ทำไม USTR ต้องไต่สวนนโยบายการค้าของไทย!? และข้อเสนอ

ไทยอยู่ในบัญชีรายชื่อประเทศที่สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ หรือ U.S. Trade Representative (USTR) ประกาศเมื่อ มีนาคม 2569 ว่าจะสอบสวนแนวปฏิบัติทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม เน้นประเด็นการแก้ไขปัญหาแรงงานบังคับ ตามกฎหมายการค้าสหรัฐฯ หรือรัฐบัญญัติ Trade Act มาตรา 301 พิเศษ โดยสหรัฐฯ ใช้กฎหมายนี้มาตั้งแต่ปี 2532 เพื่อตรวจสอบสินค้าจากประเทศคู่ค้าที่อาจมีมาตรฐานการค้าไม่เป็นธรรมกับสหรัฐฯ เลือกปฏิบัติ ไม่สมเหตุสมผลหรือไม่สอดคล้องกับค่านิยมของสหรัฐฯ เช่น เรื่องการคุ้มครองสิทธิแรงงาน การแก้ไขปัญหาแรงงานบังคับ การปกป้องทรัพย์สินทางปัญญา และการอุดหนุนราคาสินค้าเพื่อการส่งออก ..เป้าหมายของ USTR คือ ผลประโบชน์ของสหรัฐฯ ล้วน ๆ ได้แก่ การปกป้องอุตสาหกรรม เกษตรกรรม ผู้ผลิต และแรงงานในประเทศ ความคิดเห็นและการตรวจสอบของ USTR ค่อนข้างสำคัญ เพราะมีอิทธิพลต่อนโยบายของรัฐบาลสหรัฐฯ เพราะ USTR เป็นเครื่องมือ และองค์ประกอบหนึ่งที่สำคัญภายใต้สำนักงานทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ บุคลากรที่ทำงานใน USTR เต็มไปด้วยผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจและกฎหมายการค้า พร้อมที่จะใช้เครื่องมือด้านกฎหมายและมาตรฐานการค้าฝ่ายเดียว (unilateral) ของสหรัฐฯ ในการกำกับนโยบายการค้าของประเทศอื่น…

รู้จัก “ยุทธศาสตร์โมเสก” ศิลปะการป้องกันประเทศของอิหร่าน

สถานการณ์ความมั่นคงในภูมิภาคตะวันออกกลางอยู่ในภาวะสงคราม หลังจากสหรัฐฯ กับอิสราเอลเปิดปฏิบัติการโจมตีอิหร่านเมื่อ 28 กุมภาพันธ์ 2569 และใช้เครื่องมือทางทหารตอบโต้กันอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเข้าใกล้ 3 สัปดาห์แล้ว ก็ยังไม่มีทางออก นักวิเคราะห์หลายฝ่ายคาดการณ์ผลลัพธ์ของสถานการณ์นี้ด้วยความยากลำบาก เนื่องจากปัจจัยในการวิเคราะห์นั้น เปลี่ยนแปลงและผันผวนต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นความมุ่งมั่นของผู้นำสหรัฐฯ ที่ไม่ยุติการปะทะจนกว่าอิหร่านจะมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ขณะที่อิสราเอลที่เชื่อมั่นว่าจะสามารถใช้ปฏิบัติการครั้งนี้ ถอนรากถอนโคนระบอบการปกครองของชนชั้นนำทางการเมืองในอิหร่านได้ และอิหร่านที่แม้จะสูญเสียผู้นำสูงสุดและเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกองทัพไปจำนวนมาก แต่ก็ไม่ยอมแพ้และประสบความสำเร็จในการแต่งตั้งผู้นำสูงสุดคนใหม่เพื่อรักษาเสถียรภาพการเมืองภายในประเทศได้ รวมทั้งยังมีขีดความสามารถในการรับมือกับกองทัพสหรัฐฯ ที่เป็นมหาอำนาจอันดับ 1 ได้อย่างน่าสนใจ ความแข็งแกร่งของอิหร่าน ทำให้นักวิเคราะห์สงครามครั้งนี้ศึกษาและเปิดเผยยุทธศาสตร์การป้องกันประเทศของอิหร่าน และกลยุทธ์ต่าง ๆ ที่อิหร่านนำไปใช้ในการต้านทานแรงกดดันทางทหารจากสหรัฐฯ กับอิสราเอล นั่นคือ ยุทธศาสตร์โมเสก หรือ Mosaic Defense Strategy หรือการกระจายอำนาจสั่งการทางทหารไปทั่วประเทศ …หากจะจินตนาการถึงรูปแบบหรือหลักการสำคัญของยุทธศาสตร์โมเสกนี้คืออะไร?… ก็ขอให้ลองนึกถึงศิลปะแบบโมเสก ที่ใช้ “ชิ้นส่วนเล็ก ๆ มาประกอบกันเป็นภาพใหญ่” ไม่ว่าเป็นจิตรกรรมฝาผนัง หรือทางเดิน ที่เป็นศิลปะที่นิยมอย่างมากตั้งแต่ยุคเมโสโปเตเมียไปจนถึงอาณาจักรโรมัน ไบแซนไทน์ และศิลปะอิสลาม …ดังนั้น ยุทธศาสตร์โมเสกก็เปรียบเหมือนการรวมกลุ่มของหน่วยทหาร/ข่ายงานเล็ก ๆ เพื่อประกอบเป็น “ความมั่นคงทางการทหารและการป้องกันประเทศ” ขนาดใหญ่ของอิหร่านนั่นเอง ยุทธศาสตร์โมเสกเพื่อการป้องกันประเทศของอิหร่าน…

3 ประเด็นสำคัญจากการประชุมการเมืองของรัฐบาลจีน

การประชุมสองสภาครั้งที่ 14 ที่กรุงปักกิ่ง จีน หรือการประชุมสำคัญทางการเมืองเพื่อวางแผนพัฒนา รวมทั้งเศรษฐกิจของจีนสิ้นสุดลง เมื่อ 12 มีนาคม 2569 ได้แก่ การประชุมสภาที่ปรึกษาทางการเมือง (Chinese People’s Political Consultative Conference–CPPCC) และการประชุมสภาประชาชนแห่งชาติ (National People’s Congress–NPC) มีการรับรองผลงานของรัฐบาล กำหนดนโยบายทั้งในประเทศและต่างประเทศ พร้อมทั้งเป้าหมายในอนาคต และกำหนดกฎหมายใหม่ที่จะช่วยส่งเสริมความมั่นคงทางเศรษฐกิจและการเมืองของจีนต่อไปในระยะ 5 ปี หรือปี 2569-2573 ดังนั้น การติดตามผลการประชุมสองสภาจึงบ่งชี้ทิศทางนโยบายสำคัญของจีน ซึ่งเป็นมหาอำนาจที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับไทย เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงหรือขยายความร่วมมือ ผลการประชุมสองสภาสะท้อนว่ารัฐบาลจีนจะให้ความสำคัญกับการรักษาเสถียรภาพด้านเศรษฐกิจจีนเป็นอันดับแรก สาเหตุสำคัญอาจเป็นผลจากในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา จีนเผชิญอุปสรรคในการสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ เนื่องจากวิกฤตอสังหาริมทรัพย์ การบริโภคในประเทศซบเซา นโยบายสหรัฐฯ และผลกระทบจากสถานการณ์โลกที่ไม่แน่นอน ทำให้รัฐบาลจีนต้องทบทวนเป้าหมายการพัฒนาเศรษฐกิจ ไปเน้นการรักษาเสถียรภาพ แทนที่จะเน้นเรื่องการขยายอัตราการเติบโต เป็นผลให้จีนปรับลดตัวเลขคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจลงเล็กน้อยที่ร้อยละ 4.5-5 จากเดิมจะอยู่ที่ร้อยละ 5 ขึ้นไป และเพิ่มการส่งเสริมอัตราการบริโภคภายในประเทศ รวมทั้งการลงทุนในประเทศมากขึ้น เฉพาะอย่างยิ่งอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ ปัญญาประดิษฐ์ (AI)…

Subscription Economy : เมื่อโลกกำลังบังคับให้เรา “เช่า” ทุกอย่าง

โครงสร้างเศรษฐกิจโลกในปัจจุบันกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วภายใต้สภาพแวดล้อมที่ผันผวน ไม่แน่นอน ซับซ้อน และคลุมเครือ (VUCA) รวมทั้งการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างการบริโภคจากแนวคิด “การครอบครองสินทรัพย์” ไปสู่ “การเช่าสิทธิ์การเข้าถึง” ผ่านโมเดล Subscription Economy หรือเศรษฐกิจแบบสมัครสมาชิก ลองจินตนาการถึงชีวิตประจำวันที่คุณตื่นขึ้นมาฟังเพลงจากแอปพลิเคชันที่คุณไม่ได้เป็นเจ้าของ สวมใส่เสื้อผ้าแบรนด์เนมที่เช่ามาแบบรายเดือน และขับรถไปทำงานโดยต้องจ่ายเงินตัดบัตรเครดิตทุกเดือนเพื่อปลดล็อกฟังก์ชันระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะ สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่แค่เทรนด์ธุรกิจ แต่กำลังสะท้อนถึงการจัดระเบียบโครงสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจรูปแบบใหม่ การเปลี่ยนผ่านจากยุคที่ต้อง “ซื้อขาด” มาสู่ยุค “การเช่าสิทธิ์การเข้าถึง” ข้างต้น ถูกออกแบบมาอย่างแยบยล ผ่านหลักการทางเศรษฐศาสตร์พฤติกรรม (Behavioral Economics) ซึ่งนายริชาร์ด เธเลอร์ นักเศรษฐศาสตร์รางวัลโนเบล ชาวอเมริกัน เคยอธิบายกลไกนี้ผ่านทฤษฎีบัญชีในใจ (Mental Accounting) ว่า มนุษย์มักประเมินค่าใช้จ่ายก้อนเล็ก ๆ ว่าไม่กระทบกระเทือนรายได้ที่มีอยู่ เมื่อเทียบกับการจ่ายเงินก้อนใหญ่ทีเดียว นอกจากนี้ โมเดลดังกล่าวยังเติบโตบนจุดอ่อนของเราที่เรียกว่าความเฉื่อยของผู้บริโภค (Consumer Inertia) เช่นระบบตัดบัตรอัตโนมัติจะอาศัยความเคยชินในการใช้จ่ายแต่จะเกิดความยุ่งยากในการยกเลิกการบริการ ซึ่งพฤติกรรมเช่นนี้จะทำให้บริษัทมีรายได้ไหลเข้าอย่างต่อเนื่อง แม้ลูกค้าจะไม่ได้ใช้งานก็ตาม ในโลกปัจจุบันโมเดล Subscription Economy ได้ขยายขอบเขตไปไกลกว่าวงการสื่อบันเทิงหรือสตรีมมิง ค่ายรถยนต์ยุโรปชั้นนำเริ่มเปลี่ยนรถยนต์ให้เป็นแพลตฟอร์ม โดยล็อกฮาร์ดแวร์บางอย่างไว้และบังคับให้สมัครแพ็กเกจรายเดือนเพื่อปลดล็อกฟังก์ชันที่มีอยู่ในตัวรถ ขณะที่เชนร้านอาหารอย่าง Pret A…

แร่หายาก…โอกาสหรือความเสี่ยงของไทย?

ทรัพยากรแร่ธาตุ โดยเฉพาะแร่หายาก (Rare Earth) กลายเป็นเครื่องมือต่อรองสำคัญระหว่างประเทศมหาอำนาจ เพื่อช่วงชิงความได้เปรียบ ทั้งด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ และเทคโนโลยีขั้นสูง ซึ่งมีแนวโน้มเข้มข้นขึ้นอย่างต่อเนื่องในทุกภูมิภาค รวมทั้งอาเซียน หลังจากสหรัฐฯ ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MoU) ด้านแร่ธาตุสำคัญกับ 5 ประเทศในอาเซียน ได้แก่ มาเลเซีย เวียดนาม อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และไทย เพื่อกระจายห่วงโซ่อุปทานจากจีน ขณะที่จีนซึ่งเป็นทั้งประเทศที่มีทรัพยากรแร่หายากมากที่สุดในโลกและเป็นผู้นำด้านการแปรรูปแร่ (Refinning) ตั้งเป้าเปิดโรงงานแปรรูปแร่หายากในรัฐปะหัง มาเลเซีย ในปี 2570 การเข้าไปเป็นหนึ่งในผู้เล่นของห่วงโซ่อุปทานโลกจะเป็นโอกาสของไทยในการยกระดับอุตสาหกรรมและเทคโนโลยี ขณะเดียวกัน ก็ต้องเตรียมความพร้อมด้านต่าง ๆ เพื่อรับมือความท้าทายที่จะเผชิญ ไทยมีทั้งทรัพยากรแร่และธาตุ โดยส่วนใหญ่แร่หายากในไทยจะกระจายตัวตามแนวหินแกรนิตในพื้นที่ภาคเหนือ (จังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดลำปาง) ภาคตะวันตก (จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และจังหวัดกาญจนบุรี) และภาคใต้ (จังหวัดระนอง และจังหวัดสุราษฎร์ธานี) แต่พบได้น้อยในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ขณะที่ธาตุที่พบในไทยส่วนใหญ่คือ โมนาไซต์ ธาตุหายากกลุ่มเบา (Light Rare Earth) และซีโนไทม์ ธาตุหายากกลุ่มหนัก (Heavy…

แนวทางการดำเนินนโยบายของรัฐบาลญี่ปุ่นชุดใหม่

  นางทาคาอิจิ ซานาเอะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น แถลงนโนบายต่อรัฐสภาญี่ปุ่นในวันเปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญ เมื่อ 20 กุมภาพันธ์ 2569  ภายหลังได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง สมัยที่ 2 เมื่อ 18 กุมภาพันธ์ 2569  โดยให้ความสำคัญกับการยกระดับศักยภาพการแข่งขัน ควบคู่กับความมั่นคงทางเศรษฐกิจ เสริมสร้างบทบาทของญี่ปุ่นในเวทีระหว่างประเทศ พัฒนาขีดความสามารถการป้องกันประเทศ และรับมือภัยคุกคามรูปแบบใหม่ นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญต่อการส่งเสริมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รวมถึงพัฒนาระบบการศึกษา สาธารณสุข สังคม และส่งเสริมการอยู่ร่วมกันของพลเมืองญี่ปุ่นกับชาวต่างชาติ นโยบายของนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นสะท้อนความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการขับเคลื่อนประเทศ ให้แข็งแกร่งและรุ่งเรือง ให้ความสำคัญอย่างมากกับการเสริมสร้างศักยภาพทางเศรษฐกิจ และความมั่นคงของชาติ โดยทั้งสานต่อแนวนโยบายเดิม และปรับให้สอดคล้องกับบริบทระหว่างประเทศ  ญี่ปุ่นยึดแนวทางความร่วมมือที่มีมาอย่างต่อเนื่องสำหรับไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะการส่งเสริม ความร่วมมือภายใต้กรอบ ODA เพื่อสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม รวมทั้งจะขยายความช่วยเหลือภายใต้กรอบ OSA แก่ประเทศที่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ต่อญี่ปุ่น โดยเฉพาะมีความขัดแย้งกับจีน เพื่อส่งเสริมบทบาทนำของญี่ปุ่นในการรักษาเสถียรภาพของภูมิภาคอินโด-แปซิฟิกในห้วงที่จีนมีบทบาทมากขึ้น นโนบายที่นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นแถลงต่อรัฐสภาญี่ปุ่น สาระสำคัญ ดังนี้ – ด้านเศรษฐกิจและพลังงาน  จะมุ่งแก้ไขการชะลอตัวทางเศรษฐกิจ ฟื้นฟูความแข็งแกร่ง โดยใช้นโยบายการคลังเชิงรุก  ด้วยการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างมียุทธศาสตร์ รักษาวินัยทางการเงินการคลัง ลดระดับหนี้สาธารณะ และส่งเสริมการลงทุนภายในประเทศ…

สงครามคลุมเครือ VUCA War : ในตะวันออกกลาง

ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา สถานการณ์โลกเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและคาดการณ์ยากจากปัจจัยเทคโนโลยีและความขัดแย้งในภูมิรัฐศาสตร์ที่เข้มข้นขึ้น จนทำให้นักวิชาการส่วนหนึ่งใช้กรอบแนวคิดที่ประกอบด้วยตัวอักษรภาษาอังกฤษ 4 ตัว หรือ “VUCA” ในการอธิบายสภาพแวดล้อมโลกในปัจจุบัน ซึ่งประกอบด้วยความผันผวน (Volatility) ความไม่แน่นอน (Uncertainty) ซับซ้อน (Complexity) และคลุมเครือ (Ambiguity) และแม้ว่ากรอบแนวคิดดังกล่าวอาจถูกเมินไปแล้ว เพราะนักวางแผนยุทธศาสตร์และผู้กำหนดนโยบายรู้จักกับแนวทางรับมือและจัดการความเสี่ยงจาก VUCA World แล้ว นั่นก็คือ การรับมือกับเหตุการณ์ต่าง ๆ ด้วยวิธีการที่ยืดหยุ่น เน้นความคล่องตัวและรวดเร็ว เพื่อให้มีความสามารถในการปรับตัวกับบรรยากาศที่อะไรก็สามารถเกิดขึ้นได้ บทความชิ้นนี้อยากชวนให้ผู้ที่สนใจสถานการณ์โลก กลับมาร่วมกันทบทวนเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมโลกที่ยังมีลักษณะ VUCA อยู่เช่นเดิม ….ซ้ำอาจจะมีพลวัตรที่เปลี่ยนแปลงไวกว่าเดิม จนอาจทำให้การรับมือด้วยเทคนิค Agile ไม่เพียงพอต่อการเอาตัวรอดอีกต่อไป เฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อสงครามหรือความขัดแย้งระหว่างประเทศ มีลักษณะ VUCA หรือเป็นสงครามที่คลุมเครือและคาดการณ์ได้ยากมากขึ้น แม้ว่าสงครามระหว่างประเทศส่วนใหญ่ที่เกิดขึ้นจะมีรัฐ (state) เป็นผู้กระทำที่ชัดเจน เราอาจรู้ว่าใครอยู่เบื้องหลังการสั่งการและการตัดสินใจดำเนินยุทธวิธีต่าง ๆ แต่ความขัดแย้งในแต่ละพื้นที่ยังคงมีลักษณะคาดการณ์ยากและสลับซับซ้อน เพราะมีรัฐมากกว่า 2 รัฐเข้าไปเกี่ยวข้อง และอาจมีตัวแสดงที่ไม่ใช่รัฐ (non-state actor) มีส่วนร่วมอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ความขัดแย้งต่าง…

วิเคราะห์จุดแข็ง-จุดอ่อน ตำราสงครามฉบับทรัมป์-อิหร่าน

สหรัฐฯ ตัดสินใจเดินหน้าปฏิบัติการทางทหารสนับสนุนอิสราเอลเพื่อโจมตีอิหร่าน เมื่อ 28 กุมภาพันธ์ 2569 เพื่อสกัดกั้นภัยคุกคาม โดยมีประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เป็นบุคคลสำคัญที่สร้างความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในอิหร่าน เพราะส่งผลให้ผู้นำสูงสุดของอิหร่านเสียชีวิต รวมทั้งทำให้เกิดเหตุความรุนแรงและการปะทะตอบโต้ทางการทหารในหลายพื้นที่ทั่วภูมิภาคตะวันออกกลาง

ดัชนีการรับรู้การทุจริตของไทยที่ลดลงไม่ส่งผลกระทบต่อการเป็นสมาชิก OECD

ดัชนีการรับรู้การทุจริต (Corruption Perceptions Index – CPI) ของไทยปี 2568 ตกต่ำลง และคะแนนน้อยกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกที่ 42 คะแนน โดยไทยได้ 33 คะแนน จาก 100 คะแนน อยู่อันดับ 116 เทียบกับปี 2567 ได้ 34 คะแนน อยู่อันดับ 107  การที่ CPI ของไทยถดถอย ทำให้ภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือของไทยลดลง  เนื่องจาก CPI มีอิทธิพลต่อการประเมินของหน่วยงานจัดอันดับความน่าเชื่อถือ เช่น Moody’s หรือ S&P รวมถึง การประเมินนโยบายและสถาบันระดับประเทศ (Country Policy and Institutional Assessment – CPIA) ของธนาคารโลก อย่างไรก็ดี CPI ไม่มีผลกระทบโดยตรงของไทยต่อการเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (Organisation for Economic Co-operation…

ไทยจะต้องเตรียมตัวอย่างไร ..กับเศรษฐกิจโลก 2569

คำถามนี้เป็นคำถามที่ต้องรีบหาคำตอบให้ได้เร็วที่สุด แม้ IMF และธนาคารโลกประเมินว่าในปี 2569 เศรษฐกิจโลกมีความยืดหยุ่นสูง แม้เผชิญความไม่แน่นอน จากความตึงเครียดทางการค้า ความไม่แน่นอนของนโยบาย และความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ ขณะที่การลงทุนด้านเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence – AI) เป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจหลัก แต่มีความเป็นไปได้ที่การลงทุนจริงในภาคดังกล่าวจะปรับลดลง และอาจส่งผลให้ตลาดหุ้นผันผวนมากขึ้น หากเทคโนโลยี AI สร้างรายได้หรือกำไรได้ต่ำกว่าที่คาดการณ์ เศรษฐกิจไทย IMF และธนาคารโลกคาดการณ์สอดคล้องกันว่า GDP ในปี 2569 จะขยายตัวไม่เกินร้อยละ 2  (IMF ประเมินที่ร้อยละ ๑.๖  ธนาคารโลกประเมิน ร้อยละ ๑.๘)  ปัจจัยเสี่ยงต่อเศรษฐกิจไทยที่สำคัญคือ โครงสร้างการส่งออกที่พึ่งพาตลาดสหรัฐฯ ซึ่งจะได้รับผลกระทบหนัก หากถูกสหรัฐฯ กดดัน แต่ไทย มีจุดแข็งในการดำเนินนโยบายที่เป็นกลางกับทุกฝ่าย ระบบโครงสร้างพื้นฐานอยู่ในระดับที่ดี และการเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ในภูมิภาค อย่างไรก็ดี ไทยเป็นต้องเร่งพัฒนาแรงงานทักษะสูงเพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันและดึงดูดการลงทุนอุตสาหกรรมที่สร้างมูลค่าเพิ่มเฉพาะอย่างยิ่งเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง เนื่องจากความต้องการเซมิคอนดักเตอร์และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับ AI ในตลาดโลกที่เพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บรายได้ รวมถึงการบริหารจัดการหนี้สาธารณะอย่างมีประสิทธิภาพ จะช่วยลดการขาดดุลการคลัง และมีงบประมาณเพียงพอรับมือกับวิกฤตในอนาคต IMF และธนาคารโลกประเมินเศรษฐกิจโลกในปี…