![]()

จีนติดตามทิศทางการดำเนินนโยบายทางการค้าของประเทศต่าง ๆ ที่จะเป็นผลเสียต่อผลประโยชน์ของจีนอย่างใกล้ชิด โดยเมื่อ 26 พฤษภาคม 2569 จีนเตือนรัฐบาลประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป ได้แก่ ฝรั่งเศส สเปน อิตาลี เนเธอร์แลนด์ และลิทัวเนีย ให้ทบทวนเอกสารที่จะใช้ในการประชุมคณะกรรมาธิการยุโรป (European Commission) เนื่องจากเอกสารดังกล่าวมีข้อความเรียกร้องให้ยุโรปประณามนโยบายการค้าของจีนว่าไม่เป็นธรรม และให้ยุโรปพิจารณาขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากจีน โดยจีนมีมุมมองว่าข้อความดังกล่าวเสี่ยงทำให้ยุโรปกับจีนต้องทำสงครามการค้าระหว่างกัน ไม่เป็นผลดีต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและความร่วมมือด้านอื่น ๆ
สื่อมวลชนจีนรายงานด้วยว่า ประธานาธิบดีฝรั่งเศส เตรียมเสนอในการประชุมคณะกรรมาธิการยุโรปใน 29 พฤษภาคม 2569 ให้ร่วมกันใช้มาตรการภาษีต่อจีน ในลักษณะเดียวกันกับที่สหรัฐฯ ใช้มาตรา 301 พิเศษ เป็นมาตรการฝ่ายเดียวและเป็นเครื่องมือวิจารณ์นโยบายการค้าของจีนเชิงลบ ตลอดจนเป็นข้ออ้างในการทำสงครามการค้ากับจีน ทั้งนี้ จีนระบุว่ามุมมองเชิงลบต่อยุโรปเป็นผลจากการที่จีนได้เปรียบดุลการค้ายุโรป มูลค่าถึง 360,000 ล้านยูโร เมื่อปี 2568 ทำให้ยุโรปกังวลกับจีนอย่างมาก ประกอบกับนักการเมืองในยุโรปบางส่วนพยายามเผยแพร่แนวคิดหวาดระแวงจีน ด้วยการสร้างกระแสวิตกกังวลเกี่ยวกับสินค้าจีนที่ล้นตลาด และเข้าไปแย่งตลาดสินค้าที่ผลิตในยุโรปเอง
จีนเน้นย้ำว่าสินค้าจีนที่เข้าไปทำตลาดในยุโรปได้ดี มีเพียงสินค้า 3 ประเภท ได้แก่ รถยนต์พลังงานไฟฟ้า อุปกรณ์โซลาร์เซลล์ และแบตเตอร์รีลิเธียม ซึ่งจีนสามารถขยายปริมาณการส่งออกได้มากขึ้นตามความต้องการของยุโรป รวมทั้งน่าจะเป็นผลดีต่ออุตสาหกรรมในยุโรป เช่น โรงงานผลิตรถยนต์พลังงานไฟฟ้าของบริษัท Renault ของฝรั่งเศส ที่พัฒนาเทคโนโลยีการผลิตได้เร็วเพราะมีสินค้าจีนอยู่ในห่วงโซ่การผลิต นอกจากนี้ จีนยังเปิดเผยข้อมูลว่ายุโรปได้เปรียบดุลการค้าจีนในด้านการบริการ และการเก็บค่าลิขสิทธิ์ หรือทรัพย์สินทางปัญญา สะท้อนว่า ประเทศยุโรปบางแห่งกำลังใช้ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องและบิดเบือน เพื่อทำลายภาพลักษณ์และผลประโยชน์ด้านการค้าของจีน
จีนพยายามเตือนยุโรปไม่ให้กำหนดนโยบายภาษีต่อสินค้าจีน รวมทั้งย้ำว่าที่ผ่านมา จีนและยุโรปมีพัฒนาการความสัมพันธ์ที่ดีและเป็นหุ้นส่วนที่เชื่อถือได้มาโดยตลอด ดังนั้น จีนคัดค้านการใช้มาตรการฝ่ายเดียวเพื่อกลั่นแกล้งจีน หรือทำลายระเบียบการค้าโลก รวมทั้งระบุชัดเจนว่าจะติดตามผลการประชุมคณะกรรมาธิการยุโรปใน 29 พฤษภาคม 2569 อย่างใกล้ชิด เพื่อไม่ให้เป็นจุดเริ่มต้นสงครามการค้าระหว่างยุโรปกับจีน







