![]()

สหรัฐฯ ยังเปิดปฏิบัติการโจมตีเป้าหมายทางทหารของอิหร่านหลายสิบจุด บริเวณช่องแคบฮอร์มุซและพื้นที่ชายฝั่ง เมื่อ 14 กรกฎาคม 2569 เพื่อลดขีดความสามารถของอิหร่านในการคุกคามเรือพาณิชย์ พร้อมกลับมาใช้มาตรการปิดล้อมทางทะเลต่อท่าเรืออิหร่าน สหรัฐฯ จะคงเรือรบอย่างน้อย 19 ลำ เพื่อปฏิบัติการกีดกันเรือเข้า-ออกท่าเรือ หรือชายฝั่งของอิหร่านอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งขณะนี้ สหรัฐฯ มีเรือบรรทุกเครื่องบินประจำการในภูมิภาคนี้ 2 ลำ เรือรบ เรือสะเทิ้นน้ำสะเทิ้นบก นาวิกโยธิน มากกว่า 1,000 นาย และเครื่องบินรบอีกหลายร้อยลำ
การโจมตีอิหร่านอีกครั้ง เมื่อ 14 กรกฎาคม 2569 เกิดขึ้นหลังอิหร่านโจมตีฐานที่ตั้งและพันธมิตรของสหรัฐฯ ในอ่าวเปอร์เซีย และเกิดขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยกเลิกแผนเรียกเก็บค่าธรรมเนียมร้อยละ 20 จากเรือที่ใช้ช่องแคบฮอร์มุซ เป็นการเปิดการลงทุนให้ประเทศในภูมิภาค เข้าไปลงทุนในสหรัฐฯ แต่ขณะเดียวกันก็ขู่อิหร่านว่าจะขยายเป้าหมายโจมตีไปยังโครงสร้างพื้นฐาน เช่น โรงไฟฟ้า และสะพาน รวมทั้งฐานพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ที่ Pickaxe Mountain ทางตอนใต้ของอิหร่าน หากอิหร่านไม่กลับเข้าสู่การเจรจา นอกจากนี้ ขู่เพิ่มเติมว่าสัปดาห์หน้าอาจจะเป็นสัปดาห์ที่เลวร้ายสำหรับอิหร่าน
กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) เน้นย้ำว่า ช่องแคบฮอร์มุซจะยังคงถูกปิดจนกว่าสหรัฐฯ จะยุติการรุกราน เฉพาะอย่างยิ่งเรือขนส่งสินค้า และพลังงานของสหรัฐฯ และพันธมิตร พร้อมเตือนว่าอาจขยายการปิดกั้นเส้นทางพลังงานอื่น ๆ ของภูมิภาค ทั้งนี้ การกลับมาโจมตีของสหรัฐฯ ต่ออิหร่านอีกครั้ง เมื่อ 7 กรกฎาคม 2569 ทำให้ชาวอิหร่านเสียชีวิตแล้ว เกือบ 30 ราย และบาดเจ็บกว่า 250 ราย อนึ่ง มีรายงานว่าทั้งปากีสถาน กาตาร์ และประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลางพยายามพูดคุยกับอิหร่าน เพื่อให้กลับเข้าสู่การเจรจา







