรระหว่างประเทศ ทั้งนี้ เรือดังกล่าวยังอยู่นอกน่านน้ำศรีลังกา จึงไม่อยู่ภายใต้อำนาจแทรกแซงของศรีลังกาโดยตรง และรัฐบาลยืนยันว่า ไม่ได้ให้บริการหรือความช่วยเหลือใดแก่เรือดังกล่าว ขณะที่ ทร. และ ทอ.ศรีลังกายังคงเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวตลอด 24 ชั่วโมง โดยยังไม่พบการกระทำผิดกฎหมายหรือการละเมิดมาตรการคว่ำบาตรของสหประชาชาติ