ไขข้อข้องใจ…ทำไม ผู้นำสหรัฐอเมริกาสนใจเซมิคอนดักเตอร์ในเกาหลีใต้และญี่ปุ่น

ไม่น่าจะช้าไป หากจะขอเล่าสู่กันฟังว่าทำไม ผู้นำสหรัฐอเมริกาสนใจมากมายเกี่ยวกับเซมิคอนดักเตอร์ (semiconductor) ในห้วงที่เยือนเกาหลีใต้และญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 20 – 23 พฤษภาคม 2565 ที่ผ่านมา ทั้งที่เป้าหมายสำคัญของการเยือนครั้งนี้ คือ การกระชับความร่วมมือในภูมิภาคและเตรียมรับมือกับจีน พร้อมทั้งเปิดตัวกรอบความร่วมมือเศรษฐกิจอินโด-แปซิฟิก (Indo-Pacific Economic Framework – IPEF) ว่าด้วยเรื่องของการค้า ห่วงโซ่อุปทาน โครงสร้างพื้นฐาน มาตรการด้านภาษีและต่อต้านทุจริต เป็นต้น “เซมิคอนดักเตอร์” หรือที่ตามศัพท์บัญญัติราชบัณทิตยสถาน 2549 กำหนดไว้ในภาษาไทยว่า “สารกึ่งตัวนำ” ซึ่งเป็นวัสดุที่ใช้ทำอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ชิป หรือแผงวงจร นั้น ทำให้เอเชีย-แปซิฟิก เป็นภูมิภาคที่อยู่ในใจของสหรัฐอเมริกาเป็นอย่างมาก เพราะการแพร่ระบาดของโควิด 19 ตั้งแต่ปี 2563 ทำให้ทั่วโลกเผชิญปัญหาการขาดแคลนเซมิคอนดักเตอร์ โดยเฉพาะบริษัทของสหรัฐอเมริกาและบริษัทที่ลงทุนในสหรัฐอเมริกา เช่น บริษัท Apple และ บริษัท Sony ที่เผชิญปัญหากับการมีเซมิคอนดักเตอร์ไม่เพียงพอในการผลิตคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์ บริษัท General Motors Company (GM) ผู้ผลิตรถยนต์ที่ตั้งอยู่ในอเมริกาเหนือเคยต้องสั่งปิดบริษัทชั่วคราวกว่า…

ว่าที่ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์คนใหม่ จะตามรอยดูเตอร์เตหรือไม่?

นายเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ (บอง บอง) ว่าที่ประธานาธิบดีคนใหม่ของฟิลิปปินส์ จะเข้ารับตำแหน่ง ถัดจากประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตอร์เตใน 30 มิถุนายน 2565 นี้ ทำให้หลายฝ่ายจับตามองว่า บอง บองจะดำเนินนโยบายต่างประเทศ เหมือนหรือต่าง จากดูเตอร์เต เพราะนโยบายต่างประเทศของฟิลิปปินส์จะเกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาทะเลจีนใต้โดยตรง และการแข่งขันอิทธิพลจีนกับสหรัฐฯ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างมาก ตลอดระยะเวลา 6 ปี ดูเตอร์เตพยายามใกล้ชิดจีนมากขึ้น ในช่วง 6 เดือนแรกที่ดำรงตำแหน่งใหม่ๆ ดูเตอร์เตได้เดินทางไปเยือนจีน และกลับมาพร้อมเงินกู้และความช่วยเหลือจากจีน 24,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในโครงการโครงสร้างพื้นฐาน Build! Build! Build! แต่ความสัมพันธ์ระหว่างฟิลิปปินส์-จีน ก็มีอุปสรรคอยู่บ้าง เมื่อโครงการดังกล่าวกลับไม่มีความคืบหน้ามากนัก แม้จีนจะเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของฟิลิปปินส์ แต่ในแง่ของการลงทุนจากต่างประเทศ จีนยังคงเป็นรองประเทศอื่น เมื่อเทียบกับญี่ปุ่นที่มีมูลค่าการลงทุน 16,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐระหว่างปี 2562-2564 สหภาพยุโรปอยู่ที่ 657 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สหรัฐฯ อยู่ที่ 607 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่วนจีนอยู่ที่ 496 ล้านดอลลาร์สหรัฐ…

สำรวจนโยบายความมั่นคงของสวิตเซอร์แลนด์ท่ามกลางสงครามรัสเซีย-ยูเครน

ท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดในยุโรปจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน เราเห็นประเทศยุโรปผนึกกำลังกันอย่างชัดเจนมากในการต่อต้านการกระทำของรัสเซีย ประเทศที่มีนโยบายเป็นกลางมาอย่างยาวนานอย่างสวีเดนและฟินแลนด์ก็ได้ตัดสินใจที่จะเข้าร่วมนาโต้อย่างเป็นทางการแล้ว อีกประเทศหนึ่งที่สมควรจับตามองไม่แพ้กันว่าจะดำเนินนโยบายต่อไปอย่างไรคือสวิตเซอร์แลนด์ ประเทศเป็นกลางใจกลางยุโรป สงครามระหว่างรัสเซียและยูเครนยังไม่มีแนวโน้มที่จะยุติลง เนื่องจากยังไม่มีสัญญาณว่าทั้งสองฝ่ายจะเจรจาหาข้อยุติเมื่อใด และทั้งสองฝ่ายต่างต่อสู้กันและกันอย่างเข้มข้น ทั้งในด้านการสู้รบทางทหารซึ่งยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง โดยชาติพันธมิตรนาโต้หลายประเทศได้ส่งอาวุธให้ยูเครน อันเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ยูเครนสามารถต้านทานการรุกคืบของรัสเซียได้ อีกด้านหนึ่ง เราเห็นการผนึกกำลังในชาติตะวันตกซึ่งนำโดยสหรัฐฯ ผ่านกลุ่มนาโต้และกลุ่มอียู ในการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจและการเงินต่อรัสเซียอย่างหนักหน่วง อีกทั้งยังประณามการกระทำของรัสเซียอย่างต่อเนื่อง และโน้มน้าวให้ประเทศในภูมิภาคอื่น ๆ แสดงจุดยืนเชิงนโยบายที่ต่อต้านปฏิบัติการทางทหารของรัสเซีย จากสภาวะสงครามข้างต้น สวีเดนและฟินแลนด์เริ่มมองเห็นถึงความจำเป็นในการเปลี่ยนแปลงจุดยืนเชิงนโยบายที่เคยมีมาอย่างยาวนาน ทั้งสองประเทศประกาศถึงความจำเป็นในการเข้าร่วมกลุ่มพันธมิตรนาโต้ เพื่อรับประกันความมั่นคง เนื่องจากทั้งสองประเทศมีที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ใกล้กับรัสเซีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งฟินแลนด์มีพรมแดนทางบกติดกับรัสเซียกว่า 1,340 กิโลเมตร มองกลับมาที่สวิตเซอร์แลนด์ ประเทศที่ตั้งอยู่ใจกลางยุโรป ซึ่งภาคภูมิใจในสถานะความเป็นกลางที่เริ่มตั้งแต่ปี 1815 โดยในช่วงเวลาความขัดแย้งระหว่างประเทศต่าง ๆ ในประวัติศาสตร์นั้น สวิตเซอร์แลนด์เป็นประเทศที่ดำเนินนโยบายเป็นกลางทางทหารมาโดยตลอดไม่มีเปลี่ยนแปลง ทั้งสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง ครั้งที่สอง และสงครามเย็น ท่ามกลางสถานการณ์สงครามรัสเซีย-ยูเครนในปัจจุบัน เริ่มมีข้อถกเถียงในแวดวงนโยบายถึงมาตรการที่สวิตเซอร์แลนด์สามารถจะดำเนินการได้โดยที่สามารถคงสถานะความเป็นกลางไว้ได้ ทั้งนี้ สิ่งที่สวิตเซอร์แลนด์ดำเนินการไปแล้วคือ การประณามปฏิบัติการทางทหารของรัสเซีย การคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่อรัสเซีย การโหวตสนับสนุนขับรัสเซียออกจากคณะมนตรีสิทธิมนุษยชน และการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ยูเครน อย่างไรก็ตาม สิ่งที่กลุ่มประเทศพันธมิตรตะวันตกทำ แต่สวิตเซอร์แลนด์ไม่ได้ทำคือ การขับไล่นักการทูตรัสเซียออกจากประเทศ และการส่งยุทโธปกรณ์ไปยูเครน โดยกรณีล่าสุดคือ สวิตเซอร์แลนด์ปฏิเสธคำขอของเยอรมนีที่ต้องการส่งมอบยุทโธปกรณ์ที่เยอรมนีนำเข้าจากสวิตเซอร์แลนด์ เพื่อไปมอบให้ยูเครน ซึ่งสวิตเซอร์แลนด์มองว่าขัดกับการดำรงสถานะความเป็นกลาง…

ชวนมาตรวจสุขภาพเศรษฐกิจจีน “ตอนที่ 1 : ปีแห่งความไม่แน่นอนทางการเมืองและเศรษฐกิจ”

ในตอนแรก เรามาดูกันก่อนว่า อาการเศรษฐกิจจีนมันเป็นยังไงบ้าง และเศรษฐกิจจีนจะไปในทิศทางไหน ในห้วงการประชุมสมัชชาพรรคคอมมิวนิสต์ชุดที่ 20 ในเดือนตุลาคม–พฤศจิกายน 2565 ซึ่งปีนี้เป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลงสำคัญทางการเมืองของสี จิ้นผิง ว่าจะดำรงตำแหน่งผู้นำพรรคคอมมิวนิสต์ในสมัยที่ 3 หรือไม่   ที่จริงแล้ว สี จิ้นผิงให้ความสำคัญกับการรักษาความมั่งคั่งเพื่อสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจและเสถียรภาพทางการเงิน รวมทั้งสวัสดิภาพทางสังคมของจีนไม่ให้หยุดชะงักในปีสำคัญของเขาอย่างมาก โดยเราได้เห็นนโยบายทางเศรษฐกิจสำคัญเมื่อปี 2564 หลายอย่าง ทั้งการผลักดันแนวคิด “ความเจริญรุ่งเรืองร่วมกัน” ที่มีเป้าหมายสร้างความเท่าเทียมในสังคมจีน ด้วยการเพิ่มการกำกับดูแลภาคเอกชน บริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ ที่มีแนวโน้มครอบงำตลาดมากเกินไป และแผนการปรับขนาดและลดบทบาทของรัฐวิสาหกิจจีน รวมทั้งส่งเสริมการพึ่งพาตนเองทางเศรษฐกิจในอุตสาหกรรมสำคัญของประเทศ   ขณะเดียวกัน จีนพยายามจัดการกับชะตากรรมของ Evergrande Group ซึ่งเป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่มีปัญหาหนี้มากกว่า 3 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะนี้บริษัทดังกล่าวได้กลายเป็นสัญลักษณ์ที่สะท้อนปัญหาหนี้ของบริษัทอสังหาริมทรัพย์จีนไปแล้ว ซึ่งภาคอสังหาริมทรัพย์จีนมีนัยสำคัญต่อเศรษฐกิจจีนอย่างมาก เพราะคิดเป็น 29% ของ GDP จีน อันที่จริง ยังมีบริษัทอสังหาริมทรัพย์จีนมากกว่า 10 แห่ง ที่ได้ผิดนัดชำระหนี้ตั้งแต่ปีที่แล้ว รวมทั้ง Kaisa Group ที่มีหนี้สินรวม 2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ…

จอห์น ลี: จากนายตำรวจสายเหยี่ยว สู่หัวหน้าผู้บริหารฮ่องกงคนใหม่

นายจอห์น ลี วัย 64 ปี อดีตผู้บริหารเขตบริหารพิเศษฮ่องกงฝ่ายบริหาร และเป็นผู้ลงรับสมัครเลือกตั้งเพียงคนเดียวของฮ่องกง ได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าผู้บริหารฮ่องกงคนใหม่เมื่อ 8 พฤษภาคม 2565 ด้วยคะแนนเสียงร้อยละ 99 ของคณะกรรมการการเลือกตั้งฮ่องกง และจะเข้ารับตำแหน่งใน 1 กรกฎาคม 2565 ต่อจากนางแคร์รี่ ลัมที่ดำรงตำแหน่งครบวาระ 5 ปี

เหตุใดจีนจึงเป็นประเทศแห่งเศรษฐีนี?

ผลการจัดอันดับคนรวยที่มีทรัพย์สินระดับพันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ Global Rich List ประจำปี 2565 ของสถาบัน Hurun ไม่ได้เกินไปกว่าความคาดหมายนัก….ในแง่ที่ว่าเศรษฐีพันล้านกระจุกตัวอยู่ใน 2 ประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจอย่างจีนและสหรัฐฯ ถึงร้อยละ 55 โดยจีนมีจำนวนเศรษฐีพันล้าน 1,133 คน มากกว่าสหรัฐฯ ที่มี 716 คน แต่ถ้าว่าในแง่ของจำนวนทรัพย์สินแล้วยังถือว่าสหรัฐฯ รวยกว่าจีน เพราะเศรษฐีสหรัฐฯ ถือครองทรัพย์สินรวมกันร้อยละ 32 ของทรัพย์สินของเศรษฐีพันล้านทั้งหมด ส่วนเศรษฐีจีนถือครองร้อยละ 27 ประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจคือเรื่องของภาคเศรษฐกิจที่นำพาความร่ำรวยแก่เศรษฐีเหล่านั้น ซึ่งจะเป็นสิ่งที่ใช้บอกได้คร่าว ๆ ว่าเศรษฐกิจของมหาอำนาจทั้งสองพึ่งพาภาคเศรษฐกิจใดบ้าง ถึงแม้ว่าเราจะคุ้นเคยกับข่าวคราวเรื่องความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีของจีน ปัญญาประดิษฐ์บ้าง บิ๊กดาต้าบ้าง ควอนตัมบ้าง แต่เมื่อไปดูในรายชื่อดังกล่าวจะพบว่า…. เศรษฐีจีนส่วนใหญ่ร่ำรวยมาจากภาคอสังหาริมทรัพย์ สินค้าอุตสาหกรรม และสาธารณสุข ขณะที่เศรษฐีสหรัฐฯ ส่วนใหญ่รวยจากภาคเทคโนโลยี การเงิน และอุตสาหกรรมบันเทิง นอกจากนี้ 4 บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ คือ แอปเปิล ไมโครซอฟท์ อะเมซอน และอัลฟาเบท มีมูลค่าตามราคาตลาด (market…

เปิดข้อเสนอนโยบายต่างประเทศของมารีน เลอแปน ยุโรปอาจไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

        การเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศสในปี 2565 เป็นเหตุการณ์ที่ควรจับตามองเป็นอย่างยิ่ง ไม่เพียงเพราะเกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์การเมืองและเศรษฐกิจภายในฝรั่งเศสที่ยังคงเผชิญกับปัญหาหลายประการ แต่ยังมีสถานการณ์ระหว่างประเทศที่ร้อนระอุทางภาคตะวันออกของยุโรป นั่นคือสงครามรัสเซีย-ยูเครน ท่ามกลางวิกฤติเหล่านี้ เห็นได้ชัดว่าฝรั่งเศสกำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาข้อเสนอเกี่ยวกับนโยบายต่างประเทศของมารีน เลอแปน คู่ท้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดี

ความเคลื่อนไหวของ 2 เกาหลีในจังหวะการเปลี่ยนแปลง

อีกหนึ่งสถานการณ์ความมั่นคงระหว่างประเทศที่มีความเคลื่อนไหวไม่น้อยไปกว่าการสู้รบในยูเครน คือ สถานการณ์ในคาบสมุทรเกาหลี ซึ่งเป็นอีกจุดขัดแย้งที่สำคัญของการเมืองระหว่างประเทศ เพราะเกี่ยวข้องกับการครอบครองอาวุธนิวเคลียร์และอาวุธที่มีความเร็วเหนือเสียง (hypersonic) บทบาทของประเทศมหาอำนาจ และความมั่นคงมนุษย์ โดยสถานการณ์ในคาบสมุทรเกาหลีในห้วง เมษายน 2565 นี้น่าสนใจไม่น้อย เพราะทั้งเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ต่างมีความเคลื่อนไหวที่อาจเป็นสัญญาณเปลี่ยนแปลงบรรยากาศในภูมิภาค

อินโดนีเซียแก้ไขปัญหาการเป็นเจ้าภาพ G-20 ด้วยแนวคิดดึงทุกฝ่ายให้มีส่วนร่วม

สถานการณ์รัสเซีย-ยูเครนส่งผลกระทบต่อการดำเนินนโยบายของหลาย ๆ ประเทศ หนึ่งในนั้น คือ “อินโดนีเซีย” ที่เผชิญแรงกดดันในการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม G-20 หรือกลุ่มประเทศที่มีระบบเศรษฐกิจขนาดใหญ่ 19 ประเทศและสหภาพยุโรป เนื่องจากสหรัฐฯ ต้องการให้อินโดนีเซียคว่ำบาตรผู้แทนรัสเซียในการประชุม G-20 ทุกระดับ โดยระบุว่าสหรัฐฯ จะไม่เข้าร่วม หากมีรัสเซียเข้าร่วมการประชุมด้วย!! สำหรับการประชุมในกรอบ G-20 เร็ว ๆ นี้ คือ การประชุมในระดับรัฐมนตรีกระทรวงการคลัง รวมทั้งสถาบันการเงินและเศรษฐกิจระหว่างประเทศใน 20 เมษายน 2565 ซึ่งเป็นการประชุมทั้งแบบ online และ onsite ที่วอชิงตัน ดี.ซี. นี่คืออีกหนึ่งความพยายามของสหรัฐฯ ที่จะกีดกันรัสเซียออกจากความร่วมมือระหว่างประเทศ เพราะการปฏิบัติการทางทหารของรัสเซียในยูเครนนั้นส่งผลกระทบต่อทั่วโลกทั้งในมิติความมั่นคงและเศรษฐกิจ ดังนั้น สหรัฐฯ จึงเชื่อว่า รัสเซียไม่สมควรได้เป็นส่วนหนึ่งของการประชุมเพื่อแก้ไขปัญหาต่าง ๆ … ความพยายามดังกล่าวทำให้หลายฝ่ายจับตามองท่าทีของอินโดนีเซีย ประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่มีความสัมพันธ์ที่ดีกับสหรัฐฯ ในฐานะหุ้นส่วนที่มีค่านิยมประชาธิปไตยร่วมกันและมีความร่วมมือด้านการต่อต้านการก่อการร้ายที่ใกล้ชิด ขณะที่ความสัมพันธ์ระหว่างอินโดนีเซียกับรัสเซียก็ใกล้ชิดในฐานะคู่ค้าและตลาดอาวุธที่สำคัญ ดังนั้น อินโดนีเซียจะต้องมีท่าทีที่ชัดเจนเกี่ยวกับประเด็นนี้ โดยคำนึงถึงความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และภาพลักษณ์ของประเทศ (reputation) ในห้วงที่ทั่วโลกกำลังจับตามอง อินโดนีเซียรับมือกับแรงกดดันดังกล่าวด้วยการประกาศจุดยืนที่น่าสนใจ…

การบริหารจัดการน้ำแบบ WIRM กับการบริหารจัดการน้ำของไทยอย่างมีส่วนร่วม

“น้ำท่วม น้ำแล้ง น้ำเสีย แหล่งต้นน้ำถูกทำลาย” การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศมีผลต่อวัฏจักรของน้ำทั่วโลกที่กำลังเสื่อมโทรมอย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่อทุกๆ ภาคส่วน เพราะน้ำถือเป็นต้นทุนของทุกๆ สิ่ง ทั้งการเกษตร อุปโภค-บริโภค อุตสาหกรรม และการท่องเที่ยว องค์กรหุ้นส่วนน้ำโลก (Global Water Partnership) จึงได้กำหนดแนวทางการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำแบบองค์รวม (Integrated Water Resources Management – IWRM ) โดยมีประเด็นสำคัญ ได้แก่ น้ำจืดเป็นทรัพยากรที่มีอยู่จำกัดและมีความเปราะบาง การกระทำใด ๆ อาจส่งผลต่อปริมาณและคุณภาพน้ำได้ การจัดการน้ำ ต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของการมีส่วนร่วมของผู้ใช้และผู้วางแผนและผู้กำหนดแนวนโยบายทุกระดับ สตรีมีบทบาทสำคัญในการจัดหา จัดการและดูแลรักษาน้ำ ต้องมีความเท่าเทียมในการบริหารจัดการน้ำ น้ำมีคุณค่าทางเศรษฐกิจสำหรับภาคการใช้ต่างๆ และจำเป็นต้องถือว่าเป็นสินค้าเชิงเศรษฐกิจ ทั้ง 4 ข้อมีบทสรุปสั้น ๆ ได้ว่า “การบริหารจัดการน้ำจะต้องให้ความสำคัญกับผู้ที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน ซึ่งต้องมีเป้าหมายในการใช้ และดูแลรักษาทรัพยากรน้ำในทิศทางเดียวกัน” สำหรับในความเชื่อดั้งเดิมของการจัดการน้ำของไทย จะมองทรัพยากรน้ำว่าเป็นทรัพยากรที่มีอยู่อย่างไม่จำกัด เสมือนทรัพยากรที่ไร้ต้นทุน จึงมีการใช้อย่างฟุ่มเฟือย และเมื่อมีผู้ใช้มาก ก็จะส่งผลให้ผู้ใช้อื่นมีโอกาสใช้น้อยลงจนขาดแคลน ไม่ใช่แค่การใช้น้ำ แต่รวมถึงการทิ้งทุกอย่างลงสู่แหล่งน้ำ ทำให้น้ำเน่าเสียมีสารเคมีเจือปน จนส่งผลกระทบต่อชุมชนที่อยู่ใกล้และใช้น้ำเสียเหล่านั้น กลายเป็นความเหลื่อมล้ำจากวงจรการใช้น้ำ…