สหรัฐฯ เพิ่มมาตรการคว่ำบาตรต่อเครือข่ายการค้าน้ำมันของอิหร่าน

สนง. ควบคุมทรัพย์สินต่างชาติ ของ กค.สหรัฐฯ ว่า ประกาศ เมื่อ 11 พ.ค.69 คว่ำบาตรต่อเครือข่ายที่ช่วยเหลือทางการอิหร่านในการค้าน้ำมัน  ได้แก่ 1) บุคคล 3 ราย ซึ่งเป็นบุคคลสำคัญในบริษัทน้ำมันของกองกำลัง IRGC และ 2) นิติบุคคล 8 ราย เป็นบริษัทในฮ่องกง 4 ราย และสหรัฐอาหรับเอมิเมตส์ 4 ราย ที่พยายามดำเนินการส่งออก และขนส่งน้ำมันออกจากอิหร่าน ก่อนหน้านี้ เมื่อ 8 พ.ค.69 ทางสหรัฐฯ คว่ำบาตรต่อเครือข่ายนำส่งชิ้นส่วนอากาศยานไร้คนขับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งโดรนชาเฮด ซึ่งเป็นบุคคล และนิติบุคคลจากจีน ฮ่องกง เบลารุสและสหรัฐอาหรับเอมิเมตส์ กับทั้งเมื่อ 7 พ.ค.69 ได้คว่ำบาตร นาย Ali Maarij Al-Bahadly รมช.น้ำมันของอิรักจากการมีส่วนเกี่ยวข้องในการลักลอบขนส่งน้ำมันออกจากอิหร่าน พร้อมกับสมาชิกกลุ่มก่อการร้ายติดอาวุธ   รวมทั้งสมาชิกกลุ่มก่อการร้าย Kata’ib Sayyid al-Shuhada…

ปริมาณน้ำมันโลก เมื่อ เมษายน 2569 ลดลงอย่างมาก

ปริมาณน้ำมันที่หมุนเวียนในตลาดโลกลดต่ำลงอย่างมาก และอาจจะลดต่ำลงมากขึ้น หากสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซยังไม่คลี่คลายจากการเข้าควบคุมจากทั้งฝ่ายอิหร่านและสหรัฐฯ โดยมีรายงานว่าปริมาณการผลิตน้ำมันของกลุ่ม OPEC ในห้วง เมษายน 2569 ลดลงสู่ระดับต่ำที่สุดเป็นประวัติการณ์ตั้งแต่ปี 2543  ด้วยการผลิตได้ลดลง 830,000 บาร์เรลต่อวัน เหลือประมาณ 20.04 ล้านบาร์เรลต่อวัน  คูเวตเป็นประเทศที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด เนื่องจากส่งออกน้ำมันได้น้อยมากตลอดทั้ง เมษายน 2569 ขณะที่ซาอุดีอาระเบียและอิรักต้องลดกำลังการผลิตภายหลังโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานถูกโจมตี ประธาน/CEO บจ.Saudi Aramco ระบุว่า ปริมาณน้ำมันหายไปจากตลาดโลก กว่า 1,000 ล้านบาร์เรล และจะสูญเสียอีกประมาณ 100 ล้านบาร์เรลต่อสัปดาห์ ขณะที่เรือขนส่งน้ำมันสามารถแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ได้เพียง 2-5 ลำ จาก 700 ลำต่อวัน พร้อมกับประเมินว่า หากสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซยังไม่สามารถทำให้เรือขนส่งน้ำมันแล่นผ่านได้เป็นปกติได้ใน มิถุนายน 2569 ตลาดน้ำมันโลกจะฟื้นตัวอีกครั้งในปี 2570 ขณะที่ทบวงการพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) และสหรัฐฯ ที่เตรียมพร้อมระบายน้ำมันสำรองทางยุทธศาสตร์ (Strategic Petroleum Reserve- SPR) เพื่อพยุงตลาด แต่ยังไม่เพียงพอที่จะรักษาเสถียรภาพของห่วงโซ่อุปทานและราคาน้ำมันในตลาดโลก…

เลขาธิการอาเซียนหารือกับประธานสหพันธ์สมาคมเจ้าของเรืออาเซียน

นายเกา กิม ฮวน เลขาธิการอาเซียน พบหารือกับนาย Mohamed Safwan bin Othman ประธานสหพันธ์สมาคมเจ้าของเรืออาเซียน (Federation of ASEAN Shipowners’ Associations-FASA) ที่สำนักเลขาธิการอาเซียน กรุงจาร์กาตา อินโดนีเซีย เมื่อ 11 พ.ค.69 เกี่ยวกับโอกาสในการเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างอาเซียนกับภาคการขนส่งทางเรือ เพื่อสนับสนุนการเชื่อมโยงในภูมิภาค เสริมสร้างความยืดหยุ่นของห่วงโซ่อุปทาน และส่งเสริมการดำเนินงานด้านการขนส่งทางทะเลที่ปลอดภัยและยั่งยืน

มาเลเซียยกระดับการคัดกรองผู้ผ่านแดนเพื่อเฝ้าระวังเชื้อไวรัสฮันตา

สนข.เบอร์นามารายงานเมื่อ 10 พ.ค.69 อ้างถ้อยแถลงของ ดาตุ๊ก ซรี ซุลกีฟลี อะห์หมัด รมว.สธ.มาเลเซีย ว่า มาเลเซียยกระดับมาตรการเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสฮันตา โดยเพิ่มความเข้มงวดมาตรการควบคุมชายแดน ณ จุดผ่านแดนทั่วประเทศ ทั้งทางบก ทางอากาศ และทางน้ำ เน้นการตรวจคัดกรองสุขภาพผู้ผ่านแดน ที่ผ่านมา หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ตรวจสอบเรือและเรือเล็ก   การออกใบอนุญาตให้เทียบท่าและขนถ่ายผู้โดยสาร บ และใบรับรองสุขอนามัยเรือ   ทั้งนี้ ยังไม่มีรายงานชาวมาเลเซียติดเชื้อไวรัสฮันตาในปัจจุบัน

ฟิลิปปินส์มุ่งพัฒนาขีดความสามารถด้านการต่อต้านเรือดำน้ำ

สนข. PNA รายงานเมื่อ 11 พ.ค.69 อ้างแถลงการณ์ ทร.ฟิลิปปินส์ ว่า จะมุ่งพัฒนาขีดความสามารถด้านการต่อต้านเรือดำน้ำ (Anti-Submarine Warfare-ASW) ซึ่งเป็นองค์ประกอบพื้นฐานภายใต้ยุทธศาสตร์การป้องกันทางทะเลที่ทันสมัย ครอบคลุมหลายมิติ และลดการพึ่งพาจากภายนอก ปัจจุบัน ทร.ฟิลิปปินส์ดำเนินการพัฒนาขีดความสามารถด้าน ASW   ครอบคลุมระบบบนเรือรบ อากาศยาน และเซนเซอร์ใต้น้ำแบบติดตั้งถาวร  ขณะที่พัฒนาการด้านอื่นในห้วงที่ผ่านมาได้แก่การซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ที่มีขีดความสามารถด้าน ASW เช่น เรือฟริเกตติดขีปนาวุธนำวิถีชั้น Jose Rizal เรือฟริเกตขนาดใหญ่ชั้น Miguel Malvar และเฮลิคอปเตอร์ต่อต้านเรือดำน้ำ AW-159 Wildcat

ญี่ปุ่นได้รับน้ำมันดิบจากภูมิภาคเอเชียกลาง

กระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรมของญี่ปุ่น เปิดเผย เมื่อ 11 พ.ค.69  ว่า เรือบรรทุกน้ำมันดิบปริมาณ 45,000 กิโลลิตร (ประมาณ 283,000 บาร์เรล) จากอาเซอร์ไบจาน จะถึงญี่ปุ่นเร็วที่สุดใน 12 พ.ค.69 นับเป็นการนำเข้าน้ำมันดิบจากภูมิภาคเอเชียกลางเป็นครั้งแรกของญี่ปุ่น ภายหลังช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดจากสถานการณ์ตึงเครียดที่เกิดขึ้นหลังสหรัฐฯ และอิสราเอลเริ่มปฏิบัติการโจมตีอิหร่านเมื่อ 28 ก.พ.69 ทั้งนี้ น้ำมันดิบดังกล่าวจะถูกขนส่งไปยังโรงกลั่นเนกิชิ ของบริษัท ENEOS ในเมืองโยโกฮามา จ.คานากาวะ เพื่อกลั่นเป็นผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมออกจำหน่ายต่อไป

รัสเซียระบุการถอนกำลังยูเครนออกจากภูมิภาคดอนบาสจะทำให้การเจรจาคืบหน้า

นายยูริ อุชาคอฟ ผู้ช่วยประธานาธิบดีรัสเซียระบุเมื่อ 10 พ.ค.69 ว่า การเจรจาสันติภาพรัสเซีย-ยูเครนจะไม่คืบหน้าไปมากกว่าปัจจุบัน หากยูเครนไม่ถอนกำลังทหารทั้งหมดออกจากภูมิภาคดอนบาส ซึ่งเหตุผลที่ยูเครนยังคงปฏิเสธเงื่อนไขดังกล่าว เนื่องจากยุโรปให้การสนับสนุนทางทหาร  อย่างไรก็ดี ยูเครนจะต้องยอมรับเงื่อนไขการถอนทหารในที่สุด นายอุชาคอฟอ้างถึงสหรัฐฯ ว่ายังไม่ละทิ้งการผลักดันการแก้ไขความขัดแย้งรัสเซีย-ยูเครน เห็นได้จากการสนทนาทางโทรศัพท์ระหว่างผู้นำทั้งสอง ครั้งล่าสุด เมื่อ 29 เม.ย.69 เฉพาะอย่างยิ่งการหยุดยิงชั่วคราวในห้วงการเฉลิมฉลองวันแห่งชัยชนะของรัสเซีย ระหว่าง 9-11 พ.ค.69

สถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลางเสี่ยงสงคราม

ในช่วงก่อนการเยือนจีนของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ระหว่าง 14-15 พฤษภาคม 2569 เป็นช่วงที่อ่อนไหวอย่างมากต่อทิศทางไปสู่สันติภาพในตะวันออกกลาง ซึ่งความขัดแย้งระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ และอิสราเอลเกิดขึ้นตั้งแต่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 เนื่องจากเป็นช่วงที่รอว่า สหรัฐฯ และอิหร่านจะสามารถบรรลุข้อตกลง หรือบันทึกช่วยจำ ซึ่งมีความยาวประมาณ 1 หน้ากระดาษ ได้หรือไม่ อย่างไร เพื่อนำไปสู่การเจรจาในรายละเอียดต่อไป ซึ่งหากทั้งสองฝ่ายสามารถตกลงกันได้ การเยือนจีนของประธานาธิบดีทรัมป์ก็จะเป็นภาพลักษณ์เชิงบวกของทั้งสหรัฐฯ และจีนในความร่วมมือลดความขัดแย้งในเวทีโลก อย่างไรก็ดี สถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลางค่อนข้างเริ่มอ่อนไหวมากขึ้น  ช่องแคบฮอร์มุซยังเป็นจุดขัดแย้งระหว่างสองฝ่าย เช่น เมื่อ 8 พฤษภาคม 2569 สหรัฐฯ โจมตี เรือบรรทุกน้ำมันขนาดใหญ่ 2 ลำ ของอิหร่านที่จะพยายามผ่านแนวปิดกั้นของสหรัฐฯ จากอ่าวโอมาน ส่วนเรือพิฆาตติดขีปนาวุธ 3 ลำ ของสหรัฐฯ ถูกโจมตีจากอิหร่าน ขณะผ่านช่องแคบฮอร์มุซ  นอกจากนี้ ในวันเดียวกัน ยังมีความเคลื่อนไหวจากฝรั่งเศสและสหราชอาณาจักรที่จะยิ่งทำให้การขนส่งพลังงานผ่านบริเวณนี้ซับซ้อนมากขึ้น จากที่ฝรั่งเศสส่งกองเรือบรรทุกเครื่องบิน เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับภารกิจคุ้มครองการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งฝรั่งเศสและสหราชอาณาจักรกำลังผลักดันร่วมกับประเทศพันธมิตร ล่าสุด เมื่อ…

กาตาร์ส่ง LNG ให้ปากีสถานผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

เรือ Al Kharaitiyat ซึ่งเป็นเรือบรรทุกแก๊สธรรมชาติเหลว (Liquefied Natural Gas-LNG) ของกาตาร์ ออกเดินทางจากนิคมอุตสาหกรรมราสลัฟฟาน  ทาง ตอ.น. ของบริษัทกาตาร์เอเนอร์จี รัฐวิสาหกิจของกาตาร์ เพื่อขนส่ง LNG ไปท่าเรือกาซิม  ของปากีสถาน โดยเรืออยู่ระหว่างมุ่งหน้าไปช่องแคบฮอร์มุซเมื่อ 9 พ.ค.69 หากเรือลำดังกล่าวสามารถผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้สำเร็จ จะเป็นเรือบรรทุก LNG ของกาตาร์ลำแรกที่เดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซนับแต่สหรัฐฯ และอิสราเอลเริ่มปฏิบัติการโจมตีอิหร่านเมื่อ 28 ก.พ.69 มีข้อมูลจากแหล่งข่าวระบุว่าเรือลำดังกล่าวอยู่ระหว่างขนส่ง LNG ที่กาตาร์ขายให้ปากีสถานด้วยวิธีรัฐต่อรัฐ ซึ่งอิหร่านอนุญาตให้เดินเรือผ่านพื้นที่ได้เพื่อสร้างความไว้วางใจต่อกาตาร์และปากีสถาน

อิหร่านเปิดเผยว่าผู้นำสูงสุดรักษาอาการบาดเจ็บจนหายดีแล้ว

สนข. Anadolu Ajansı รายงานเมื่อ 10 พ.ค.69 อ้างการรายงานของ สนข. Fars News Agency ของอิหร่าน ว่า นายมาซาเฮอร์ ฮอสไซนี  จนท.อาวุโสประจำสำนักผู้นำสูงสุดอิหร่าน แถลงเกี่ยวกับสุขภาพของนายมอจญ์ตะบา คอมะนะอี ผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่านเป็นครั้งแรก โดยระบุว่านายมอจญ์ตะบาได้รับบาดเจ็บที่กระดูกสะบ้าเข่า หลังส่วนล่าง และด้านหลังใบหู จากการโจมตีทางอากาศระลอกแรกของสหรัฐฯ และอิสราเอลเมื่อ 28 ก.พ.69 ก่อนที่จะได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้นำสูงสุดอิหร่านเมื่อ 9 มี.ค.69 แต่ได้รับการรักษาอาการบาดเจ็บจนมีสุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์แล้ว พร้อมปฏิเสธว่านายมอจญ์ตะบาไม่ได้รับบาดเจ็บรุนแรงที่ศีรษะตามที่เป็นข่าว