![]()

อินโดนีเซียกำลังเผชิญวิกฤตหมอกควันจากปัญหาไฟป่าในหลายพื้นที่ ทำให้ประชาชนต้องเผชิญกับสภาพอากาศเป็นพิษและมลภาวะตลอดห้วงปลาย สิงหาคม 2569 เฉพาะอย่างยิ่งในจังหวัดกาลิมันตัน บนเกาะบอร์เนียว ทั้งนี้ แม้ว่ารัฐบาลอินโดนีเซียจะให้ความสำคัญกับการบรรเทาปัญหาดังกล่าวและมีเครื่องมือเร่งให้ความช่วยเหลือประชาชน ทั้งการใช้ปฏิบัติการทางอากาศและภาคพื้นดิน ตลอดจนมีการวางแผนการรับมือกับปัญหาไฟป่าโดยแบ่งพื้นที่ (zoning) อย่างชัดเจน แต่ผู้เชี่ยวชาญมีมุมมองว่า อินโดนีเซียเผชิญความท้าทายในการจัดการความยุติธรรมด้านสภาพภูมิอากาศ หรือ Climate justice เนื่องจากรัฐบาลอินโดนีเซียขาดกฎหมายหรือกฎระเบียบที่จะสามารถบังคับใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อยับยั้งปัญหาไฟป่า
ความท้าทายในการจัดการความยุติธรรมด้านสภาพภูมิอากาศ หรือ Climate justice ของอินโดนีเซียมีจุดอ่อนด้านการออกกฎหมายและกฎระเบียบ รวมทั้งยังจากการบังคับใช้อย่างจริงจัง ไม่มีการตรวจสอบอย่างใกล้ชิดและไม่มีการสื่อสารเชิงกลยุทธ์เพื่อให้ทุกฝ่ายร่วมกันป้องกันปัญหา นอกจากนี้ รัฐบาลอินโดนีเซียยังขาดนโยบายที่เป็นรูปธรรมในการผสมผสานกฎระเบียบจากรัฐบาลกลาง เข้ากับระบบนิเวศทางสังคมและนิเวศวิทยา (Social-Ecological System) ในพื้นที่ต่าง ๆ ของอินโดนีเซียที่มีลักษณะเป็นพหุวัฒนธรรม กล่าวคือ รัฐบาลท้องถิ่นไม่ได้ปฏิบัติตามระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมที่รัฐบาลกลางกำหนดไว้อย่างเคร่งครัด ทำให้พื้นที่เสี่ยงเผชิญปัญหาไฟป่าไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้
นอกจากปัจจัยด้านกฎหมาย นโยบาย และการบังคับใช้ระเบียบระหว่างรัฐบาลกลางกับรัฐบาลท้องถิ่นแล้ว อินโดนีเซียยังเผชิญความท้าทายในการจัดการกับการทำเกษตรกรรมรูปแบบที่เน้นผลผลิตจำนวนมาก โดยไม่สนใจผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม รวมทั้งการสนับสนุนให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากไฟป่าและปัญหาหมอกควัน ได้มีส่วนร่วมในการออกแบบนโยบาย รวมทั้งเสนอแนวทางแก้ไขปัญหา ทั้งนี้ งานวิจัยจากสถาบัน Geophysical Research Letters เสนอให้รัฐบาลอินโดนีเซียปรับใช้วิธีการแก้ไขปัญหาแบบ institutionalized prevention หรือการปรับนโยบายป้องกันและแก้ไขปัญหาชั่วคราว ให้กลายเป็นกฎระเบียบอย่างเป็นทางการ เป็นระบบ มีหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบชัดเจน และบังคับใช้ในระยะยาว เพื่อทำให้การแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันมีประสิทธิภาพมากขึ้น และทำให้อินโดนีเซียเป็นประเทศที่มีความพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศโลก






