![]()

สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสอีโบลา สายพันธ์ Bundibugyo ในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก (ดีอาร์คองโก) มีแนวโน้มรุนแรงมากขึ้น หลังจากมีรายงานผู้ติดเชื้อโรคดังกล่าว 121 ราย มีผู้เสียชีวิตแล้ว 17 ราย นอกจากนี้ ยังมีรายงานจำนวนผู้ที่เสี่ยงติดเชื้อแล้วเสียชีวิตอย่างน้อย 246 ราย และผู้ต้องสงสัยว่าติดเชื้อ 1,077 ราย เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้นาย Tedros Adhanom Ghebreyesus เลขาธิการองค์การอนามัยโลก (WHO) เดินทางเยือนเมือง Ituri ของสาธารณรัฐคองโก เมื่อ 28 พฤษภาคม 2569 เพื่อให้การสนับสนุนและสะท้อนว่ารัฐบาลคองโกไม่ได้รับมือกับโรคระบาดเพียงลำพัง นอกจากนี้ เลขาธิการ WHO ยังให้กำลังใจเจ้าหน้าที่แพทย์และสาธารณสุขที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ภาคตะวันออกของสาธารณรัฐคองโก ซึ่งมีการแพร่ระบาดมาก และยืนยันว่า WHO จะช่วยเหลือสาธารณรัฐคองโกอย่างเต็มที่เพื่อควบคุมผลกระทบจากการแพร่ระบาด
สาธารณรัฐคองโกเผชิญความท้าทายในการควบคุมการแพร่ระบาด เนื่องจากไม่มีเครื่องมือแพทย์และอุปกรณ์ป้องกันโรคเพียงพอ เจ้าหน้าที่สาธารณสุขเผชิญความเสี่ยงสูงระหว่างให้บริการผู้ติดเชื้อ นอกจากนี้ มีรายงานว่าประชาชนบางส่วน รวมทั้งกลุ่มติดอาวุธในพื้นที่ ไม่พอใจมาตรการด้านสาธารณสุขและการให้บริการ จึงเตรียมก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่ ทำให้เลขาธิการ WHO เรียกร้องให้ประชาชนและกลุ่มติดอาวุธยุติการใช้ความรุนแรงชั่วคราว เพื่ออำนวยความสะดวกให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุข ด้านรัฐบาลคองโกร้องขอให้ประชาชนปฏิบัติตามมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคอย่างเคร่งครัด
ต่างประเทศให้ความสนใจการแพร่ระบาดของเชื้ออีโบลาในสาธารณรัฐคองโก มีรายงานว่าสหรัฐฯ แคนาดา และเม็กซิโกประกาศมาตรการคัดกรองเข้มงวดเพิ่มเติมเพื่อตรวจความเสี่ยงจากประชาชนที่เดินทางไปจากภูมิภาคแอฟริกา นอกจากนี้ สหรัฐฯ ยังแสดงบทบาทช่วยเหลือด้วยการมอบงบประมาณ 80 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดในสาธารณรัฐคองโก และยูกันดา และเตรียมจะเปิดศูนย์ให้ความช่วยเหลือที่เคนยา เพื่อติดตามสถานการณ์และช่วยเหลือประเทศต่าง ๆ ที่เผชิญความเสี่ยง
สาเหตุที่ทำให้การแพร่ระบาดของเชื้ออีโบลาครั้งนี้ส่งผลกระทบมากกว่าครั้งอื่น ๆ เนื่องจากเชื้ออีโบลาที่แพร่ระบาดในปัจจุบันเป็นสายพันธ์ Bundibugyo ซึ่งยังไม่มีวัคซีนป้องกัน ขณะที่ก่อนหน้านี้ สาธารณรัฐคองโกเผชิญการแพร่ระบาดของเชื้ออีโบลาสายพันธ์ Zaire ซึ่งมีวัคซีนป้องกันและมีแนวทางการรักษาชัดเจน ปัจจุบัน ศูนย์ป้องกันโรคระบาดของภูมิภาคแอฟริกา (Africa CDC) อยู่ระหว่างเร่งพัฒนาวัคซีนป้องกันและบรรเทาการติดเชื้ออีโบลาสายพันธ์ Bundibugyo คาดว่าจะผลิตวัคซีนเพื่อใช้งานได้ภายในปี 2569







