สื่อต่างประเทศรายงานกัมพูชาละเมิดข้อตกลงหยุดยิง สถานการณ์ในพื้นที่ยังตึงเครียด

สื่อต่างประเทศติดตามความคืบหน้าสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างไทย-กัมพูชา โดยเมื่อ 30 กรกฎาคม 2568 รายงานว่ากัมพูชาละเมิดข้อตกลงหยุดยิง ทำให้บรรยากาศด้านความปลอดภัยในพื้นที่ขัดแย้งยังไม่แน่นอน แม้ว่าข้อตกลงหยุดยิงจะยังมีผลบังคับใช้อยู่ ทั้งนี้ สื่อต่างประเทศอ้างรายงานของกองทัพและรัฐบาลไทยที่ระบุว่า กัมพูชายิงโจมตีในหลายพื้นที่ในช่วงเช้าของ 29 กรกฎาคม 2568 ต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน รวมทั้งในพื้นที่ภูมะเขือจ.ศรีสะเกษ ที่ทั้ง 2 ฝ่ายเคยปะทะกันอย่างรุนแรง

UN แสดงความยินดีต่อข้อตกลงหยุดยิงระหว่างไทย-กัมพูชา

นายอันโตนิอู กุแตเรซ เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ (United Nations – UN) แถลงผ่าน X เมื่อวันที่ 29 ก.ค.68 ยินดีต่อข้อตกลงหยุดยิงระหว่างไทยกับกัมพูชา โดยเห็นว่าเป็นพัฒนาการที่ดีในการยุติสถานการณ์ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นและลดความตึงเครียดบริเวณชายแดน พร้อมย้ำว่า UN พร้อมให้การสนับสนุนทุกความพยายามที่มุ่งส่งเสริมสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาคอย่างยั่งยืน

จีนยินดีต่อความพยายามคลี่คลายความขัดแย้งระหว่างไทย-กัมพูชา

นายกัว เจียคุน โฆษก กต.จีน ตอบคำถามสื่อเมื่อ 28 ก.ค.68 กรณีความขัดแย้งบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาว่า จีนเสียใจอย่างยิ่งต่อความสูญเสียที่เกิดจากความขัดแย้งดังกล่าว โดยคาดหวังว่าทั้งสองฝ่ายจะกระทำการเพื่อผลประโยชน์ร่วมกันของประชาชนในประเทศ ยึดมั่นในสันติภาพและความเป็นเพื่อนบ้านที่ดี รวมทั้งยับยั้งชั่งใจ ยุติความขัดแย้งโดยเร็วที่สุด และฟื้นฟูสันติภาพและเสถียรภาพบริเวณชายแดนผ่านการเจรจาและปรึกษาหารือ จีนชื่นชมอาเซียนที่ผลักดันการหยุดยิงของทั้งสองฝ่าย และยินดีกับการคลี่คลายความตึงเครียด โดยจีนที่ยึดมั่นในจุดยืนที่เป็นกลางและเป็นธรรม จะยังรักษาการติดต่อสื่อสารอย่างใกล้ชิดกับไทยและกัมพูชา ส่งเสริมสันติภาพและอำนวยความสะดวกในการเจรจา และแสดงบทบาทเชิงสร้างสร้างเพื่อส่งเสริมการหยุดยิงและยุติความขัดแย้ง

สื่ออินเดียติดตามรายงานการปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงระหว่างไทยและกัมพูชา

สื่อหลักของอินเดียยังคงให้ความสำคัญในการติดตามรายงานสถานการณ์การปะทะระหว่างไทยและกัมพูชา  อาทิ สนข.The Press Trust of India (PTI) และเว็บไซต์ ndtv.com เมื่อ 29 ก.ค.68 อ้างสนข. AP ประเด็นการปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงระหว่างไทยและกัมพูชาว่าจะเกิดขึ้นตามกำหนดหรือไม่ โดยกองทัพไทยกล่าวว่ากัมพูชาเปิดฉากโจมตีในหลายพื้นที่หลังจากการหยุดยิงที่ควรมีผลตามกำหนด ในขณะที่กัมพูชาปฏิเสธไม่มีการยิงโจมตีสถานที่ใด ๆ

Delulu is the Solulu : กับแนวคิดสงครามข่าวสารในช่วงความตึงเครียดระหว่างไทยกับกัมพูชา

ห้วงเกิดที่เกิดภาวะความไม่สงบหรือภาวะสงคราม สิ่งที่เกิดขึ้นตามมาและไม่จำกัดอยู่แค่ไหนสนามรบ คือ การต่อสู้กันด้วยข้อมูลข่าวสาร หรือ “สงครามข่าวสาร” ที่คู่ขัดแย้งทั้งสองฝ่ายสร้างขึ้น เพื่อช่วงชิงความได้เปรียบในสื่อสารมวลชน และเพื่อชี้นำความคิด ความรู้สึก และพฤติกรรมของผู้คนทั้งภายในประเทศและในประชาคมโลก และการไหลบ่าของข้อมูลทั้งข้อมูลจริง-เท็จ-บิดเบือนปะปนกันอย่างมากมาย ซึ่งเห็นได้ชัดเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จากกรณีความขัดแย้งระหว่างไทยกับกัมพูชาที่มีเริ่มการตอบโต้ทางการทหารเมื่อ 24 กรกฎาคม 2568 แนวคิดใหม่ ๆ อย่าง Delulu is the Solulu” ก็เป็นแนวคิดที่น่าสนใจที่สามารถนำมาใช้ในบริบทของปฏิบัติการข่าวสาร (Information Operations) และสงครามจิตวิทยา (Psychological Warfare) ด้วย ก่อนที่จะไปดูกันว่า Delulu กับแนวคิดสงครามข่าวสารถูกใช้งานอย่างไร อยากจะชวนมาทำความรู้จักกับแนวคิด Delulu is the Solulu เพราะเชื่อว่าหลายคนอาจจะยังไม่คุ้น หรือไม่เคยได้ยินแนวคิดนี้มาก่อน จริง ๆ แล้ว แนวคิด “Delulu is the Solulu” เป็นวลีแสลงที่ได้รับความนิยมในโลกออนไลน์ในระยะหลัง โดยเฉพาะในกลุ่ม Gen Z ย่อมาจาก…

สื่อต่างประเทศรายงานกรณีไทย-กัมพูชาหยุดยิง แต่การเจรจาระดับกองบัญชาการทหารยังไม่เกิดขึ้น

สื่อต่างประเทศเมื่อ 28 กรกฎาคม 2568 รายงานกรณีผู้นำไทยและกัมพูชาพบหารือกันที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย เพื่อทำข้อตกลงหยุดยิง โดยมีนายกรัฐมนตรีมาเลเซียเข้าร่วมด้วย ผลการหารือ ทั้ง 2 ฝ่ายเห็นพ้องที่จะหยุดยิงในเวลา 00.00 น.ของ 28 กรกฎาคม 2568 และตั้งกลไกหารือกันอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับฟื้นฟูช่องทางการติดต่อระหว่างกันทั้งในมิติการทูตและการทหาร

การเจรจาไทย-กัมพูชาที่มาเลเซียเป็นประเด็นที่สื่อต่างชาติติดตาม

สื่อมวลชนต่างประเทศเมื่อ 28 กรกฎาคม 2568 ให้ความสนใจติดตามสถานการณ์ไทย-กัมพูชา เฉพาะอย่างยิ่งกรณีผู้นำรัฐบาลทั้ง 2 ประเทศจะพบและเจรจากันที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย เพื่อแก้ไขปัญหาความตึงเครียดบริเวณพรมแดนที่มีการปะทะและตอบโต้กันด้วยมาตรการทางทหารอย่างต่อเนื่องจนทำให้มีรายงานผู้เสียชีวิต ได้รับบาดเจ็บ และต้องอพยพออกจากที่พักอาศัยจำนวนมาก สำหรับการเจรจาจะมีขึ้นในเวลา 15.00 น.

ท่าทีภาคส่วนเศรษฐกิจต่อสถานการณ์ความขัดแย้งบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา

  ส.อ.ท. สทท. หอการค้าไทย สภาธุรกิจไทย-กัมพูชา นักวิชาการและนักเศรษฐศาสตร์ประเมินถึงสถานการณ์ความขัดแย้งบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา โดยประมาณการมูลค่าความเสียหายอยู่ที่ประมาณ 500 ล้านบาท/วัน และหากสถานการณ์ความขัดแย้งยืดเยื้ออาจมีมูลค่าความเสียหายในช่วงครึ่งหลังปี 2568 อยู่ที่ประมาณ 110,000 ล้านบาท อย่างไรก็ดี ผู้ประกอบการไทยมีความเข้าใจ และได้ปรับแผนธุรกิจ โดยเปลี่ยนไปใช้การส่งออกผ่านทางเครื่องบิน หรือทางเรือแทน หรือใช้วิธีส่งไปขายในพื้นที่อื่น หรือด่านชายแดนฝั่งอื่นแทน ทั้งนี้ ภาคส่วนเศรษฐกิจได้แสดงท่าทีร้องขอต่อรัฐบาลด้วยคือ การหาแนวปฏิบัติด้านความปลอดภัย หรือมาตรการคุ้มครองธุรกิจไทยในกัมพูชาด้วย รวมถึงการมีมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการ/ผู้ค้ารายย่อยไทยตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชาด้วย

บทบาทผู้นำสหรัฐฯ กรณีไทย-กัมพูชา เสริมยุทธศาสตร์แข่งขันอิทธิพลกับจีน

กรณีประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ ประกาศเมื่อ 26 กรกฎาคม 2568 ว่าได้หารือกับไทยและกัมพูชาเพื่อให้หยุดยิงระหว่างกัน รวมทั้งได้รับการตอบรับจากผู้นำกัมพูชาเมื่อ 27 กรกฎาคม 2568 ว่าพร้อมจะหยุดยิงกับไทย ทำให้บทบาทผู้นำโลกของสหรัฐฯ

ประเด็นสำคัญที่สื่อต่างชาติรายงานถึงสถานการณ์ไทย-กัมพูชา : การปะทะ ผลกระทบ และแนวโน้ม

สถานการณ์ความตึงเครียดและการปะทะทางทหารบริเวณพรมแดนไทย-กัมพูชาระหว่าง 24-27 กรกฎาคม 2568 ยังคงได้รับความสนใจจากสื่อต่างประเทศที่เน้นรายงานท่าทีอย่างเป็นทางการของรัฐบาลทั้ง 2 ฝ่ายที่ปัจจุบันแสดงจุดยืนว่าต้องการสันติภาพและหยุดยิงระหว่างกัน ตลอดจนมีการประเมินว่าไทยยังคงเป้นฝ่ายได้เปรียบทางการทหารและเศรษฐกิจมากกว่ากัมพูชมหากสถานการณ์ยืดเยื้อ