สหรัฐฯ เผยแพร่รายงานค้ามนุษย์ปี 2568 จัดไทยอยู่ในกลุ่ม Tier 2

  กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เมื่อ 29 กันยายน 2568 เผยแพร่รายงานสถานการณ์ค้ามนุษย์ประจำปี 2568 หรือ TIP Report 2025 เพื่อประเมินสถานการณ์ค้ามนุษย์ทั่วโลก หรือใน 185 ประเทศ รวมทั้งสหรัฐ และไทย เมื่อปี  2567 ตลอดจนมีการจัดกลุ่มประเทศต่าง ๆ ที่มีความพยายามแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ เพื่อเสนอให้ฝ่ายนิติบัญญัติสหรัฐฯ ทบทวนและเพิ่มงบประมาณให้หน่วยงานของสหรัฐฯ ขยายความร่วมมือในการป้องกันอาชญากรรมดังกล่าว รวมทั้งปกป้องเหยื่อจากการค้ามนุษย์ ซึ่งสหรัฐฯ มีมุมมองว่าเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงมนุษย์ที่สำคัญอย่างมาก เพราะนอกจากจะเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน ที่เป็นค่านิยมหลักของชาวอเมริกันแล้ว การค้ามนุษย์ยังส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจและความมั่นคงด้านอื่น ๆ ของสังคม ประเด็นที่น่าสนใจจากรายงานค้ามนุษย์ในปีนี้ นอกจากเนื้อหาสาระสำคัญ ก็คือ ห้วงเวลาการเผยแพร่ที่ล่าช้ากว่าปกติ หรือในห้วง มิถุนายน 2568 ตามที่รัฐบัญญัติสหรัฐฯ กำหนดไว้ แต่ในปี 2568 นี้ มีรายงานว่ากระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เผชิญการปรับลดงบประมาณด้านการดำเนินงานเพื่อต่อต้านการค้ามนุษย์ในต่างประเทศ ทำให้กระบวนการรวบรวมข้อมูลล่าช้า ตลอดจนไม่ได้มีการประชาสัมพันธ์การเผยพร่รายงานดังกล่าวอย่างเป็นทางการ แตกต่างจากหลายปีที่ผ่านมาที่รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ จะให้ความสำคัญกับการแถลงรายงานดังกล่าว และใช้โอกาสการเผยแพร่รายงานฉบับนี้เพื่อทำให้นานาชาติเห็นว่าสหรัฐฯ ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาค้ามนุษย์ การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในรัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์…

อินเดียและภูฏานจะก่อสร้างเส้นทางรถไฟเชื่อมระหว่างกันเป็นสายแรก

  อินเดียและภูฏานจะมีเส้นทางรถไฟเชื่อมระหว่างกันเป็นสายแรก จำนวน  2 เส้นทาง ระยะทางยาว 89 กิโลเมตร สายแรกที่รัฐอัสสัม และสายที่ 2 ที่รัฐเบงกอลตะวันตก การสร้างรถไฟ 2 เส้นทางนี้ ทำให้เกิดความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจ วัฒนธรรม การเดินทาง การท่องเที่ยว  และการติดต่อระหว่างประชาชนทั้งสองประเทศ แต่นัยในเชิงยุทธศาสตร์ภูฏานก็ต้องการรักษาดุลอำนาจกับอินเดียในช่วงที่อิทธิพลจีนเริ่มเข้ามาในประเทศมากขึ้น ขณะที่อินเดียก็ต้องการรักษาเขตอิทธิพลของตนในเอเชียใต้ โครงการก่อสร้างทางรถไฟอินเดีย-ภูฏาน ริเริ่มมานาน แต่เพิ่งจะบรรลุผลเมื่อนายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดิ ลงนามในข้อตกลงในโอกาสเยือนภูฏาน เมื่อปี 2567 และเมื่อ 29 กันยายน 2568 ผู้บริหารของคณะกรรมการรถไฟแห่งชาติอินเดียและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศภูฏานได้ลงนามแผนก่อสร้างเส้นทางรถไฟสายแรกที่เชื่อมระหว่างเมืองโกกราจาร์ (Kokrajhar) ซึ่งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของอินเดีย กับเมืองเกเลพู (Gelephu) ของภูฏาน ส่วนสายที่ 2 ระหว่างจะเชื่อมระหว่างเมือง Banarhat ของอินเดีย กับเมือง Samtse ของภูฏาน อินเดียจะเร่งรัดให้มีการดำเนินการสร้าง และเป็นฝ่ายจ่ายเงินก่อสร้างทั้งสองเส้นทาง ซึ่งเส้นทางรถไฟจะเป็นระบบไฟฟ้า และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ในเส้นทางรถไฟสายแรก มีความยาว 69 กิโลเมตร อยู่ฝั่งภูฏาน…

กระแสการประท้วงในประเทศต่าง ๆ : ความคาดหวังให้เกิดการเปลี่ยนแปลง

โลกกำลังถูกปัญหาถาโถมเข้ามาในแทบทุกด้าน ทั้งการขึ้นภาษีของสหรัฐฯ ที่กดดันให้หลายประเทศต้องเปลี่ยนนโยบายภาครัฐและภาคธุรกิจใหม่ การตอบโต้ทางการค้าระหว่างมหาอำนาจโลกอย่างจีนกับสหรัฐฯ สงครามรัสเซีย-ยูเครน รวมถึงความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ที่กำลังพยายามหาทางออก แต่ยังไม่บรรลุผล  สภาพการเมืองระหว่างประเทศและเศรษฐกิจโลกที่กำลังคุกรุ่นนี้เอง เป็นแรงกดให้ประชาชนที่ประสบปัญหาเลี้ยงชีพและคนรุ่นใหม่เริ่มตั้งคำถามว่า หรือแนวทางแบบเดิม ๆ จะไม่ใช่ทางออกอีกต่อไป ?  จึงมาถึงจุดรวมตัวกันออกเดินบนถนน เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงในประเทศของตัวเอง เหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นพร้อม ๆ กันในหลายประเทศทั่วโลกอย่างมีนัยสำคัญ การประท้วงในเนปาลเป็นตัวอย่างที่โดดเด่นที่สุดจนทำให้เกิดการเปลี่ยนรัฐบาล ความรุนแรงถึงจุดสูงสุดเมื่อ 8 กันยายน 2568  มีการบุกรุกและเผาทำลายสถานที่หน่วยงานรัฐ เผาที่พักอาศัยกลุ่มชนชั้นนำของรัฐบาลเนปาล การรุมทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่ และบุคคลที่เกี่ยวข้องกับรัฐบาล หลังการชุมนุมครั้งนี้ มีรายงานผู้เสียชีวิตไม่น้อยกว่า 72 รายและบาดเจ็บมากกว่า 2,000 คน โดยสาเหตุมาจากการที่รัฐบาลระงับการเข้าถึงแพลตฟอร์มออนไลน์ ซึ่งสร้างความไม่พอใจแก่ประชาชน โดยเฉพาะกลุ่ม GEN Z ที่ไม่พอใจรัฐบาลมานานจากปัญหาการทุจริต การใช้ชีวิตหรูหราของรัฐบาลและเครือญาติ ซึ่งทำให้ประชาชนรู้สึกถึงความไม่เท่าเทียมกัน ก่อนหน้านี้ ก็เกิดการประท้วงในอินโดนีเซียที่มาจากความไม่พอใจนโยบายแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของรัฐบาล เช่น การตัดงบประมาณด้านการศึกษา เพิ่มเงินสวัสดิการของสมาชิกรัฐสภา และการเพิ่มบทบาทของกองทัพทางการเมือง โดยประชาชนส่วนหนึ่งมองว่ารัฐบาลเอื้อประโยชน์นายทุน และไม่ได้มีสวัสดิการสำหรับกลุ่มแรงงานจากรัฐที่เพียงพอ จนกระทั่งกรณีการปราบปรามผู้ชุมนุมของเจ้าหน้าที่รัฐ เมื่อ 29 สิงหาคม 2568…

FBI เร่งสอบสวนเหตุกราดยิงในรัฐมิชิแกนสหรัฐฯ

สหรัฐฯ เผชิญความสูญเสียจากเหตุรุนแรงในที่สาธารณะ โดยเจ้าหน้าที่สอบสวนกลางสหรัฐฯ (FBI) รายงานเมื่อ 29 กันยายน 2568 ว่า อยู่ระหว่างการสอบสวนเหตุกราดยิงที่โบสถ์ในเมือง Grand Blanc รัฐมิชิแกน สหรัฐฯ ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 4 คน และได้รับบาดเจ็บ 8 คน เนื่องจากอาจเป็นเหตุการณ์ที่สร้างความหวาดกลัวให้กับชุมชน นอกจากนี้ อาคารที่เกิดเหตุได้รับความเสียหายอย่างมากจากเพลิงไหม้ ซึ่งเจ้าหน้าที่คาดว่าผู้ก่อเหตุกราดยิงมีความพยายามจุดเพลิงดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจเปิดเผยชื่อผู้ก่อเหตุ คือ นาย Thomas Jacob Sanford อายุ 40 ปี เป็นอดีตทหารสหรัฐฯ โดยถูกเจ้าหน้าที่วิสามัญหลังจากการปะทะกันด้วยอาวุธปืนเป็นเวลา 8 นาที บริเวณลานจอดรถของสถานที่เกิดเหตุ ส่วน เจ้าหน้าที่ FBI ระบุว่าเหตุการณ์นี้ เป็นการก่อเหตุรุนแรง ยังไม่เชื่อมโยงกับการก่อการร้ายหรือเหตุกราดยิงอื่น ๆ เนื่องจากยังไม่รู้มูลเหตุจูงใจของผู้ก่อเหตุ พร้อมทั้งกล่าวชื่นชมเจ้าหน้าที่ภายในโบสถ์ที่ช่วยเหลือเยาวชนและเด็กที่อยู่ในพื้นที่ให้ปลอดภัยจากเหตุกราดยิงครั้งนี้ FBI และเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญเข้าควบคุมพื้นที่เกิดเหตุเพื่อสอบสวนว่ามีวัตถุระเบิดหรือความเสี่ยงที่จะเกิดเหตุซ้ำหรือไม่ ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประณามเหตุรุนแรงดังกล่าว และระบุว่าจะให้ FBI เร่งสอบสวนร่วมกับ…

เกาหลีเหนือเปิดร้านเบียร์ และร้านอาหารขนาดใหญ่ในประเทศ

เกาหลีเหนือเปิดธุรกิจการบริการ ได้แก่ ร้านอาหารขนาดใหญ่ และบาร์เบียร์ โดย Korean Central News Agency (KCNA) สำนักข่าวทางการของเกาหลีเหนือรายงานในห้วง กันยาย 2568 ว่า เกาหลีเหนือเปิดให้บริการทั้งร้านอาหารขนาดใหญ่ และบาร์เบียร์ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติ ซึ่งน่าจะเป็นจากรัสเซียและจีน เนื่องจากตั้งอยู่ที่ชายแดนของทั้งสองประเทศ ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือยังมีเป้าหมายให้เมืองที่อยู่ห่างไกลเกิดการพัฒนาตามมาด้วย  ด้วยการจะเปิดร้านเบียร์ตามเมืองต่าง ๆ มากขึ้น ร้านอาหารขนาดใหญ่ที่เกาหลีเหนือเพิ่งเปิดในกันยายน 2568 ชื่อ “Chongjingwan”  ในเมืองชองจิน จังหวัดฮัมกยองเหนือ ซึ่งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ ใกล้ชายแดนจีนและรัสเซีย รวมทั้งอยู่ติดกับเมืองฮุนซุน ของจีน และเมืองคาซาน ของรัสเซีย เมืองชองจินเคยเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของชาวต่างชาติ  รวมทั้งเคยเป็นที่ตั้งของสถานกงสุลจีนและรัสเซียอีกด้วย  อาคารของร้านอาหารนี้ เป็นแบบเกาหลีดั้งเดิม มีห้องอาหาร และห้องจัดเลี้ยงที่กว้างขวาง อาหารมีความหลากหลาย ในรัสเซีย เกาหลีเหนือได้เปิดร้านอาหารแห่งใหม่ในเมืองหลวงมอสโก ในรอบ 16 ปี  เมื่อต้นกันยายน 2568 ด้วยเช่นกัน ชื่อ Pyongyang Restaurant ขณะที่ร้านเก่าชื่อ Koryo…

ลาวมุ่งพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังงานลมตอบสนองนโยบายผู้ส่งออกไฟฟ้าของภูมิภาค

รัฐบาลลาวมุ่งพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังงานลมเพื่อตอบสนองยุทธศาสตร์การเป็นประเทศผู้ส่งออกไฟฟ้าของภูมิภาค (Battery of Asia) ล่าสุดประกาศว่าการก่อสร้างโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม “Savan 1” ซึ่งตั้งอยู่ในเมืองพินและเมืองหนอง แขวงสะหวันนะเขต (ตรงข้ามจังหวัดมุกดาหาร) คืบหน้าไปมาก โดยมีเป้าหมายส่งออกไฟฟ้าไปยังเวียดนาม ทั้งนี้ โครงการโรงไฟฟ้า Savan 1 ดำเนินการโดยบริษัท Savan 1 Wind Power Sole จำกัดซึ่งเป็นบริษัทในเครือ T&T Group ของเวียดนาม เงินลงทุน 768 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งรัฐบาลลาวอนุมัติการก่อสร้างเมื่อ กันยายน 2567 โรงไฟฟ้าพลังงานลม Savan 1 มีกำลังผลิตติดตั้งรวมทั้งสิ้น 495 เมกกะวัตต์ แบ่งการก่อสร้างและดำเนินการเป็น 2 ระยะ ระยะที่ 1  กำลังผลิตติดตั้ง 300 เมกะวัตต์ ประกอบด้วย กังหันลม 48 ต้น แต่ละต้นสูง 130 เมตร และใบพัดยาว 83…

ญี่ปุ่นและสหรัฐฯ จะไม่เชื่อมเคเบิลใต้น้ำกับอุปกรณ์จากจีน

ในทุกวินาที ระบบเคเบิลใต้น้ำมีความสำคัญต่อความมั่นคงของโลก โดยข้อมูลด้านการสื่อสารทางโทรคมนาคม และการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตระหว่างประเทศ ร้อยละ 95  ส่งผ่านระบบสายไฟเบอร์ออฟติก (Fiber Optic Cable) หรือสายใยแก้วนําแสงใต้น้ำ หรือเรียกสั้น ๆ ว่าเคเบิลใต้น้ำ ซึ่งน่าจะมีอย่างน้อยมีทั้งหมด 450 เส้น และมีความยาวทั่วโลกประมาณ 1.4 ล้านกิโลเมตร หากสาย หรือระบบเคเบิลใต้น้ำถูกควบคุม ก่อวินาศกรรม  ดักฟัง เผชิญกับภัยธรรมชาติ หรืออุบัติเหตุทางเรือ โดยไม่ต้องสงสัยประเทศที่ควบคุมได้ก็จะเป็นเจ้าแห่งข้อมูล หรือมีข้อมูลเป็นอาวุธในการต่อรองระหว่างประเทศ รวมทั้งใช้เพิ่มศักยภาพความแข็งแกร่งของตนเอง ขณะที่ความอ่อนแอจากการถูกวินาศกรรม หรือการถูกจารกรรมข้อมูลก็เป็นจุดอ่อนสำคัญยิ่งต่อความมั่นคงของประเทศเป้าหมาย ญี่ปุ่นเป็นประเทศหนึ่งที่ให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการปกป้องการสื่อสารผ่านเคเบิลใต้น้ำ เพราะร้อยละ 99 ของการเชื่อมต่อกับต่างประเทศใช้ระบบสายเคเบิลใต้น้ำ หรืออาจกล่าวได้ว่าญี่ปุ่นพึ่งพาเคเบิลใต้น้ำถึงร้อยละ 99 ของการสื่อสารระหว่างประเทศ เช่น กับสหรัฐฯ ออสเตรเลีย ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และรัสเซีย เป็นต้น บริษัทญี่ปุ่นด้านนี้ เช่น  บริษัท Nippon Telegraph and Telephone (NTT) บริษัท KDDI Corporation…

ประเทศรอบอ่าวอาหรับ: ดาวเด่นในกลุ่มโลกใต้

ถ้าพูดถึงกลุ่มโลกใต้หรือ Global South ก็เป็นที่รู้กันว่าหมายถึงประเทศกำลังพัฒนา แต่ว่าในกลุ่มโลกใต้ด้วยกันก็มีหลายระดับ หลายประเทศมีศักยภาพทั้งการเมืองและเศรษฐกิจที่พร้อมจะยกระดับตัวเองเป็นประเทศขนาดกลาง หรือ Middle Power แน่นอนว่าไม่ได้มีแค่ประเทศในเอเชียตะวันออกเท่านั้นที่มีความพร้อมดังกล่าว แต่ประเทศในกลุ่มโลกมุสลิมเช่น ประเทศรอบอ่าวอาหรับ ที่อยู่ในกลุ่ม Gulf Cooperation Council (GCC) เป็นประเทศหน้าใหม่ที่มีบทบาทโดดเด่นและน่าจับตามองในเวทีโลกในหลายมิติด้วย Soft Power ของแต่ละประเทศ หากพูดถึงกลุ่ม GCC ที่ประกอบด้วย ซาอุดีอาระเบีย โอมาน บาห์เรน กาตาร์ คูเวต และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) เดิมเราอาจนึกถึงภาพความเป็นประเทศในตะวันออกกลางที่เป็นพันธมิตรกับสหรัฐฯ ยึดมั่นกับอัตลักษณ์ความเป็นมุสลิมอย่างเข้มงวดผ่านการปกครองที่มีเจ้าผู้ครองรัฐเป็นผู้นำ และร่ำรวยด้วยน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ แต่ปัจจุบันภาพเหล่านี้กำลังมีภาพใหม่ขึ้นมาประกบ ไม่ว่าจะเป็นความเป็นประเทศมุสลิมสมัยใหม่ ทั้งรูปแบบการลงทุน เช่น กองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ (Sovereign Wealth Funds) ที่ถือเป็นความโดดเด่นของกลุ่ม GCC รวมถึงการลงทุนในธุรกิจที่ไม่ใช่น้ำมัน การเป็นเจ้าของสื่อหัวก้าวหน้าไม่น้อยไปกว่าสื่อตะวันตก เช่น Al-Jazeera การพัฒนาขีดความสามารถด้านอวกาศ การเป็นเจ้าของทีมและลีกฟุตบอล หรือการเป็นแหล่งลงทุนที่มีชาวต่างชาติมากหน้าหลายตา จนทำให้กลุ่มประเทศ GCC เป็นหนึ่งในกลุ่มประเทศหน้าใหม่ที่ขับเคลื่อนบทบาทในเวทีโลกด้วย Soft…

วิกฤตโลกรวนกระทบต่อการคมนาคมระดับโลก : กรณีคลองปานามา

  ปัจจุบันประเทศต่าง ๆ และภาคธุรกิจทั่วโลกมีระบบการขนส่ง (shipping) หลายรูปแบบ ไม่ว่าจะทางบก อากาศ และเรือ ซึ่งการขนส่งทางเรือ ยังคงเป็น 1 ในระบบการขนส่งที่สำคัญและมีประวัติศาสตร์ยาวนานที่สุด ตั้งแต่การอพยพของมนุษย์กลุ่มโฮโมเซเปียนส์ ไปทวีปออสเตรเลียเมื่อ 65,000 ปีก่อน จนถึงยุคการเดินเรือเพื่อการสำรวจหาทรัพยากรหรือดินแดนแห่งใหม่ ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ที่การใช้เรือเพื่อขนส่งสินค้าเป็นรูปแบบที่ได้รับความนิยมอย่างสูง เพราะใช้ต้นทุนต่ำกว่าการขนส่งทางอากาศและทางบกอย่างมาก ยังมีข้อมูลว่า การขนส่งทางเรือสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจมากกว่า 14 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี คิดเป็นร้อยละ 65 ของการคมนาคมขนส่งทั้งหมด และยังมีแนวโน้มที่การขนส่งทางเรือจะเติบโตอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการขนส่งผ่านเส้นทางอาร์กติก ซึ่งเป็นเส้นทางใหม่ที่มหาอำนาจกำลังตื่นเต้นที่จะเข้าไปจับจอง เพราะน้ำแข็งขั้วโลกเหนือกำลังละลาย หรือความเคลื่อนไหวของจีนที่สร้างท่าเรือใหม่ไปในหลายทวีป ทั้ง 2 ปัจจัยนี้ เป็นสิ่งบอกเหตุว่าในอนาคต “ระบบขนส่งทางเรือ” จะเป็นเส้นเลือดหลักของโลกต่อไปอีกระยะยาว เมื่อการขนส่งทางเรือเปรียบเสมือนเส้นเลือดหลักทางเศรษฐกิจ ทำให้รัฐบาลประเทศต่าง ๆ รวมทั้งบริษัทชั้นนำของโลกพยายามคิดค้นและพัฒนาเทคโนโลยีการเดินเรือและระบบเส้นทางให้ทันสมัย ปลอดภัย และป้องกันอันตรายล่วงหน้าไว้อยู่เสมอ ที่ผ่านมา มนุษย์เอาชนะอุปสรรคในการเดินเรือข้ามมหาสมุทรหรือทวีปขนาดใหญ่ด้วยการ “ขุดคลอง” เพื่อลดระยะทางและพลังงานที่ต้องใช้ในการขนส่ง จนทำให้เกิดคลองที่มีความสำคัญต่อโลกของการเดินเรือหลายเส้น เช่น คลองสุเอซ ที่เชื่อมทะเลเมดิเตอร์เรเนียน–ทะเลแดง คลองปานามา ที่เชื่อมมหาสมุทรแอตแลนติก–แปซิฟิก…

เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ถูกสหรัฐฯ มองว่าเป็น scam centers

เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ถูกสหรัฐฯ มองว่าเป็นศูนย์กลางการหลอกลวงทางไซเบอร์ (scam centers)  ขนาดใหญ่ เฉพาะอย่างยิ่งในกัมพูชาและเมียนมาที่มีเครือข่ายขนาดใหญ่  เครือข่ายดังกล่าวได้หลอกลวงเงินชาวอเมริกันไปแล้วหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีการละเมิดสิทธิมนุษยชน ด้วยการมีการบังคับใช้แรงงาน รวมทั้งความรุนแรงต่อแรงงาน ทำให้สหรัฐฯ มีมาตรการคว่ำบาตรเครือข่าย scammer ในกัมพูชาและเมียนมา สำนักงานควบคุมทรัพย์สินต่างประเทศ (OFAC) กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ประกาศเมื่อ 8 กันยายน 2568 ออกมาตรการคว่ำบาตรต่อเครือข่ายศูนย์กลางการหลอกลวงทางไซเบอร์ขนาดใหญ่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยในกัมพูชามี 10 เครือข่าย และในเมียนมามี 9 เครือข่าย โดยในเมียนมา สหรัฐฯ ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับศูนย์กลางกิจกรรม scammer เช่น ในเมืองส่วยโก๊กโก่  (Shwe Kokko) เมียวดี  เป็นแหล่งลงทุนของ Karen National Army (KNA)  และกลุ่ม Yatai International Holding Group เมือง Yatai New City เป็นศูนย์กลาง scammer ขนาดใหญ่ มีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว…