ประเทศมหาอำนาจอายัดบิทคอยน์ที่เชื่อมโยงกับอาชญากรรมออนไลน์ในกัมพูชา

สหรัฐฯ และสหราชอาณาจักรร่วมมือกันอายัดบิทคอยน์ (Bitcoin) มูลค่า 14,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เนื่องจากตรวจสอบแล้วเชื่อว่าเชื่อมโยงกับกลุ่มอาชญากรออนไลน์ในกัมพูชา พร้อมทั้งยื่นฟ้องเมื่อ 14 ตุลาคม 2568 ต่อนาย Chen Zhi ชาวกัมพูชาที่เป็นประธานบริษัท Prince Group ในกัมพูชา ในข้อหาเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมออนไลน์และการฟอกเงินด้วย นอกจากนี้ สหรัฐฯ และสหราชอาณาจักรจะเดินหน้าคว่ำบาตรธุรกิจและบริษัทที่มีความสัมพันธ์กับนาย Chen Zhi รวมทั้งอายัดทรัพย์สินที่นาย Chen Zhi ครอบครอบอยู่ในสหราชอาณาจักรมูลค่าประมาณ 133 ล้านดอลลาร์สหรัฐด้วย ทั้งนี้ นาย Chen Zhi เป็นบุคคล 2 สัญชาติ คือ กัมพูชาและอังกฤษ กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ระบุว่าปฏิบัติการดังกล่าวเป็น 1 ในปฏิบัติการปราบปรามอาชญากรรมทางการเงินครั้งสำคัญในประวัติศาสตร์ และเป็นการยึดบิทคอยน์ที่มีมูลค่าสูงที่สุดด้วย  นาย Chen Zhi เป็นอาชญากรผู้อยู่เบื้องหลังปฏิบัติการตั้งบริษัทในต่างประเทศจำนวนมาก เพื่อใช้ประโยชน์ในการฟอกเงินและปฏิบัติการหลอกลวงทางไซเบอร์ โดยบริษัทส่วนใหญ่จะเชื่อมโยงกับบริษัท Prince Group ที่ระบุว่าดำเนินธุรกิจด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และให้บริการด้านการเงิน แต่จากการตรวจสอบพบว่า บริษัทต่าง…

มาเลเซียจะอำนวยความสะดวกในพิธีลงนามข้อตกลงหยุดยิงไทย–กัมพูชา

เว็บไซต์ นสพ. New Strait Times รายงานเมื่อ 14 ต.ค.68 ว่า ดาโต๊ะ ซรี อูตามา ฮาจิ โมฮามัด บิน ฮาซัน รมว.กต.มาเลเซีย เปิดเผยว่า มาเลเซียจะทำหน้าที่อำนวยความสะดวกในพิธีลงนามข้อตกลงหยุดยิงระหว่างไทย-กัมพูชา หรือที่เรียกว่า ปฏิญญากัวลาลัมเปอร์ ( Kuala Lumpur Accord declaration) ใน 26 ต.ค.68  ระหว่างการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 47 ซึ่งประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ จะเดินทางมาเป็นประธานในพิธี

สถานการณ์ความขัดแย้งชายแดนไทย–กัมพูชา

  สถานการณ์ความขัดแย้งบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชากลับมาตึงเครียด เนื่องจากกัมพูชายั่วยุและละเมิดข้อตกลงหยุดยิงอย่างต่อเนื่อง อาทิ การนำรถถังและยิงวิถีตรงเข้ามาในเขตชายแดน บริเวณตรงข้ามช่องตาเฒ่า ทางขึ้นเขาพระวิหาร ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ และมีเสียงปืนที่คาดว่าเป็นการยิงยั่วยุในหลายจุดของพื้นที่ จ.สุรินทร์ และบุรีรัมย์ ส่งผลให้ประชาชนตื่นตระหนกและหวาดกลัว บางส่วนเตรียมการอพยพด้วยตนเองโดยไม่รอคำสั่ง โรงเรียนต้องเร่งจัดสอบเผื่อเกิดกรณีการปะทะอย่างฉับพลัน ขณะที่สถานการณ์ในพื้นที่บ้านหนองจานและบ้านหนองหญ้าแก้ว อ.โคกสูง จ.สระแก้ว มีมวลชนไทยเดินทางมาให้กำลังใจทหารไทย  ส่วนฝ่ายกัมพูชา แม้มีมวลชนลดลง แต่คาดว่าจะมีการเกณฑ์จากนอกพื้นที่เข้ามารวมตัวบริเวณแนวหน้า ซึ่งอาจนำไปสู่การยั่วยุ และปะทะระหว่างมวลชนไทยกับกัมพูชาได้อีกครั้ง

กัมพูชาเจาะความสัมพันธ์ด้านการทหารกับระดับรัฐของสหรัฐฯ

  กัมพูชาเปิดโอกาสให้สหรัฐฯ เข้ามามีบทบาทด้านความมั่นคงในกัมพูชามากขึ้นด้วยการใช้ช่องทางระดับรัฐของสหรัฐฯ โดยเฟซบุ๊กของสถานเอกอัครทูตสหรัฐฯ/พนมเปญโพสต์ภาพที่กัมพูชาให้การต้อนรับพลตรี Timothy Donnellan ผู้บัญชาการกองกำลังป้องกันตนเองของรัฐไอดาโฮ (Idaho National Guard -IDNG) ของสหรัฐฯ เมื่อ 15-16 กันยายน 2568 นอกจากนี้ พลตรี Donnellan ยังเยือนโรงเรียนฝึกกองกำลังผสมระหว่างประเทศ (Training School for Multinational Peacekeeping Forces) หรือ PKO School รวมทั้งได้พบกับพลโท Hout Kimsan รองผู้อำนวยการของศูนย์  National Center for Peacekeeping Force Mine and ERW Clearance และผู้อำนวยการ PKO School ของกัมพูชาอีกด้วย ในระหว่างการเยือน พลตรี Donnellan ได้มีการรื้อฟื้นการแลกเปลี่ยนความร่วมมือด้านการรักษาสันติภาพ ที่ชื่อ The Subject Matter Expert…

สถานการณ์เศรษฐกิจชายแดนไทย-กัมพูชายังคงซบเซา

จากปัญหาความขัดแย้งไทย-กัมพูชา ส่งผลให้สถานการณ์เศรษฐกิจบริเวณ 7 จังหวัดชายแดน ได้แก่ จ.อุบลราชธานี บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ สุรินทร์ ตราด จันทบุรี และสระแก้ว ยังคงชะลอตัว เนื่องจากภาคธุรกิจและประชาชนยังไม่เชื่อมั่นต่อสถานการณ์ จึงไม่เกิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจใหม่ ๆ นักเดินทางไม่กล้าเข้าไปท่องเที่ยว และยังขาดแคลนแรงงาน รวมถึงการค้าขายระหว่างทั้งสองประเทศหยุดชะงัก จึงไม่เกิดการหมุนเวียนของเม็ดเงินที่จะมาเพิ่มกำลังซื้อของคนในพื้นที่ ในขณะที่เอกชนยังคงมีรายจ่ายเพื่อการดำเนินธุรกิจตามปกติ ซึ่งมีแนวโน้มว่าจะแย่ลงและซบเซาไปจนถึงสิ้นปี 2568 ทั้งนี้ Krungthai COMPASS ประเมินว่า ตั้งแต่เริ่มการปะทะเกิดขึ้น ทำให้เกิดมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจและการสูญเสียโอกาสทางธุรกิจ ประมาณ 17,000 ล้านบาทต่อเดือน

บทบาทของกัมพูชาในการประชุม SCO ที่จีน

  สมเด็จฯ ฮุน มาแนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา เข้าร่วมประชุมสุดยอดองค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ (Shanghai Cooperation Organization–SCO ) ที่เมืองเทียนจิน จีน ระหว่าง 31 สิงหาคม-1 กันยายน 2568 ในฐานะประเทศหุ้นส่วนการเจรจา (dialogue partner) เช่นเดียวกับผู้นำเมียนมา ผลลัพธ์ที่กัมพูชาได้ มีทั้งบทบาทในเวทีระหว่างประเทศ ซึ่งนายอันโตนิโอ กูเตียร์เรซ เลขาธิการสหประชาชาติชื่นชมการเข้าเป็นสมาชิกองค์การระหว่างประเทศของกัมพูชา พร้อมกับจะติดตามสถานการณ์ความขัดแย้งบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา และสนับสนุนความสัมพันธ์ทั้งสองประเทศให้กลับไปสู่ระดับปกติ กัมพูชาจะได้รับความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมจากจีน จำนวน 20 ล้านหยวน หรือประมาณ 2.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากการที่สมเด็จฯ ฮุน มาแนต เข้าพบหารือกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง นอกรอบการประชุม SCO  ซึ่งจีนให้กัมพูชานำเงินดังกล่าวไปช่วยฟื้นฟูความเสียหายที่เกิดขึ้นจากที่ขัดแย้งทางทหารบริเวณชายแดนกับไทย พร้อมให้คำมั่นกับสมเด็จฯ ฮุน มาแนต ว่าจะคงการส่งเสริมความร่วมมือกับกัมพูชาระดับเพชร (Diamond Cooperation) ความริเริ่มเส้นทางสายอุตสาหกรรมและเทคโนโลยี (Industrial and Technological Corridor) และเส้นทางสายปลาและข้าว…

กัมพูชาต้อนรับผู้นำประเทศสมาชิกอาเซียนอย่างน้อย 2 ประเทศในช่วง 3 เดือน

  ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา กัมพูชาต้อนรับผู้นำประเทศสมาชิกอาเซียนอย่างน้อย 2 ประเทศ ได้แก่ นายกรัฐมนตรีลอเรนซ์ หว่อง ของสิงคโปร์เมื่อ 2 กรกฎาคม 2568  และในต้นกันยายน 2568 ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์จะเยือนกัมพูชาอย่างเป็นทางการ เป้าหมายหลักที่กัมพูชาได้รับจากการเยือนของผู้นำสิงคโปร์ และฟิลิปปินส์ ก็เพื่อขยายความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุนระหว่างกัน  ขณะที่ความสัมพันธ์ก็จะใกล้ชิดมากขึ้น เพราะเป็นการเยือนครบรอบการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตครบรอบ 60 ปี ระหว่างกัมพูชา-สิงคโปร์ และครบรอบ 68 ปี ระหว่างกัมพูชา-ฟิลิปปินส์ ในการเยือนกัมพูชา นายกรัฐมนตรีหว่องให้ความสำคัญกับกัมพูชา จากการเป็นหุ้นส่วนที่สำคัญ รวมทั้งกัมพูชายังเป็นประเทศแรกที่รับรองสิงคโปร์ที่ประกาศเอกราช ปี 2508 นอกจากนี้ สิงคโปร์ยังเป็นทั้งคู่ค้า และผู้ลงทุนรายใหญ่ในกัมพูชา  ชาวกัมพูชาจำนวน 19,000 คน ได้เข้าร่วมโครงการฝึกความรู้ด้านสาธารณสุข และการใช้ดิจิทัลของสิงคโปร์ด้วย พร้อมกับให้การสนับสนุนยุทธศาสตร์ของกัมพูชาในการที่จะก้าวขึ้นเป็นประเทศที่มีรายได้สูงภายในปี 2593 ใน 7-9 กันยายน 2568  ประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ ของฟิลิปปินส์…

ปัญหาทุ่นระเบิดเป็นอุปสรรคสำคัญต่อสันติภาพไทย-กัมพูชา

เว็บไซต์สถานีโทรทัศน์ DW ของเยอรมนี รายงานระบุว่า แม้ไทยและกัมพูชาจะมีข้อตกลงหยุดยิง แต่เรื่องทุ่นระเบิดยังคงเป็นประเด็นหลักที่สร้างความขัดแย้งระหว่างสองประเทศ โดยไทยกล่าวหาว่ากัมพูชายังคงวางทุ่นระเบิดในพื้นที่ชายแดนอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ทหารไทยได้รับบาดเจ็บแล้วหลายนาย ด้านประชาชนในพื้นที่ชายแดนยังกังวล เนื่องจากอันตรายจากทุ่นระเบิดทำให้ไม่สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ ขณะที่กัมพูชาปฏิเสธข้อกล่าวอ้างของไทยเรื่องการวางทุ่นระเบิดใหม่ ด้านนักวิชาการมองว่าปัญหาทุ่นระเบิดเป็นอุปสรรคสำคัญต่อความพยายามสร้างสันติภาพ ข้อเท็จจริงที่ทหารไทยยังคงได้รับบาดเจ็บจากทุ่นระเบิดหลังจากการหยุดยิงเป็นสัญญาณถึงความไม่จริงใจจากฝ่ายกัมพูชา และทุ่นระเบิดที่เหมือนอยู่ในสภาพพร้อมใช้งานทำให้ข้ออ้างของกัมพูชาที่ว่าเป็นทุ่นระเบิดเก่าและเสื่อมสภาพแล้วนั้นอ่อนแอลง ขณะที่การบาดเจ็บของทหารไทยครั้งใหม่ยิ่งทำให้เกิดความไม่พอใจในประเทศ และสร้างแรงกดดันให้กองทัพต้องตอบโต้

สถานีบริการน้ำมัน 35 แห่งในกัมพูชายุติสัญญาดำเนินการกับบริษัท ปตท.

นสพ.Khmer Times รายงานเมื่อ 29 ส.ค.68 อ้างโพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวของนายเตีย สยาม (Tea Siam) เมื่อ 28 ส.ค.68 ว่า สถานีบริการน้ำมัน 35 แห่ง จาก 200 แห่ง ที่ดำเนินการภายใต้ชื่อ ปตท. (PTT) ได้ยุติสัญญากับบริษัท ปตท. (เอกชนไทย) แล้ว และจะดำเนินการภายใต้ชื่อ PEACE Petroleum Cambodia (PPC) พร้อมว่า ตนได้รับผลกระทบจากปัญหาที่เกิดขึ้น (นัยถึงความขัดแย้งระหว่างกัมพูชากับไทย) จึงยุติสัญญากับบริษัทเดิม และอยู่ระหว่างเตรียมการนำเข้าน้ำมันใหม่จากบริษัทของสหรัฐฯ ภายใต้ชื่อบริษัท PEACE Petroleum Cambodia ทั้งนี้ นายเตีย สยาม ระบุว่า การเปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์และระบบบริการสถานีบริการน้ำมันต้องใช้เวลา แต่จำเป็นต้องสร้างบรรยากาศใหม่เพื่อความภาคภูมิใจของชาวกัมพูชา

กัมพูชามุ่งแสดงออกว่าความสัมพันธ์กับจีนยังคงแนบแน่น

กัมพูชาพยายามแสดงออกว่าความสัมพันธ์กับจีนยังแน่นแฟ้นอย่างต่อเนื่อง ผ่านการแลกเปลี่ยนการเยือน การพบหารือในเวทีระหว่างประเทศ การให้สัมภาษณ์ของผู้นำ และเจ้าหน้าที่ระดับสูงทั้งสองประเทศ และล่าสุด สมเด็จฯ ฮุน มาแนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ก็ได้เขียนบทความเรื่อง “The prospects for Cambodia-China cooperation” ลง หนังสือพิมพ์ China Daily เมื่อ 22 สิงหาคม 2568 เกี่ยวกับความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งและยาวนานระหว่างกัมพูชากับจีน บนพื้นฐานความไว้วางใจทางการเมือง และการเคารพซึ่งกันและกัน รวมถึงวิสัยทัศน์การเป็นประชาคมกัมพูชา-จีน ที่มีอนาคตร่วมกัน บทความกล่าวย้ำจุดยืนการสนับสนุนนโยบายจีนเดียว ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับไต้หวัน ฮ่องกง ทิเบต และซินเจียง เป็นปัญหาภายในของจีน ส่วนจีนยืนยันสนับสนุนกัมพูชาดำเนินเส้นทางการพัฒนาที่เหมาะสมกับตัวเอง โดยทั้งสองฝ่ายรักษาความร่วมมือที่ใกล้ชิดและเป็นประโยชน์ร่วมกันในด้านต่าง ๆ ทั้งการเมือง เศรษฐกิจ การค้า-การลงทุน การท่องเที่ยว การศึกษา พลังงาน การป้องกันประเทศและความมั่นคง รวมถึงสนับสนุนกรอบความร่วมมือต่าง ๆ ที่จีนริเริ่ม ได้แก่ BRI ข้อริเริ่มด้านการพัฒนาระดับโลก (Global Development Initiative GDI)…