![]()

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จัดงานต้อนรับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ที่เดินทางเยือนสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการเมื่อ 23 กันยายน 2569 ที่ฐานทัพ Joint Base Andrews รัฐแมริเลนด์ สหรัฐฯ จากนั้นพบหารือกันประเด็นการขยายข้อตกลงระงับสงครามการค้าระหว่างกัน เพื่อรักษาบรรยากาศความสัมพันธ์ทวิภาคี รวมทั้งสะท้อนว่าประเด็นสงครามการค้าสหรัฐฯ-จีน เป็นประเด็นที่ทั้ง 2 ผู้นำเห็นว่ามีความสำคัญต่อความมั่นคงทางการเมืองและเศรษฐกิจทั้งภายในประเทศ และในระดับโลก
นอกจากประเด็นสงครามการค้าที่สหรัฐฯ กับจีนอาจผ่อนคลายความขัดแย้งลงได้ในระยะสั้น คาดว่าสหรัฐฯ กับจีนจะเน้นขยายความร่วมมือด้านการสกัดกั้นภัยคุกคามจากอาชญากรรมข้ามชาติ เฉพาะอย่างยิ่งยาเสพติด และสารเฟนทานิล ที่สหรัฐฯ เคยใช้เป็นเงื่อนไขขึ้นอัตราภาษีนำเข้าสินค้าจากจีน และกดดันจีนให้ระงับการส่งออกไปยังเม็กซิโก เพราะถูกนำไปใช้ผลิตยาเสพติดแพร่กระจายไปสหรัฐฯ
อย่างไรก็ตาม ประเด็นการแข่งขันอิทธิและการเป็นผู้นำโลกด้านเทคโนโลยีปัญญาประเดิษฐ์ (AI) ระหว่างสหรัฐฯ กับจีน จะยังไม่มีข้อตกลงที่เป็นลายลักษณ์อักษร หรือสอดคล้องกับข้อเรียกร้องของนานาชาติที่ต้องการกระตุ้นให้สหรัฐฯ กับจีน ร่วมเห็นด้วยกับการสร้างมาตรฐานการพัฒนา AI แบบสากล รวมถึงการชะลอ หรือควบคุมการพัฒนา AI ให้ปลอดภัย เนื่องจากผู้นำของทั้ง 2 ประเทศปัจจุบันให้ความสำคัญกับการพัฒนาเทคโนโลยี AI อย่างมาก และต่างฝ่ายต่างเชื่อว่า เทคโนโลยี AI จะเป็นพลังอำนาจที่ทำให้ประเทศก้าวขึ้นเป็นมหาอำนาจอันดับ 1 ของโลกได้ทั้งในมิติการเมืองระหว่างประเทศ เศรษฐกิจ และข้อมูลข่าวสาร ทำให้ผู้เชี่ยวชาญด้านการเมืองระหว่างประเทศประเมินว่า ผู้นำสหรัฐฯ กับจีน จะไม่บรรลุข้อตกลงอย่างเป็นทางการเรื่องการควบคุม AI หรือการวางระเบียบพัฒนา AI ให้ปลอดภัย
ผู้เชี่ยวชาญในต่างประเทศเปรียบเทียบเหตุการณ์ครั้งนี้ว่าคล้ายบทบาทของมหาอำนาจในช่วงสงครามเย็น กรณีอดีตประธานาธิบดีโรนัลด์ เรแกน พบหารือกับอดีตประธานาธิบดีสหภาพโซเวียต หรืออดีตประธานาธิบดีมีฮาอิล กอร์บาชอฟ ระหว่างปี 2528-2531 เพื่อเจรจาทำข้อตกลงลดอาวุธนิวเคลียร์ระหว่างกัน โดยเปรียบเทียบปัญญาประดิษฐ์อาจสร้างอันตรายต่อมนุษยชาติได้เท่ากับอาวุธนิวเคลียร์ หากไม่มีการควบคุมที่เหมาะสม อย่างไรก็ตาม สหรัฐฯ กับจีนในปัจจุบันจะยังไม่บรรลุข้อตกลงเหมือนการเจรจาของอดีตผู้นำ เนื่องจากสหรัฐฯ กับจีนขาดความเชื่อใจระหว่างกันอย่างมาก ขณะเดียวกัน รัฐบาลสหรัฐฯ ยังไม่สามารถควบคุมหรือกำกับบริษัทผู้ให้บริการ AI ได้อย่างเต็มที่ ทำให้ไม่มีอำนาจในการตรวจสอบ ดังนั้น ทั้งสหรัฐฯ กับจีนจึงจะยังไม่พร้อมร่วมมือกันควบคุมการพัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ในเร็ว ๆ นี้







