![]()

ญี่ปุ่นเสี่ยงจะเผชิญภัยคุกคามหลายรูปแบบทั้งภัยธรรมชาติและภัยจากความขัดแย้งระหว่างประเทศ เฉพาะอย่างยิ่งจีนและเกาหลีเหนือ ที่ญี่ปุ่นจัดเป็นภัยระดับต้น ๆ รวมถึงรัสเซียที่มีสายสัมพันธ์แน่นแฟ้นทั้งกับจีนและเกาหลีเหนือ สำหรับภัยพิบัติทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกปีดูเหมือนจะทำให้ญี่ปุ่นเผชิญปัญหามากขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ว่าจะเป็นร้อน ฝน หนาว สึนามิ แผ่นดินไหว และอาจรวมถึงภูเขาไฟระเบิด แม้มีระบบเตือนภัยเพื่อแจ้งเตือนประชาชนสำหรับการอพยพและการเตรียมตัวรับมือกับสถานการณ์อย่างมีประสิทธิภาพ
ผลจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่มีแนวโน้มจะสร้างความเสียหายไม่น้อยทำให้ญี่ปุ่นเตรียมจัดตั้งเมืองหลวงรอง เพื่อทำหน้าที่ว่าราชการแทนหากกรุงโตเกียวเผชิญภัยพิบัติทางธรรมชาติรุนแรงจนไม่อาจบริหารประเทศได้ นอกจากนี้ยังมีแผนจะสร้างที่หลบภัยใต้ดิน เพื่อเตรียมการคุ้มภัยให้ประชาชนหากต้องเผชิญการโจมตีด้วยขีปนาวุธและอาวุธร้ายแรงอื่น ๆ
แผนสำรอง…..
การเผชิญภัยพิบัติบ่อยครั้งและสร้างความเสียหายทั้งชีวิตและทรัพย์สินมากบ้างน้อยบ้างตามระดับความรุนแรงของเหตุที่เกิดขึ้น ทำให้ญี่ปุ่นตัดสินใจเตรียมแผนสำรองเพื่อให้การบริหารประเทศไม่มีข้อติดขัด หากกรุงโตเกียวเกิดปัญหา โดยเมื่อ กลางกรกฎาคม 2569 สภาผู้แทนราษฎรญี่ปุ่นมีมติเห็นชอบร่างกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งเมืองหลวงรอง เพื่อเป็นหลักประกันความต่อเนื่องในการบริหารประเทศ หากเกิดภัยพิบัติรุนแรงจนทำให้การบริหารงานของกรุงโตเกียวไม่อาจดำเนินไปได้ตามปกติ โดยมีการเสนอชื่อเมืองที่มีจุดแข็งพอจะทำหน้าที่เป็นเมืองหลวงเบอร์ 2 หากเมืองหลวงตัวจริงตกอยู่ในภาวะชะงักงัน ได้แก่ โอซากา ที่มีโครงสร้างพื้นฐานรองรับอยู่แล้ว ซัปโปโร ที่จังหวัดฮอกไกโด ซึ่งมีความเสี่ยงจะประสบปัญหาจากแผ่นดินไหวน้อยกว่าพื้นที่อื่น และฟูกูโอกะ ที่อยู่นอกแหล่งกำเนิดแผ่นดินไหวโดยตรง และเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมทางเทคโนโลยี
ทางการกรุงโตเกียวยังประกาศแผนจัดเตรียมพื้นที่เป็นที่หลบภัยฉุกเฉิน เพื่อเตรียมการคุ้มภัยให้ประชาชนในกรณีที่มีเหตุโจมตีด้วยอาวุธร้ายแรงเช่น นิวเคลียร์ หรือขีปนาวุธ และภัยอื่น ๆ แผนการสร้างที่หลบภัยดังกล่าวมีที่มาจากการทดสอบยิงขีปนาวุธของเกาหลีเหนือ ซึ่งญี่ปุ่นถือเป็นภัยร้ายแรงต่อความปลอดภัยสาธารณะ อีกทั้งยังมีกรณีตัวอย่างจากประเทศที่ประสบปัญหาการโจมตีจากต่างชาติ เช่น อิสราเอล การเตรียมพื้นที่หลบภัยจึงจำเป็นต้องมี
แผนสำรองไปถึงไหน …….
ตามแผนที่กำหนดไว้ จะมีการใช้พื้นที่และสิ่งอำนวยความสะดวกใต้ดินเช่นสถานีรถไฟใต้ดิน ที่จอดรถ รวมถึงพื้นที่ร้านค้าของเอกชนเป็นที่หลบภัยชั่วคราว คาดว่าจะเริ่มการสำรวจและศึกษาเพื่อประเมินการใช้พื้นที่ในปีงบประมาณ 2570 รวมทั้งจะจัดสรรเงินงบประมาณส่วนหนึ่งสำหรับใช้ในการบริหารจัดการในภาวะวิกฤต หากมีการดำเนินการตามแผน ที่หลบภัยแห่งใหม่คาดว่าจะอยู่บริเวณลานจอดรถใต้ดินใกล้สถานีโตเกียว กินพื้นที่ 13,000 ตารางเมตร รวมทั้งจะมีประตูกันกระสุนและชั้นเก็บสำรองของใช้ในยามฉุกเฉิน ซึ่งจะเป็นที่หลบภัยฉุกเฉินแห่งที่ 2 ในกรุงโตเกียว โดยแห่งแรกอยู่ที่สถานีรถไฟใต้ดิน Azabu-Juban
เมื่อ เมษายน 2568 ญี่ปุ่นได้วางแผนจะใช้สิ่งอำนวยความสะดวกทั่วประเทศ 61,142 แห่งเป็นที่หลบภัยฉุกเฉิน ส่วนใหญ่ประมาณร้อยละ 90 เป็นพื้นที่ของรัฐ เช่น โรงเรียน อาคารของหน่วยงานรัฐ ในจำนวนนี้เป็นพื้นที่ใต้ดิน ซึ่งช่วยป้องกันภัยได้ดีกว่า 4,233 แห่ง แต่รองรับประชาชนได้เพียงร้อยละ 5 นอกจากนั้น ญี่ปุ่นยังมีการเตรียมการรับมือกับภาวะฉุกเฉินบนพื้นฐานของการตอบสนองความต้องการของประชาชนในช่วงวิกฤต ด้วยการจัดเตรียมมาตรการจัดซื้อเครื่องจัดทำน้ำสะอาดจากแหล่งน้ำต่าง ๆ เช่น ทะเล แม่น้ำ และแหล่งอื่น ๆ เพื่อรองรับความต้องการของประชาชนในช่วงที่เกิดภัยพิบัติ การเตรียมการดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่มีประชาชนกว่า 100,000 หลังคาเรือนขาดแคลนน้ำในช่วงที่เกิดเหตุแผ่นดินไหวที่จังหวัดคุมาโมโตะ เมื่อปลายกรกฎาคม 2569
ต้องเตรียมความพร้อมในการรับมือ….
ในห้วงที่ทั่วโลกเสี่ยงจะเผชิญภัยพิบัติที่เกิดจากธรรมชาติ ภัยพิบัติที่เกิดจากการกระทำของมนุษย์ ภัยจากการใช้ความรุนแรงและอาวุธ รวมถึงภัยสาธารณสุขหลาย ๆ รูปแบบ การเตรียมมาตรการคุ้มครองป้องกันและดูแลความปลอดภัยแก่ประชาชน ความพร้อมด้านสถานที่ และโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อรองรับผู้ประสบภัยในสถานการณ์ฉุกเฉินทั้งในห้วงที่เกิดเหตุและก่อนจะเกิดภัยที่มีการแจ้งเตือนล่วงหน้า เป็นสิ่งจำเป็นที่หลายประเทศให้ความสำคัญมากขึ้น เห็นได้จากการวางแผนออกแบบระบบให้มีประสิทธิภาพในการรับมือ เช่น เยอรมนีประกาศแผนปฏิรูประบบป้องกันภัยพลเรือน เพื่อยกระดับการคุ้มครองประชาชนและโครงสร้างพื้นฐาน มีมาตรการสำคัญ ได้แก่ การจัดตั้งกองบัญชาการป้องกันภัยพลเรือนแห่งใหม่ เพื่อประสานงานกับกองทัพ การสำรวจและขึ้นทะเบียนหลุมหลบภัยเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชันแจ้งเตือนภัยสาธารณะ การจัดหาอุปกรณ์กู้ภัย เวชภัณฑ์ และเพิ่มศักยภาพโรงพยาบาลรองรับผู้บาดเจ็บจำนวนมากในห้วงวิกฤต
สำหรับไทยที่ประสบภัยทั้งจากธรรมชาติ ฝีมือมนุษย์ การสู้รบ รวมถึงโรคภัยต่าง ๆ ไม่ต่างจากชาติอื่น การยกระดับมาตรการดูแลความปลอดภัยของประชาชนทั้งความพร้อมด้านสถานที่หลบภัยและที่พักพิง ระบบการจัดการ บุคลากร โครงสร้างพื้นฐาน และสิ่งของจำเป็นในยามฉุกเฉิน รวมทั้งการทบทวนความพร้อมในการปฏิบัติจริงเป็นระยะน่าจะมีความจำเป็น มากขึ้น เพื่อลดความเดือดร้อนและจำกัดความสูญเสียของประชาชนทั้งในสถานการณ์เฉพาะหน้าและหลังเหตุสิ้นสุด







