![]()

สื่อต่างประเทศให้ความสนใจรายงานกรณีจีนสั่งการสอบสวนเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกองทัพประชาชนจีน (PLA) เนื่องจากอาจเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง สื่อต่างชาติเชื่อมโยงกรณีดังกล่าวกับข่าวลือเรื่องความมั่นคงทางการเมืองของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ล่าสุดเมื่อ 27 มกราคม 2569 สำนักข่าว CNN รายงานอ้างถ้อยแถลงของกระทรวงกลาโหมและสื่อมวลขนจีนว่า นายพลจาง โหย่วเซี่ย และ นายพลหลิว เจิ้นลี่ อยู่ระหว่างการสอบสวนโทษฐานต้องสงสัยละเมิดวินัยและกฎหมายอย่างร้ายแรง ซึ่งเป็นกระบวนการที่สะท้อนว่ารัฐบาลจีนไม่ยอมรับพฤติกรรมดังกล่าว รวมทั้งการคอร์รัปชัน และพร้อมจะปราบปรามอย่างเด็ดขาดจริงจัง ไม่ว่าจะอยู่ในตำแหน่งสำคัญระดับใด หรือมีความใกล้ชิดกับผู้นำจีนมากแค่ไหนก็ตาม
นายพลจาง โหย่วเซี่ย อายุ 75 ปี เป็นรองผู้บัญชาการทหาร รองประธานคณะกรรมาธิการทหารกลาง (Central Military Commission- CMC) รวมทั้งเป็นสมาชิกคณะกรมการเมืองของพรรคคอมมิวนิสต์จีน จึงเป็นบุคคลสำคัญทางการเมือง และทำให้ทั่วโลกเกิดคำถามเกี่ยวกับความต่อเนื่องในนโยบายกองทัพจีนเรื่องไต้หวัน และการพัฒนาขีดความสามารถของกองทัพ ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญในห้วงนี้
สื่อมวลชนจีนรายงานว่าความเคลื่อนไหวดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการปราบปรามการคอร์รัปชันและป้องกันการกระทำผิดกฎหมาย แต่นักวิชาการในต่างประเทศประเมินว่า นายพลจาง โหย่วเซี่ย อาจมีประเด็นเห็นต่างจากประธานาธิบดีสี จิ้นผิง และเชื่อมโยงกับข่าวลือก่อนหน้านี้ที่เผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์จีนว่า กองทัพจีนจะเตรียมทำรัฐประหาร ทำให้เจ้าหน้าที่ระดับสูงตกเป็นเป้าหมายสอบสวน อย่างไรก็ตาม นักวิชาการไม่ยืนยันข่าวลือดังกล่าว เนื่องจากจีนไม่เปิดเผยข้อมูล ซึ่งประเด็นนี้อาจยิ่งทำให้ทั่วโลกสงสัยและเชื่อมโยงกับข่าวลือมากขึ้น
กรณีดังกล่าวทำให้นักวิเคราะห์ประเมินว่า รัฐบาลจีนใช้ความคลุมเครือในการจัดการและแก้ไขปัญหาคอร์รัปชันในประเทศ แม้ว่าจะทำให้เกิดข่าวลือเชิงลบ แต่ก็จะไม่กระทบเป้าหมายและนโยบายของจีนเกี่ยกับไต้หวัน และอย่างน้อยก็สะท้อนว่า ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงยังคงมีอำนาจทางการเมืองอันดับ 1 และไม่มีเจ้าหน้าที่ระดับสูงในจีนฝ่ายไหนสามารถท้าทายได้ เพราะการสอบสวนนายพลจาง โหย่วเซี่ย โดยทำให้ประชาชนชาวจีนเชื่อว่าเป็นเรื่องการปราบปรามคอร์รัปชัน เท่ากับทำให้ภาพลักษณ์ของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง แข็งแกร่งและมีโอกาสได้รับการสนับสนุนจากประชาชนในระยะยาว อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์วิตกว่าเหตุการณ์นี้อาจส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาลจีนกับกองทัพ ทั้งที่อยู่ในช่วงที่รัฐบาลจีนต้องการปรับปรุงกองทัพให้ทันสมัยและมีขีดความสามารถสูง







