อวัยวะ:ชิ้นส่วนมนุษย์ที่กลายเป็นสินค้า

เวลาได้ยินข่าวความสำเร็จของขบวนรถพยาบาลที่วิ่งด้วยความเร็วเพื่อแข่งกับเวลา บางครั้งต้องมาจากต้นทางที่ห่างไกลจากปลายทาง และระหว่างทางก็ได้รับน้ำใจจากเพื่อนร่วมทางที่พร้อมใจกันเปิดทาง เพื่อให้การนำอวัยวะจากผู้บริจาคที่มีน้ำใจส่งถึงผู้รับทันเวลาต่อทีมแพทย์ และพยาบาลทำกำลังเตรียมพร้อมจะทำการเปลี่ยนถ่ายอวัยวะให้ผู้ป่วยที่เฝ้ารออวัยวะที่จะสร้างชีวิตใหม่ให้เขาหรือเธอ เชื่อแน่ว่าทุกคนที่ได้ยินข่าวแบบนี้และร่วมลุ้นไปด้วยกัน จะรู้สึกอิ่มอกอิ่มใจไปด้วยกับทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้อง รวมทั้งชื่นชมน้ำใจของผู้บริจาคที่อิ่มบุญด้วยการช่วยเหลือเพื่อนมุนษย์ และใจฟูไปกับผู้ได้รับบริจาคที่ได้ต่อชีวิตอีกครั้ง ไม่แปลกที่การบริจาคอวัยวะที่มาจากผู้เสียชีวิตซึ่งเต็มใจจะเป็นผู้ให้ โดยมีเอกสารยินยอมเป็นผู้บริจาคอวัยวะและดำเนินการไปตามกระบวนการบริจาคอวัยวะอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และไม่มีผลประโยชน์ทางการเงินเข้ามาเกี่ยวข้อง จะเป็นเรื่องที่น่าชื่นชมยินดี แต่หากเป็นการให้อวัยวะที่ผู้ให้จำเป็นต้องให้เพราะตกเป็นเหยื่อของกลุ่มอาชญากรรม หรือต้องขายเพื่อแลกกับค่าตอบแทน ถือเป็นเรื่องน่าเศร้าและเป็นการก่ออาชญากรรม รวมทั้งเชื่อมโยงกับการค้ามนุษย์ การค้าอวัยวะเป็นอาชญากรรมไม่ว่าจะเป็นการดำเนินการเองของเจ้าของอวัยวะที่จำเป็นต้องขาย หรือการตกเป็นเหยื่อของขบวนการค้ามนุษย์ที่ล่อลวงเจ้าของอวัยวะด้วยการทำหน้าที่เป็นคนกลางในการซื้อขาย ซึ่งผู้ป่วยบางรายยินดีที่จะทำผิดกฎหมายและยอมจ่ายค่าปลูกถ่ายอวัยวะ แม้จะเป็นการแสวงประโยชน์หรือเบียดเบียนผู้อื่น ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนจนหรือไม่มีทางเลือก การค้าอวัยวะมีคำสำคัญที่เกี่ยวข้อง 2 คำ ได้แก่ “การค้าอวัยวะ” ซึ่งหมายรวมถึงการปลูกถ่ายอวัยวะที่ผิดกฎหมาย และ “การค้ามนุษย์เพื่อเอาอวัยวะ” ทั้งสองกรณีเป็นสิ่งผิดกฎหมายและเป็นอาชญากรรม แต่แตกต่างกันในแง่กฎหมาย กล่าวคือ “การค้าอวัยวะ” หมายถึงการจัดการกับอวัยวะอย่างผิดกฎหมาย ที่เห็นบ่อย ๆ คือ การขายอวัยวะเพื่อผลกำไรหรือการโฆษณาความเต็มใจที่จะซื้อหรือขายอวัยวะ เช่น บางคนออกมาประกาศขายไตหรือดวงตา ส่วน “การค้ามนุษย์เพื่อเอาอวัยวะ” เป็นการกระทำของกลุ่มผู้ค้ามนุษย์ เพื่อแสวงหาผลประโยชน์ด้วยการหลอกลวงหรือบีบบังคับเหยื่อ ซึ่งมักเป็นคนเปราะบาง เช่น ผู้ลี้ภัย ผู้อพยพ ผู้ขอลี้ภัย และผู้ลักลอบเข้าเมือง เนื่องจากคนเหล่านี้ไม่มีทางเลือกและไร้ที่พึ่งจึงจำยอมที่จะต้องขายอวัยวะเพื่อเอาตัวรอด ในห้วงที่โลกตกอยู่ในภาวะสงครามหลายพื้นที่และล้วนเป็นสงครามที่ยาวนานเป็นปี ที่ยังไม่มีทีท่าจะยุติ ซ้ำร้ายยังดูจะรุนแรงขึ้นทุกขณะด้วยความต้องการจะเป็นผู้ชนะของคู่สงคราม…

เรื่องราวสาวสวย…แบบสงบของเกาะกูด และ#saveเกาะกูด

เกาะกูดชื่อสั้น ๆ กระชับ และไม่ค่อยได้ยินกันนักในการพูดคุย แต่จะขอบอกกันดัง ๆ ว่าเธอเป็นสาวแสนสวย และแสนสนุก แบบสงบ หรือชิล ๆ ตามที่วัย Gen Z ใช้กัน ทะเลเของกาะกูดยังใส เป็นสีเทอร์ควอยซ์ (turquoise) และต้นมะพร้าวที่ทอดยาวตามแนวหาดทรายขาว เป็นภาพจำที่ใครหลายคนมีต่อเกาะกูด ซึ่งเป็นเกาะสุดท้ายทางทิศตะวันออกในน่านน้ำทะเลตราด ทำไมเรามาคุยกันเรื่องนี้ ก็เพราะว่า สายนักท่องเที่ยวเล่าต่อ ๆ กันว่าเดือนพฤศจิกายน ที่ใคร ๆ มุ่งขึ้นภาคเหนือของไทย เป็นเดือนที่เริ่มเที่ยวเกาะกูดกันแล้วนะซิ….. เกาะกูดที่อยากเชิญชวนให้ไปเที่ยวกันนี้ อยู่ในจังหวัดตราด เป็นเกาะที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 4 ของประเทศไทยเชียวนะ….. และถือเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวทั้งไทย และต่างชาติที่ต้องการสัมผัสกับธรรมชาติที่บริสุทธิ์ ว่ากันว่า….หาดทรายของเกาะกูดขาวสะอาดจริง ๆ  น้ำทะเลใสเป็นประกายตามที่เล่าไปข้างต้น ที่สำคัญสำหรับการทำงานในยุคโหยหา balance of life และหนีจากความวุ่นวายในเมือง บรรยากาศที่เงียบสงบที่เกาะกูดจึงใช่ และตอบโจทย์เลย นอกจากชายหาดที่งดงาม น้ำตก…ใช่ น้ำตกที่มีหลายแห่ง ยังทำให้เกาะกูดมีเสน่ห์ที่เต็มไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ เช่น น้ำตกคลองเจ้า ที่มีน้ำไหลตลอดทั้งปี และป่าชายเลนที่ยังอุดมสมบูรณ์…

คลินิกความงามกับ Beauty Standard ในไทย

ความสวยงามถือเป็นเรื่องอัตวิสัยในสังคมไม่มีนิยามที่แน่ชัด แตกต่างกันไปตามทัศนะ สภาพแวดล้อม หรือปัจจัยอื่น ๆ แต่ในขณะเดียวกันในสังคมที่เราอาศัยอยู่ในปัจจุบันกลับมีบรรทัดฐานบางอย่างที่ตัดสินว่าความสวยงามนั้นต้องมีลักษณะอย่างไร และแบบไหนที่เรียกว่า “สวย” ความสวยเหล่านี้กลายมาเป็นมาตรฐานสังคมและทำให้เกิดสิ่งที่เรียกว่า “Beauty Standard” โดยนิยามของคำว่า Beauty Standard หมายถึง มาตรฐานความสวยที่เกิดขึ้นภายในสังคมกับคนทุกเพศที่ถูกกำหนดไว้ ซึ่งคนภายในสังคมนั้นให้คุณค่ากับบุคคลที่ตรงกับมาตรฐานดังกล่าวที่ตั้งขึ้นอาจหมายถึงรูปลักษณ์ภายนอกทั้งหมด Beauty Standard ยังพัฒนาไปตามค่านิยมของแต่ละยุคสมัย ในแต่ละสังคมเองก็มีมาตรฐานความสวยงามที่แตกต่างกันออกไปตามวัฒนธรรมของตน แต่ผู้คนส่วนใหญ่มักจะชื่นชอบมาตรฐานความสวยของสังคมของตนมากกว่าสังคมอื่น ๆ Beauty Standard มักนำไปสู่ Beauty Privilege คือการได้รับอภิสิทธิ์บางอย่างเพียงเพราะมีรูปลักษณ์ที่อยู่ใน Beauty Standard ไม่ว่าความรัก ความดูแลเอาใจใส่ ทั้ง ๆ ที่ทุกคนควรจะได้รับเท่ากัน ยิ่งไปกว่านั้นอาจหมายถึงการได้รับโอกาสในชีวิต หน้าที่การงาน ซึ่งเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นบ่อยภายในสังคม ในสังคมไทยที่ครั้งหนึ่งเคยมีการวิจัยในประเทศไทยว่าผู้หญิงไทยถึง 66% มีความกดดันและกังวลในรูปลักษณ์ภายนอกของตนเอง แม้ว่าผู้หญิงไทยจะใช้เวลาในการดูแลเรื่องความงามในแต่ละวันนานถึง 24 นาที ซึ่งมากกว่าค่าเฉลี่ยของผู้หญิงทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ใช้เวลาราว 19 นาที และปัจจุบันมีเพียง 1% ของผู้หญิงไทยที่มีความมั่นใจในความสวยงามของตนเองและกล้านิยามว่าตนเองตรงตาม Beauty Standard ดังนั้นจึงมีคนกลุ่มหนึ่งทำพยายามทำตัวเองเพื่อตรงตามมาตรฐานของสังคมในเรื่องของความสวยงาม เช่นใช้ครีมบำรุงผลิตภัณฑ์ความงาม หรือรับประทานอาหารเสริม…

เกาหลีเหนือพยายามสร้างภาพลักษณ์ตนเองให้แข็งแกร่ง

หลังสงครามเกาหลีในปี 2493-2496 ทั้งสองประเทศได้ถูกแบ่งออกเป็นสองฝั่งที่มีแนวคิดแตกต่างกัน เกาหลีเหนือเป็นรัฐสังคมนิยมภายใต้การนำของพรรคแรงงานเกาหลี ขณะที่เกาหลีใต้เป็นรัฐประชาธิปไตยที่มีระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยม การสร้างกำแพงความแตกแยกกันระหว่างทั้งสองฝ่ายจึงเริ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนถึงปัจจุบัน 9 ตุลาคม 2567 เกาหลีเหนือออกแถลงการณ์ว่า จะตัดและปิดกั้นพรมแดนทางใต้กับเกาหลีใต้ ด้วยการตัดการเชื่อมต่อทางถนนและทางรถไฟทั้งหมดระหว่างสองเกาหลี เพื่อเป็นมาตรการป้องกันตนเอง เพื่อยับยั้งสงคราม และปกป้องความมั่นคงของชาติ แต่ในมุมของนักวิเคราะห์เชื่อว่า เป็นการสานต่อกระบวนการจากสถานการณ์ที่ขัดแย้งระหว่างกันในปัจจุบัน และอาจนำไปสู่สภาวะที่เกาหลีเหนือจะยกเลิกข้อตกลงสำคัญระหว่างสองเกาหลีที่ลงนามในปี 2534 เพื่อแสดงออกถึงของความต้องการของผู้นำคิม จองอึนในการกำหนดเกาหลีใต้ให้เป็นรัฐศัตรูอย่างเป็นทางการ กองทัพของเกาหลีเหนือยังวางแผนสำคัญในการตัดเส้นทางทางถนนและรถไฟที่เชื่อมต่อกับเกาหลีใต้ และเสริมกำลังในพื้นที่อย่างแข็งแกร่ง ก่อนหน้านี้ ในช่วงเดือนมิถุนายน 2567 หน่วยข่าวกรองของเกาหลีใต้ตรวจพบสัญญาณบางอย่าง ที่ระบุว่าเกาหลีเหนือกำลังทำลายบางส่วนของเส้นทางรถไฟที่เชื่อมระหว่างสองเกาหลี โดยในเดือนกรกฎาคม 2567 รัฐบาลเกาหลีเหนือใช้เวลาหลายเดือนในการวางทุ่นระเบิดและตั้งสิ่งกีดขวาง เพื่อเปลี่ยนพื้นที่ดังกล่าว ให้กลายเป็นพื้นที่รกร้างตามแนวชายแดน ซึ่งก่อให้เกิดการเสียชีวิตของทหารเป็นจำนวนมาก เกาหลีเหนือมองว่าความเคลื่อนไหวของพวกเขาเป็น “มาตรการป้องกันตนเอง” เช่น เพื่อตอบโต้การซ้อมรบของเกาหลีใต้  ซึ่งการซ้อมรบที่จัดขึ้นร่วมกับสหรัฐฯ เป็นการเตรียมการสำหรับการโจมตีจริง ทำให้เกิดความตึงเครียดและความรู้สึกไม่ปลอดภัยในหมู่ผู้นำเกาหลีเหนือ การที่สหรัฐฯ สนับสนุนยุทโธปกรณ์ไปยังภูมิภาคถือเป็นปัจจัยที่ทำให้เกาหลีเหนือรู้สึกถูกคุกคาม ทำให้เกาหลีเหนือจำเป็นต้องพัฒนาศักยภาพทางทหารเพื่อปกป้องประเทศ นอกจากนี้ การป้องกันตัวเองช่วยให้รัฐบาลเกาหลีเหนือสร้างภาพลักษณ์ของการต่อสู้เพื่ออธิปไตยและความมั่นคง ซึ่งสามารถกระตุ้นความเป็นหนึ่งเดียวในประเทศ การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในสหรัฐฯ ที่จะได้ประธานาธิบดีคนใหม่ และเข้าบริหารประเทศในมกราคม 2568 อาจมีผลกระทบต่อยุทธศาสตร์และนโยบายของเกาหลีเหนือในการจัดการกับเกาหลีใต้และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ การปิดพรมแดนอย่างถาวรของเกาหลีเหนือ ส่งผลกระทบในหลายด้าน และอาจทำให้สถานการณ์ในคาบสมุทรเกาหลียิ่งซับซ้อนและยากที่จะหาทางออกในอนาคต…

Luban Workshop ช่องทางแบ่งปันวิทยาการของจีนตามรอยสถาบันขงจื่อ

 ขณะที่สถาบันขงจื่อ (Confucius Institute) ยังเป็นที่หวาดระแวงของหลายประเทศ เนื่องจากความกังวลว่าจะเป็นช่องทางขยายอิทธิพลทางความคิดตามแนวทางของจีน จนทำให้สถาบันขงจื่อหลายแห่งปิดตัวลง เฉพาะอย่างยิ่งในสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม ความรู้สึกดังกล่าวของต่างชาติไม่ได้บั่นทอนความพยายามเผยแพร่วิทยาการความรู้ของจีนในต่างประเทศ ดังนั้น ในวันนี้ เราจึงเห็นการส่งเสริมความร่วมมือด้านการศึกษากับต่างชาติของจีนในอีกรูปแบบหนึ่ง

มหานครราชสีมา towards Korat Metropolis

           กรุงเทพมหานครเป็นเมืองอันดับหนึ่งของประเทศไทยในฐานะ “มหานครโตเดี่ยว” เนื่องจากเป็นแหล่งรวมอาชีพ แหล่งท่องเที่ยว ครองอันดับ 1 เมืองที่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้มหาศาลต่อไป และด้วยความเจริญที่กระจุกอยู่เพียงแห่งเดียวนี้ ก็ได้นำความแออัดหนาแน่น และปัญหาคุณภาพชีวิตสู่คนที่อยู่ในสภาพแวดล้อมเมือง และยังเป็นการสร้างความเหลื่อมล้ำทางสังคมอย่างสูง ไม่ว่าจะด้วยเรื่องการศึกษา แหล่งงาน หรือการเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐาน สาธารณูปโภคและ สาธารณูปการ ถ้าคิดจะแก้ไขปัญหาความหนาแน่นของเมือง ตามแนวทางของการกระจายอำนาจ “การพัฒนาพื้นที่ชนบท” อาจจะเป็นคำตอบ เพราะจะช่วยกระตุ้นให้เกิดความเจริญในการบริหารจัดการประเทศ สังเกตไหมว่า….ประเทศที่พัฒนาแล้วจะมีทั้งศูนย์กลางทางเศรษฐกิจหลายศูนย์ มีมหานครและเมืองรองที่มีความเจริญทัดเทียมกัน เช่น สหรัฐอเมริกา จีน และญี่ปุ่น ส่วนบางประเทศได้กำหนดให้เมืองแต่ละเมืองมีหน้าที่ (Function) แตกต่างกัน เช่น เมืองปูตราจายาของมาเลเซีย เป็นเมืองศูนย์กลางการปกครองที่ย้ายหน่วยงานราชการสำคัญๆ ออกจากเมืองกัวลาลัมเปอร์ที่มีความหนาแน่น เมืองโคลัมโบที่เป็นเมืองท่าของศรีลังกา ซึ่งตั้งเป้าที่จะเป็นมหานครใหม่เทียบเท่ากับดูไบของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือเมืองอู่ตะเภาในจังหวัดระยองที่จะพัฒนาสนามบินนานาชาติและเป็นเมืองศูนย์กลางการบินของประเทศ ด้วยโครงสร้างการบริหารประเทศของไทยที่มีการมอบอำนาจให้สู่จังหวัด และมีงบประมาณในการพัฒนาจังหวัดที่เฉลี่ยตามจำนวนประชากร โครงสร้างและการบริหารจัดการตามแนวทางนี้ทำให้การพัฒนาจังหวัดของไทยส่งเสริมลักษณะ “ความโตเดี่ยว” ของเมืองมากขึ้น จึงเกิดเมืองที่มีแนวโน้มที่จะเป็น “เมืองรอง” ต่อจากกรุงเทพมหานครที่มีจำนวนประชากรมาก 3 ลำดับ ได้แก่ เชียงใหม่ อุบลราชธานี…

นักศึกษาจีน: อีกเหยื่อของการแข่งขันระหว่างจีนกับสหรัฐฯ

เมื่อมองบรรยากาศการเมืองระหว่างประเทศ แน่นอนว่าปกคลุมด้วยคำว่าการแข่งขันระหว่างมหาอำนาจ ซึ่งก็ไม่พ้นสหรัฐฯ กับจีน และมีรัสเซียเข้ามาแซมบ้างบางสถานการณ์ การแข่งขันที่เกิดขึ้นครอบงำในทุกมิติและทุกวงการ ไม่เว้น แม้แต่วงการการศึกษา…และนักศึกษา ท่ามกลางข่าวสารที่ปรากฏเป็นระยะเกี่ยวกับการใช้สายลับ การสอดแนม และการจารกรรม ซึ่งไม่เพียงย้ำภาพการเมืองโลก

ชวนรู้จักอาชญากรรม (เงียบ) ระดับโลก Ecocide การฆ่าล้างสิ่งแวดล้อม

             เมื่อต้นกันยายน 2567 กลุ่มประเทศหมู่เกาะแปซิฟิกจำนวน 3 ประเทศ ได้แก่ วานูอาตู ฟิจิ และซามัว ร่วมมือกันยื่นคำร้องต่อศาลอาญาระหว่างประเทศ หรือ International Criminal Court (ICC) ให้รับรอง “การฆ่าล้างสิ่งแวดล้อม” หรือ Ecocide เป็นอาชญากรรมระหว่างประเทศ เพื่อให้บุคคล ประเทศ หรือบริษัทที่เกี่ยวข้องกับการกระทำที่นำไปสู่การทำลายสิ่งแวดล้อมหรือระบบนิเวศอย่างรุนแรง หรือการสร้างความเสียหายต่อธรรมชาติในระดับที่รุนแรง ต้องถูกสอบสวนหรือลงโทษ รวมทั้งต้องรับผิดชอบต่อการซ้ำเติมวิกฤตด้านสภาพอากาศโลกที่แปรปรวนอย่างหนักในปัจจุบันนี้ โดยทั้ง 3 ประเทศเห็นพ้องกันว่า การทำลายสิ่งแวดล้อมนั้นควรมีความผิดเท่ากับการก่ออาชญากรรมที่โหดร้ายตามกฎหมายระหว่างประเทศ (Atrocity Crime) ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ 4 ฐานความผิดอาญาระหว่างประเทศร้ายแรงที่อยู่ในเขตอำนาจของ ICC ได้แก่ อาชญากรรมสงคราม การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ (Genocide) อาชญากรรมต่อมนุษยชาติ และอาชญากรรมรุกราน (Crime of Aggression) ความเคลื่อนไหวของกลุ่มประเทศหมู่เกาะแปซิฟิกครั้งนี้ อาจจะยังไม่ได้รับการตอบรับในทันที เพราะอาจถูกมองว่าเป็นการผลักดันจากประเทศเล็ก ๆ…

“อาวุธชุดใหม่” อาจจะเป็นจุดเปลี่ยนสถานการณ์รัสเซีย-ยูเครน

สงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครนที่ยืดเยื้อมานานกว่า 2 ปียังไม่มีสัญญาณว่าจะจบลงได้เร็ว ๆ นี้ เพราะนอกจากผู้นำของทั้ง 2 ประเทศยังไม่ยอมหันหน้าเข้าหาการเจรจาร่วมกันแล้ว ยังไม่มีประเทศไหนแสดงบทบาทเป็นตัวกลางไกล่เกลี่ยปัญหา

ทำความรู้จัก “ธารน้ำแข็งวันสิ้นโลก”

           พายุซูเปอร์ไต้ฝุ่นยางิ ที่เทียบเท่ากับเฮอร์ริเคนระดับ 5 ซึ่งเป็นระดับที่รุนแรงที่สุด เพิ่งสลายตัวลงไปได้ไม่นานมานี้สร้างความเสียหายอย่างหนักให้กับหลายประเทศในภูมิภาคเอเชีย โดยมีทั้งความเสียหายทางด้านโครงสร้างและชีวิต…อาทิ ในประเทศเวียดนามมีผู้เสียชีวิตจำนวนอย่างน้อย 127 ราย ในฟิลิปปินส์ 20 ราย ยังไม่รวมผู้เสียชีวิตในประเทศอื่น ๆ พายุยางิยังส่งผลให้สถานการณ์น้ำท่วมในประเทศไทย ณ ปัจจุบัน มีความรุนแรงกว่าปีที่ผ่าน ๆ มา เพราะทางการจีนอ้างว่าหากไม่ปล่อยน้ำจากเขื่อน จะทำให้เขื่อนแตกจากการรับน้ำมากเกินไปอันเป็นผลมาจากพายุ จึงทำให้ประชาชนคนทั่วไปตื่นตัวเรื่องเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น ไม่ได้มองว่าปัญหาสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องเฉพาะประเทศหรือภูมิภาคเล็ก ๆ แต่เป็นเรื่องของความเชื่อมโยงกันและส่งผลต่อทั้งโลก เปรียบได้กับปรากฏการณ์ผีเสื้อกระพือปีก ….ซึ่งในบทความนี้ เราจะมาทำความรู้จักกันว่าธารน้ำแข็งวันสิ้นโลกคืออะไร เกี่ยวข้องอะไรกับพายุไต้ฝุ่น และทำไมเราจึงควรเร่งสร้างจิตสำนึกสิ่งแวดล้อมให้มากขึ้นกว่าเดิม …………ธารน้ำแข็งวันสิ้นโลก มีชื่อจริงว่า “ธารน้ำแข็งทเวตส์” (Thwaites)  เป็นธารน้ำแข็งที่ใหญ่และเปราะบางที่สุดในทวีปแอนตาร์กติกา โดยได้ชื่อที่น่ากลัวมาจากการที่หากมันละลาย มีโอกาสเป็นไปได้สูงที่จะทำให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้นทั่วโลก ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และสังคมเศรษฐกิจเป็นวงกว้างอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ที่น่ากลัวยิ่งกว่าชื่อของมันก็คือการที่มันเป็นหนึ่งในธารน้ำแข็งที่มีอัตราการละลายเร็วที่สุดในโลก ยิ่งกระแสน้ำทะเลที่ไหลข้างใต้มันอุ่นขึ้น ก็จะยิ่งละลายไวขึ้นเพราะเป็นการละลายจากด้านล่าง ไม่ต่างจากการนำน้ำแข็งไปจ่อใต้น้ำอุ่นเลย ที่ผ่านมานั้น ธารน้ำแข็งทเวตส์เป็นตัวการทำให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้นถึง 4% ในแต่ละปี ไม่กี่สิบปีที่ผ่านมา มันก็สูญเสียน้ำแข็งไปแล้วกว่า…