ADB คาดกัมพูชาสามารถรับมือกับเศรษฐกิจโลกที่ผันผวน

รายงาน Asian Development Outlook (ADO) ของธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) เมื่อ 10 เม.ย.69 คาดว่า เศรษฐกิจกัมพูชาในปี 2569 จะขยายตัวร้อยละ 4.5 แม้จะเผชิญความท้าทายจากกรณีพิพาทชายแดนกัมพูชา-ไทย  เศรษฐกิจและการค้าโลกที่ผันผวน และราคาพลังงานเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้น  ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ภาคการผลิต อัตราเงินเฟ้อ และกำลังซื้อของประชาชน เนื่องจากกัมพูชาปฏิรูปโครงสร้างทางเศรษฐกิจ การบริหารจัดการหนี้สาธารณะอย่างรอบคอบ  ตลอดจนปฏิรูปการศึกษาและการเปลี่ยนผ่านการใช้พลังงานสู่พลังงานสะอาด  ทั้งนี้ กค.กัมพูชาประสานงานอย่างใกล้ชิดกับ ADB เพื่อประเมินผลกระทบจากสถานการณ์และเตรียมให้ความช่วยเหลือผู้ทีไ่ด้รับผลกระทบอย่างเร่งด่วนและทันท่วงที

ไต้หวันจะกระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับฟิลิปปินส์

โพสต์ของนายหลิน เจียหลง รมว.กต.ไต้หวัน ผ่าน Facebook ถึงการพบหารือกับผู้แทนจาก Council on Foreign Relations (CFR) ของสหรัฐฯ  เมื่อ 17 เม.ย.69 ที่ กต.ไต้หวัน ว่า ไต้หวันจะเร่งกระชับความเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจกับฟิลิปปินส์ เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งของห่วงโซ่อุปทานในภาคอุตสาหกรรมของไต้หวัน อาทิ เซมิคอนดักเตอร์ การเกษตรอัจฉริยะ และพลังงานสะอาด โดยจะมุ่งเชื่อมโยงโครงการระเบียงเศรษฐกิจไต้หวัน-ฟิลิปปินส์ (Taiwan-Philippines Economic Corridor) ให้เข้ากับโครงการระเบียงเศรษฐกิจลูซอนระหว่างสหรัฐฯ-ญี่ปุ่น-ฟิลิปปินส์  (US-Japan-Philippines Luzon Economic Corridor) และบูรณาการจุดแข็งด้านขีดความสามารถทางเทคโนโลยีของสหรัฐฯ กับระบบนิเวศภาคการผลิตในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีที่ครบวงจรของไต้หวัน ตลอดจนทรัพยากรที่ดินและแรงงานที่เข้มแข็งของฟิลิปปินส์ ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความมั่นคงให้แก่ห่วงโซ่อุปทาน

มาเลเซียอาจเจรจาขอซื้อน้ำมันจากรัสเซีย

นรม.อันวาร์ อิบราฮิม ของมาเลเซีย เปิดเผยเมื่อ 18 เม.ย.69 ว่า บริษัทพลังงานแห่งชาติ Petronas อาจเจรจากับรัสเซียเพื่อเสริมอุปทานน้ำมันสำหรับการบริโภคภายในประเทศ พร้อมย้ำว่ามาเลเซียมีความสัมพันธ์อันดีกับรัสเซีย ซึ่งเป็นผลจากการดำเนินนโยบายทางการทูตที่เป็นมิตรกับทุกประเทศ รวมถึงอิหร่าน อันเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เรือบรรทุกน้ำมันของมาเลเซียสามารถแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างปลอดภัย

สหรัฐฯ ประกาศขัดขวาง และยึดเรือที่พยายามเทียบท่าเรืออิหร่าน

กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (U.S. Central Command – CENTCOM) เผยแพร่แถลงกาณ์เมื่อ 19 เม.ย.69  ว่า เรือพิฆาตติดขีปนาวุธของ ทร.สหรัฐฯ USS Spruance (DDG 111) ขัดขวางเรือบรรทุกสินค้า Touska สัญชาติอิหร่าน ที่กำลังมุ่งหน้าไปท่าเรือบันดาร์อับบาส อิหร่าน ภายหลังประกาศแจ้งเตือนมาเป็นเวลา 6 ชั่วโมง ก่อนที่เรือรบสหรัฐฯ ยิงปืนใหญ่ MK 45  ทำลายห้องเครื่องของเรือบรรทุกสินค้าดังกล่าวเพื่อให้เรือหยุดแล่น และให้ นย.ยึดและบุกค้นเรือดังกล่าว ทั้งนี้ มีรายงานเพิ่มเติมว่ากองกำลังสหรัฐฯ ได้สกัดกั้นเรือบรรทุกสินค้ารวมแล้ว 25 ลำ ตามมาตรการข้างต้น

สหรัฐฯ โจมตีและยึดเรือขนส่งสินค้าของอิหร่าน

บรรยากาศความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่านตึงเครียดต่อเนื่อง เฉพาะอย่างยิ่งจากความเคลื่อนไหวด้านการทหารและมาตรการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือสินค้าและเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญของโลก ล่าสุดเมื่อ 19 เมษายน 2569 ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศว่าได้สั่งการให้กองเรือรบของสหรัฐฯ สกัดกั้นและยึดเรือขนส่งสินค้าของอิหร่านไว้จำนวน 1 ลำ ชื่อเรือ Touska ขณะกำลังแล่นในอ่าวโอมาน เข้าใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ เพื่อเดินทางต่อไปยังท่าเรือ Bandar Abbas ของอิหร่าน ด้านกองบัญชาการกลางของสหรัฐฯ  ในภูมิภาคตะวันออกกลาง (US Central Command) ระบุว่าสหรัฐฯ ส่งสัญญาณเตือนลูกเรือ Touska ล่วงหน้าแล้วแต่ไม่เป็นผล ปฏิบัติการยึดเรือเป็นไปเพื่อยับยั้งการเดินเรือและตรวจสอบสินค้าที่อยู่บนเรือดังกล่าว สหรัฐฯ ใช้เรือพิฆาตในปฏิบัติการยึดเรือดังกล่าว ทำให้อิหร่านไม่พอใจอย่างมาก และโจมตีสหรัฐฯ ว่าแสดงพฤติกรรมเป็นโจรสลัด ซึ่งอิหร่านพร้อมจะตอบโต้ นอกจากนี้ อิหร่านยังใช้กรณีการยึดเรือเป็นหลักฐานว่าสหรัฐฯ ละเมิดข้อตกลงหยุดยิง เพราะโจมตีเรือสินค้าของอิหร่านที่เดินทางมาจากจีน เหตุการณ์สหรัฐฯ ยึดเรืออิหร่านเกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดจากการเผชิญหน้ากันในพื้นที่ช่องแคบฮอร์มุซ หลังจากสหรัฐฯ เพิ่มการวางกำลังและยุทโธปกรณ์รอบช่องแคบดังกล่าวและประกาศจะปิดช่องแคบฮอร์มุซตั้งแต่ 13 เมษายน 2569 เพื่อกดดันอิหร่านให้ยอมรับเงื่อนไขในการเจรจาสันติภาพ นอกจากนี้ ผู้นำสหรัฐฯ ยังส่งสัญญาณว่าต้องการควบคุมการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซเองด้วย ทำให้เกิดกระแสวิจารณ์ว่าประธานาธิบดีทรัมป์อาจใช้การทหารเป็นเครื่องมือทำสงครามในช่องแคบฮอร์มุซ และเปลี่ยนยุทธวิธีจากการโจมตีบุคคลและโครงสร้างพื้นฐานด้านการทหารในอิหร่าน เป็นการโจมตีช่องแคบฮอร์มุซแทน…

รัสเซียมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการขายน้ำมัน

กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ประกาศเมื่อ 17 เมษายน 2569 ต่ออายุการผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรน้ำมันและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมต่อรัสเซียออกไปอีก 30 วันหรือจนถึง 16 พฤษภาคม 2569 หลังจากการประกาศใช้หลังการผ่อนปรนรอบแรกหมดอายุเมื่อ 11 เมษายน 2569 โดยสหรัฐฯ จะอนุญาตให้รัสเซียขนส่งและจำหน่ายน้ำมันเฉพาะที่บรรทุกขึ้นเรือแล้วเสร็จก่อน 17  เมษายน 2569  ทั้งนี้ รัสเซียมีน้ำมันที่บรรทุกขึ้นเรือ และพร้อมจำหน่ายตามเงื่อนไขของการผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรกว่า 100 ล้านบาร์เรล สหรัฐฯ ต้องการให้มาตรการผ่อนปรนต่อรัสเซียช่วยรักษาเสถียรภาพช่วยรักษาเสถียรภาพราคาน้ำมันในตลาดโลก ควบคู่ไปกับกดดันอิหร่านว่า ยังมีทางเลือกในการซื้อ-ขายน้ำมัน นอกจากพึ่งพาช่องแคบฮอร์มุซ แต่ก็สะท้อนการดำเนินนโยบายของสหรัฐฯ ต่อรัสเซียว่า ทั้งที่สนับสนุนยูเครนในการต่อสู้กับรัสเซีย และคว่ำบาตรพลังงานต่อรัสเซีย ด้วยการห้ามไม่ให้ประเทศต่าง ๆ ซื้อน้ำมันจากรัสเซีย จากกรณีรัสเซียยังไม่หยุดรุกรานยูเครน แต่สหรัฐฯ ก็ไม่ได้เป็นศัตรูอย่างสิ้นเชิง รัสเซียจะมีรายได้เพิ่มจากการขายน้ำมัน ซึ่งจะเป็นการช่วยเศรษฐกิจรัสเซียขยายตัวไม่ค่อยสดใส เนื่องจากต้องใช้งบประมาณจำนวนมากในการทำสงครามกับยูเครน โดยประธานาธิบดีรัสเซียยอมรับเมื่อ 18 เมษายน 2569 แล้วว่า การเติบโตทางเศรษฐกิจเมื่อ มกราคม-กุมภาพันธ์ 2569 หดตัวลงแล้ว ร้อยละ 1.8 รวมทั้งผลผลิตด้านการผลิต…

ธนาคารโลกและ IMF กังวลวิกฤตน้ำมันและเสถียรภาพเศรษฐกิจโลก

ผลการประชุมในช่วงฤดูใบไม้ผลิ (Spring Meetings) ของนานาชาติร่วมกับธนาคารโลก (World Bank) และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ระหว่าง 14-19 เมษายน 2569 ที่วอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐฯ เพื่อหารือและแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับปัจจัยที่มีผลต่อทิศทางเศรษฐกิจโลกนั้น ที่ประชุมให้ความสำคัญกับสถานการณ์พลังงาน และเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ ที่มีความเสี่ยงสูงจากปัจจัยสงครามและความขัดแย้งเชิงภูมิรัฐศาสตร์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง เฉพาะอย่างยิ่งความไม่มั่นคงในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นและรุนแรงในระดับนี้มานานหลายปี และทำให้ทั่วโลกต้องเผชิญความเสี่ยงที่จะขาดแคลนน้ำมันและสินค้าบางประเภทที่ไม่สามารถขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ตามปกติ ขณะที่สถาบันการเงินระหว่างประเทศมีข้อจำกัดอย่างมากในการใช้กลไกและเครื่องมือต่าง ๆ เพื่อควบคุมผลกระทบจากความขัดแย้งครั้งนี้ ธนาคารโลกและ IMF เสนองบประมาณช่วยเหลือประเทศที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้น มูลค่า 150,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ตาม ธนาคารโลกและ IMF ยอมรับว่าหากความขัดแย้งในช่องแคบฮอร์มุซยืดเยื้อ งบประมาณช่วยเหลือดังกล่าวก็อาจไม่สามารถบรรเทาวิกฤตพลังงานในระยะยาวได้ สะท้อนว่าสถาบันการเงินระหว่างประเทศมีความกังวลต่อสถานการณ์สูงมาก และมีข้อจำกัดในการให้ความช่วยเหลือต่อประเทศต่าง ๆ จึงกระตุ้นให้ผู้นำประเทศ รวมทั้งผู้กำหนดนโยบายการเงินและการคลังในประเทศต่าง ๆ ที่ไปเข้าร่วมการประชุม เรียกร้องให้คู่ขัดแย้งยุติการทำลายความมั่นคงและเสถียรภาพในช่องแคบฮอร์มุซ และให้ความสำคัญกับเสรีภาพในการเดินเรือ (freedom of navigation) ผลการประชุมอื่น ๆ ที่น่าสนใจ ธนาคารโลกและ IMF ตั้งเป้าหมายกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจโลกที่ ร้อยละ…

สถานการณ์บริเวณช่องแคบฮอร์มุซผันผวนมากขึ้น

ก่อนจะถึงเวลาที่จะสิ้นสุดหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลกับอิหร่าน ใน 22 เมษายน 2569 สถานการณ์บริเวณช่องแคบฮอร์มุซผันผวนอย่างมาก ซึ่งมีทั้งผ่อนคลาย และกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง นอกจากนี้ มีแนวโน้มว่า การเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน รอบที่ 2 ที่ปากีสถานเป็นตัวกลาง เพื่อให้เกิดสันติภาพ เริ่มไม่ราบรื่น เนื่องจากทั้งสองฝ่ายส่งข้อความไปยังประชาคมโลกไม่เป็นในทิศทางเดียวกัน ขณะที่สหรัฐฯ ก็เพิ่มแรงกดดอันอิหร่านด้านเศรษฐกิจมากขึ้น หลังจากประชาคมระหว่างประเทศได้รับสัญญาณเชิงบวก และราคาน้ำมันในตลาดโลกผ่อนคลายลงบ้าง จากการที่ เมื่อ 16 เมษายน2569 อิสราเอล-เลบานอนสามารถบรรลุข้อตกลงชั่วคราวหยุดยิงระหว่างกัน เป็นเวลา 10 วัน (17-27 เมษายน 2569) รวมทั้งจะมีการเจรจาสันติภาพต่อไป ซึ่งทั้งสองฝ่ายคาดว่าข้อตกลงหยุดยิงถาวรอาจเกิดขึ้นได้ จากการที่จะมีการพบกันอีกครั้งที่สหรัฐฯ ในอีก 1-2 สัปดาห์ข้างหน้า แต่ข้อจำกัดยังมีอยู่ เช่น กลุ่มฮิซบุลลอฮ์ต้องปลดอาวุธของในเลบานอน และอิสราเอลต้องถอนกำลังทั้งหมดออกจากเลบานอน ข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวอิสราเอล-เลบานอน ยังส่งผลให้สถานการณ์บริเวณช่องแคบฮอร์มุซ เป็นในเชิงบวกในเบื้องต้น และต่อมาก็กลับมาตึงเครียดเช่นเดิม โดยเมื่อ 17 เมษายน 2569 อิหร่านตอบสนอง ด้วยการเปิดช่องแคบฮอร์มุซให้เรือพาณิชย์ทุกลำ (ยกเว้นเรือที่เชื่อมโยงกับสหรัฐฯ…

เกษตรกรไทยหาแนวทางหลีกเลี่ยงการเผาพื้นที่เกษตรกรรมเพื่อยุติปัญหามลพิษทางอากาศ

AFP ของฝรั่งเศส รายงานกรณีเกษตรกรไทยที่เคยใช้วิธีเผาพื้นที่เกษตรกรรมเพื่อเตรียมการเพาะปลูกกำลังเปลี่ยนไปใช้จุลินทรีย์ช่วยย่อยสลายตอซังพืชแทน เนื่องจากการเผาพื้นที่เกษตรกรรมถูกกล่าวโทษว่าเป็นสาเหตุส่วนหนึ่งของหมอกควันพิษที่ปกคลุมประเทศในช่วง ม.ค. – เม.ย. ของทุกปี ซึ่งภาครัฐมีการปราบปรามอย่างเข้มงวด โดยกำหนดค่าปรับจำนวนมากและมีโทษจำคุก สร้างความหวาดกลัวและถูกมองว่าเป็นการผลักภาระให้เกษตรกร โดยที่ จ.เชียงราย ซึ่งเป็นหนึ่งในแหล่งปลูกข้าวหลักของไทย เริ่มส่งเสริมให้เกษตรกรทดลองใช้จุลินทรีย์ และขณะนี้มีเกษตรกรประมาณ 2,000 รายเปลี่ยนมาใช้วิธีดังกล่าว แต่ยังเป็นส่วนน้อยเมื่อเทียบกับทั้งจังหวัดที่มีกว่า 100,000 ราย อย่างไรก็ตาม จุลินทรีย์ฟรีจากภาครัฐยังไม่เพียงพอ และผู้ที่ไม่สามารถเข้าถึงภาครัฐต้องใช้บริการจากภาคเอกชนที่มีราคาสูง  

5 ประเด็นที่ภาคการเกษตรและอาหารไทยควรเร่งดำเนินการรับมือ

ไทยเป็นประเทศที่พึ่งพาภาคการเกษตรและอาหารอย่างมาก ในโลกปัจจุบันที่สถานการณ์ทั้งภายในประเทศและต่างประเทศในมิติต่าง ๆ มีความท้าทายมากขึ้น มีประเด็นใดบ้างที่ภาคการเกษตรและอาหารไทยควรเร่งดำเนินการเพื่อรับมือกับความท้าทายในด้านต่าง ๆ มาติดตามรับฟังกันได้ที่ The Intelligence Podcast ตอน “5 ประเด็นที่ภาคการเกษตรและอาหารไทยควรเร่งดำเนินการรับมือ”