![]()

ในห้วงปลาย กันยายน 2569 สถานการณ์สภาพอากาศทั่วโลกมีความเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันและสุดขั้ว โดยมีรายงานพายุไต้ฝุ่นตู้เจวียน (Dujuan) กำลังลมแรงประมาณ 144 กิโลเมตร/ชั่วโมง พัดเข้าญี่ปุ่นเมื่อ 22 กันยายน 2569 ส่งผลให้เกิดฝนตกหนัก รัฐบาลญี่ปุ่นต้องประกาศเตือนภัยและอพยพประชาชนออกจากพื้นที่เสี่ยงเผชิญอุทกภัยและดินถล่มฉับพลัน ล่าสุดเมื่อ 23 กันยายน 2569 มีรายงานว่าปริมาณน้ำฝนที่สะสมขึ้นอย่างรวดเร็วและเหตุดินถล่มในพื้นที่ใกล้กรุงโตเกียว เช่น เมือง Yokosuka และเมือง Chiba ทำให้บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหาย ไม่มีไฟฟ้าใช้ในบางพื้นที่ ตลอดจนมีผู้สูญหาย ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต และมีรายงานว่าเหตุพายุไต้ฝุ่นตู้เจวียนส่งผลกระทบต่อการจัดการแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ที่ญี่ปุ่นเป็นเจ้าภาพจนทำให้มีการเลื่อนการแข่งขันกีฬาบางประเภท และเที่ยวบินระหว่างประเทศ
อย่างไรก็ตาม พายุดังกล่าวกำลังเคลื่อนตัวออกจากญี่ปุ่นสู่มหาสมุทรแปซิฟิก เจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในญี่ปุ่น ทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำลังป้องกันประเทศ และหน่วยกู้ภัยเร่งให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยธรรมชาติ โดยเฉพาะประชากรกลุ่มเปราะบางและผู้สูงอายุ แต่อย่างไรก็ดี การที่พายุเข้าญี่ปุ่นมีความรุนแรง ทำให้การช่วยเหลือบางพื้นที่ยังไม่ทั่วถึง
นอกจากสถานการณ์พายุในญี่ปุ่น มีรายงานจากสถาบัน NOAA เมื่อ 23 กันยายน 2569 พบเฮอร์ริเคนโปโล (Hurricane Polo) กำลังก่อตัวในมหาสมุทรแปซิฟิก นอกชายฝั่งเม็กซิโก และมีโอกาสกลายเป็นพายุเฮอร์ริเคนที่มีกำลังรุนแรงระดับ 5 ความเร็วลมประมาณ 280 กิโลเมตร/ชั่วโมง ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านสภาพอากาศให้ความเห็นว่า เฮอร์ริเคนโปโลจะเป็น 1 ในพายุที่รุนแรงที่สุดในมหาสมุทรแปซิฟิก รวมทั้งเฝ้าระวังว่าพายุดังกล่าวจะส่งผลกระทบระดับใดต่อสภาพอากาศของเม็กซิโก ปัจจุบัน สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ/เม็กซิโกประกาศคำเตือนพลเมืองให้ติดตามรายงานสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด
รายงานเกี่ยวกับสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงสุดขั้วนี้ต่าง ๆ เหล่านี้ มีสัญญาณเตือนมาตั้งแต่ห้วง มิถุนายน 2569 โดยผู้เชี่ยวชาญเตือนปรากฏการณ์เอลณีโญจะรุนแรงที่สุดในรอบ 140 ปี เนื่องจากภาวะโลกรวน หรือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างฉับพลันและรุนแรง จะเกิดขึ้นพร้อมกับปรากฎการณ์เอลณีโญ ซึ่งเหตุการณ์ครั้งนี้อาจเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทั่วโลกในระยะยาว ด้านองค์กรอุตุนิยมวิทยาโลก หรือ World Meteorological Organization (WMO) คาดการณ์เมื่อ 11 มิถุนายน 2569 ว่า ปรากฏการณ์เอลณีโญในปี 2569 จะทำให้เกิดภัยพิบัติที่รุนแรงแตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ ทั้งภาวะแล้งจัด อุทกภัย ไฟป่า พายุรุนแรงและคลื่นความร้อน
สำหรับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ผู้เชี่ยวชาญด้านอุตุนิยมวิทยาในต่างประเทศเตือนเมื่อ 22 กันยายน 2569 ว่าจะเป็นภูมิภาคที่มีความเสี่ยงเผชิญผลกระทบจากปรากฏการณ์เอลนีโญ ที่ทำให้เกิดสภาพอากาศแปรปรวนและไม่แน่นอน ทั้งภาวะแล้งจัด คลื่นความร้อนสูง และอุทกภัย ซึ่งทั้ง 3 ภัยพิบัติจะทำให้เกิดปัญหาความไม่มั่นคงทางอาหารตั้งแต่ปี 2570 รวมทั้งอาจส่งผลกระทบที่ทำให้ประชาชนเผชิญภาวะยากจนมากขึ้น และกระแสเรียกร้องจากรัฐบาล เพื่อขอความช่วยเหลือทั้งในมิติการเยียวยาผลกระทบ จัดหามาตรการบรรเทาทุกข์ และฟื้นฟูสภาพแวดล้อมหลังจากเผชิญภัยธรรมชาติ
สำหรับเหตุการณ์ตัวอย่างที่บ่งชี้ว่าภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เผชิญปรากฏการณ์เอลนีโญ ได้แก่ เหตุไฟป่าในอินโดนีเซียที่ยืดเยื้อและรุนแรง และรายงานความเสี่ยงอุทกภัยในหลายพื้นที่ ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญจากสถาบัน ISEAS-Yusof Ishak Institute ในสิงคโปร์ เตือนว่าปรากฏการณ์เอลนีโญจะทำให้ปัญหาต่าง ๆ ที่ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังเผชิญอยู่แล้วนั้น รุนแรงและตึงเครียดมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการบริหารจัดการทรัพยากรและปัญหาเศรษฐกิจ โดยก่อนหน้านี้ ผู้เชี่ยวชาญในต่างประเทศได้เปรียบเทียบปรากฏการณ์เอลนีโญเป็นเหมือน “น้ำมัน” ที่ราดบนกองไฟวิกฤตและความเดือดร้อนต่าง ๆ ในปัจจุบัน
มีข้อสังเกตว่า องค์กรระหว่างประเทศ สหประชาชาติ และสถาบันผู้เชี่ยวชาญด้านอุตุนิยมวิทยาทั่วโลก ได้ทยอยเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับสภาพอากาศ และความเสี่ยงจากสภาพภูมิอากาศแปรปรวนสุดขั้วอย่างต่อเนื่องในห้วงครึ่งหลังของปี 2569 อาจเพื่อแจ้งเตือน พร้อมกับกระตุ้นประเทศต่าง ๆ ให้เตรียมตัว ตลอดจนสำรวจกลุ่มประชากรและพื้นที่เสี่ยงที่จะได้รับความเดือดร้อนจากภัยคุกคามดังกล่าวล่วงหน้า รวมทั้งเตรียมแนวทางรับมือกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง เพื่อหารือกับประเทศอื่น ๆ ในการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศประจำปี 2569 ที่ตุรกี ระหว่าง 9-20 พฤษจิกายน 2569 หรือในชื่อ COP31 ที่ผู้นำตุรกีประกาศว่าต้องการทำให้ผลการประชุมกลายเป็นแนวทางที่ปฏิบัติได้จริงสำหรับทุกประเทศ โดยยังคงเคารพและยอมรับความแตกต่างด้านเศรษฐกิจและสังคม







