อุตสาหกรรมโฆษณาในยุคสื่อ-เทค-ระเบียบ-คนเปลี่ยนแปลง

หนึ่งในข้อความหรือสื่อที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของมนุษยมากที่สุด คือ “โฆษณา” เนื่องจากเป็นกระบวนการสื่อสารข้อมูลข่าวสารเพื่อจูงใจหรือเผยแพร่เกี่ยวกับสินค้า บริการ หรือแนวคิดไปยังกลุ่มเป้าหมาย ผู้ที่ทำสื่อโฆษณาต้องมีสารหรือข้อมูล (message) ที่ต้องการส่งออกไปยังกลุ่มเป้าหมาย และต้องมี “สื่อ” (media) หรือช่องทางเผยแพร่ข้อมูลออกไปด้วย … “วงการโฆษณา” เป็นธุรกิจที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว และต้องปรับตัวตลอดเวลา เช่นเดียวกันกับผู้รับสารหรือกลุ่มเป้าหมาย ที่มีพฤติกรรมการใช้สื่อและความสนใจแตกต่างกันไปด้วย บทความนี้จะชวนวิเคราะห์ความท้าทายใหม่ของโลกการโฆษณา เพราะมีผู้เชี่ยวชาญต่างประเทศได้ส่งสัญญาณเตือนแล้วว่า ปัจจุบันนักโฆษณา รวมทั้งนักการตลาดกำลังเผชิญ “ฝันร้าย” เพราะข้อจำกัดเรื่องกฎหมายข้อมูลส่วนบุคคล หลักจิตวิทยา และเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ที่สร้างความสับสนในการวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภค คำเตือนนี้สะท้อนให้เห็นว่าเรื่องการบริหารจัดการข้อมูล และความสามารถในการวิเคราะห์ (analysis) มีความสำคัญอย่างมากต่ออุตสาหกรรม ธุรกิจ และพฤติกรรมมนุษย์ยุคใหม่นั่นเอง ขอเริ่มที่การปรับตัวของธุรกิจการโฆษณา …ย้อนกลับไปก่อนปี 2543  ให้ความสำคัญที่สุดกับ “เวลาออกอากาศ”   ในช่วงไพรม์ไทม์ (primetime) หน้ารายการข่าว หรือช่วงละครหลังข่าว เพราะผู้บริโภคมีโอกาสได้เห็นเนื้อหามากที่สุด…แต่ค่าใช้จ่ายในการออกอากาศโฆษณาก็จะสูงตามไปด้วย ทำให้ในอดีต…เจ้าของแบรนด์ต้องยอมจ่ายงบประมาณหลายล้านบาทเพื่อแลกกับ 30 วินาที บนจอโทรทัศน์ อำนาจของการออกอากาศจึงตกเป็นของ “สถานีโทรทัศน์” ซึ่งเปรียบเป็นเจ้าของผู้ชม และเป็นผู้กำหนดราคาของการมองเห็น รวมทั้งยังเป็นการดำเนินการการตลาดแบบหว่านแห (Mass Marketing) ที่ต้องลุ้นว่าการลงทุนทำโฆษณาที่มีมูลค่าสูงนั้น…

ผลกระทบจากสงครามสหรัฐฯ-อิหร่าน ใน 3 มิติความมั่นคง

ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอล กับอิหร่าน ที่เริ่มต้นตั้งแต่การปฏิบัติการทางทหารเมื่อ 28 กุมภาพันธ์ 2569 ปัจจุบันส่งผลกระทบเชิงลบต่อสถานการณ์ความมั่นคงทั่วโลกในหลากหลายมิติ เนื่องจากมีการเผชิญหน้าด้วยอาวุธ การปฏิบัติการบ่อนทำลายความมั่นคงของคู่ขัดแย้งนอกพื้นที่ และในโลกไซเบอร์ รวมทั้งการใช้ความมั่นคงพลังงานเป็นข้อต่อรอง ปัจจุบัน การเจรจาสันติภาพยังไม่มีความคืบหน้า แม้ปากีสถานจะพยายามแสดงบทบาทผลักดันให้สหรัฐฯ กับอิหร่านส่งผู้แทนไปเข้าร่วมหารือเงื่อนไขต่าง ๆ ระหว่างกัน แต่ทั้ง 2 ฝ่ายยังไม่ยอมรับเงื่อนไขเรื่องการยุติโครงการนิวเคลียร์ ทำให้ทั่วโลกเสี่ยงเผชิญผลกระทบด้านความมั่นคงในระยะยาว ผลกระทบด้านความมั่นคงอย่างน้อย 3 มิติ ที่เป็นผลจากสงครามและความยืดเยื้อในภูมิภาคตะวันออกกลาง ได้แก่ 1) ผลกระทบด้านการขนส่งพลังงาน และสินค้าผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือสำคัญของโลก โดยเฉพาะต่อเอเชีย ปัจจุบันกลายเป็น “พื้นที่สงคราม” เนื่องจากสหรัฐฯ กับอิหร่านปิดล้อมและโจมตีเรือที่แล่นผ่านโดยไม่ได้รับอนุญาต ทั่วโลกมีมุมมองว่าความไม่มั่นคงปลอดภัยในช่องแคบฮอร์มุซ นอกจากจะทำให้เกิดวิกฤตขาดแคลนพลังงาน และราคาน้ำมันทั่วโลกปรับตัวสูงขึ้นแล้ว ยังจะทำให้เกิดปัญหาห่วงโซ่อุปทานการขนส่งสินค้า เฉพาะอย่างยิ่งปุ๋ยเคมี ที่ใช้ในการทำเกษตรกรรมและผลิตอาหาร ได้รับผลกระทบตามไปด้วย ดังนั้น สถานการณ์นี้อาจเป็นจุดเริ่มต้นปัญหาขาดแคลนอาหารและการแย่งชิงทรัพยากรในอนาคต 2) ผลกระทบด้านการเผยแพร่อุดมการณ์หัวรุนแรงและความเกลียดชัง โดยสงครามครั้งนี้ ประกอบกับกรณีอิสราเอลปฏิบัติการทหารในฉนวนกาซา ตั้งแต่ ตุลาคม 2566 ทำให้เกิดกรณีบุคคลและกลุ่มบุคคลที่ไม่พอใจนโยบายของคู่ขัดแย้ง รวมทั้งประเทศอื่น ๆ…

ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยไซเบอร์เตือนเกี่ยวกับ Q-Day

การพัฒนาเทคโนโลยีควอนตัมคอมพิวติ้ง (quantum computing) ที่หมายถึงระบบประมวลผลที่มีประสิทธิภาพสูงจะช่วยพัฒนาเทคโนโลยีของโลก อย่างไรก็ดี การพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ๆ ย่อมนำความเสี่ยง (risk) ติดตามมาด้วย เพราะไม่มีผู้ใดรับประกันได้ในปัจจุบันว่าเทคโนโลยีล้ำสมัยจะถูกนำไปใช้เพื่อประโยชน์ของมนุษยชาติเสมอไป… ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีและความปลอดภัยทางไซเบอร์ กำลังให้ความสนใจและแจ้งเตือนทั่วโลกเกี่ยวกับปรากฏการณ์ Q-Day หรือช่วงเวลาที่เทคโนโลยีควอนตัมคอมพิวติ้งจะเปลี่ยนแปลงโลกด้วยความสามารถในการถอดรหัส (encryption) ทำให้ข้อมูลสำคัญและการสื่อสารทั้งหมดในระบบดิจิทัลเสี่ยงถูกเจาะและจารกรรมไปใช้ประโยชน์ได้ …ที่ผ่านมา ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีและคอมพิวเตอร์ ให้ความสำคัญกับการศึกษาผลกระทบจากการพัฒนาควอนตัมคอมพิวติ้งอย่างต่อเนื่อง เพราะความสำเร็จของควอนตัมคอมพิวติ้งอาจเป็นความท้าทายของผู้ใช้งาน ไม่แตกต่างจากเทคโนโลยีล้ำสมัยอื่น ๆ ที่เกิดมาก่อนหน้านี้ แต่ปัจจุบัน เทคโนโลยีดังกล่าวพัฒนาอย่างก้าวกระโดด ทำให้บริษัทชั้นนำอย่างบริษัท Google แจ้งเตือนว่า เทคโนโลยีควอนตัมคอมพิวติ้งอาจสามารถถอดรหัสระบบดิจิทัลทั้งหมดได้ในปี 2572 เร็วกว่าที่เคยคาดการณ์ และทำให้ทั่วโลกมีเวลาไม่มากพอที่จะป้องกันข้อมูลให้ปลอดภัย และสิ่งที่บริษัท Google เตือนว่าจะเสี่ยงอันตรายมากที่สุด คือ ระบบเงินดิจิทัล การประเมินของบริษัท Google ทำให้ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยไซเบอร์ตื่นตัวและกระตุ้นให้ภาครัฐ ภาคเอกชนและผู้ให้บริการภาคส่วนต่าง ๆ ให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบป้องกันข้อมูลและความปลอดภัยทางไซเบอร์ เนื่องจากมีความเป็นไปได้สูงมากที่อาชญากรหรือแฮกเกอร์จะใช้ความสามารถของควอนตัมคอมพิวติ้งที่ประมวลผลได้เร็ว เพื่อถอดรหัสและเจาะระบบต่าง ๆ ทั้งข้อมูลด้านการเงิน สาธารณสุข อีเมล ข้อมูลส่วนบุคคลและการสื่อสารทุกรูปแบบในโลกออนไลน์ โดยปัจจุบัน มีรายงานอาชญากรทางคอมพิวเตอร์และแฮกเกอร์กำลังรวบรวมข้อมูลไว้ให้ได้มากที่สุด เพื่อรอใช้ควอนตัมคอมพิวติ้งถอดรหัส หรือการโจมตีแบบ…

สหรัฐฯ มีมุมมองว่าไทยยังมีปัญหาละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา

สหรัฐฯ ใช้การเผยแพร่รายงานทบทวนนโยบายการค้าของประเทศอื่น ๆ เป็นประจำทุกปี เพื่อเป็นเครื่องมือส่งสัญญาณกดดันให้ประเทศคู่ค้า ปรับเปลี่ยนนโยบายให้สอดคล้องกับมาตรฐานสหรัฐฯ เพื่อรักษาผลประโยชน์ของนักลงทุนและนักธุรกิจชาวอเมริกัน โดยเฉพาะรัฐบาลสหรัฐฯ ปัจจุบันที่ให้ความสำคัญกับผลประโยชน์ของชาวอเมริกันเป็นอันดับแรก หรือ America First ล่าสุด USTR หรือสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ เมื่อ 30 เมษายน 2569 เผยแพร่รายงาน 2026 Special 301 Report หรือรายงานการประเมินนโยบายปกป้องทรัพย์สินทางปัญญา (Intellectual property-IP) ของคู่ค้าสหรัฐฯ ทั่วโลกมากกว่า 100 ประเทศ รวมทั้งไทย เพื่อเสนอให้ฝ่ายนิติบัญญัติพิจารณา และให้นักธุรกิจอเมริกันใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจก่อนเพิ่มพูนความร่วมมือกับต่างประเทศ ประเด็นที่น่าสนใจอย่างมาก และเป็นความเปลี่ยนแปลงสำคัญ คือ USTR จัดให้สหภาพยุโรป (EU) อยู่ในกลุ่มประเทศที่ต้องเฝ้าระวัง (Watch List) เป็นครั้งแรก เนื่องจาก EU ออกกฎหมาย General Pharmaceutical Legislation ที่อาจขัดขวางบริษัทยาของสหรัฐฯ ไม่ให้สามารถเข้าถึงตลาดผู้บริโภคขนาดใหญ่ใน EU รวมทั้งอาจบังคับให้บริษัทสหรัฐฯ ต้องเผยแพร่ข้อมูลมากขึ้น…

ประเมินจุดสิ้นสุดสงครามสหรัฐฯ-อิหร่าน ด้วยทฤษฎีเกม

สงครามระหว่างสหรัฐฯ -อิหร่านที่เริ่มตั้งแต่ปฏิบัติการ Operation Epic Fury เมื่อ 28 กุมภาพันธ์ 2569 ยังคงสร้างความไม่แน่นอน และความเปลี่ยนแปลงหลาย ๆ อย่าง ที่สำคัญคือคาดการณ์ยากว่าจะสิ้นสุดลงเมื่อไร และอย่างไร เพราะแม้ผู้นำสูงสุดของอิหร่านจะมีการเปลี่ยนแปลง และมีการผลักดันการเจรจาเพื่อทำข้อตกลงหยุดยิงแล้วโดยมีปากีสถานเป็นตัวกลาง แต่สหรัฐฯ ยังไม่ยุติการกดดันอิหร่านให้ยอมแพ้ หรือยอมรับว่าจะต้องยุติการพัฒนานิวเคลียร์ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อ 30 เมษายน 2569 ยืนยันว่าจะคงกองเรือไว้ในอ่าวโอมาน เพื่อกดดันอิหร่าน และต้องการทำลายทุ่นระเบิดทั้งหมดที่อิหร่านวางไว้ในช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่อิหร่านเองก็ตอบโต้ และไม่จำนนกับคำขู่ของสหรัฐฯ พร้อมกับยืนยันกับทั่วโลกว่ารัฐบาลมีเอกภาพ มีกำลังทหาร มีอาวุธจำนวนมากพอที่จะต้านทานการโจมตีและแรงกดดันจากสหรัฐฯ แม้ว่าสงครามนี้จะคาดการณ์ได้ยากว่าจะสิ้นสุดเมื่อไร อย่างไร และรูปแบบใด บทความนี้ขอเสนอมุมมองเกี่ยวกับจุดสิ้นสุดสงคราม โดยใช้ “ทฤษฎีเกม” หรือ Game Theory เพื่อประเมินความเป็นไปได้ของสงครามและสถานการณ์ที่ทั่วโลกจะพบเจอต่อไปในปี 2569…….. ทฤษฎีเกม หรือ Game Theory เป็นวิธีการวิเคราะห์พฤติกรรมเพื่อทำนายความเคลื่อนไหวของผู้เล่น (players) ในเกมที่มีกลยุทธ์ (strategy) และมีปฏิสัมพันธ์ (relationship)…

เมื่อมหาวิทยาลัยในประเทศตามแนวเส้นทาง BRI เป็นปลายทางของนักศึกษาจีน

หลังจากต้องพลาดหวังจากการแข่งขันอย่างดุเดือดในการสอบเข้าเพื่อศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาระหว่างนักศึกษาจีนด้วยกัน หลายคนที่ไม่มีกำลังทรัพย์มากพอจะเข้าศึกษาต่อในสถาบันการศึกษาเอกชนในจีน เลือกที่จะเดินทางไปศึกษาต่อในต่างประเทศ โดยประเทศนอกสายตา เช่น ประเทศตามแนวเส้นทาง BRI ดูจะเป็นที่นิยมของนักศึกษาจีนมากขึ้น ด้วยค่าเล่าเรียนและค่าครองชีพที่รับได้ แม้ต้องเผชิญกับความท้าทายทั้งความแตกต่างด้านภาษา สภาพแวดล้อม วิถีชีวิต ระบบการศึกษา รวมทั้งยังไม่มีหลักประกันความก้าวหน้าหรือโอกาสการทำงานหลังเรียนจบ แต่ไม่ใช่ทุกมหาวิทยาลัยในประเทศเหล่านั้นจะเป็นตัวเลือกสำหรับนักศึกษาจีน เนื่องจากการสมัครเข้าศึกษาต่อต้องตรวจสอบว่าสถาบันการศึกษานั้น ๆ ได้รับการยอมรับจากศูนย์บริการแลกเปลี่ยนทางวิชาการของจีน (Chinese Service Center for Scholarly Exchange-CSCSE) ในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งทำหน้าที่ในการรับรองวุฒิการศึกษาต่างประเทศหรือไม่ เนื่องจากหากสถาบันการศึกษาที่เลือกเรียนต่อ  CSCSE ไม่ให้การยอมรับ จะมีผลต่อโอกาสการทำงานในจีน นอกจากนี้ ผู้เรียนและผู้ปกครองยังต้องพิจารณาความพร้อมด้านค่าใช้จ่ายในการเรียนและค่าครองชีพในประเทศนั้น ๆ ซึ่งก็ไม่ต่างจากนักศึกษาในประเทศอื่น ๆ ที่ต้องการเรียนต่อในต่างประเทศ ในห้วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา มีนักศึกษาจีนเลือกจะไปศึกษาต่อในประเทศตามแนวเส้นทาง BRI เพิ่มขึ้น เฉพาะอย่างยิ่งในเอเชียกลางที่อยู่ไม่ห่างจากจีน เช่น คาซัคสถาน เนื่องจากตอบโจทย์ความต้องการของผู้เรียนและผู้ปกครองชาวจีนได้ไม่น้อย ทั้งค่าใช้จ่าย บรรยากาศการเรียน เงื่อนไขและการกำหนดคุณสมบัติการเข้าศึกษาต่อ รวมทั้งมีหลักสูตรเตรียมความพร้อมทางภาษาก่อนศึกษาต่อในสาขาที่ต้องการ โดยรายงานประจำปีว่าด้วยการพัฒนาการศึกษาต่อในต่างประเทศของนักศึกษาจีน ของ Center for China and Globalization…

แนวโน้มกระแส Longevity เพื่อชีวิตที่ยืนยาว

Longevity คือ แนวคิดที่ให้ความสำคัญต่อการมีชีวิตที่ยืนยาว และมีสุขภาพดี กลายเป็น 1 ในกระแสนิยมหรือเทรนด์ระดับโลกที่ได้รับพูดถึงอย่างต่อเนื่อง เฉพาะอย่างยิ่งในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ปัจจัยสำคัญที่ทำให้กระแสนิยมเรื่อง Longevity ยืนยาว อาจเป็นเพราะโลกก้าวเข้าสู่ “สังคมผู้สูงอายุ” โครงสร้างประชากรโลกเปลี่ยนเพราะเด็กเกิดน้อยลง ประชากรโลกจำนวนมากต้องเตรียมใช้ชีวิตบั้นปลายด้วยการพึ่งพาตนเอง จึงจำเป็นต้องสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีหลังวัยทำงาน …ผู้คนจึงหันมาให้ความสำคัญกับสุขภาพมากขึ้น กระแสนิยมเรื่อง Longevity นอกจากจะเป็นวิถีชีวิตของคนยุคใหม่แล้ว ยังเป็น “น่านน้ำใหม่” สำหรับหลายวงการที่เกี่ยวข้องต้องศึกษาหาข้อมูล ไม่ว่าจะเป็นวงการแพทย์ รวมถึงโลกธุรกิจ เพราะกระแสนิยมดังกล่าวทำให้เกิดการลงทุนในเทคโนโลยีการแพทย์มากขึ้น รวมทั้งการออกแบบนวัตกรรมเพื่อการดูแลสุขภาพ ไปจนถึงการพัฒนาเทคโนโลยีป้องกันโรคเฉพาะบุคคล …หากจะเปรียบเทียบกระแสนิยมนี้กับการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงการทำงานในตลาดแรงงานยุคใหม่ ก็อาจจะสรุปได้ว่า แนวคิด Longevity เป็นเสมือนการปรับเปลี่ยนสภาพภายในร่างกายมนุษย์ ให้ก้าวทันความเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้างสังคมโลก หากความสามารถในการใช้ AI เป็นเครื่องมือและทักษะในการเอาตัวรอดในตลาดแรงงานยุคอนาคต ดังนั้น ความสามารถในการเข้าใจและเข้าถึงรูปแบบการใช้ชีวิตด้วยแนวคิด Longevity ก็จะเป็นเครื่องมือและทักษะการปรับสภาพร่างกายและวิถีชีวิตให้มนุษย์เราเอาตัวรอดในยุคอนาคตได้เช่นกัน แต่กระแสนิยมเรื่อง Longevity จะยืนยาวและเป็น “น่านน้ำใหม่” ที่ขยายโอกาสด้านธุรกิจและการแพทย์ได้อีกนานแค่ไหน?!… บทความนี้ขอนำเสนอว่า Longevity จะเป็นมากกว่ากระแสนิยม เพราะมีโอกาสกลายเป็น “วิถีชีวิต”…

จีนเห็นว่าญี่ปุ่นเตรียมทำ protracted warfare

  ความสัมพันธ์ระหว่างจีน-ญี่ปุ่นมีแนวโน้มตึงเครียดขึ้นต่อเนื่อง จากกรณีจีนไม่พอใจญี่ปุ่นส่งเรือรบไปปฏิบัติการลาดตระเวนบริเวณช่องแคบไต้หวัน การประกาศยกเลิกมาตรการควบคุมการส่งออกอาวุธ การผ่านร่างกฎหมายสนับสนุนการจัดตั้งคณะกรรมาธิการข่าวกรองแห่งชาติ เพื่อขยายขีดความสามารถด้านการข่าวกรอง การดำเนินการเชิงรุกในการเสริมสร้างขีดความสามารถด้านการป้องกันประเทศ แก้ไขเอกสารด้านความมั่นคง 3 ฉบับ  ได้แก่ ยุทธศาสตร์ความมั่นคงแห่งชาติ ยุทธศาสตร์การป้องกันประเทศ และแผนเสริมสร้างขีดความสามารถด้านการทหาร รวมทั้งกรณีนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นระบุวิสัยทัศน์เมื่อ 27 เมษายน 2569 ว่าญี่ปุ่นเตรียมตัวทำสงครามยืดเยื้อ หรือ protracted warfare ที่มีลักษณะเป็นสงครามรูปแบบใหม่ สำหรับ protracted warfare คือ สงครามยืดเยื้อที่รัฐหรือตัวแสดงที่ไม่ใช่รัฐ (non state actor) ต้องเตรียมยุทธศาสตร์ รวมทั้งยุทธวิธีปฏิบัติการทางทหารและด้านอื่น ๆ ที่สนับสนุนสงครามระยะยาว ยุทธวิธีที่ถูกนำไปใช้ในสงครามยืดเยื้ออาจประกอบด้วยการทำสงครามข่าวสาร การปฏิบัติการทางจิตวิทยา การปฏิบัติการกองโจร การแทรกแซงและบั่นทอนความมั่นคงของคู่ขัดแย้ง การทำลายขีดความสามารถในการรบหรือการป้องกันของคู่ขัดแย้ง รวมทั้งการใช้มวลชนหรือประชาคมระหว่างประเทศกดดันฝ่ายตรงข้ามให้ตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบในสงคราม …ลักษณะเด่นของ protracted warfare คือ การใช้ “เวลา” เป็นเครื่องมือสร้างความได้เปรียบ โดยตัวอย่างสงครามยืดเยื้อในประวัติศาสตร์โลก เช่น สงครามระหว่างอิรัก-อิหร่านเมื่อปี 2523-2531 ที่ใช้เวลานาน 8 ปี…

มิตรภาพรัสเซีย-อาเซียน : จะได้ไปต่อหรือพอไว้ก่อน

ความต้องการหาแหล่งนำเข้าน้ำมันของประเทศต่าง ๆ ทดแทนแหล่งน้ำมันในตะวันออกกลางกำลังเป็นโอกาสทองของรัสเซียในการสร้างรายได้จากการส่งออกน้ำมัน ควบคู่ไปกับสร้างโอกาสของรัสเซียในการเสริมสร้างบทบาทในเวทีโลกในห้วงที่โลกป่วนจากนโยบายสหรัฐฯ เห็นได้จากการเยือนรัสเซียของหลาย ๆ ประเทศ สำหรับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ความสัมพันธ์กับรัสเซียก็ไม่ใกล้ชิดนักหากเทียบกับมหาอำนาจอื่น ๆ ขณะที่รัสเซียเองก็ไม่สามารถผลักดันนโยบาย Turn to the East ให้มีพลังพอจะดึงดูดบรรดาสมาชิกอาเซียนให้สานสัมพันธ์กับรัสเซียมากขึ้น วิกฤติพลังงานครั้งนี้ที่เกิดขึ้นจากความขัดแย้งระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ และอิสราเอลที่เริ่มเมื่อ 28 กุมภาพันธ์ 2569 จึงจะเป็นประตูสำคัญของรัสเซียในการเสริมสร้างความสัมพันธ์ พร้อมกับขยายความร่วมมือกับประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เฉพาะอย่างยิ่งเมื่อสมาชิกอาเซียนหลายประเทศทยอยเดินทางไปเจรจาจัดซื้อน้ำมันกับรัสเซีย ที่น่าคิดคือ หลังจากนี้รัสเซียกับอาเซียนจะยังคงต่อยอดพัฒนาสัมพันธ์และขยายความร่วมมือกันต่อไปอีกหรือไม่ในระยะยาว หรือจะเป็นเพียงความสัมพันธ์ระยะสั้นแล้วกลับไปสู่จุดเดิมก่อนที่จะเกิดวิกฤตพลังงาน ความจำเป็นของประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ต้องจัดหาแหล่งนำเข้าน้ำมันชดเชยแหล่งน้ำมันในตะวันออกกลางที่จะยังยืดเยื้อ จากการที่บรรดาประเทศผู้ผลิตและส่งออกน้ำมันในตะวันออกกลางต้องใช้เวลาในการฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานที่ต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่า 2 ปี ทำให้รัสเซียกำลังเป็นทางเลือกและทางออกจากความเดือดร้อนอัน เนื่องมาจากการขาดแคลนน้ำมันที่ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้วิ่งเข้าหา ประกอบกับยังได้ไฟเขียวจากการที่สหรัฐฯ ขยายการยกเลิกการคว่ำบาตรการส่งออกน้ำมันให้รัสเซีย 2 รอบ จนถึงกลางพฤษภาคม 2569 จึงไม่แปลกที่สมาชิกอาเซียนจะสลับกันเยือนรัสเซียด้วยเป้าหมายเดียวกันคือเจรจานำเข้าน้ำมันจากรัสเซีย แม้ไม่มีหลักประกันว่าจะได้น้ำมันตามที่ต้องการทั้งปริมาณและคุณภาพ ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่จัดหาน้ำมันจากรัสเซีย… เริ่มต้นด้วยฟิลิปปินส์ พันธมิตรใกล้ชิดเบอร์ต้นของสหรัฐฯ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นประเทศเดียวที่นำเข้าน้ำมันจากรัสเซียได้แล้วตั้งแต่มีนาคม 2569 โดยนำเข้ามาเกือบ 2.5 ล้านบาร์เรล และยังต้องการจะนำเข้าเพิ่มอีก ด้านมาเลเซีย บริษัท Petronas กำหนดจะเจรจากับรัสเซียเกี่ยวกับความร่วมมือด้านพลังงาน…

ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ : มิติสำคัญของการสร้างและรักษาไว้ซึ่งความมั่นคง

ขณะที่คู่ขัดแย้งสู้รบและสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินในสนามรบ ไม่ว่าจะเป็นกรณีอิหร่าน-สหรัฐฯ-อิสราเอล หรืออิสราเอล-ปาเลสไตน์ รวมถึงรัสเซีย-ยูเครน ที่เกิดขึ้นก่อนหน้า ประเทศที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการรบพุ่งที่เกิดขึ้นทั้งทางตรงและทางอ้อม ก็ต้องเป็นฝ่ายสูญเสียเช่นกัน เพียงแต่มาในรูปแบบที่ต่างกัน และเมื่อเทียบความเสียหายก็ไม่ได้มีมูลค่าน้อย ๆ ทั้งยังจะยิ่งสูงขึ้นจากความยาวนานของสงคราม รวมทั้งยังต้องใช้เวลาในการฟื้นฟู …ความเสียหายที่ว่าคือ ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ที่ถูกทำลายและทำให้ประเทศต่าง ๆ กลายเป็นผู้ประสบภัยร่วมจากการที่ต้องพึ่งพาหรือมีผลประโยชน์เกี่ยวโยงกับคู่สงครามไม่ว่าทางใดทางหนึ่ง การหาทางเอาตัวรอดจากภัยความมั่นคงทางเศรษฐกิจทั้งเฉพาะหน้าและเตรียมการสำหรับภัยในอนาคตจึงเป็นสิ่งจำเป็น ขณะเดียวกันก็เป็นสิ่งย้ำเตือนว่าความมั่นคงทางเศรษฐกิจ (Economic Security) ไม่ว่าภาวะปกติหรือยามวิกฤติมีความสำคัญไม่ด้อยไปกว่าความมั่นคงที่ยึดโยงกับการทหาร องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (Organisation for Economic Co-operation and Development-OECD) ระบุว่า ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ คือ ความสามารถของชาติในการป้องกันและรักษาไว้ซึ่งเสถียรภาพและการเติบโตทางเศรษฐกิจด้วยการทำให้มีความสามารถฟื้นตัว/ลุกได้เร็วและทรงตัวได้ไวไม่ว่าจะเผชิญ ภัยคุกคามใด ๆ  ทั้งจากภายในและต่างประเทศ  ความมั่นคงทางเศรษฐกิจยังมีความเหลื่อมทับกับความมั่นคงที่ยึดโยงกับการทหาร เนื่องจากการสร้างความแข็งแกร่งและเสถียรภาพทางเศรษฐกิจมีปัจจัยสนับสนุนสำคัญคือ ความสามารถของประเทศโดยรวมในการป้องกันและสร้างผลประโยชน์แห่งชาติให้เพิ่มพูนท่ามกลางบริบทโลกที่เปลี่ยนแปลงเร็ว OECD ยังย้ำถึงการเสริมสร้างความสามารถในการลุกได้ไว จากภัยคุกคามทั้งในและนอกประเทศเป็นส่วนหนึ่งของความมั่นคงทางเศรษฐกิจ และในยุคที่โลกเผชิญวิกฤติเศรษฐกิจและความขัดแย้งเชิงภูมิรัฐศาสตร์อย่างต่อเนื่อง ความเสี่ยงต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจยิ่งมีขอบเขตกว้างขวาง ครอบคลุมไปถึงขีดความสามารถในการคุ้มครองสินทรัพย์ทางเศรษฐกิจที่สำคัญ โครงสร้างพื้นฐานที่มีความสำคัญอย่างยิ่งยวด และการสร้างหลักประกันในการเข้าถึงทรัพยากรที่จำเป็น เช่น อาหาร พลังงาน และเทคโนโลยี รวมถึงการปกป้องอุตสาหกรรมทางยุทธศาสตร์และห่วงโซ่อุปทาน การรักษา การลื่นไหลของการค้าและการลงทุน และความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์…