ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์อาจผลิกผันใน 2 สัปดาห์หน้า

เว็บไซต์​ oilprice.com รายงานเมื่อ 4 เม.ย.69 ว่า แม้สภาวะตลาดน้ำมันในเบื้องต้นจะดูมีเสถียรภาพ แต่จะมีความตึงเครียดในห่วงโซ่สินค้าโภคภัณฑ์ที่มีความเชื่อมโยงกันอย่างซับซ้อน ทั้งน้ำมัน ก๊าซ ปิโตรเคมี ปุ๋ย ฮีเลียม และระบบโลจิสติกส์  คือการปรับเปลี่ยนสภาวะจากความเสี่ยงด้านราคา ไปสู่ ความเสี่ยงด้านความสามารถในการส่งมอบและการเข้าถึงทรัพยากร   ในขณะที่ห่วงโซ่อุปทานเริ่มขาดความยืดหยุ่น และการขาดแคลนสินค้า สวนทางกับตลาดตราสาร ที่ยังคงดูเป็นปกติ  ช่วงสองสัปดาห์ข้างหน้าจะเป็นระยะวิกฤต หากการหยุดชะงักยังคงดำเนินต่อไป และกระตุ้นให้เกิดภาวะเงินเฟ้อ ทั้งนี้ สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ส่งผลให้ราคาน้ำมันในตลาดโลก ผันผวนและปรับตัวสูงขึ้น โดยราคาน้ำมัน WTI  ( 5 เม.ย.69) อยู่ที่ประมาณ 97 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมัน Brent อยู่ที่ 107 ดอลลาร์​สหรัฐต่อบาร์เรล

นรม.อิสราเอลระบุว่าจะร่วมมือกับสหรัฐฯ ในการโจมตีอิหร่านต่อไป

นรม.เบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล แถลงเมื่อ 3 เม.ย.69 ว่า กองทัพอิสราเอลจะยังคงปฏิบัติการโจมตีอิหร่าน โดยประสานงานกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อย่างใกล้ชิด พร้อมระบุว่าระบอบอิหร่านกำลังอ่อนแอลง ซึ่งเป็นผลจากปฏิบัติการทางทหารร่วมกันระหว่างอิสราเอลและสหรัฐฯ  นรม.เนทันยาฮู อ้างความสำเร็จในการทำลายศักยภาพการผลิตเหล็กของอิหร่านได้ ร้อยละ 70 ซึ่งเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญในการบั่นทอนแหล่งเงินทุนและขีดความสามารถในการผลิตอาวุธของ กกล.พิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) พร้อมทั้งประกาศจะกำจัดผู้บัญชาการทหาร  ทำลายสะพาน และโจมตีโครงสร้างพื้นฐานอื่น ๆ ของอิหร่านเพิ่มเติม นอกจากนี้ นรม.เนทันยาฮู ยังระบุว่าจะยังคงโจมตีกลุ่มฮิซบุลลอฮ์ในเลบานอนอย่างหนักและเด็ดขาด โดยย้ำว่ากำลังภาคพื้นดินยังคงปฏิบัติการในภาคใต้ของเลบานอน พร้อมทั้งขยายเขตความมั่นคงเพื่อคุ้มครองชุมชนทางตอนเหนือของอิสราเอล

ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ยืนยันการค้นหานักบินที่ถูกยิงตกในอิหร่าน

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ระบุผ่าน Truth Social เมื่อ 5 เม.ย.69 ว่า กองทัพสหรัฐฯ ได้ปฏิบัติภารกิจค้นหาเพื่อช่วยชีวิตนายทหารที่บาดเจ็บในการปฏิบัติภารกิจในอิหร่าน โดยยืนยันว่านายทหารคนดังกล่าวปลอดภัย แม้ได้รับบาดเจ็บและถูกตามล่าจากศัตรู  กองทัพสหรัฐฯ ตรวจสอบตำแหน่งของนายทหารตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อวางแผนช่วยเหลือโดยส่งเครื่องบินหลายสิบลำพร้อมติดตั้งอาวุธ เพื่อไปรับนายทหารดังกล่าว หลังจากประสบผลสำเร็จในการช่วยเหลือนักบิน 1 คน  ซึ่งทางการสหรัฐฯ ไม่ได้ยืนยันเพราะไม่ต้องการให้ภารกิจช่วยเหลือครั้งที่สองตกอยู่ในความเสี่ยง ทั้งนี้ ภารกิจช่วยเหลือนายทหารดังกล่าวมีขึ้นหลังเกิดเหตุ เครื่องบินขับไล่ F-15E Strike Eagle ของสหรัฐฯ ถูกยิงตกทางตะวันตกเฉียงใต้ของอิหร่าน เมื่อ 3 เม.ย. 69​

ไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดจากความขัดแย้งในภูมิภาค ตอ.กลาง

  The Diplomat ของสหรัฐฯ เผยแพร่บทความเกี่ยวกับผลกระทบด้านพลังงานจากความขัดแย้งในภูมิภาค ตอ.กลางต่อประเทศในภูมิภาคเอเชีย ตอ.ต. โดยระบุว่า ฟิลิปปินส์และไทยเป็นประเทศที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด เนื่องจากพึ่งพาการนำเข้าพลังงานสูง ทำให้มีความเปราะบางสูงต่อการชะงักของอุปทาน ซึ่งไทยมีมาตรการลดความต้องการใช้น้ำมัน แผนปันส่วนน้ำมัน การอุดหนุนราคา รวมถึงการจำกัดการส่งออกน้ำมันซึ่งอาจเพิ่มแรงกดดันต่อประเทศที่นำเข้าน้ำมันจากไทยเพราะไทยเป็นศูนย์กลางการกลั่นน้ำมันของภูมิภาคอีกด้วย ทั้งนี้ ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นกำลังบีบให้รัฐบาลทั่วภูมิภาคต้องตัดสินใจระหว่างการขยายงบประมาณเพื่อรองรับราคาพลังงานที่เพิ่มขึ้น หรือปล่อยให้ภาระตกอยู่กับประชาชนและภาคธุรกิจ ซึ่งเป็นทางเลือกที่ยากและไม่มีรัฐบาลใดต้องการเผชิญ

ปากีสถานประสานสหรัฐฯ-อิหร่านและพันธมิตร เพื่อสนับสนุนการเจรจา ตอ.กลาง

เว็บไซต์สถานีโทรทัศน์ Geo TV และ นสพ.Dawn ของปากีสถาน รายงานเมื่อ 2 เม.ย.69 อ้างถ้อยแถลงของโฆษก กต.ปากีสถาน ว่า ปากีสถานยังคงติดต่อกับผู้นำระดับสูงของสหรัฐฯ และอิหร่านอย่างใกล้ชิด ทั้งสองฝ่ายชื่นชมความพยายามของปากีสถานในการอำนวยความสะดวกและสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเจรจาทางการทูต ปากีสถานยังประสานงานกับพันธมิตรในยุโรป ประเทศสมาชิกองค์การความร่วมมืออิสลาม (Organisation of Islamic Cooperation-OIC) และกลุ่มประเทศรอบอ่าวอาหรับ เพื่อบรรเทาความตึงเครียดและส่งเสริมสันติภาพที่ยั่งยืนในตะวันออกกลาง โดยยืนยันว่า การสนับสนุนดังกล่าวไม่ใช่การกดดันฝ่ายใด

ประธานาธิบดีฝรั่งเศสวิจารณ์ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ว่ากำลังทำลาย NATO

สนข.The Guardian และ Euronews รายงานเมื่อ 2 เม.ย.69 ว่า ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส วิจารณ์ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ว่า กำลังทำลายความเชื่อใจและความมั่นคงของพันธมิตรองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (NATO) ด้วยท่าทีและคำพูดที่ขัดแย้ง เปลี่ยนไปมา รวมทั้งการตำหนิพันธมิตรและขู่ว่าจะถอนตัว พร้อมย้ำว่าการโจมตีทางทหารระยะสั้นไม่สามารถแก้ปัญหาโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านในระยะยาวได้ และการเปิดช่องแคบฮอร์มุซต้องเป็นกระบวนการหลายขั้นตอน เกิดขึ้นหลังจากความรุนแรงสงบหรือยุติลง พร้อมการเจรจากับอิหร่าน

พล.อ.อาวุโส มินอองไลง์ ได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดีเมียนมา คนที่ 11

นสพ. The Straits Times รายงานเมื่อ 3 เม.ย.69 ว่า ที่ประชุมรัฐสภาเมียนมา ลงคะแนนเลือก พล.อ.อาวุโส มินอองไลง์ (อายุ 70 ปี)  เป็นประธานาธิบดีเมียนมา คนที่ 11 เมื่อ 3 เม.ย.69 โดยใช้วิธีการลงคะแนนแบบปิด ส่วนนายนโยซอ อดีต นรม. ได้รับเลือกเป็นรองประธานาธิบดี คนที่ 1 และนางนันนีนีเอ ประธานพรรคเพื่อความเป็นปึกแผ่นและการพัฒนาแห่งสหภาพ (USDP) ประจำรัฐกะเหรี่ยง ได้รับเลือกเป็นรองประธานาธิบดี คนที่ 2 ตามลำดับ โดย พล.อ.อาวุโส มินอองไลง์ จะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลและคัดเลือกบุคคลขึ้นดำรงตำแหน่งใน ครม. เพื่อเข้าบริหารประเทศภายใน เม.ย.69 ต่อไป

เมษายน 2569 เดือนแห่งวิกฤตพลังงาน : เตรียมรับมือ

ไทยและทุกประเทศที่ต้องพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันดิบจากภูมิภาคตะวันออกกลางต้องเตรียมรับมือกับการขาดแคลนน้ำมันดิบที่จะมาจากภูมิภาคตะวันออกกลางที่ในห้วง เมษายน 2569 จะรุนแรงขึ้น ซึ่งรัฐบาลควรชี้แจงประชาชนในประเทศให้เข้าใจถึงปัจจัยภายนอกที่มีผลต่อราคาพลังงาน หรือในขั้นรุนแรงอาจจะต้องเผชิญกับภาวะขาดแคลนเป็นบางช่วง  รวมทั้งอาจต้องร่วมมือกันประหยัดพลังงาน หากมีมาตรการต่าง ๆ ออกมาเพิ่มเติม เพื่อมิให้เกิดกระแสตื่นตระหนกในสังคม จนลุกลามไปจนถึงความขัดแย้งภายในประเทศ นาย Fatih Birol ผู้อำนวยการทบวงการพลังงานระหว่างประเทศ (International Energy Agency-IEA) ให้สัมภาษณ์ผู้บริหารของ Norges Bank Investment Management เมื่อ 1 เมษายน 2569 ว่า ใน ห้วงเมษายน 2569 จะเป็นเดือนที่เลวร้ายที่สุดจากที่ต้องเผชิญภาวะขาดแคลน จากน้ำมันดิบ และก๊าซธรรมชาติเหลว และจะมากกว่าวิกฤตที่เผชิญเมื่อ มีนาคม 2569 เป็นสองเท่า รวมทั้งจะเผชิญความความเสียหายมากเพิ่มเป็นสองเท่าเช่นกัน โดยชี้ให้เห็นว่า เมื่อ มีนาคม 2569 ยังมีเรือขนส่งพาณิชย์สามารถแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุชได้บ้าง แต่ใน เมษายน 2569 แทบจะไม่มีเลย จากการที่อิหร่านควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ องค์กรระหว่างประเทศกังวลถึงผลกระทบทางเศรษฐกิจโลกที่จะเกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้จากภาวะชงักงันของพลังงานดังกล่าว ที่นับตั้งแต่เกิดการสู้รบระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอล กับอิหร่าน เมื่อ…

สิงคโปร์แจ้งเตือนประชาชนว่าแนวโน้มภาษีน้ำมันและก๊าซจะเพิ่มขึ้น

ประชาชนของสิงคโปร์จะต้องชำระค่าไฟฟ้าและก๊าซสำหรับไตรมาสที่ 2 ของปี 2569 (เมษายน–มิถุนายน) เพิ่มขึ้นซึ่งเป็นผลจากต้นทุนเชื้อเพลิง โดยเฉพาะก๊าซธรรมชาติและน้ำมันในตลาดโลกที่เพิ่มสูงขึ้นจากความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง  หน่วยงานด้านพลังงานของสิงคโปร์ระบุว่า การปรับขึ้นค่าไฟฟ้าและก๊าซในครั้งนี้เป็นเพียงผลกระทบบางส่วนของราคาพลังงานที่เพิ่มขึ้น  และมีแนวโน้มที่จะส่งผลชัดเจนมากขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 ข้อมูลจากหน่วยงานกำกับดูแลพลังงานของสิงคโปร์ระบุว่า โครงสร้างพลังงานของประเทศมีความพึ่งพาการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลวในระดับสูง โดยก๊าซธรรมชาติเหลวคิดเป็นประมาณร้อยละ 95 ของการผลิตไฟฟ้าทั้งหมดของประเทศ และยังเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตก๊าซสำหรับครัวเรือน ส่งผลให้ต้นทุนพลังงานภายในประเทศมีความอ่อนไหวต่อความผันผวนของราคาพลังงานโลกอย่างมาก ในเชิงระบบ สิงคโปร์ใช้กลไกการปรับอัตราค่าไฟฟ้าและก๊าซทุก 3 เดือน โดยคำนวณจากต้นทุนเชื้อเพลิงเฉลี่ยในช่วงประมาณ 2–2.5 เดือนก่อนหน้า เพื่อสะท้อนต้นทุนจริงและลดความผันผวนในระยะสั้น อย่างไรก็ตาม ราคาที่ผู้บริโภคจ่ายในปัจจุบันอาจยังไม่สะท้อนต้นทุนที่แท้จริงในช่วงเวลาปัจจุบันทั้งหมด   โดยเมื่อ 31 มีนาคม 2569 สิงคโปร์ประกาศว่า ในห้วงเมษายน-มิถุนายน 2569 ภาษีน้ำมันและก๊าซที่พักอาศัยจะเพิ่มขึ้น จากไตรมาสก่อน ร้อยละ 2.1 อยู่ที่ 29.72 เซนต์ ต่อกิโลวัตต์-ชั่วโมง หน่วยงานพลังงานของสิงคโปร์เตือนเมื่อปลาย มีนาคม 2569 ว่า ราคาพลังงานมีแนวโน้มจะยังคงอยู่ในระดับสูงในระยะต่อไป เนื่องจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังคงสร้างแรงกดดันต่อการผลิตและการขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติในตลาดโลก โดยเฉพาะการหยุดชะงักของเส้นทางขนส่งสำคัญ ซึ่งอาจส่งผลให้ราคาพลังงานปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้หน่วยงานยังเตือนว่าผู้บริโภคทั้งภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจควรเตรียมรับมือกับต้นทุนพลังงานที่สูงและผันผวนมากขึ้นในระยะข้างหน้า ในด้านมาตรการรับมือ รัฐบาลสิงคโปร์ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยแนะนำให้ประชาชนเลือกใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ประหยัดพลังงาน…

 สปป.ลาวเร่งรับมือกับผลกระทบจากราคาพลังงานสูงขึ้น

สปป.ลาวเป็นได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง เฉพาะอย่างยิ่งด้านพลังงาน ที่ส่งผลให้ราคาน้ำมันภายในประเทศพุุ่งสูงขึ้นถึง ร้อยละ 25-30 ซึ่งก่อให้เกิดภาวะขาดแคลนน้ำมัน และทำให้อัตราเงินเฟ้อรวมไปถึงค่าครองชีพของประชาชนปรับตัวสูงขึ้น ตามราคาอาหารและค่าขนส่งที่แปรผันตามราคาน้ำมันที่สูงขึ้น สปป.ลาวจึงได้มีการออกมาตรการต่าง ๆ เพื่อรับมือกับวิกฤตพลังงานดังกล่าว สำนักงานนายกรัฐมนตรีแห่ง สปป.ลาว ได้ออกประกาศมาตรการฉุกเฉินเมื่อ 19 มีนาคม 2569 กำหนดให้มีการปรับการเรียนการสอนในทุกสถาบันการศึกษาทั่วประเทศให้เหลือเพียง 3 วัน/สัปดาห์ พร้อมส่งเสริมการทำงานจากที่บ้าน (Work From Home) ในหน่วยงานรัฐทุกแห่ง เพื่อลดการเดินทางและประหยัดน้ำมัน และเพื่อลดค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางให้กับประชาชนท่ามกลางภาวะราคาน้ำมันที่ผันผวนอย่างรุนแรง และยังมีการกำหนดให้มีการเรียนการสอนแบบทางไกลสำหรับสถาบันที่มีความพร้อมด้านเทคโนโลยีหากผลกระทบด้านพลังงานยังดำเนินต่อไป กระทรวงโยธาธิการและขนส่งยังเรียกร้องให้หน่วยงานราชการ ภาคธุรกิจ รวมถึงประชาชนใช้บริการขนส่งสาธารณะ รถโดยสารประจำทาง รวมถึงใช้รถยนต์ไฟฟ้า โดยจะปรับลดค่าโดยสารสำหรับรถโดยสารไฟฟ้าปรับอากาศและเรียกเก็บค่าโดยสารอัตราเดียว (flat-rate) ที่เที่ยวละ 10,000 กีบ (ประมาณ 15 บาท) ห้วง 23 มีนาคม-30 พฤษภาคม 2569 เช่นเดียวกับนครหลวงเวียงจันทน์ที่ปรับปรุงการเก็บค่าโดยสารเป็นแบบอัตราเดียว นอกเหนือจากนี้ กระทรวงเกษตรและสิ่งแวดล้อมของ สปป.ลาว ยังผลักดันให้กลุ่มเกษตรกรและภาคธุรกิจใช้พลังงานหมุนเวียนมากยิ่งขึ้น เพื่อลดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง รวมถึงศึกษาการจัดตั้งคลังสำรองอาหารเพื่อความมั่นคงทางอาหารในอนาคตด้วย อย่างไรก็ดี เกษตรกร…