ผลกระทบจากสงครามสหรัฐฯ -อิหร่านที่ยืดเยื้อและตึงเครียด เสี่ยงทำให้ประเทศในภูมิภาคเอเชียเผชิญวิกฤตความมั่นคงทางอาหาร นอกเหนือจากวิกฤตขาดแคลนพลังงาน เนื่องจากในห้วงปัจจุบัน เกษตรกรในหลายประเทศกำลังอยู่ในฤดูกาลเก็บเกี่ยวผลผลิต แต่เผชิญภาวะขาดแคลนปัจจัยการผลิต ทั้งปุ๋ยและน้ำมัน ทำให้เกษตรกรในบางพื้นที่ตัดสินใจระงับการทำเกษตรกรรม เนื่องจากไม่คุ้มค่าการลงทุน และเสี่ยงเพิ่มพูนปัญหาหนี้สิน เกษตรกรบางส่วนจึงจะเปลี่ยนไปประกอบอาชีพรับจ้างแทน จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย ทั้งนี้ สำนักข่าว BBC ของสหราชอาณาจักรรายงานอ้างบทสัมภาษณ์เกษตรกรไทยในจังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งได้ผลกระทบจากราคาปุ๋ยที่เพิ่มสูงขึ้น จาก 800-900 บาท/กระสอบ เป็น 1,100-1,200 บาท/กระสอบ นอกจากไทย เกษตรกรเวียดนามเผชิญความท้าทายในลักษณะเดียวกัน ความไม่มั่นคงทางอาหารและพลังงานในภูมิภาคเอเชีย จะมีทิศทางเป็นอย่างไร ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของคู่ขัดแย้งในช่วงต้น พฤษภาคม 2569 ซึ่งหากสถานการณ์การปะทะไม่คลี่คลาย ประเทศในเอเชียมีแนวโน้มหันไปพึ่งพาการนำเข้าปุ๋ยจากจีนแทน โดยเมื่อปี 2568 จีนเป็นประเทศผู้ส่งออกปุ๋ยไปทั่วโลกประมาณร้อยละ 25 มีมูลค่ามากกว่า 13,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ตาม รัฐบาลจีนยังไม่ชัดเจนว่ายินดีส่งออกปุ๋ยปริมาณมากไปต่างประเทศหรือไม่ เนื่องจากปุ๋ยบางชนิดเป็นสินค้าห้ามส่งออก เพื่อรักษาอุปทานและราคาในประเทศ ตลอดจนเป็นไปตามยุทธศาสตร์การสร้างความมั่นคงทางอาหารในประเทศของรัฐบาลจีน ดังนั้น ในภาพรวม ประเทศในเอเชียยังเผชิญความเสี่ยงที่จะเผชิญปัญหาขาดแคลนปุ๋ยและไม่สามารถผลิตผลผลิตด้านเกษตรกรรมได้เท่าเดิม สถานการณ์สงครามสหรัฐฯ -อิหร่านปัจจุบันยังตึงเครียดสูง อิหร่านไม่พอใจและคัดค้านกรณีสหรัฐฯ ส่งเรือรบไปยึดครองและปิดทำการท่าเรือของอิหร่าน ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ส่งสัญญาณว่าอาจต้องเริ่มโจมตีทางทหารต่ออิหร่านอีกครั้ง หากการเจรจาไม่มีความคืบหน้า…