คณะกรรมการร่วมด้านเทคนิค (JTC) ไทย-กัมพูชา : ทางออกปัญหา OCA ?

ประเด็นร้อนแรงที่ยังไม่ได้ข้อยุติระหว่างไทยกับกัมพูชา ผลพวงจากกรณี #Save เกาะกูด และการเจรจาปัญหาพื้นที่อ้างสิทธิในไหล่ทวีปทับซ้อนกัน (Overlapping Claim Area : OCA) แต่เรื่องที่ได้รับทราบทั่วกันแล้วแน่นอน ก็คือ เกาะกูดเป็นของไทย 100 % ตามหลักฐานทางกฎหมายอย่างอนุสัญญาสยาม-ฝรั่งเศส ค.ศ.1907 และไทยก็มีอธิปไตยเหนือเกาะกูดเต็มที่ ถ้าเป็นแบบนั้นแล้วทำไมเราถึงต้องพูดเรื่องนี้กันอีก ? เรื่องเกาะกูดได้ข้อสรุปฟันธงไปนานแล้ว ส่วนเรื่องการเจรจาบนพื้นที่ OCA เรียกได้ว่าเริ่มจะมีความคืบหน้า โดยคณะรัฐมนตรี (ครม.) ไทยน่าจะจัดประชุมหารือเรื่องการแต่งตั้งคณะกรรมการร่วมทางเทคนิค (Joint Technical Committee -JTC) ของฝ่ายไทยภายใน พฤศจิกายน 2567  เพื่อเจรจากรณีพื้นที่ OCA กับกัมพูชา ขณะที่กรมสนธิสัญญาและกฎหมาย กระทรวงการต่างประเทศไทย เปิดเผยข้อมูลกับสื่อมวลชน เมื่อ 5 พฤศจิกายน 2567 ว่า พื้นที่ OCA มีประมาณ 26,000 ตารางกิโลเมตร เกิดจากการประกาศเขตไหล่ทวีปในอ่าวไทยของทั้งไทย เมื่อปี 2516 และกัมพูชา เมื่อปี 2515…

The Substance : ภาพยนตร์ผลิตซ้ำ อคติต่อสตรีด้วยท่าทีแบบสตรีนิยม

จริงอยู่ที่ว่าการขับเน้นภาพย้ำซ้ำเดิมผ่านสื่อภาพยนตร์จะช่วยกระจายสารให้สาธารณชน ไม่ให้หลงลืมไปว่าสังคมยังมีปัญหาความไม่เท่าเทียมทางอำนาจระหว่างหญิงชาย   ดังเช่นภาพยนตร์แบบสตรีนิยมอย่าง The Substance ของผู้กำกับหญิง Coralie Fargeat ที่ขับเน้นประเด็นความทุกข์ทนที่ผู้หญิงต้องเผชิญจากความคาดหวังของสังคมเกี่ยวกับการรักษา “มาตรฐานความงาม” (Beauty Standard) ตามบรรทัดฐานสังคม แม้ในยามที่อายุล่วงเข้าสู่วัยที่ไม่อาจฝืนไว้ได้  อุตสาหกรรมบันเทิงยังเป็นตัวอย่างอันสมบูรณ์แบบของสังคมชายเป็นใหญ่ (Patriarchy) แต่การที่ภาพยนตร์เลือกสื่อสารเช่นนั้น (และการที่หนังฮอลลีวูดที่มีท่าทีมีสตรีนิยมเรื่องอื่น ๆ เลือกจะสื่อสารเช่นนี้ซ้ำ ๆ ย้ำ ๆ) ในอีกทางหนึ่ง อาจเป็นการชี้นิ้วด่าผู้หญิง เช่นเดียวกับการผลิตซ้ำภาพจำเชิงลบ (negative stereotype) ของผู้หญิงให้เป็นภาพของเพศที่ขาดอำนาจในการควบคุมตัวเอง การกระทำการใดของผู้หญิงเป็นไปเพียงเพื่อสนองความพึงพอใจของบุคคลอื่นเท่านั้น The Substance กำหนดบทบาทให้ Elisabeth Sparkle (รับบทโดย Demi Moore) เป็นดาวเด่นของวงการบันเทิง แต่อายุที่ร่วงโรยทำให้ความงามตามมาตรฐานสังคมเลือนหาย โดยเฉพาะในสายตาของ Harvey โปรดิวเซอร์ชาย ที่ผู้มีอำนาจชี้เป็นชี้ตายว่าใครจะเป็นดาวดวงเด่นของวงการ ซึ่งท้ายที่สุดแล้ว Harvey ถอดรายการของ Elisabeth ออกจากผัง เพื่อจัดสรรเวลาให้กับดาราหญิงรุ่นใหม่ The Substance หรือ “สสาร” ที่เป็นชื่อของหนัง…

เล่าสู่กันฟัง เรื่อง GMS และ ACMECS

GMS และ ACMECS ชื่อสั้น ๆ คืออะไร….. เป็นความร่วมมือเพื่อการพัฒนาทางเศรษฐกิจของประเทศในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง  และเกี่ยวกับไทยเพราะประเทศในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงที่มีไทยอยู่ด้วย รวมทั้งกัมพูชา เมียนมา ลาว เวียดนาม และจีน  ชื่อเต็มคือ กรอบความร่วมมือ Greater Mekong Subregion – GMS และกรอบยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจอิรวดี-เจ้าพระยา-แม่โขง หรือ Ayeyawady-Chao Phraya-Mekong Economic Cooperation Strategy – ACMECS การประชุมระดับผู้นำ GMS หรือที่เรียกว่า GMS Summit of Leaders ครั้งที่ 8 เมื่อ 6-7 พฤศจิกายน 2567 และการประชุมระดับผู้นำ ACMECS  ครั้งที่ 10  เมื่อ 7 พฤศจิกายน 2567 ซึ่งจัดขึ้นพร้อมกันที่เมืองคุนหมิง มณฑลยูนนาน จีน  มีนายกรัฐมนตรีไทยเข้าร่วมประชุมด้วย ACMECS…

การบริหารการเงิน และการออม : ทางออกปัญหาหนี้ครัวเรือน

น่าตกใจเหมือนกันที่มีข่าวและรายงานระหว่างประเทศว่า หนี้ครัวเรือนไทยสูงเกินระดับ 80% ผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ (Gross Domestic Product : GDP) และจากการศึกษาของธนาคารเพื่อการชำระหนี้ระหว่างประเทศ (Bank for International Settlements: BIS) ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2566 ชี้ให้เห็นว่า หากไทยยังเผชิญปัญหานี้ไปนาน ๆ จะมีผลต่อการเติบโตของประเทศไทยได้  คนไทยยังเริ่มเป็นหนี้ตั้งแต่อายุยังน้อย  เป็นหนี้เยอะ และเป็นหนี้นาน  ซึ่งสาเหตุส่วนหนึ่งของการก่อหนี้เกิดจากพฤติกรรมการบริโภคที่ติดหรูมากขึ้น คำว่าติดหรูคืออะไร ตามที่ได้ไปค้นคว้ามา มีคำที่พูดถึงในสื่อ เช่น “ติดแกลม” ที่มีความหมายว่า ติดแบรนด์เนม ติดหรู ติดของที่มีราคาแพง โดยคำว่าแกลมนั้นย่อมาจากคำศัพท์ภาษาอังกฤษ “Glamorous” แปลว่า สวยงาม มีเสน่ห์ และ ดึงดูดใจ เช่น การใช้ชีวิตประจำวันที่หรูหรา การรับประทานอาหารระดับภัตตาคาร การใช้สินค้าแบรนด์เนม การท่องเที่ยวแพ็กเกจราคาสูง เป็นต้น ทั้ง ๆ ที่รายได้ไม่เพียงพอต่อรายจ่าย แต่เพื่อตอกย้ำภาพลักษณ์ความเป็นผู้มีฐานะทางเศรษฐกิจดี คนไทยที่ติดหรูจึงมักจะใช้วิธีการชำระเงินด้วยบัตรเครดิต กู้ยืมเงินธนาคาร…

ไทยและกัมพูชายังมีอะไร (ดี ๆ) ในโอกาสจะครบรอบ 75 ปี

ในห้วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับเพื่อนบ้านชิดใกล้ของไทย อย่างกัมพูชาเป็นกระแสที่ร้อนแรงในโลกอินเทอร์เน็ตของไทยอีกครั้ง ชาวเน็ตไทยต่างพูดถึงและถกเถียง ทั้งกระแสเรียกร้อง #Saveเกาะกูด

แบ่งสันปันส่วนกับสันปันน้ำเพื่อป้องกันปัญหาน้ำท่วม

พื้นที่ของภูเขา ปกติจะคิดรวมครอบคลุมตั้งแต่บริเวณตีนเขาจนถึงยอดเขา โดยมีข้อกำหนดให้พื้นที่ดินใดก็ตาม  ที่มีความลาดเอียงหรือความชันตั้งแต่ 35% ขึ้นไป นับว่าเป็น “ภูเขา” ซึ่งมักจะเป็นพื้นที่ที่ได้รับการสงวนไว้เป็นแหล่งธรรมชาติ เพราะในอดีต ความลาดเอียงของภูเขา เป็นข้อจำกัดในการทำกิจกรรมต่าง ๆ ทั้งการก่อสร้างอาคาร การทำการเกษตร มนุษย์ส่วนใหญ่จึงเริ่มตั้งถิ่นฐานบริเวณที่ราบลุ่มที่มีแหล่งน้ำไหลผ่านมากกว่า แต่ถึงอย่างไรก็ตาม พัฒนาการความรู้ในการก่อสร้างและเอาตัวรอด ทำให้มนุษย์มีความสามารถในการใช้ประโยชน์จากพื้นที่ลาดเอียงหรือภูเขามากขึ้น เช่น การปรับพื้นที่ลาดเอียงให้เป็นพื้นที่ราบขนาดเล็กเหมือนขั้นบันได หรือการเพาะปลูกโดยเลือกพันธุ์พืชที่ต้องการน้ำน้อย ดังนั้น แม้ภูเขาจะมีความลาดเอียงเหมือนเดิม แต่สุดท้ายมนุษย์ก็สามารถเข้าไปจับจองเพื่อใช้ประโยชน์ที่ดินได้ ส่วนที่สูงที่สุดของภูเขา คือ ยอดเขา ที่จะมีลักษณะทอดตัวเป็นแนวยาวเป็นสันเขา เมื่อน้ำฝนตกลงมาสันเขาจะทำหน้าที่แบ่งน้ำฝนให้ไหลลงภูเขาในแต่ละด้าน และมีชื่อเรียกแนวสันเขานี้ว่า “สันปันน้ำ” ภูเขาหนึ่งลูกอาจมีสันปันน้ำมากกว่า 1 แนว ตามลักษณะของภูมิศาสตร์ และแนวสันปันน้ำนี้มักถูกใช้เป็นเส้นแบ่งขอบเขตการปกครองหรือขอบเขตที่ดิน เพราะเป็นแนวที่สังเกตได้ง่าย และยังเปลี่ยนแปลงได้ยาก ดังนั้น ภูเขาหนึ่งลูกตั้งแต่ตีนเขาถึงแนวส่วนยอดเขาก็จะถูกแบ่งตามแนวสันปันน้ำออกเป็นส่วน ๆ ได้อีก เมื่อน้ำฝนซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดน้ำจากธรรมชาติ ไหลตามสันปันน้ำลงมาตามความลาดเอียงของภูเขา ยิ่งความลาดเอียงมากก็จะไหล่ผ่านโดยเร็ว ไม่ได้ถูกกักไว้ และไม่สามารถซึมลงดินได้มากเท่ากับพื้นที่ที่มีความลาดเอียงต่ำกว่า แต่หากมีสิ่งกีดขวางที่คอยดักน้ำฝนตามแนวลาดของภูเขาก็จะช่วยชะลอน้ำให้ซึมลงใต้ดิน และภูเขาก็จะเป็นพื้นที่กักเก็บน้ำใต้ดินขนาดใหญ่ แหล่งตาน้ำต้นกำเนิดของแม่น้ำหลายสาย ซึ่งสิ่งกีดขวางตามธรรมชาตินั้น ก็คือ “ป่า” หรือต้นไม้ที่มีระบบรากนำน้ำลงสู่ดินนั่นเอง…

การแชร์ลูกโซ่และการขายตรง : ความแตกต่าง

ในยุคที่ธุรกิจและการลงทุนกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว หลายคนมองหาช่องทางในการสร้างรายได้ที่ได้เงินง่ายและมีประสิทธิภาพ ในกระบวนการนี้ ผู้คนมักจะเจอรูปแบบธุรกิจที่เรียกว่า “การแชร์ลูกโซ่” และ “การขายตรง” ซึ่งทั้งสองรูปแบบนี้มีลักษณะและวิธีการดำเนินงานที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน การทำความเข้าใจเกี่ยวกับความแตกต่างนี้ จึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้ผู้บริโภคและนักลงทุน

พัฒนาระบบผลิตเกลือไทยไปตลาดโลก

เกลือเป็นแร่ธาตุตามธรรมชาติที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น “ทองคำขาว” เพราะคุณค่าและคุณสมบัติในตัวเอง ทั้งใช้ในการอุปโภคและบริโภค  ไม่ว่าจะเป็นการปรุงอาหาร หมักดอง แปรรูป การรักษาทางการแพทย์ การย้อมผ้า ผลิตสบู่ ผงซักฟอก และหมึกพิมพ์  เกลือยังถูกใช้ทุกวงการ ตั้งแต่ระดับครัวเรือนจนถึงอุตสาหกรรม  การใช้เกลือนั้น สันนิษฐานว่าเริ่มขึ้นกว่า 6,000 ปีก่อนคริสตกาล ชาวอียิปต์โบราณเริ่มรู้จักการนำเกลือทะเลบริเวณชายฝั่งมาใช้ รวมทั้งมีร่องรอยหลักฐานการใช้เกลือในการทำมัมมี่ด้วยเช่นกัน ในอดีต ประเทศไทยก็ใช้เกลือสมุทรเป็นหลัก ทั้งใช้ในประเทศและส่งออก ซึ่งส่งออกเป็นอันดับที่ 28 ของโลก  อุปสรรคก็คือ กำลังการผลิตจากพื้นที่ที่มีจำกัด เนื่องจากผลิตได้ในจังหวัดที่มีพื้นที่ติดทะเล เฉพาะฝั่งอ่าวไทยเท่านั้น ได้แก่ เพชรบุรี สมุทรสาคร สมุทรสงคราม ชลบุรี ฉะเชิงเทรา และปัตตานี นอกจากนี้ ถึงแม้ประเทศไทยจะมีพื้นที่ทะเลติดชายฝั่งทะเล 1,093.14 กิโลเมตร แต่การที่การทำนาเกลือต้องอาศัยลักษณะของพื้นที่ชายฝั่งที่มีความราบ เพื่อส่งน้ำทะเลขึ้นชายฝั่ง ทำให้ชายฝั่งทะเลอันดามันที่มีลักษณะเป็นอ่าวลึกและมีฝนตกชุก ไม่สามารถทำนาเกลือได้ ประกอบกับการขยายตัวของเมืองที่ทำให้ที่ดินมีราคาสูงขึ้น ทำให้ที่ดินที่ใช้ทำนาเกลือ ถูกเปลี่ยนไปใช้ประโยชน์ด้านอื่น ทั้งเชิงพาณิชย์ อุตสาหกรรม และที่อยู่อาศัย พื้นที่ทำนาเกลือของประเทศไทยลดลง ผู้ผลิตเกลือส่วนใหญ่ได้หันไปใช้เกลือสินเธาว์ที่ได้จากการทำเหมืองเกลือของชั้นหินเกลือในแผ่นดินอีสาน ในแอ่งเกลือสกลนคร และแอ่งเกลือโคราชที่ครอบคลุมพื้นที่ไม่ต่ำกว่า…

เกาะกูด : ข้อเท็จจริงจากหลักฐานและมุมมองทางประวัติศาสตร์

เรื่องราวของเกาะกูดมาถึง EP 3 จาก EP 1 ที่เป็นเรื่องเกี่ยวกับเชิญชวนไปเที่ยวเกาะกูด และใน EP 2 เป็นเรื่องว่า “ทำไมชาวเน็ตไทยต้อง #saveเกาะกูด ” ส่วน EP 3 แม้ค่อนข้างเป็นเชิงวิชาการไปบ้าง แต่ก็น่าจะทำให้รู้จักเกาะกูดในอีกมุมมองมากขึ้น

เกาะกูดทำไมชาวเน็ตไทยต้อง #saveเกาะกูด

จาก EP1 เล่าเรื่องเสน่ห์ของเกาะกูด สาวสวยแห่งท้องทะเลไทยแล้ว ก็อยากจะเล่าต่อใน EP 2 ว่า “ทำไมชาวเน็ตไทยต้อง #saveเกาะกูด ” โดยจะขอเล่าจากข้อเท็จจริงจากหลักฐานและมุมมองทางประวัติศาสตร์ เพื่อให้คลายกังวล ซึ่งตามที่เล่าไปเมื่อ EP 1 แล้วว่า ชาวเน็ตไทยค่อนข้างกังวลว่าการเจรจาระหว่างไทย-กัมพูชาจะกระทบต่อดินแดนและอธิปไตยเหนือเกาะกูด จากจุดพักเรือสู่จุดยุทธศาสตร์ หากย้อนกลับไปตั้งแต่ยุคอาณาจักรสุโขทัย การเดินเรือในสมัยนั้น ต้องใช้เวลานาน มีการหยุดพัก บางครั้งเผชิญกับพายุหรือมีปัญหาในระหว่างทาง เกาะกูดเป็นหนึ่งในจุดพักเรือสำคัญของเรือที่เดินทางผ่าน พอถึงอาณาจักรอยุธยา เกาะกูดเป็นจุดที่เรือสินค้าจากจีน อินเดีย และตะวันตก ใช้เป็นแหล่งพักผ่อนและสะสมเสบียง เมื่อเข้าสู่ยุครัตนโกสินทร์ตอนต้น สถานะของเกาะกูดชัดเจนขึ้น เนื่องจากกัมพูชาซึ่งเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศส    ในตอนนั้น เกาะกูดจึงเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่ไทยต้องรักษาไว้ ขณะที่ฝรั่งเศสซึ่งเป็นเจ้าอาณานิคมของกัมพูชา เริ่มมองหาโอกาสที่จะขยายอาณานิคมในพื้นที่ทะเลตราด เนื่องจากทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์และสามารถควบคุมเส้นทางเดินเรือได้ ความขัดแย้งหลังยุคอาณานิคม หลังจากกัมพูชาได้รับเอกราชจากฝรั่งเศส รัฐบาลกัมพูชาได้เริ่มอ้างสิทธิ์ในพื้นที่ทะเลตราดและเกาะกูดอีกครั้ง อ้างอิงจากแผนที่โบราณของอาณาจักรขะแมร์ที่แสดงให้เห็นว่าเกาะกูดเคยตกอยู่ในเขตอำนาจของอาณาจักรนี้ เมื่อกัมพูชาส่งเสียงเรียกร้องดังขึ้น ความสัมพันธ์ระหว่างไทยและกัมพูชาก็เริ่มตึงเครียดในช่วงรัฐบาลของพระนโรดมสีหนุและต่อมาภายใต้เขมรแดงได้กล่าวหาว่าไทยพยายามแทรกแซงและครอบครองพื้นที่เกาะและชายฝั่งบางส่วนที่ควรจะเป็นของกัมพูชา ขณะที่ฝั่งไทยเองก็มองว่า กัมพูชาพยายามบ่อนทำลายเสถียรภาพทางทะเลและเศรษฐกิจของไทย พื้นที่ทะเลดังกล่าวยังมีทรัพยากรน้ำมันดิบกว่า 300 ล้านบาเรล และก๊าซธรรมชาติ 10 ล้านล้านลูกบาศก์ฟุต มูลค่ารวมไม่ต่ำกว่า 10 ล้านล้านบาท…