2030 จุดเปลี่ยนโลก

           หลายประเทศวางแผนพัฒนาประเทศสำหรับอนาคต 10-20 ปี แต่ในอนาคตอันใกล้อีก 6 ปี นั่นคือ ปี ค.ศ.2030 เป็นอนาคตอันใกล้ที่จะมีการเปลี่ยนแปลงใหญ่ๆ เกิดขึ้น ถือเป็นก้าวสำคัญที่จะกำหนดอนาคตของมนุษยชาติต่อไปอีก โดยจุดเปลี่ยนที่สำคัญ ได้แก่ เทคโนโลยี การเงิน การคมนาคมขนส่ง การแพทย์ และสิ่งแวดล้อม บทความนี้จะชวนไปดูรายละเอียดว่า จุดเปลี่ยนเหล่านั้นกำลังก้าวเดินไปยังทิศทางใด และจะส่งผลกระทบอะไรต่อมนุษยชาติ? จุดเปลี่ยนแรก ด้านเทคโนโลยี การพัฒนาของปัญญาประดิษฐ์หรือ (Artificial Intelligence – AI) ที่เริ่มขึ้นตั้งแต่ปัจจุบันเป็นพื้นฐานสำคัญที่จะทำให้ทุกๆ ด้านเปลี่ยนแปลงไป อุปกรณ์หลายๆ ชนิดจะมีสมองกลเพื่อปฎิสัมพันธ์กับมนุษย์ รับคำสั่งจากมนุษย์ วิเคราะห์ข้อมูล และเรียนรู้จากมนุษย์ และด้วยอัตราการพัฒนาความฉลาดของ AI คาดว่าอีก 5 ปี AI จะฉลาดเท่ามนุษย์ และฉลาดกว่ามนุษย์ 10,000 เท่าใน 10 ปี และด้วยความฉลาดนี้ AI จะเปลี่ยนบทบาทมาเป็นผู้ให้ำแนะนำ มากกว่าที่จะเป็นเครื่องมือให้กับมนุษย์ ความเปลี่ยนแปลงที่ 2…

เกษตรช่วยป่า ป่าช่วยเศรษฐกิจ เศรษฐกิจช่วยโลก

             ต้นสัก ต้นตะเคียน ต้นพะยูง มะฮอกกะนี ต้นมะค่า ชื่อไม้ยืนต้นเหล่านี้เป็นที่นิยมในการเพาะปลูกเป็น “ไม้เกษียณ” หรือหมายถึง ต้นไม้ที่ปลูกเพื่อเตรียมขายซุง เป็นรายได้หลังเกษียณ เสมือนการลงทุนในระยะยาวบนที่ดิน ดีกว่าปล่อยให้ที่ดินว่าง…… เป็นการสร้างมูลค่าที่ดินไปด้วย ไม่แตกต่างจากการขายบ้านพร้อมที่ดิน แต่เป็นการขายบ้านพร้อมสวนที่เป็นทรัพย์สิน ดังนั้น “การปลูกป่า” จึงเป็นกิจกรรมที่นิยมกันมาไม่ต่ำกว่า 20 ปี ปัจจุบันการปลูกป่าเพื่อสร้างรายได้สามารถทำได้หลายทาง ทั้งจากผลผลิตโดยตรงจากการขายเนื้อไม้ การเพาะกล้าไม้จากเมล็ดหรือกิ่งชำ ทำปุ๋ยจากเศษใบไม้ รวมถึงการขายคาร์บอนด์เครดิต (carbon credit) ซึ่งมีแนวโน้มอุปสงค์เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เพราะธุรกิจทุกประเภทต้องให้ความร่วมมือในการลดคาร์บอนที่ปล่อยออกสู่ชั้นบรรยากาศ โดยมีป่าทำหน้าที่ดูดซับคาร์บอนไว้ จากกระบวนการสังเคราะห์แสงตามธรรมชาติ ทำให้มีแนวคิดในการปลูกป่าคาร์บอนตั้งแต่ปี 2537 ในพิธีสารโตเกียว สอดคล้องกับการตั้งเป้าหมายเพิ่มพื้นที่ป่าของไทยให้ได้ 55% ของพื้นที่ประเทศในปี 2580 ซึ่งต้องปลูกป่าเพิ่มขึ้นอีก 360,000 ไร่ จึงจะได้ตามเป้าหมาย …………การเพิ่มพื้นที่ป่าในครั้งนี้ จึงไม่ใช่แค่การประกาศเขตอนุรักษ์หรือเขตอุทยาน แต่จะต้องอาศัยความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐที่มีที่ดินอยู่ 57.5% ของที่ดินในประเทศ กับความต้องการซื้อคาร์บอนจากภาคเอกชนที่จะเป็นงบประมาณสนับสนุนการปลูกและดูแลรักษาป่า…

E-commerce ศึกพ่อค้าคนกลาง

ในยุคที่การซื้อขายสินค้าและบริการส่วนใหญ่เกิดขึ้นในตลาดออนไลน์ มูลค่าการซื้อขายอยู่ที่ 1.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ สินค้าและบริการทั้งหลายจะต้องมีทั้งหน้าร้าน และออนไลน์บนแฟลตฟอร์มต่างๆ หรือบางร้านมีสินค้าและบริการขายในตลาดออนไลน์เท่านั้น ทำให้ธุรกิจ E-commerce เติบโตเป็นอย่างมาก จนคาดว่าจะมีผู้ซื้อและผู้ขายอยู่ในธุรกิจนี้ไม่ต่ำกว่า 2.5 พันล้านคน รวมทั้งมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดธุรกิจที่ทำหน้าที่เป็นตัวกลางระหว่างการซื้อขายและให้บริการนี้ เช่น บริการขนส่ง แพลตฟอร์มหน้าร้านต่างๆ …..และนั่นคือการทำธุรกิจแบบ B to B (Business to Business) ………..“B to B บนโลกออนไลน์” เปรียบเสมือนพ่อค้าคนกลางที่ช่วยอำนวยความสะดวกการเชื่อมต่อระหว่างผู้ผลิตกับลูกค้า เป็นผู้รู้ข้อมูลความต้องการของตลาด จึงสามารถชี้นำสินค้าและบริการให้กับผู้บริโภคได้ด้วยการเพิ่มหรือปิดช่องทางการมองเห็นหรือเข้าถึงร้านค้า ….ดังนั้น บทบาทของ “พ่อค้าคนกลาง” ในโลกออนไลน์จึงมีอำนาจในการต่อรองสูงมากขึ้น แต่นั่นก็ทำให้เกิดการแข่งขันของกลุ่มแฟลตฟอร์มหรือบริการที่จะดึงดูดลูกค้าเข้าใช้บริการของตน ตามมาด้วยโปรโมชั่นพิเศษ ลด แลก แจก แถม ฟรี ที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ซื้อ แต่การแข่งขันเพื่อดึงดูดลูกค้าอย่างบ้าคลั่ง อาจกลายเป็นภาวะที่เรียกว่า “การเผาเงินทุน” ที่จะเป็นสาเหตุให้การคืนทุนของธุรกิจแบบ B to B ช้าลง เนื่องจากไม่สามารถสร้างกำไรและฐานลูกค้าได้ทันจุดคุ้มทุน จนต้องยอมแพ้ หรือปิดกิจการไป…

“ลิเทียม” จะนำไปสู่พลังงานสะอาดหรือทำลายโลก

………..บนพื้นที่ราบเกลืออันกว้างใหญ่ในทะเลทรายอาตากามา ประเทศชิลี จะมีบ่อน้ำสีฟ้าขนาดใหญ่จำนวนมาก นั่นคือแหล่งสกัดลิเทียม(Lithium)ที่ใหญ่ที่สุดของภูมิภาคละตินอเมริกา ในบ่อน้ำเหล่านี้จะมีลิเทียมในรูปแบบของเกลือซึ่งถูกสกัดมาจากการระเหยของน้ำด้วยลักษณะที่เป็นผงสีขาว ทำให้ได้รับการขนานนามว่าเป็นทองคำขาวในโลกปัจจุบัน…ที่ถูกเรียกเช่นนี้เพราะลิเทียมเป็นทรัพยากรที่ตลาดโลกกำลังต้องการอย่างมาก ในช่วงเวลาที่โลกกำลังเผชิญปัญหาภาวะโลกร้อนและ หลายประเทศพยายามจะลดเชื้อเพลิงฟอสซิลที่ก่อมลพิษอย่างมหาศาล ด้วยการผลักดันการใช้รถยนต์ไฟฟ้าแทนรถยนต์ที่ใช้เชื้อเพลิงน้ำมัน ความต้องการลิเทียมซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญของแบตเตอรี่สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าจึงพุ่งสูงขึ้น ในปี 2564 มีการผลิตลิเทียมทั่วโลกเกิน 100,000 ตัน เพิ่มถึง 4 เท่า จากปีก่อนหน้านั้น ปัจจุบันลิเทียมราวร้อยละ 70 มาจากเกลือ ส่วนอีกร้อยละ 30 สกัดมาจากแร่ แหล่งสกัดลิเทียมที่ใหญ่ที่สุดคือสามเหลี่ยมลิเทียมในพื้นที่ราบเกลือภูมิภาคละตินอเมริกา ได้แก่ ชิลี โบลิเวีย และอาร์เจนตินา ..ราว 2 ใน 3 ของแร่ลิเทียมทั้งหมดอยู่ที่นี่ โดยชิลีเป็นผู้ส่งออกลิเทียมมากเป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากออสเตรเลีย ส่วนอาร์เจนตินาเป็นหนึ่งในผู้ผลิตที่เติบโตเร็วที่สุด ขณะที่โบลิเวียหลายคนเชื่อว่ามีแหล่งทรัพยากรลิเทียมมากที่สุด อย่างไรก็ตามแม้ว่าลิเทียมถือเป็นทรัพยากรที่สำคัญในการเปลี่ยนผ่านพลังงานเชื้อเพลิงเป็นพลังงานสะอาดในประเทศต่างๆ และเป็นปัจจัยสำคัญในการจะช่วยให้บรรลุการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เป็นศูนย์ แต่การสกัดลิเทียมหรือทำเหมืองแร่ลิเทียมกลับส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนที่อาศัยอยู่ในบริเวณนั้น โดยเฉพาะในภูมิภาคอเมริกาใต้เนื่องจากการสกัดลิเทียมด้วยการระเหยของเกลือจำเป็นต้องใช้น้ำในปริมาณมาก แค่การผลิตลิเทียม 1 ตัน ก็จำเป็นต้องใช้น้ำถึง 2.2 ล้านลิตร ส่งผลให้ระดับน้ำหลายแหล่งลดลง จึงพบปัญหาความแห้งแล้งและการขาดแคลนน้ำก็ตามมา นำไปสู่ผลกระทบต่อชุมชนในบริเวณใกล้เคียง หลายครัวเรือนไม่สามารถทำการเกษตรได้ ขณะที่หลายคนต้องหาแหล่งน้ำที่ไกลออกไปจากชุมชน…

วิเคราะห์ความพร้อมของอินโดนีเซียด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์

            ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ภัยคุกคามทางไซเบอร์กำลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เนื่องจากความก้าวหน้าของการพัฒนาทางเทคโนโลยีและการใช้อินเทอร์เน็ตที่แพร่หลาย ซึ่งจากการใช้อินเทอร์เน็ตที่เพิ่มขึ้นของประชากรในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ทำให้ภูมิภาคนี้สามารถกลายเป็นเป้าหมายสำคัญของการถูกโจมตีทางไซเบอร์… และอินโดนีเซียก็ได้รับการจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในประเทศที่มีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตรายใหญ่ที่สุดในโลกอันดับที่ 4 รองจากจีน อินเดีย และสหรัฐอเมริกา การเติบโตของจำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในอินโดนีเซียมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี ซึ่งในขณะเดียวกันภัยคุกคามและความเสี่ยงต่อความปลอดภัยทางไซเบอร์ของอินโดนีเซียก็เพิ่มสูงขึ้นเช่นกัน ปัจจัยที่ส่งผลให้อินโดนีเซียเผชิญกับภัยคุกคามทางไซเบอร์มีอยู่ 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ (1) ปัจจัยด้านภูมิศาสตร์ของประเทศ เนื่องจากอินโดนีเซียมีพื้นที่ขนาดใหญ่และเป็นหมู่เกาะ ส่งผลให้การบริหารจัดการต่าง ๆ โดยเฉพาะในเรื่องโครงสร้างพื้นฐานของแต่ละพื้นที่สำหรับรัฐบาลเป็นเรื่องยาก (2) ปัจจัยด้านเทคโนโลยี การพัฒนาที่รวดเร็วของเทคโนโลยีนำมาซึ่งภัยคุกคามทางไซเบอร์ในรูปแบบต่าง ๆ ซึ่งถือเป็นความท้าทายใหม่ในสังคม เพราะการพัฒนาอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีนั้น ถือเป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับการก่อให้เกิดภัยคุกคามทางไซเบอร์ในรูปแบบใหม่ ๆ ซึ่งหากตามไม่ทันการพัฒนาเทคโนโลยีเหล่านี้ การจัดการหรือการรับมือเพื่อป้องกันภัยคุกคามก็จะเป็นเรื่องที่ยากยิ่งขึ้น และ (3) ปัจจัยด้านประชาชน ประชาชนถือเป็นส่วนสำคัญสำหรับการเผชิญภัยคุกคามทางไซเบอร์ ความตระหนักรู้ของประชาชนคือหลักการสำคัญในการป้องกันการเกิดภัยคุกคาม หากประชาชนมีความตระหนักรู้ในเรื่องนี้ ความเสี่ยงในการเผชิญภัยคุกคามทางไซเบอร์ก็จะลดน้อยลง อีกเหตุผลสำคัญที่ทำให้อินโดนีเซียยังมีความเสี่ยงในการเผชิญกับการโจมตีทางไซเบอร์ ก็อาจเป็นเพราะมาตรการหรือนโยบายในการรับมือของภัยคุกคามทางไซเบอร์ของอินโดนีเซียในปัจจุบันนั้นยังไม่มีความแน่ชัด เนื่องจากลักษณะของมาตรการหรือนโยบายที่เกี่ยวข้องกับภัยคุกคามทางไซเบอร์ของอินโดนีเซีย…. เรียกได้ว่า “แก้ตามเกิด” กล่าวคือ เมื่อมีภัยคุกคามทางไซเบอร์อย่างหนึ่งเกิดขึ้น มาตรการหรือนโยบายที่เข้ามารับมือกับภัยนั้น ๆ จะเป็นในลักษณะที่แก้ไขเฉพาะเหตุการณ์นั้นโดยเฉพาะ จึงทำให้การรับมือกับภัยคุกคามทางไซเบอร์ในรูปแบบอื่น…

โอกาสจากเกษตรกรรมไม้ล้อม เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจสีเขียว

บทความนี้ชวนทำความรู้จัก “ไม้ล้อม” คือ กระบวนการยกต้นไม้ที่โตเต็มที่ และเกินระยะต้นกล้าแล้ว เพื่อนำไปปลูกในอีกพื้นที่หนึ่ง การย้ายต้นไม้ขนาดใหญ่จะต้องมีวิธีการตัดรากออกจากพื้นดินเป็นตุ้ม เป็นงานที่ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญเพื่อไม่ให้ต้นไม้ตาย และสามารถงอกรากใหม่ในพื้นที่ที่จะนำไปปลูกได้ รวมถึงการลิดกิ่งเพื่อให้สะดวกต่อการขนส่ง โดยการลิดจะต้องคำนึงถึงรูปทรงของต้นไม้…

การวิเคราะห์ภาพยนตร์สะท้อนเรื่องราวทางการเมืองและปัญหาสังคมต่อคนผิวสี

การวิเคราะห์ภาพยนตร์ผ่านกรอบแนวคิดและทฤษฎี             ความไม่ทัดเทียมของคนผิวสี ภาพยนตร์มีการสะท้อนปัญหาเรื่องสีผิวอยู่ในภาพยนตร์เรื่อง Get Out (ปี 2560) ได้กล่าวถึงชายผิวดำถูกหลอกให้หลงรักกับสาวผิวขาว ก่อนที่สุดท้ายเขาจะทราบความจริงว่าที่แท้มันคืออุบายของฝ่ายหญิงที่จะนำร่างกายอันแข็งแรงของคนผิวดำไปผ่าตัดเปลี่ยนอวัยวะ เพื่อให้คนผิวขาวที่เจ็บป่วยหรือชราภาพได้มีชีวิตยืนยาว ภาพยนตร์เรื่องนี้แสดงภาพของคนผิวขาวที่ดูเป็นมิตรกับคนผิวสี แต่เบื้องหลังคือการหลอกใช้เพื่อประโยชน์ของฝ่ายตน นักวิเคราะห์ภาพยนตร์ Valarie Wong กล่าวถึงภาพยนตร์เรื่องนี้ไว้ว่า “หักมุมและลุ้นระทึกเมื่อสถานการณ์ในเรื่องพลิกอย่างไม่คาดฝัน แถมเดาตอนจบได้ยาก มีสารของความอัดอั้นตันใจของชาวผิวสี และวิธีการปฏิบัติของคนผิวขาวที่มีต่อคนผิวดำ เป็นหนังจิกกัดเรื่องการเหยียดผิวได้เจ็บแสบและสะใจ” ขณะที่ เบิกโรง กล่าวถึงภาพยนตร์เรื่อง Get Out ไว้ในทำนองเดียวกัน “จับเอาเรื่องราวของคนดำที่ตกเป็นเหยื่อมานำเสนอ ในขณะที่คนร้ายของเรื่องก็คือครอบครัวคนขาว ซึ่งในมุมหนึ่งได้สะท้อนทัศนคติที่คนขาวบางคนมีต่อคนดำที่ทุกวันนี้สังคมอเมริกันก็ยังมีทัศนคติแบบนี้อยู่” ส่วนภาพยนตร์เรื่องต่อมาคือเรื่อง Us (ปี 2562) ในหนังมีการเน้นถึงความคิดเกี่ยวกับการเป็นอเมริกัน หรือความพยายามในการเป็นส่วนหนึ่งของอเมริกาอย่างเช่น ครอบครัว Wilson ครอบครัวของตัวเอกที่เน้นภาพให้เข้าใจความคิด “We’re Americans” เพื่อรับการยอมรับจากสังคมอเมริกันและได้รับอภิสิทธิ์ และจากการกระทำในความคิดของ Addy ตัวละครนำหญิงในเรื่องที่พยายามจะกลมกลืนเป็นอเมริกันและยกระดับครอบครัว การทำทุกวิถีทางเพื่อขึ้นมาใช้ชีวิตแบบคนบนดินซึ่งเป็นผลมาจากอยากจะหนีออกมาจากความโหดร้ายจากการกดขี่ถูกกีดกันให้เป็นอื่นของผู้ที่มีมโนทัศน์ชาตินิยมความเป็นอเมริกัน อีกทั้งชื่อของภาพยนตร์ “Us” อาจตีความหมายถึง…

วิเคราะห์นโยบายจีนต่อสถานการณ์ในทะเลจีนใต้

          ทะเลจีนใต้เป็นพื้นที่ตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่สำคัญในปัจจุบัน เพราะเป็นพื้นที่ที่หลายประเทศอ้างสิทธิ์เหนือดินแดน รวมถึงจีน ซึ่งมีความเคลื่อนไหวเพื่อเพิ่มความชอบธรรมในการอ้างกรรมสิทธิ์อย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อต้นกรกฎาคม 2567 จีนส่งเรือรบและเรือกองกำลังยามฝั่งเข้ามาในเขตเศรษฐกิจจำเพาะของฟิลิปปินส์ จนเกิดการปะทะกันเล็กน้อย เหตุการณ์ดังกล่าว แม้ไม่บานปลายเป็นความขัดแย้งใหญ่ แต่เป็นตัวอย่างหนึ่งของความตึงเครียดในพื้นที่นี้ ….นอกจากนี้ ทะเลจีนใต้ยังเป็นพื้นที่ที่มีทรัพยากรธรรมชาติที่มีมูลค่าสูง จึงถือเป็นแหล่งทรัพยากรที่การันตีความมั่นคงให้กับผู้ที่ครอบครอง อย่างไรก็ตาม การดำเนินนโยบายของจีนในทะเลจีนใต้ไม่เพียงแต่เป็นการแสวงหาทรัพยากรธรรมชาติ หรือขยายอิทธิพลทางภูมิรัฐศาสตร์ในภูมิภาคเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงการแข่งขันกับสหรัฐฯ ในเวทีโลกอีกด้วย เท่ากับว่า……นโยบายของจีนต่อสถานการณ์ในทะเลจีนใต้มีความสำคัญอย่างมาก โดยนอกจากรัฐบาลจีนจะต้องปกป้องสิทธิทางทะเลแล้ว ยังเป็นการสร้างอำนาจถ่วงดุลกับประเทศนอกภูมิภาค ควบคู่กับรักษาระดับความสัมพันธ์กับประเทศคู่ขัดแย้งในปัญหานี้ด้วย การติดตามและวิเคราะห์นโยบายจีนต่อทะเลจีนใต้จึงจะเป็นประโยชน์ต่อการประเมินสถานการณ์ในพื้นที่นี้ต่อไป ย้อนกลับไปตั้งคำถามว่า ทำไมจีนถึงต้องให้ความสำคัญกับทะเลจีนใต้? ประเด็นนี้เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์  ซึ่งจีนอ้างอิงจากบันทึกทางประวัติศาสตร์ที่มีมากว่า 2,000 ปี ที่จีนใช้หลักฐานว่า นักเดินเรือจีนเคยสำรวจและตั้งถิ่นฐานบนหมู่เกาะในทะเลจีนใต้มายาวนาน และในสมัยราชวงศ์หมิงก็มีการเดินทางของเจิ้งเหอ แสดงถึงบทบาทของจีนในทะเลจีนใต้ โดยจีนใช้การเดินเรือของเจิ้งเหอเป็นหลักฐานในการสนับสนุนการอ้างสิทธิ์เหนือดินแดน ซี่งชี้ให้เห็นถึงความสามารถในการควบคุมกิจกรรมทางทะเลที่มีมาแต่โบราณ และในสมัยสาธารณรัฐจีนยังคงถือสิทธิในทะเลจีนใต้เช่นเดิม โดยพรรคก๊กมินตั๋งใช้หลัก “เส้นประ 11 เส้น” ต่อมาพรรคคอมมิวนิสต์จีนปรับเป็น “เส้นประ 9 เส้น” ครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ในทะเลจีนใต้ ดังนั้น…… ในมุมมองของจีน ทะเลจีนใต้ถือเป็นอาณาเขตของตนเองมาแต่โบราณ และจีนใช้ข้อมูลชุดนี้เป็นวาทกรรมในการดำเนินนโยบายต่อทะเลจีนใต้ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน…

ILRS และ Artemis Accords: โอกาสของไทยในโครงการอวกาศของมหาอำนาจ

           ความก้าวหน้าอย่างรวดเร็วในการสำรวจอวกาศได้นำไปสู่ยุคใหม่ของความร่วมมือและการแข่งขันระหว่างประเทศ ดังที่ได้เห็นจากโครงการสถานีวิจัยดวงจันทร์นานาชาติ (International Lunar Research Station -ILRS) ของจีน และข้อตกลงอาร์เทมิส (Artemis Accords) ของสหรัฐฯ ซึ่งทั้งสองโครงการนี้ไม่เพียงแต่แสดงให้เห็นถึงการพยายามแข่งขันกันในด้านเทคโนโลยีของ 2 มหาอำนาจของโลก แต่ยังแสดงถึงมิติใหม่ในการแข่งขันทางภูมิรัฐศาสตร์อีกด้วย …….ที่ว่าเป็นมิติใหม่นี้ ก็เพราะว่าทั้งสองโครงการนำโดยสองมหาอำนาจอย่างสหรัฐฯและจีน ที่สร้างกรอบความรวมมือระหว่างประเทศเรื่องอวกาศ เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการหาสมาชิกหรือมิตรประเทศเข้าร่วม โดย ILRS เริ่มมาจากความร่วมมือของจีนและรัสเซียเมื่อปี 2564 เป้าหมายเพื่อการวางแผนสร้างสถานีอวกาศในบริเวณดวงจันทร์ ขณะที่ Artemis Accords นำโดยสหรัฐอเมริกา เริ่มมาตั้งแต่ปี  2563 ก่อนหน้าโครงการของจีนแค่ 1 ปี ข้อตกลงขอสหรัฐฯ นี้เสนอโครงการร่วมเพื่อการสำรวจดวงจันทร์ พร้อมแผนการ Artemis ที่จะส่งมนุษย์กลับไปยังดวงจันทร์ในปี  2569 ข้อตกลงของสหรัฐฯ มีประเทศต่างๆ ให้ความสนใจและลงนามเป็นภาคีด้วยแล้ว 43 ประเทศ แต่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีแค่สิงคโปร์ที่เข้าร่วม ส่วนไทยเรา แม้จะยังไม่เป็นภาคีใน Artemis Accords…

ทำไมอิสราเอลจึงมีขีดความสามารถในการลอบสังหารศัตรู!?

          ข่าวกรณี Ismail Haniyeh ผู้นำฝ่ายการเมืองของกลุ่มฮะมาสเสียชีวิตจากการโจมตีทางอากาศ ระหว่างการเดินทางไปร่วมพิธีสาบานตนรับตำแหน่งของประธานาธิบดีอิหร่านคนใหม่ที่กรุงเตหะราน เมื่อ 31 กรกฎาคม 2567 กลายเป็นเหตุเพิ่มความตึงเครียด ขัดแย้ง และโกรธแค้นระหว่างกลุ่มฮะมาสกับอิสราเอล แม้ว่าอิสราเอลจะยังไม่ยืนยันหรือยอมรับว่าอยู่เบื้องหลังการโจมตีดังกล่าว แต่เมื่อไม่มีการปฏิเสธ กลุ่มฮะมาส รวมทั้งอิหร่านก็ถือว่าอิสราเอลเป็นผู้สั่งการและปฏิบัติการโจมตีนี้ ซึ่งเป็นการยั่วยุทั้งกลุ่มฮะมาส อิหร่าน และกองกำลังที่สนับสนุนชาวปาเลสไตน์ เพราะการสังหารบุคคลสำคัญคนนี้ ที่เป็นนักการเมืองสายปฏิบัติและเป็นผู้สนับสนุนการเจรจาหยุดยิง เท่ากับทำลายบรรยากาศการเจรจา ที่ทั่วโลกกำลังคาดหวังให้เกิดขึ้นและบรรลุผล เพื่อจะได้ยับยั้งวิกฤตด้านมนุษยธรรมที่กำลังเกิดขึ้นในฉนวนกาซา …แต่ความหวังนั้นกำลังถูกดับทิ้งไป เพราะการโจมตีของอิสราเอล           นอกจากนี้ ในเวลาใกล้ ๆ กัน อิสราเอลยังประกาศว่าได้สังหาร Mohammed Deif ผู้นำกลุ่มฮะมาสฝ่ายการทหารไปแล้วด้วย ตั้งแต่ช่วง 13 กรกฎาคม 2567 ระหว่างการปฏิบัติการปราบปรามกลุ่มฮะมาสในพื้นที่ตอนใต้ของฉนวนกาซา …เรื่องนี้กลุ่มฮะมาสไม่ได้ยืนยันในทันที แต่ 2 เหตุการณ์ข้างต้นทำให้เราได้เห็นขีดความสามารถของอิสราเอลในการปฏิบัติการสังหารหรือโจมตีบุคคลสำคัญของศัตรู ที่ค่อนข้างสร้างผลกระทบได้มาก และอาจกลายเป็นจุดเปลี่ยนของสถานการณ์ความมั่นคงในภูมิภาคตะวันออกกลาง…