![]()

สถาบัน International Institute for Strategic Studies (IISS) คลังสมองระดับโลกด้านความมั่นคง ภูมิรัฐศาสตร์ และความขัดแย้ง เผยแพร่บทความ The intelligence-operative gig economy: from surveillance to sabotage เขียนโดย Tom Field นักวิจัยด้านยุทธศาสตร์และความมั่นคงแห่งชาติ ประจำสถาบัน IISS เมื่อ 17 สิงหาคม 2569 สะท้อนให้เห็นแนวคิดหลักในเรื่องนี้ว่า หน่วยข่าวกรองของประเทศที่เป็นปฏิปักษ์กับชาติตะวันตก กำลังมุ่งเป้าโจมตีทวีปยุโรปผ่านเศรษฐกิจที่สร้างรายได้แบบชั่วคราว/เศรษฐกิจระยะสั้น (Gig Economy) ของสายลับสมัครเล่น ที่หันมาสรรหาตัวแทน (Proxies) ที่เป็นพลเรือนทางออนไลน์จากระยะไกล ตั้งแต่กลุ่มวัยรุ่นที่อ่อนไหว จนถึงแก๊งอาชญากร เพื่อทำภารกิจตั้งแต่การเฝ้าติดตามตัวบุคคล ไปจนถึงการลอบวางเพลิง และการก่อวินาศกรรม
สำหรับปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนแนวโน้มข้างต้น ได้แก่
1) ผลกระทบจากความขัดแย้งในปัจจุบัน สงครามในยูเครนและความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางทำให้ความต้องการและอุปทานของตัวแทนเหล่านี้เพิ่มขึ้นอย่างมาก เช่น หน่วยข่าวกรอง MI5 ของสหราชอาณาจักรเปิดเผยว่ามีพล็อตที่อิหร่านหนุนหลังซึ่งใช้อาชญากรเป็นตัวแทนปฏิบัติการถึง 20 แผน ตั้งแต่ปี 2565 นอกจากนี้ ในยูเครนมีมากกว่า 1,100 คน (ซึ่งเป็นผู้เยาว์ประมาณร้อยละ 20) ถูกตั้งข้อหาทำวินาศกรรมหรือก่อการร้ายให้รัสเซียเมื่อปี 2565 ขณะที่จีน มักใช้ตัวแทนในการปราบปรามข้ามชาติ และการจารกรรมเชิงพาณิชย์ แต่ยังไม่มีการขยายการรับสมัครและมุ่งเป้าโจมตีที่รวดเร็วและรุนแรงเท่ารัสเซียหรืออิหร่าน
2) ความยากลำบากในการส่งสายลับมืออาชีพเข้าพื้นที่ ยุโรปกลายเป็นพื้นที่ที่เจ้าหน้าที่ข่าวกรองต่างชาติทำงานได้ยาก และมีต้นทุนทางการเมืองสูงขึ้นมาก หลังการขับไล่เจ้าหน้าที่ข่าวกรองรัสเซียหลายร้อยคนออกจากสถานเอกอัครราชทูตทั่วยุโรป เมื่อปี 2561 และ 2565 ประกอบกับการกวาดล้างสายลับแฝงตัว และการจับกุมตัวเจ้าหน้าที่ระดับสูง เช่น เจ้าหน้าที่กระทรวงความมั่นคงแห่งรัฐของจีน (MSS) เมื่อปี 2561 ที่มีผลกระทบทางการทูตอย่างรุนแรง รัฐปรปักษ์จึงเลือกสั่งการตัวแทนผ่านช่องทางออนไลน์จากระยะไกลแทนเพื่อความปลอดภัย
3) ความสะดวกในการรับสมัครผ่านช่องทางออนไลน์ สื่อสังคมออนไลน์กลายเป็นแหล่งสรรหาบุคคลมาปฏิบัติการที่สะดวกและง่าย เช่น กลุ่มระดมพลออนไลน์ IMCR (ซึ่งสหราชอาณาจักรระบุว่าเป็นองค์กรบังหน้าของกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน หรือ IRGC) ได้ว่าจ้างตัวแทนทางออนไลน์เพื่อโจมตีเป้าหมายชาวยิวและพื้นที่ต่าง ๆ ในยุโรป ด้านรัสเซียได้ใช้ Telegram สรรหาบุคคลเพื่อก่อวินาศกรรมและวางเพลิง เช่น กรณีการจ้างพลเรือนไปลอบวางเพลิงทรัพย์สินที่เชื่อมโยงนายเคียร์ สตาร์เมอร์ อดีตนายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร เมื่อต้นปี 2569 ขณะที่หน่วยข่าวกรองยุโรปยังคงแจ้งเตือนภัยเรื่องการที่จีนใช้เอเจนซีจัดหางานบังหน้าเพื่อดึงดูดผู้ทำงานในสายวิชาชีพที่ละเอียดอ่อนให้ส่งข้อมูลให้
ภาวะดังกล่าวข้างต้นส่งผลกระทบระยะยาวที่น่าห่วงกังวล เช่น 1) การปฏิเสธความรับผิดชอบได้ง่าย การใช้ตัวแทนสมัครเล่นทำให้รัฐผู้บงการสามารถปฏิเสธความเกี่ยวข้องได้ รวมทั้งใช้ทรัพยากรน้อยกว่า และลดความเสี่ยงจากการสูญเสียเจ้าหน้าที่ข่าวกรองที่ได้รับการฝึกฝนมาอย่างดี 2) การสร้างภาระให้ความมั่นคงยุโรป แม้สายลับสมัครเล่นจะถูกจับกุมและขัดขวางได้ง่ายกว่ามืออาชีพ แต่เนื่องจากมีปริมาณมากและหาง่าย จึงส่งผลให้หน่วยงานความมั่นคงในยุโรป เช่น เยอรมนี เนเธอร์แลนด์ โปแลนด์ และสหราชอาณาจักร ต้องเผชิญคดีภัยคุกคามจากรัฐต่างชาติพุ่งสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดดจนทำให้ทรัพยากรตึงตัว 3) การโจมตีผิดเป้าหมาย เนื่องจากเป็นมือสมัครเล่น จึงมักทำงานไร้ประสิทธิภาพและประมาทเลินเล่อ เช่น เมื่อ กุมภาพันธ์ 2568 วัยรุ่นที่ IMCR จ้างไปลอบสังหารเป้าหมายในสวีเดน ได้สังหารเหยื่อผิดตัวเนื่องจากจำสับสน ตลอดจนการลอบวางเพลิงหรือใช้ระเบิดมักไม่เลือกเป้าหมายที่แน่นอน และ 4) สถานการณ์บานปลาย เจ้าหน้าที่สั่งการระยะไกลมีขีดความสามารถจำกัดในการควบคุมตัวแทน ส่งผลให้เสี่ยงต่อการเกิดเหตุการณ์บานปลายโดยไม่ตั้งใจ เช่น การโจมตีที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก นอกจากนี้ ในคดีปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติของจีนเมื่อ มิถุนายน 2569 ยังเริ่มพบแนวโน้มที่ ตัวแทนระดับแรกทำการ ส่งต่องานปฏิบัติการไปยังตัวแทนคนอื่นต่ออีกทอดหนึ่ง (subcontract) ซึ่งทำให้ห่วงโซ่การสั่งการและการควบคุมของหน่วยข่าวกรองต่างชาติยิ่งเสียหายและคาดเดาไม่ได้มากยิ่งขึ้น







