![]()

สหรัฐฯ ปฏิบัติการโจมตีอิหร่านเมื่อ 21 กรกฎาคม 2569 ต่อเนื่องเป็นวันที่ 11 โดยขยายเป้าหมายการโจมตีไปยังบริเวณพื้นที่ภาคตะวันตก และพื้นที่ตอนในของอิหร่าน นอกจากนี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ขู่จะโจมตีโรงงานนิวเคลียร์ของอิหร่าน (Pickaxe Mountain) หรือ Kuh-e Kolang Gaz La ที่อยู่พื้นที่ตอนใต้ของกรุงเตหะราน และอยู่ใกล้กับโรงงานนิวเคลียร์ Natanz ด้วย ซึ่งที่ผ่านมา สหรัฐฯ ไม่เคยโจมตี Pickaxe Mountain เนื่องจากเป็นโรงงานนิวเคลียร์ใต้ดินที่อยู่ระหว่างก่อสร้างและยังไม่เปิดใช้งาน
อย่างไรก็ตาม การที่ประธานาธิบดีทรัมป์ขู่โจมตีโรงงานนิวเคลียร์ดังกล่าว ทำให้นักวิเคราะห์ประเมินว่าอาจหมายถึงการส่งกำลังทหารเข้าไปปฏิบัติการภาคพื้นดินในอิหร่าน แต่กรณีดังกล่าวยังไม่ชัดเจน เพราะสหรัฐฯ ต้องระมัดระวังและพิจารณาอย่างรอบคอบหากจะส่งกองทัพปฏิบัติการภาคพื้นดินในอิหร่าน หรือการขู่อิหร่านอีกครั้ง จะเป็นการกดดันให้อิหร่านต้องเข้าสู่การเจรจาอีกครั้ง แต่อาจไม่ใช่ทางเปิด จนกว่าจะบรรลุข้อตกลงกันได้
ด้านอิหร่านขยายพื้นที่การโจมตีผลประโยชน์ของสหรัฐฯ ในภูมิภาคตะวันออกกลางเช่นกัน โดยมีรายงานการโจมตีที่คูเวต บาห์เรน และจอร์แดน ขณะเดียวกันก็มีรายงานว่ากลุ่มฮูษีในเยเมน ที่เป็นกองกำลังติดอาวุธที่อิหร่านสนับสนุน ปฏิบัติการโจมตีเรือของซาอุดีอาระเบีย ระหว่างเดินทางในทะเลแดงด้วย
กระทรวงสงคราม หรือกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เตรียมงบประมาณทำสงครามระยะยาวกับอิหร่าน พิจารณาจากท่าทีของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสงครามของสหรัฐฯ เมื่อ 22 กรกฎาคม 2569 ของบประมาณป้องกันประเทศจำนวน 1.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ รวมทั้งของบประมาณสำหรับทำสงครามกับอิหร่านจำนวน 70,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ พร้อมเปิดเผยว่าที่ผ่านมา สหรัฐฯ ใช้งบประมาณ 37,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐในการทำสงครามกับอิหร่าน อย่างไรก็ตาม สมาชิกฝ่ายนิติบัญญัติสหรัฐฯ บางส่วนเชื่อว่าสหรัฐฯ ใช้งบประมาณไปมากกว่า 37,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เนื่องจากสิ่งอำนวยความสะดวกด้านการทหารของสหรัฐฯ ในภูมิภาคตกเป็นเป้าหมายโจมตีหลายครั้ง และกองบัญชาการกลาง หรือ CENTCOM ใช้ยุทโธปกรณ์จำนวนมากไปกับการทำสงครามครั้งนี้
แนวโน้มการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านเพื่อลดระดับความขัดแย้ง ยังไม่มีสัญญาณว่าจะเกิดขึ้นเร็ว ๆ นี้ แม้ว่าปากีสถานจะเร่งจัดการพบหารือกับผู้แทนของอิหร่าน ขณะเดียวกันก็มีรายงานว่ากาตาร์ และอียิปต์ ก็พยายามใช้กลไกการทูตหารือกับสหรัฐฯ และอิหร่านเช่นกัน เป้าหมายเพื่อให้ทั้ง 2 ฝ่ายลดการตอบโต้ทางการทหารและเปิดช่องแคบฮอร์มุซ แต่เมื่อพิจารณาจากท่าทีและการปฏิบัติการทางทหารระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านในช่วงที่ผ่านมา สะท้อนว่าจะยังไม่มีการหารือกันโดยตรงเร็ว ๆ นี้ และหากประเทศตัวกลางการเจรจาไม่สามารถทำให้ข้อตกลงที่เสนอให้คู่ขัดแย้งตกลงกันได้มีเนื้อหาและเงื่อนไขที่ชัดเจนและตรงไปตรงมาได้ ก็จะทำให้การเจรจาหรือข้อตกลงต่าง ๆ ล้มเหลว เพราะสหรัฐฯ กับอิหร่านจะมีแนวทางการตีความเนื้อหาในข้อตกลงที่แตกต่างกัน
สงครามสหรัฐฯ-อิหร่าน และความตึงเครียดในทะเลแดง รวมทั้งช่องแคบ Bab el-Mandeb ที่เพิ่มขึ้น เป็นปัจจัยทำให้ราคาน้ำมันโลกผันผวน เนื่องจากซาอุดีอาระเบียซึ่งเป็นผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่อันดับ 1 ของโลก เผชิญความท้าทายในการส่งออกน้ำมันผ่านเส้นทางเดินเรือดังกล่าว ทั้งนี้ เมื่อ 21 กรกฎาคม 2569 ทบวงการพลังงานระหว่างประเทศ (International Energy Agency – IEA) ได้ออกมาเตือนว่า สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบต่อช่องแคบฮอร์มุซและโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน ยังคงเพิ่มความเสี่ยงต่อการจัดหาพลังงานและสร้างความไม่แน่นอนต่อตลาดน้ำมันโลก







