![]()

สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือ UAE เป็นประเทศหนึ่งของพันธมิตรสหรัฐฯ ในตะวันออกกลางที่เผชิญอุปสรรคจากการส่งออกพลังงานจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซ และถูกอิหร่านโจมตีแหล่งพลังงานขนาดใหญ่ของโลก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของ UAE ระบุว่า UAE เป็นเป้าหมายการโจมตีจากขีปนาวุธ และโดรนของอิหร่าน จนทำให้มีผู้เสียชีวิต 8 ราย และบาดเจ็บ 161 ราย นอกจากนี้ อิหร่านยังโจมตีแหล่งพลังงานของซาอุดีอาระเบีย กาตาร์ และโอมานด้วย ซึ่งการปิดช่องแคบฮอร์มุซ และโจมตีแหล่งพลังงานของอิหร่าน เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกสูงขึ้น
แม้อิหร่านจะยืนยันว่าจะผ่อนปรนให้เรือขนส่งสินค้าและพลังงาน ผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ หากแจ้งต่ออิหร่าน และมีการปล่อยให้เรือขนส่งที่ไม่ใช่ของศัตรูผ่านมากขึ้นในห้วงปลาย มีนาคม 2569 แต่สุลต่าน Ahmed Al Jaber ซึ่งเป็น CEO ของ Aabu Dhabi National Oil Company (ADNOC) ได้กล่าวหาการกระทำของอิหร่านเมื่อ 23 มีนาคม 2569 ว่า การปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลกระทบร้ายแรงต่อเศรษฐกิจโลก เพราะการกระทำของอิหร่านเท่ากับเป็นการก่อการร้ายทางเศรษฐกิจ (economic terrorism) ซึ่งส่งผลกระทบวงกว้างเกินกว่าตลาดพลังงาน
ความมั่นคงทางอาหารของโลกมีแนวโน้มจะได้รับผลกระทบทั้งด้านราคา และภาวะขาดแคลนเช่นกัน จากการที่ส่วนประกอบของสารที่จะนำไปผลิตปุ๋ยเคมี เพื่อใช้ในภาคการเกษตรที่ไม่สามารถส่งออกผ่านช่องแคบฮอร์มุซออกไปได้โดยสะดวก เช่น ไนเตรท และยูเรีย ซึ่งช่องแคบนี้ จะมีการขนส่งน้ำมัน และก๊าซธรรมชาติเหลว ประมาณ 1 ใน 5 ของแหล่งพลังงานทั้งหมดของโลก และยังขนส่งสารที่จะนำไปผลิตปุ๋ยเคมีประมาณ 1 ใน 3 ทั้งหมดของโลก
เกษตรกรทั่วโลกกำลังได้รับผลกระทบจากราคาปุ๋ยเคมีที่สูงขึ้น จากที่ต้องเผชิญกับภาวะชงักงันของการขนส่ง เช่น เกษตรกรในสหรัฐฯ หลายรัฐเริ่มกดดันรัฐบาลให้พิจารณาให้การอุดหนุนเกษตรกร มิฉะนั้นจะส่งผลกระทบต่อคะแนนเสียงของพรรครัฐบาล หรือพรรครีพับลิกันในการเลือกตั้งทั่วไปกลางสมัยของสหรัฐฯ ในปลายปี 2569 นอกจากนี้ ยังมีกระแสเรียกร้องจากเกษตรกรในยุโรป และบราซิล ขณะที่จีนก็รับมือกับเรื่องนี้ โดยประกาศการระงับการส่งออกปุ๋ยเคมีเช่นกัน
เจ้าหน้าที่ระดับสูงขององค์การการค้าโลก (WTO) เตือนเมื่อ 24 มีนาคม 2569 ว่าปัญหาในการจัดส่งปุ๋ยเคมี ที่ต้องหยุดชะงักจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง กำลังคุกคามความมั่นคงทางอาหารโลก เนื่องจากอิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งปุ๋ยกว่า 1 ใน 3 ของโลก ทำให้ราคาและการเข้าถึงปุ๋ยเคมีเสี่ยงสูงขึ้น โดยประเทศผู้ส่งออกอาหารรายใหญ่ เช่น อินเดีย ไทย และบราซิล อาจได้รับผลกระทบโดยตรง







