ญี่ปุ่นสนับสนุนโครงการเก็บกู้ทุ่นระเบิดในกัมพูชา

ญี่ปุ่นดำเนินโครงการช่วยเหลือและสนับสนุนด้านมนุษยธรรมในกัมพูชาอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อ 18 พฤษภาคม 2569 มีรายงานรัฐบาลญี่ปุ่น ส่งนาย Ueno Atsushi เอกอัครราชทูตญี่ปุ่น/พนมเปญ เป็นผู้แทนมอบงบประมาณจำนวน 11 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อสนับสนุนโครงการเก็บกู้ทุ่นระเบิด และช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่เหยื่อทุ่นระเบิดในกัมพูชา ซึ่งเป็นโครงการของ Cambodian Mine Action Centre (CMAC) ที่ดำเนินการตั้งแต่ปี 2549 ทั้งนี้ รัฐบาลญี่ปุ่นมีส่วนร่วมในโครงการดังกล่าวผ่านกรอบการให้ความช่วยเหลือของโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) และการมอบงบประมาณจำนวน 11 ล้านดอลลาร์สหรัฐครั้งนี้เป็นไปตามความร่วมมือระยะที่ 2 ของโครงการ และจะมีการมอบระยะที่ 3 เร็ว ๆ นี้ ญี่ปุ่นให้งบประมาณดำเนินโครงการดังกล่าวรวมจำนวน 17 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อเก็บกู้ทุ่นระเบิดและช่วยเหลือเหยื่อในพื้นที่จังหวัด Battambang จังหวัด  Pursat และจังหวัด Pailin ของกัมพูชา เริ่มตั้งแต่ปี 2565 ที่ผ่านมา สามารถเก็บกู้ทุ่นระเบิดได้มากถึงร้อยละ 127 ของพื้นที่เป้าหมาย โดยทำลายทุ่นระเบิดได้ประมาณ 27,847 ทุ่น…

ผู้นำจีนต้อนรับผู้นำรัสเซีย ลงนามในความร่วมมือหลายมิติ

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีนต้อนรับประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซียที่เดินทางเยือนกรุงปักกิ่งอย่างเป็นทางการ เมื่อ 19 พฤษภาคม 2569  ผู้นำจีนต้อนรับผู้นำรัสเซียอย่างสมเกียรติ จากนั้นได้หารือกันประเด็นการกระชับความร่วมมือ และลงนามในข้อตกลงระหว่างกัน เพื่อขยายความสัมพันธ์ด้านการค้า ความมั่นคงพลังงาน และการทูต พร้อมกับร่วมเฉลิมฉลองในโอกาสครบรอบ 25 ปี ความสัมพันธ์ตามสนธิสัญญา Treaty of Good-Neighborliness and Friendly Cooperation ที่เป็นข้อตกลงแก้ไขปัญหาขัดแย้งประเด็นพรมแดนจีน-รัสเซีย และเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างกันมากขึ้นตั้งแต่ปี 2544 และปัจจุบัน จีนกับรัสเซียเห็นพ้องจะขยายอายุสนธิสัญญาดังกล่าวด้วย สื่อมวลชนต่างประเทศวิเคราะห์ว่าปัจจัยที่ทำให้บรรยากาศความสัมพันธ์ระหว่างจีน-รัสเซียในปัจจุบันใกล้ชิดและแน่นแฟ้นกันมากขึ้น อาจเป็นผลจากความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างประธานาธิบดีสี จิ้นผิง และประธานาธิบดีปูติน เพราะทั้ง 2 ผู้นำมีอำนาจปกครองประเทศยาวนาน จึงไม่มีการเปลี่ยนแปลงนโยบายต่อกัน และได้พบหารือกันมาแล้วมากกว่า 40 ครั้ง นอกจากนี้ ทั้ง 2 ประเทศร่วมมือกันเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงนโยบายของสหรัฐฯ ซึ่งมีมุมมองว่าจีนและรัสเซียเป็นความท้าทายเชิงยุทธศาสตร์มาโดยตลอด ทำให้จีนและรัสเซียใช้หลักการร่วมมือกันมากขึ้นเพื่อรับมือกับสหรัฐฯ ผู้เชี่ยวชาญบางส่วนตั้งข้อสังเกตว่า ปัจจุบันผู้นำรัสเซียต้องพึ่งพาผู้นำจีนมากกว่าในอดีต เพราะรัสเซียเผชิญมาตรการคว่ำบาตรจากนานาชาติจากกรณีสงครามในยูเครน อย่างไรก็ตาม นักวิชาการมีมุมมองว่าความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับรัสเซียในปัจจุบันเป็นรูปแบบการพึ่งพาอาศัย เพื่อปกป้องผลประโยชน์และความมั่นคงของประเทศในช่วงที่สถานการณ์โลกผันผวนและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว บรรยากาศการพบหารือระหว่างผู้นำจีนและผู้นำรัสเซียที่ราบรื่น ยังสะท้อนว่าปัจจุบันจีนพร้อมร่วมมือกับต่างประเทศทุกฝ่าย…

มุมมองเชิงบวกต่อเศรษฐกิจไทย

ในห้วง17-18 พฤษภาคม 2569 สื่อต่างประเทศรายงานมุมมองเชิงบวกต่อเศรษฐกิจไทย ทั้งการขยายตัวทางเศรษฐกิจ การลงทุน และอุตสาหกรรมความงาม สำนักข่าว Bloomberg ของสหรัฐฯ Reuters ของสหราชอาณาจักร และ Nikkei Asia ของญี่ปุ่น รายงานเศรษฐกิจไทยขยายตัวสูงกว่าคาดการณ์ กรณีสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยตัวเลขการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) เมื่อไตรมาสที่ 1/2569 ที่ขยายตัวร้อยละ 2.8 สูงกว่าคาดการณ์ของนักเศรษฐศาสตร์ โดยมีปัจจัยหนุนจากการใช้จ่ายภาครัฐ การลงทุนภาคเอกชน และการส่งออกที่ปรับตัวดีขึ้น สำนักข่าว Bloomberg ยังนำเสนอว่าไทยเตรียมลดกฎระเบียบทางธุรกิจเพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศกรณีที่รัฐบาลมีแผนปฏิรูปกฎระเบียบกว่า 7,000 ฉบับ ที่เป็นอุปสรรคต่อภาคธุรกิจมายาวนาน เพื่อแข่งขันในการดึงดูดเงินลงทุนจากต่างประเทศ ความพยายามดังกล่าวอย่างเป็นรูปธรรมของไทยจะผลักดันการปรับตำแหน่งให้ไทยเป็นประเทศที่มีศักยภาพในการแข่งขันมากขึ้นสำหรับบริษัทข้ามชาติที่กำลังปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทาน ส่วน South China Morning Post ของฮ่องกง เผยแพร่บทความเกี่ยวกับอุตสาหกรรมความงามของไทยกำลังเติบโต โดยระบุว่าอุตสาหกรรมสุขภาพและความงามของประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  เฉพาะอย่างยิ่ง ไทยและเวียดนามกำลังได้รับความนิยมและขยายตัวในหลายภูมิภาคของเอเชีย และสามารถแย่งส่วนแบ่งตลาด ซึ่งประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเป็นเจ้าของตลาดหลัก โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนจากการมีบุคลากรที่มีทักษะและบริการด้านเวชศาสตร์ความงามจำนวนมาก ต้นทุนแรงงาน และค่าบริการที่ต่ำกว่าประเทศตะวันตก ทำให้ลูกค้าจากทั่วโลกเดินทางมาใช้บริการด้านความงามที่ไทย รัฐบาลไทยหนุนภาคเอกชนให้เดินหน้าการลงทุนเพิ่มขึ้น เพื่อกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจ …

คิวบาเผชิญความเสี่ยงหลังสหรัฐฯ เพิ่มการคว่ำบาตร

คิวบาเผชิญความท้าทายด้านความมั่นคงทางการเมืองและพลังงานมากขึ้น หลังจากสหรัฐฯ เมื่อ 18 พฤษภาคม 2569 เพิ่มมาตรการคว่ำบาตรเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาล รวมทั้งหน่วยงานความมั่นคงและข่าวกรอง เพื่อกดดันคิวบาให้เปลี่ยนแปลงผู้นำทางการเมือง โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ต้องการให้ตระกูลคาสโตร ยุติอิทธิพลทางการเมือง เพราะไม่สามารถบริหารจัดการความมั่นคงและเศรษฐกิจของคิวบาได้ เป้าหมายสำคัญของสหรัฐฯ คือ อดีตประธานาธิบดี Raúl Castro ที่กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ต้องการยื่นฟ้องร้องข้อหาเกี่ยวข้องกับการสั่งยิงเครื่องบินช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม เมื่อปี 2539 ซึ่งทั่วโลกคาดการณ์ว่าการยื่นฟ้องจะเป็นขั้นตอนแรก สู่การที่สหรัฐฯ จะส่งทหารไปแทรกแซงและควบคุมคิวบา ปัจจุบัน ประธานาธิบดี Miguel Díaz-Canel ของคิวบายังไม่ยอมอ่อนข้อให้สหรัฐฯ โดยประกาศเตือนสหรัฐฯ หากใช้ปฏิบัติการทางทหารต่อคิวบา จะได้รับผลกระทบตามมาอย่างรุนแรง พร้อมส่งสัญญาณให้ทั่วโลกเข้าใจสถานการณ์ว่า ที่ผ่านมา สหรัฐฯ ข่มขู่และกดดันคิวบามาโดยตลอด ทั้งมาตรการคว่ำบาตรและตัดช่องทางขนส่งพลังงาน ทำให้ประชาชนคิวบาต้องเผชิญวิกฤตขาดแคลนพลังงาน และเสี่ยงเผชิญวิกฤตด้านมนุษยธรรม เพราะมีรายงานว่าเรือขนส่งสินค้าประเภทเครื่องอุปโภคและบริโภคจำนวนมาก จะไม่สามารถเดินทางไปยังคิวบาได้ เนื่องจากมาตรการของสหรัฐฯ กรณีดังกล่าวทำให้รัฐบาลคิวบาต้องประกาศตอบโต้ ด้วยการย้ำว่าคิวบามีสิทธิจะป้องกันตนเอง หากสหรัฐฯ เตรียมปฏิบัติการทางทหารในคิวบา สถานการณ์ความมั่นคงในคิวบายังไม่แน่นอน เนื่องจากก่อนหน้านี้ ผู้นำสหรัฐฯ ระบุชัดเจนว่าต้องการครอบครองคิวบา จากนั้นก็เพิ่มมาตรการกดดันรัฐบาลคิวบาด้วยการคว่ำบาตรและระงับการส่งพลังงานจากเวเนซุเอลาไปยังคิวบา คาดว่าประธานาธิบดีทรัมป์ต้องการคิวบาเนื่องจากเป็นจุดยุทธศาสตร์ความมั่นคงที่สำคัญของสหรัฐฯ และภูมิภาคละตินอเมริกาที่ปัจจุบันเป็นภูมิภาคที่สหรัฐฯ…

หน่วยความมั่นคงจีนเตือนข้อมูลรั่วไหลจากการใช้เทคโนโลยี

สถาบันปกป้องความมั่นคงและข้อมูลลับแห่งชาติ (National Administration of State Secrets Protection) ของรัฐบาลจีนเมื่อ 18 พฤษภาคม 2569 เผยแพร่ข้อความผ่านสื่อสังคมออนไลน์กระตุ้นเตือนให้ประชาชนและนักธุรกิจระมัดระวังความปลอดภัยระหว่างการใช้งานเทคโนโลยีที่ทันสมัยมากขึ้น เฉพาะอย่างยิ่งอากาศยานไร้คนขับ (โดรน) การเชื่อมโยงอินเทอร์เน็ต หรือ Internet of Things (IoTs) และปัญญาประดิษฐ์ (AI) เนื่องจากมีความเสี่ยงที่ผู้ใช้งานจะทำข้อมูลส่วนบุคคลหรือข้อมูลสำคัญรั่วไหลโดยไม่ได้ตั้งใจ เช่น ภาพถ่ายพื้นที่สำคัญที่อาจรั่วไหลได้จากการใช้โดรน ซึ่งนอกจากจะไม่เป็นผลดีต่อการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลแล้ว ยังเสี่ยงทำให้ข้อมูลสำคัญระดับชาติถูกเปิดเผยด้วย รัฐบาลจีนเน้นย้ำให้ผู้ใช้เทคโนโลยีดังกล่าวปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบการขออนุญาตใช้เทคโนโลยีอย่างเคร่งครัด เนื่องจากในห้วง 2-3 ปีที่ผ่านมา มีรายงานการลักลอบใช้โดรนถ่ายภาพในหลายพื้นที่ บางส่วนเข้าไปถ่ายภาพในฐานทัพและคลังเครื่องบินรบ ซึ่งมีความอ่อนไหวอย่างมาก นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่าสถาบันที่ให้บริการด้านสาธารณสุขใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ประมวลผลและคาดการณ์สุขภาพของผู้เข้ารับบริการ ซึ่งแม้ว่าจะเป็นผลดีต่อการป้องกันปัญหาสุขภาพ แต่เสี่ยงละเมิดสิทธิส่วนบุคคล จริยธรรม และข้อมูลส่วนบุคคล เนื่องจากข้อมูลทางการแพทย์มีความสำคัญอย่างมาก ขณะที่ภัยคุกคามและอันตรายจาก IoTs นั้น ประเทศจีนยังสามารถควบคุมได้ แต่พบว่ามีแฮกเกอร์จำนวนมากพยายามโจมตีทางไซเบอร์ต่อสหรัฐฯ และประเทศในภูมิภาคอเมริกาเหนือ สะท้อนว่าจีนยังมีความเสี่ยงที่จะต้องรับมือกับภัยคุกคามดังกล่าว หน่วยความมั่นคงจีนให้ความสำคัญกับการเผยแพร่ข้อมูลความเสี่ยงจากการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ รวมทั้งเสนอแนะแนวทางรับมือในอนาคต ได้แก่ การเตรียมความพร้อมตอบสนองต่อสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้ การแก้ไขช่องโหว่ในระบบ…

ผู้นำรัสเซียมีมุมมองเชิงบวกต่อการเยือนจีน

ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูตินของรัสเซีย เยือนจีนอย่างเป็นทางการ ระหว่าง 19-20 พฤษภาคม 2569 เพื่อพบหารือกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิงที่กรุงปักกิ่ง  ผู้นำรัสเซียคาดหวังให้การเยือนครั้งนี้เป็นผลดีต่อความร่วมมือของรัสเซีย-จีน รวมทั้งสร้างเสถียรภาพให้โลก พร้อมระบุว่ารัสเซียกับจีนสามารถร่วมมือกันเพื่อส่งเสริมสันติภาพโลกได้ เนื่องจากทั้ง 2 ประเทศให้ความสำคัญกับการปฏิบัติตามกฎหมายระหว่างประเทศและกฎบัตรสหประชาชาติ (UN Charter) ซึ่งเป็นสนธิสัญญานานาชาติ นอกจากนี้ รัสเซียกับจีนยังมีความร่วมมือในกรอบพหุภาคีที่หลากหลาย เช่น กรอบ Shanghai Cooperation Organisation (SCO) และกรอบ BRICS ที่เป็นประโยชน์ต่อการเพิ่มพูนการแลกเปลี่ยนมุมมองต่อสถานการณ์ต่าง ๆ ทั้งระดับภูมิภาคและระดับโลก ผู้นำรัสเซียเชื่อว่า หลักการสำคัญที่ทำให้รัสเซียและจีนร่วมมือกันได้อย่างดี คือ การเคารพอธิปไตย การให้ความสำคัญกับเอกภาพของชาติ และการมองสู่ความร่วมมือในอนาคต การเยือนจีนของผู้นำรัสเซียครั้งนี้เกิดขึ้นในโอกาสครบรอบ 25 ปี ความสัมพันธ์รัสเซีย-จีน ตามสนธิสัญญา Treaty of Good-Neighbourliness and Friendly Cooperation ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีปูตินกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง พบหารือกันเมื่อ ตุลาคม 2568 ที่เกาหลีใต้ อย่างไรก็ตาม…

ผู้นำสหรัฐฯ ระงับคำสั่งโจมตีอิหร่าน ตามข้อเรียกร้องประเทศรอบอ่าว

สถานการณ์ความมั่นคงในภูมิภาคตะวันออกกลางยังไม่แน่นอน กรณีสหรัฐฯ เปิดเผยว่าเตรียมใช้ปฏิบัติการทางทหารโจมตีอิหร่านอีกครั้ง เพื่อกดดันให้เข้าร่วมการเจรจาที่มีปากีสถานเป็นประเทศตัวกล่าง อย่างไรก็ตาม ล่าสุดเมื่อ 18 พฤษภาคม 2569 ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เปิดเผยว่าได้สั่งระงับการโจมตีอิหร่านรอบใหม่ไว้ก่อน ตามข้อเรียกร้องของกลุ่มประเทศรอบอ่าวที่ไม่ต้องการให้การปะทะทางทหารขยายความไม่มั่นคงในภูมิภาค นอกจากนี้ ผู้นำสหรัฐฯ ยังเปิดเผยพร้อมกันว่าปัจจุบันการเจรจาเริ่มมีความคืบหน้า  ตลอดจนย้ำว่าอิหร่านต้องยอมรับเงื่อนไขปลดอาวุธนิวเคลียร์เท่านั้น สหรัฐฯ จึงจะยอมยุติแรงกดดันครั้งนี้ การที่สหรัฐฯ ไม่ปฏิบัติการโจมตีทางทหารต่ออิหร่าน อาจบรรเทาบรรยากาศความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางได้เล็กน้อย แต่อิหร่านยังไม่มีท่าทีจะยอมรับเงื่อนไขของสหรัฐฯ เรื่องยกเลิกโครงการพัฒนานิวเคลียร์ นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่า อิหร่านเตรียมใช้เครื่องมือใหม่เพื่อบริหารจัดการความมั่นคงในช่องแคบฮอร์มุซ โดยจะตั้งหน่วยงาน Persian Gulf Strait Authority (PGSA) เพื่อติดตามรายละเอียดการเดินเรือและรับประกันความปลอดภัยช่องแคบฮอร์มุซ ตลอดจนค้ำประกับความปลอดภัยให้เรือต่างชาติที่ต้องการเดินเรือผ่านเส้นทางดังกล่าว โดยจะเรียกเก็บค่ารับประกันเป็นสกุลเงินดิจิทัล หรือคริปโตเคอเรนซี โดยมีกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่านหรือ IRGC รับผิดชอบ ท่าทีของอิหร่านดังกล่าวขัดแย้งกับเป้าหมายและเงื่อนไขของสหรัฐฯ ที่ต้องการให้ช่องแคบฮอร์มุซเป็นเส้นทางเดินเรือเสรี ไม่มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียม จึงสะท้อนว่าอิหร่านไม่ผ่อนปรนให้สหรัฐฯ ขณะเดียวกัน ท่าทีของอิหร่านประเด็นการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้จีนไม่พอใจ ตลอดจนอาจขัดแย้งกับกฎหมายทางทะเล หรือ United Nations Convention on the Law of…

อินโดนีเซียพบผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสฮันตาเพิ่มขึ้น

หัวหน้าสำนักงานสาธารณสุขกรุงจาการ์ตา อินโดนีเซีย แถลงเมื่อ 18 พ.ค.69 ยืนยันพบผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสฮันตา  จำนวน 3 ราย และผู้ป่วยต้องสงสัยอีก 6 ราย ซึ่งทั้งหมดอยู่ระหว่างการเฝ้าติดตามอาการ โดยก่อนหน้านี้ สธ.รายงานจำนวนผู้ติดเชื้อที่หายป่วยแล้ว 4 ราย และอยู่ระหว่างการรักษา 1 ราย  ปัจจุบัน อินโดนีเซียยกระดับมาตรการเฝ้าระวังในกรุงจากาตาร์ รวมทั้งท่าอากาศยานนานาชาติซูการ์โน-ฮัตตา ที่บังคับให้ผู้โดยสารขาเข้ายื่นข้อมูลสุขภาพ ตรวจวัดอุณหภูมิด้วยเครื่องสแกนความร้อน ร่วมกับการสังเกตอาการ อย่างไรก็ดี ไวรัสฮันตาไม่ใช่โรคใหม่ในอินโดนีเซีย โดยมีการศึกษาวิจัยมาตั้งแต่ปี 2558 ขณะที่มีผู้เสียชีวิตจากไวรัสชนิดนี้เมื่อห้วงปี 2567-2569 จำนวน 3 ราย  จากจำนวนผู้ติดเชื้อสะสม 23 รายทั่วประเทศ

สหรัฐฯ และฟิลิปปินส์เร่งขับเคลื่อนแผนสร้างศูนย์เทคโนโลยี AI ตามกรอบความร่วมมือ Pax Silica

ถ้อยแถลงของนาย Jacob Helberg ปลัด กต.สหรัฐฯ ระหว่างการเยือนฟิลิปปินส์และสิงคโปร์ ห้วง 17 – 21 พ.ค.69 ว่า สหรัฐฯ และฟิลิปปินส์ เร่งขับเคลื่อนแผนก่อสร้างศูนย์เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI)  ประมาณ 10,117 ไร่ ตามกรอบความร่วมมือ Pax Silica บริเวณเขตความมั่นคงทางเศรษฐกิจ (Economic Security Zone) เมืองนิวคลาร์กซิตี ภายใต้โครงการระเบียงเศรษฐกิจลูซอน (Luzon Economic Corridor-LEC) เพื่อส่งเสริมการพัฒนาห่วงโซ่อุปทานและเทคโนโลยีแห่งโลกอนาคตระหว่างพันธมิตร  เฉพาะอย่างยิ่งมาตรการคุ้มครองนักลงทุนอเมริกัน รวมทั้งการออกแบบโครงการให้สอดคล้องกับผลประโยชน์ของทั้งสองประเทศ ตลอดจนการขอรับความคุ้มกันทางการทูตในการดำเนินโครงการ ซึ่งฟิลิปปินส์ยังไม่ได้ตอบรับข้อเรียกร้องดังกล่าวของสหรัฐฯ

ยอดส่งออกสิงคโปร์ในห้วง เม.ย.ขยายตัวสูงสุดในรอบ 14 ปี

อัตราการเติบโตของภาคส่งออกสินค้าที่ไม่ใช่น้ำมันของสิงคโปร์ ในห้วงเม.ย.69  ขยายตัวถึงร้อยละ 24.5 ซึ่งสูงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2555 และมากกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ โดยมีแรงขับเคลื่อนสำคัญมาจากกระแสความต้องการด้านปัญญาประดิษฐ์ทั่วโลก ที่ผลักดันให้ยอดส่งออกสินค้ากลุ่มอิเล็กทรอนิกส์พุ่งถึงร้อยละ 66.7 โดยเฉพาะแผงวงจรรวม และสื่อบันทึกข้อมูลที่เติบโตอย่างมาก รวมถึงยอดส่งออกสินค้าที่ไม่ใช่น้ำมัน เช่น ยารักษาโรค และเครื่องจักรก็กลับมาขยายตัวได้ดีในตลาดคู่ค้าหลักอย่างสหรัฐฯ และเกาหลีใต้ อย่างไรก็ตาม นักเศรษฐศาสตร์เตือนว่าแนวโน้มยังคงเผชิญความเสี่ยงจากสถานการณ์ความตึงเครียดของสงครามอิหร่าน ที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่ออัตราเงินเฟ้อ ต้นทุนพลังงาน และค่าระวางเรือที่สูงขึ้น