3 ประเด็นสำคัญจากการประชุมการเมืองของรัฐบาลจีน

การประชุมสองสภาครั้งที่ 14 ที่กรุงปักกิ่ง จีน หรือการประชุมสำคัญทางการเมืองเพื่อวางแผนพัฒนา รวมทั้งเศรษฐกิจของจีนสิ้นสุดลง เมื่อ 12 มีนาคม 2569 ได้แก่ การประชุมสภาที่ปรึกษาทางการเมือง (Chinese People’s Political Consultative Conference–CPPCC) และการประชุมสภาประชาชนแห่งชาติ (National People’s Congress–NPC) มีการรับรองผลงานของรัฐบาล กำหนดนโยบายทั้งในประเทศและต่างประเทศ พร้อมทั้งเป้าหมายในอนาคต และกำหนดกฎหมายใหม่ที่จะช่วยส่งเสริมความมั่นคงทางเศรษฐกิจและการเมืองของจีนต่อไปในระยะ 5 ปี หรือปี 2569-2573 ดังนั้น การติดตามผลการประชุมสองสภาจึงบ่งชี้ทิศทางนโยบายสำคัญของจีน ซึ่งเป็นมหาอำนาจที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับไทย เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงหรือขยายความร่วมมือ ผลการประชุมสองสภาสะท้อนว่ารัฐบาลจีนจะให้ความสำคัญกับการรักษาเสถียรภาพด้านเศรษฐกิจจีนเป็นอันดับแรก สาเหตุสำคัญอาจเป็นผลจากในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา จีนเผชิญอุปสรรคในการสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ เนื่องจากวิกฤตอสังหาริมทรัพย์ การบริโภคในประเทศซบเซา นโยบายสหรัฐฯ และผลกระทบจากสถานการณ์โลกที่ไม่แน่นอน ทำให้รัฐบาลจีนต้องทบทวนเป้าหมายการพัฒนาเศรษฐกิจ ไปเน้นการรักษาเสถียรภาพ แทนที่จะเน้นเรื่องการขยายอัตราการเติบโต เป็นผลให้จีนปรับลดตัวเลขคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจลงเล็กน้อยที่ร้อยละ 4.5-5 จากเดิมจะอยู่ที่ร้อยละ 5 ขึ้นไป และเพิ่มการส่งเสริมอัตราการบริโภคภายในประเทศ รวมทั้งการลงทุนในประเทศมากขึ้น เฉพาะอย่างยิ่งอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ ปัญญาประดิษฐ์ (AI)…

Subscription Economy : เมื่อโลกกำลังบังคับให้เรา “เช่า” ทุกอย่าง

โครงสร้างเศรษฐกิจโลกในปัจจุบันกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วภายใต้สภาพแวดล้อมที่ผันผวน ไม่แน่นอน ซับซ้อน และคลุมเครือ (VUCA) รวมทั้งการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างการบริโภคจากแนวคิด “การครอบครองสินทรัพย์” ไปสู่ “การเช่าสิทธิ์การเข้าถึง” ผ่านโมเดล Subscription Economy หรือเศรษฐกิจแบบสมัครสมาชิก ลองจินตนาการถึงชีวิตประจำวันที่คุณตื่นขึ้นมาฟังเพลงจากแอปพลิเคชันที่คุณไม่ได้เป็นเจ้าของ สวมใส่เสื้อผ้าแบรนด์เนมที่เช่ามาแบบรายเดือน และขับรถไปทำงานโดยต้องจ่ายเงินตัดบัตรเครดิตทุกเดือนเพื่อปลดล็อกฟังก์ชันระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะ สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่แค่เทรนด์ธุรกิจ แต่กำลังสะท้อนถึงการจัดระเบียบโครงสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจรูปแบบใหม่ การเปลี่ยนผ่านจากยุคที่ต้อง “ซื้อขาด” มาสู่ยุค “การเช่าสิทธิ์การเข้าถึง” ข้างต้น ถูกออกแบบมาอย่างแยบยล ผ่านหลักการทางเศรษฐศาสตร์พฤติกรรม (Behavioral Economics) ซึ่งนายริชาร์ด เธเลอร์ นักเศรษฐศาสตร์รางวัลโนเบล ชาวอเมริกัน เคยอธิบายกลไกนี้ผ่านทฤษฎีบัญชีในใจ (Mental Accounting) ว่า มนุษย์มักประเมินค่าใช้จ่ายก้อนเล็ก ๆ ว่าไม่กระทบกระเทือนรายได้ที่มีอยู่ เมื่อเทียบกับการจ่ายเงินก้อนใหญ่ทีเดียว นอกจากนี้ โมเดลดังกล่าวยังเติบโตบนจุดอ่อนของเราที่เรียกว่าความเฉื่อยของผู้บริโภค (Consumer Inertia) เช่นระบบตัดบัตรอัตโนมัติจะอาศัยความเคยชินในการใช้จ่ายแต่จะเกิดความยุ่งยากในการยกเลิกการบริการ ซึ่งพฤติกรรมเช่นนี้จะทำให้บริษัทมีรายได้ไหลเข้าอย่างต่อเนื่อง แม้ลูกค้าจะไม่ได้ใช้งานก็ตาม ในโลกปัจจุบันโมเดล Subscription Economy ได้ขยายขอบเขตไปไกลกว่าวงการสื่อบันเทิงหรือสตรีมมิง ค่ายรถยนต์ยุโรปชั้นนำเริ่มเปลี่ยนรถยนต์ให้เป็นแพลตฟอร์ม โดยล็อกฮาร์ดแวร์บางอย่างไว้และบังคับให้สมัครแพ็กเกจรายเดือนเพื่อปลดล็อกฟังก์ชันที่มีอยู่ในตัวรถ ขณะที่เชนร้านอาหารอย่าง Pret A…

แร่หายาก…โอกาสหรือความเสี่ยงของไทย?

ทรัพยากรแร่ธาตุ โดยเฉพาะแร่หายาก (Rare Earth) กลายเป็นเครื่องมือต่อรองสำคัญระหว่างประเทศมหาอำนาจ เพื่อช่วงชิงความได้เปรียบ ทั้งด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ และเทคโนโลยีขั้นสูง ซึ่งมีแนวโน้มเข้มข้นขึ้นอย่างต่อเนื่องในทุกภูมิภาค รวมทั้งอาเซียน หลังจากสหรัฐฯ ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MoU) ด้านแร่ธาตุสำคัญกับ 5 ประเทศในอาเซียน ได้แก่ มาเลเซีย เวียดนาม อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และไทย เพื่อกระจายห่วงโซ่อุปทานจากจีน ขณะที่จีนซึ่งเป็นทั้งประเทศที่มีทรัพยากรแร่หายากมากที่สุดในโลกและเป็นผู้นำด้านการแปรรูปแร่ (Refinning) ตั้งเป้าเปิดโรงงานแปรรูปแร่หายากในรัฐปะหัง มาเลเซีย ในปี 2570 การเข้าไปเป็นหนึ่งในผู้เล่นของห่วงโซ่อุปทานโลกจะเป็นโอกาสของไทยในการยกระดับอุตสาหกรรมและเทคโนโลยี ขณะเดียวกัน ก็ต้องเตรียมความพร้อมด้านต่าง ๆ เพื่อรับมือความท้าทายที่จะเผชิญ ไทยมีทั้งทรัพยากรแร่และธาตุ โดยส่วนใหญ่แร่หายากในไทยจะกระจายตัวตามแนวหินแกรนิตในพื้นที่ภาคเหนือ (จังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดลำปาง) ภาคตะวันตก (จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และจังหวัดกาญจนบุรี) และภาคใต้ (จังหวัดระนอง และจังหวัดสุราษฎร์ธานี) แต่พบได้น้อยในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ขณะที่ธาตุที่พบในไทยส่วนใหญ่คือ โมนาไซต์ ธาตุหายากกลุ่มเบา (Light Rare Earth) และซีโนไทม์ ธาตุหายากกลุ่มหนัก (Heavy…

แนวทางการดำเนินนโยบายของรัฐบาลญี่ปุ่นชุดใหม่

  นางทาคาอิจิ ซานาเอะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น แถลงนโนบายต่อรัฐสภาญี่ปุ่นในวันเปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญ เมื่อ 20 กุมภาพันธ์ 2569  ภายหลังได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง สมัยที่ 2 เมื่อ 18 กุมภาพันธ์ 2569  โดยให้ความสำคัญกับการยกระดับศักยภาพการแข่งขัน ควบคู่กับความมั่นคงทางเศรษฐกิจ เสริมสร้างบทบาทของญี่ปุ่นในเวทีระหว่างประเทศ พัฒนาขีดความสามารถการป้องกันประเทศ และรับมือภัยคุกคามรูปแบบใหม่ นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญต่อการส่งเสริมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รวมถึงพัฒนาระบบการศึกษา สาธารณสุข สังคม และส่งเสริมการอยู่ร่วมกันของพลเมืองญี่ปุ่นกับชาวต่างชาติ นโยบายของนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นสะท้อนความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการขับเคลื่อนประเทศ ให้แข็งแกร่งและรุ่งเรือง ให้ความสำคัญอย่างมากกับการเสริมสร้างศักยภาพทางเศรษฐกิจ และความมั่นคงของชาติ โดยทั้งสานต่อแนวนโยบายเดิม และปรับให้สอดคล้องกับบริบทระหว่างประเทศ  ญี่ปุ่นยึดแนวทางความร่วมมือที่มีมาอย่างต่อเนื่องสำหรับไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะการส่งเสริม ความร่วมมือภายใต้กรอบ ODA เพื่อสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม รวมทั้งจะขยายความช่วยเหลือภายใต้กรอบ OSA แก่ประเทศที่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ต่อญี่ปุ่น โดยเฉพาะมีความขัดแย้งกับจีน เพื่อส่งเสริมบทบาทนำของญี่ปุ่นในการรักษาเสถียรภาพของภูมิภาคอินโด-แปซิฟิกในห้วงที่จีนมีบทบาทมากขึ้น นโนบายที่นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นแถลงต่อรัฐสภาญี่ปุ่น สาระสำคัญ ดังนี้ – ด้านเศรษฐกิจและพลังงาน  จะมุ่งแก้ไขการชะลอตัวทางเศรษฐกิจ ฟื้นฟูความแข็งแกร่ง โดยใช้นโยบายการคลังเชิงรุก  ด้วยการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างมียุทธศาสตร์ รักษาวินัยทางการเงินการคลัง ลดระดับหนี้สาธารณะ และส่งเสริมการลงทุนภายในประเทศ…

สงครามคลุมเครือ VUCA War : ในตะวันออกกลาง

ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา สถานการณ์โลกเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและคาดการณ์ยากจากปัจจัยเทคโนโลยีและความขัดแย้งในภูมิรัฐศาสตร์ที่เข้มข้นขึ้น จนทำให้นักวิชาการส่วนหนึ่งใช้กรอบแนวคิดที่ประกอบด้วยตัวอักษรภาษาอังกฤษ 4 ตัว หรือ “VUCA” ในการอธิบายสภาพแวดล้อมโลกในปัจจุบัน ซึ่งประกอบด้วยความผันผวน (Volatility) ความไม่แน่นอน (Uncertainty) ซับซ้อน (Complexity) และคลุมเครือ (Ambiguity) และแม้ว่ากรอบแนวคิดดังกล่าวอาจถูกเมินไปแล้ว เพราะนักวางแผนยุทธศาสตร์และผู้กำหนดนโยบายรู้จักกับแนวทางรับมือและจัดการความเสี่ยงจาก VUCA World แล้ว นั่นก็คือ การรับมือกับเหตุการณ์ต่าง ๆ ด้วยวิธีการที่ยืดหยุ่น เน้นความคล่องตัวและรวดเร็ว เพื่อให้มีความสามารถในการปรับตัวกับบรรยากาศที่อะไรก็สามารถเกิดขึ้นได้ บทความชิ้นนี้อยากชวนให้ผู้ที่สนใจสถานการณ์โลก กลับมาร่วมกันทบทวนเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมโลกที่ยังมีลักษณะ VUCA อยู่เช่นเดิม ….ซ้ำอาจจะมีพลวัตรที่เปลี่ยนแปลงไวกว่าเดิม จนอาจทำให้การรับมือด้วยเทคนิค Agile ไม่เพียงพอต่อการเอาตัวรอดอีกต่อไป เฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อสงครามหรือความขัดแย้งระหว่างประเทศ มีลักษณะ VUCA หรือเป็นสงครามที่คลุมเครือและคาดการณ์ได้ยากมากขึ้น แม้ว่าสงครามระหว่างประเทศส่วนใหญ่ที่เกิดขึ้นจะมีรัฐ (state) เป็นผู้กระทำที่ชัดเจน เราอาจรู้ว่าใครอยู่เบื้องหลังการสั่งการและการตัดสินใจดำเนินยุทธวิธีต่าง ๆ แต่ความขัดแย้งในแต่ละพื้นที่ยังคงมีลักษณะคาดการณ์ยากและสลับซับซ้อน เพราะมีรัฐมากกว่า 2 รัฐเข้าไปเกี่ยวข้อง และอาจมีตัวแสดงที่ไม่ใช่รัฐ (non-state actor) มีส่วนร่วมอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ความขัดแย้งต่าง…

วิเคราะห์จุดแข็ง-จุดอ่อน ตำราสงครามฉบับทรัมป์-อิหร่าน

สหรัฐฯ ตัดสินใจเดินหน้าปฏิบัติการทางทหารสนับสนุนอิสราเอลเพื่อโจมตีอิหร่าน เมื่อ 28 กุมภาพันธ์ 2569 เพื่อสกัดกั้นภัยคุกคาม โดยมีประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เป็นบุคคลสำคัญที่สร้างความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในอิหร่าน เพราะส่งผลให้ผู้นำสูงสุดของอิหร่านเสียชีวิต รวมทั้งทำให้เกิดเหตุความรุนแรงและการปะทะตอบโต้ทางการทหารในหลายพื้นที่ทั่วภูมิภาคตะวันออกกลาง

ดัชนีการรับรู้การทุจริตของไทยที่ลดลงไม่ส่งผลกระทบต่อการเป็นสมาชิก OECD

ดัชนีการรับรู้การทุจริต (Corruption Perceptions Index – CPI) ของไทยปี 2568 ตกต่ำลง และคะแนนน้อยกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกที่ 42 คะแนน โดยไทยได้ 33 คะแนน จาก 100 คะแนน อยู่อันดับ 116 เทียบกับปี 2567 ได้ 34 คะแนน อยู่อันดับ 107  การที่ CPI ของไทยถดถอย ทำให้ภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือของไทยลดลง  เนื่องจาก CPI มีอิทธิพลต่อการประเมินของหน่วยงานจัดอันดับความน่าเชื่อถือ เช่น Moody’s หรือ S&P รวมถึง การประเมินนโยบายและสถาบันระดับประเทศ (Country Policy and Institutional Assessment – CPIA) ของธนาคารโลก อย่างไรก็ดี CPI ไม่มีผลกระทบโดยตรงของไทยต่อการเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (Organisation for Economic Co-operation…

ไทยจะต้องเตรียมตัวอย่างไร ..กับเศรษฐกิจโลก 2569

คำถามนี้เป็นคำถามที่ต้องรีบหาคำตอบให้ได้เร็วที่สุด แม้ IMF และธนาคารโลกประเมินว่าในปี 2569 เศรษฐกิจโลกมีความยืดหยุ่นสูง แม้เผชิญความไม่แน่นอน จากความตึงเครียดทางการค้า ความไม่แน่นอนของนโยบาย และความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ ขณะที่การลงทุนด้านเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence – AI) เป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจหลัก แต่มีความเป็นไปได้ที่การลงทุนจริงในภาคดังกล่าวจะปรับลดลง และอาจส่งผลให้ตลาดหุ้นผันผวนมากขึ้น หากเทคโนโลยี AI สร้างรายได้หรือกำไรได้ต่ำกว่าที่คาดการณ์ เศรษฐกิจไทย IMF และธนาคารโลกคาดการณ์สอดคล้องกันว่า GDP ในปี 2569 จะขยายตัวไม่เกินร้อยละ 2  (IMF ประเมินที่ร้อยละ ๑.๖  ธนาคารโลกประเมิน ร้อยละ ๑.๘)  ปัจจัยเสี่ยงต่อเศรษฐกิจไทยที่สำคัญคือ โครงสร้างการส่งออกที่พึ่งพาตลาดสหรัฐฯ ซึ่งจะได้รับผลกระทบหนัก หากถูกสหรัฐฯ กดดัน แต่ไทย มีจุดแข็งในการดำเนินนโยบายที่เป็นกลางกับทุกฝ่าย ระบบโครงสร้างพื้นฐานอยู่ในระดับที่ดี และการเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ในภูมิภาค อย่างไรก็ดี ไทยเป็นต้องเร่งพัฒนาแรงงานทักษะสูงเพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันและดึงดูดการลงทุนอุตสาหกรรมที่สร้างมูลค่าเพิ่มเฉพาะอย่างยิ่งเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง เนื่องจากความต้องการเซมิคอนดักเตอร์และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับ AI ในตลาดโลกที่เพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บรายได้ รวมถึงการบริหารจัดการหนี้สาธารณะอย่างมีประสิทธิภาพ จะช่วยลดการขาดดุลการคลัง และมีงบประมาณเพียงพอรับมือกับวิกฤตในอนาคต IMF และธนาคารโลกประเมินเศรษฐกิจโลกในปี…

4 เครื่องมือทางเศรษฐกิจที่ต่อรองอำนาจรัฐ

ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ เป็นประเด็นสำคัญที่รัฐบาลประเทศต่าง ๆ ต้องจัดให้เป็นเป้าหมายอันดับต้น ๆ ในยุทธศาสตร์แห่งชาติ นอกเหนือจากความมั่นคงด้านอธิปไตยและการเมือง เนื่องจากเศรษฐกิจนั้น หมายถึงกิจกรรมขนาดใหญ่ที่ส่งผลต่อองค์ประกอบของรัฐในทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็นการผลิต การแจกจ่าย การบริโภค การบริหารจัดการ การจ้างงาน การแลกเปลี่ยน และการจัดสรรทรัพยากร ดังนั้น เศรษฐกิจจึงเป็นเรื่องใกล้ตัวประชาชนไม่แพ้เรื่องการเมือง เพราะทุกคนในสังคมมีส่วนร่วมในระบบเศรษฐกิจอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นพฤติกรรมการนึกถึงวิธีการบริหารจัดการเงินทุนที่มีอยู่ในแต่ละเดือนของมนุษย์เงินเดือนและพนักงานทั้งหลาย การที่ผู้บริหารบริษัทจะต้องเลือกทำข้อตกลงเพื่อขยายการลงทุนร่วมกับนายทุนรายอื่น ๆ รวมไปถึงการคำนวณรายได้จากการเก็บภาษีของรัฐบาล ทั้งหมดนี้นับว่าเป็นกิจกรรมที่เกิดขึ้นเพื่อสร้าง “ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ” ซึ่งหมายถึงการทำให้ระบบเศรษฐกิจมีความปลอดภัย และมีเสถียรภาพต่อไปนั่นเอง ในช่วงต้นปี 2569 มีรายงานขององค์กรระหว่างประเทศและนักวิเคราะห์จำนวนมากที่คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจโลก รวมทั้งเศรษฐกิจไทย จะเผชิญสภาวะยากลำบากและมีอุปสรรคท้าทายจากหลายปัจจัย และปัจจัยแรกที่มีผลต่อทิศทางเศรษฐกิจโลก ก็คือสถานการณ์ระหว่างประเทศ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และภูมิรัฐศาสตร์ที่เปลี่ยนแปลง เพราะปัจจุบัน “รัฐ” หรือผู้บริหารประเทศต่าง ๆ กำลังใช้เครื่องมือทางเศรษฐกิจ (statecraft) เพื่อสร้างและรักษาอำนาจต่อรองทางการเมืองระหว่างประเทศ เพราะผลจากโลกาภิวัตน์ (globalization) ทำให้ปัจจัยเศรษฐกิจของแต่ละประเทศเชื่อมโยงกันอย่างแน่นแฟ้น ผ่านการทำข้อตกลงและความร่วมมือทั้งระดับทวิภาคีและพหุภาคี “ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ” กลายเป็นหน้าที่รัฐต้องรักษาและเสริมสร้างไว้ให้ประชาชน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและทำให้เกิดการพัฒนา ดังนั้น รัฐบาลประเทศต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นประเทศขนาดเล็ก กลาง…

ความสัมพันธ์จีน-ญี่ปุ่นในวันที่ไม่มีแพนด้า

เพื่อนบ้านก็เหมือนลิ้นกับฟัน กระทบกระทั่งกันบ้างเป็นเรื่องธรรมดา ซึ่งจีนและญี่ปุ่นก็ไม่ต่างจากคู่เพื่อนบ้านอื่น ๆ ที่มีเรื่องให้ต้องผิดใจกัน ในห้วงปี 2568 ที่เกิดการปะทะทางทหารและทางการทูตในหลายประเทศและภูมิภาค เอเชียตะวันออกก็ไม่น้อยหน้า โดยไม่ได้มีเพียง hotspot เจ้าประจำคือ คาบสมุทรเกาหลีและช่องแคบไต้หวันเท่านั้น แต่ยังมีการปะทุขึ้นมาของความขัดแย้งระหว่างสองยักษ์ใหญ่แห่งเอเชียตะวันออก คือจีนกับญี่ปุ่น หลังจากที่นางซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของญี่ปุ่นสายอนุรักษ์นิยมกล่าวถึงความเป็นไปได้ที่ญี่ปุ่นจะเข้าแทรกแซงหากจีนใช้กำลังต่อไต้หวันเมื่อพฤศจิกายน 2568 จนนำไปสู่การตอบโต้ไม่หยุดระหว่างจีนกับญี่ปุ่นจนถึงปัจจุบัน นอกจากไม่มีสัญญาณว่าความขัดแย้งจะคลี่คลาย หนำซ้ำยังมีแนวโน้มจะยืดเยื้อจากการที่ทั้งสองฝ่ายตอบโต้กัน อย่างต่อเนื่อง โดยจีนตอบโต้และกดดันญี่ปุ่นด้วยมาตรการทางเศรษฐกิจ การทูต และทางทหาร เช่น การจำกัดการส่งออกแร่หายาก การระงับการนำเข้าอาหารทะเล การเตือนประชาชนให้หลีกเลี่ยงการเดินทางไปญี่ปุ่น การเลื่อนฉายภาพยนตร์ญี่ปุ่นในจีนจนทำให้ยอดจำหน่ายตั๋วภาพยนตร์แอนิเมชันญี่ปุ่นลดลง นอกจากนั้น จีนยังใช้มาตรการทางการทูตเช่น การไม่อนุมัติการแต่งตั้งกงสุลใหญ่ของญี่ปุ่นประจำนครฉงชิ่ง ร่วมด้วยมาตรการทางทหารด้วยการส่งเรือของหน่วยยามฝั่งไปลาดตระเวณรอบหมู่เกาะที่เป็นพื้นที่พิพาทระหว่างทั้งสองประเทศ และสร้างความกดดันด้วยการที่เครื่องบินทหารของจีนล็อกเรดาร์เป้าหมายไปที่เครื่องบินขับไล่ของญี่ปุ่น ขณะที่ญี่ปุ่นไม่มีท่าทีจะอ่อนข้อทั้งยังได้ประโยชน์ทางการเมืองจากความขัดแย้งที่เกิดขึ้น ทั้งกระแสชาตินิยม และการผลักดันนโยบายทางทหาร เห็นได้จากที่มีข่าวสารการพัฒนาขีดความสามารถด้านการรักษาความมั่นคง การทหาร และการข่าวของญี่ปุ่นบ่อยครั้งขึ้น แม้อาจไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับความขัดแย้งกับจีนครั้งนี้ แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าความขัดแย้ง    ที่เกิดขึ้นประกอบกับปัญหาเดิมคือการอ้างสิทธิ์เหนือน่านน้ำและหมู่เกาะในทะเลจีนตะวันออกก็ยังไม่มีทางออก การเสริมสร้างสมรรถนะทางทหารเพื่อการป้องกันประเทศของญี่ปุ่นในปัจจุบันจึงดูจะมีความชอบธรรมและสมเหตุสมผล สำหรับญี่ปุ่น การมีผู้นำสตรีคนแรกไม่เพียงสร้างสีสันให้การเมืองญี่ปุ่น แต่การมาของนายกรัฐมนตรีทาคาอิจิยังมาพร้อมกับนโยบายที่แข็งกร้าวจนทำให้ญี่ปุ่นกลับมาอยู่ในสายตาของนานาประเทศอีกครั้งด้วยภาพลักษณ์ใหม่ คือการเป็น hard-power actor ทั้งการมีจุดยืนชัดเจนในประเด็นไต้หวันแม้ต้องงัดข้อกับจีน การผลักดันนโยบายการทหารและความมั่นคงอย่างต่อเนื่อง เช่น…