กลไกทางสังคมที่ช่วยแก้ไขและยับยั้งความรุนแรงจากกระแส Islamophobia
ความไม่สงบในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นหนึ่งในประเด็นภัยความมั่นคงที่สำคัญอย่างมากหรืออาจพูดได้ว่ามากที่สุดหากมองในแง่มุมความเป็นอธิปไตยของประเทศ โดยความไม่สงบที่เกิดขึ้นในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ในมุมมองของผู้เขียน คือสถานการณ์ความขัดแย้งที่แสดงออกผ่านทางการใช้ความรุนแรงในจังหวัดปัตตานี จังหวัดยะลา จังหวัดนราธิวาส และ 4 อำเภอของจังหวัดสงขลา ได้แก่ จะนะ เทพา สะบ้าย้อย และนาทวี ซึ่งประชาชนในพื้นที่มีความหลากหลายทางชาติพันธุ์ แต่ร้อยละ 80 ของประชากร เป็นคนไทยมุสลิมเชื้อสายมลายู ศูนย์สำรวจความคิดเห็นนิด้าโพล สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจเมื่อ 4 พฤษภาคม 2568 เกี่ยวกับความคิดเห็นของประชาชนอายุ 18 ปี ขึ้นไป รวมทั้งสิ้น 1,100 คน เกี่ยวกับสถานการณ์ความปลอดภัยในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ร้อยละ 33.45 ระบุว่า สถานการณ์แย่เหมือนเดิม รองลงมา ร้อยละ 20.36 ระบุว่า สถานการณ์ดีเหมือนเดิม ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่าประชาชนส่วนใหญ่ยังมีมุมมองว่าสถานการณ์ยังเป็นความท้าทายของประเทศ เหตุการณ์เหล่านั้นที่เกิดในพื้นที่ดังกล่าวกลายเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้สังคมไทยบางส่วนเกิดความรู้สึกความกลัวต่อชาวมุสลิม หรือ Islamophobia ซึ่งบทความนี้จะชวนขบคิดในเรื่องนี้ จากรายงานการพิจารณาการศึกษา เรื่อง สถานการณ์ความไม่สงบในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้และแนวทางแก้ไขเชิงรุก โดยคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ สภาผู้แทนราษฎร ปี 2553 ระบุว่า…











