การเปลี่ยนแปลงของฤดูฝน สู่บททดสอบความพร้อมของมนุษย์

ภาวะโลกเดือดที่เป็นความท้าทายด้านความมั่นคงของมนุษยชาติทั่วทุกมุมโลก สภาวะนี้เริ่มต้นมาตั้งแต่ปี 2565 ซึ่งเกิดเหตุการณ์หิมะตกในทะเลทราย ต่อเนื่องมาจนถึงปี 2567 ที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือ UAE ต้องเผชิญพายุฝนครั้งใหญ่  แม้ปัญหาโลกเดือดจะได้รับการจัดหมวดหมู่ให้เป็นประเด็นความท้าทายและภัยคุกคามด้านความมั่นคงรูปใหม่ (New Security Challenges) แต่เชื่อไหมว่า!?…หากมองย้อนไปในประวัติศาสตร์ ความแปรปรวนนี้เป็นส่วนเล็ก ๆ ของการเปลี่ยนแปลงของโลกที่เกิดขึ้นมาตลอด  เพราะที่ผ่านมาโลกเราได้เผชิญกับการเคลื่อนตัวของแผ่นโลก เหตุภูเขาไฟระเบิด การเปลี่ยนเส้นทางของกระแสน้ำในมหาสมุทร หรือแม้กระทั่งยุคน้ำแข็ง  ดังนั้น อาจสรุปได้ว่าการเปลี่ยนแปลงเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติเช่นกัน เมื่อประเทศไทยเริ่มเข้าสู่ฤดูฝนตั้งแต่ 15 พฤษภาคม 2568 บทความนี้อยากจะชวนผู้อ่านทำความรู้จักกับวัฏจักรและความสำคัญของ “ฝน” โดยย้อนกลับไปในอดีตตั้งแต่โลกยังไม่มีแผ่นดิน …หรือเหตุการณ์ที่เรียกว่า The Great Dying Rain หรือฝนตกไม่หยุดต่อเนื่องมากกว่า 2 ล้านปี เมื่อ 2,500-3,500 ล้านปีที่แล้ว ซึ่งตรงกับยุคอาร์เคียน (Archean Eon) แต่ไม่สามารถระบุสถานที่ได้ชัดเจน เพราะหากย้อนไป 3,000 ล้านกว่าปี แผ่นทวีปในตอนนั้นไม่เหมือนกับปัจจุบัน ในช่วงนั้นโลกยังเต็มไปด้วยหินหลอมเหลวที่เริ่มโผล่ขึ้นมาเหนือผิวน้ำทะเล แผ่นดินที่ร้อนระอุนี้ไม่สามารถอุ้มน้ำได้ ทำให้เกิดไอร้อนและควันจากภูเขาไฟปริมาณมาก และการระเหยของไอน้ำนั่นเองที่กลายเป็น “น้ำฝน”…

การท่องเที่ยว : หนึ่งในแรงขับเคลื่อนหลักทางเศรษฐกิจของ สปป.ลาว

สปป.ลาว เสน่ห์ของการท่องเที่ยวที่น่าดึงดูดใจ คำคำนี้คงไม่ผิดนัก เพราะ สปป.ลาวมีธรรมชาติที่ร่ำรวย ยังไม่ถูกคุกคามจากโลกภายนอกมากนัก วัฒนธรรมที่เรียบง่าย รวมทั้งค่าใช้จ่ายที่ไม่ได้สูงลิบลิ่ว ทำให้นักท่องเที่ยวหลั่งไหลไปเที่ยว สปป.ลาวกันอย่างไม่หยุดยั้ง รายได้จากการท่องเที่ยวจึงเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนหลัก (key driver) ที่จะช่วยขับเคลื่อนการเติบโตเศรษฐกิจของประเทศซี่งจะทำให้เกิดการจ้างงาน และสร้างรายได้เข้าประเทศ ซึ่งเมื่อปี 2567 ปีแห่งการท่องเที่ยว (Visit Laos Year 2024) ทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติใน สปป.ลาว เพิ่มขึ้นจากปี 2566 ร้อยละ 21 เป็นมากกว่า 4.1 ล้านคน และจำนวนนักท่องเที่ยวในประเทศเพิ่มขึ้น ร้อยละ 102 เป็นมากกว่า 3 ล้านคน ธนาคารพัฒนาแห่งเอเชีย (Asian Development Bank-ADB) เผยแพร่การประเมินเศรษฐกิจของ สปป.ลาวปี 2568 เมื่อต้นเมษายน 2568 ว่า จะมีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ร้อยละ 3.9 ส่วนการเติบโตภาคบริการ เฉพาะอย่างยิ่งการขนส่ง และการท่องเที่ยวจะขยายตัวเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ เส้นทางรถไฟระหว่าง สปป.ลาวกับจีน…

ปัญหาผู้สูงอายุในสังคมไทยและแนวทางรับมือ

ในปัจจุบันถ้าเราเดินทางไปยังสถานที่สาธารณะไม่ว่าจะเป็นห้างสรรพสินค้า สวนสาธารณะ รถสาธารณะ หรือสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ เราจะพบว่ามีคนที่เดินผ่านเรา 1 ใน 5 คน เป็นกลุ่มคนผู้สูงอายุที่มีอายุ 60 + ขึ้นไป ข้อมูลของสํานักงานสถิติแห่งชาติของไทยซึ่งทําการสํารวจประชากรสูงอายุพบว่าประชากรไทยจํานวน 65.95 ล้านคน เป็นผู้สูงอายุถึง 14.03 ล้านคน หรือร้อยละ 20 ของประชากรทั้งประเทศ (ข้อมูลปี 2567) และมีจํานวนเด็กที่เกิดใหม่น้อยกว่าจํานวนผู้เสียชีวิต ทําให้ประชากรลดลง จึงมีการคาดการณ์ว่าในอีกประมาณ 60 ปี ข้างหน้าจํานวนประชากรอาจเหลือเพียงครึ่งหนึ่งจากปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 33 ล้านคน อัตราการเจริญพันธ์ุรวม (Total fertility Rate -TFR) ที่วัดจากสตรีเจริญพันธ์ุคนหนึ่งจะมีเด็กเกิดได้เพียง 1.16 คน โดยในปี 2567 ประเทศไทยกลายเป็นสังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ (Aged Society) ในระดับที่ 2 ตามการแบ่งระดับการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุขององค์การสหประชาชาติ (UN) 3 ระดับ คือ ระดับที่ 1…

วินาทีที่เกิดแผ่นดินไหว : เกิดอะไรขึ้นกับการบินของประเทศไทย

เมื่อเกิดแผ่นดินไหวขึ้นเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 หนึ่งในสิ่งที่ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงคือ “โครงสร้างพื้นฐาน” ซึ่งรวมถึงระบบการบินของประเทศด้วย แม้ว่าแผ่นดินไหวในประเทศไทยจะไม่รุนแรงเท่าประเทศในเขตวงแหวนไฟแปซิฟิกอย่างญี่ปุ่นหรือชิลี แต่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยก็เผชิญกับแผ่นดินไหวขนาดกลางถึงขนาดใหญ่

บทบาทสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสในมิติความมั่นคงมนุษย์ และต่างประเทศ

สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ประมุขแห่งคริสตจักรนิกายคาทอลิก สิ้นพระชนม์เมื่อปลายเมษายน 2568 ขณะที่กระบวนการคัดเลือกสมเด็จพระสันตะปาปาพระองค์ใหม่ก็เริ่มต้นขึ้นโดยได้รับความสนใจจากคริสต์ศาสนิกชนและทั่วโลก เพราะนอกจากจะเป็นการคัดเลือกบุคคลสำคัญที่เป็นผู้นำทางศาสนาแล้ว บทบาทของสมเด็จพระสันตะปาปายังมีอิทธิพลต่อบรรยากาศความมั่นคงระหว่างประเทศ  เฉพาะอย่างยิ่งด้านการส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและความมั่นคงมนุษย์ด้วย บทความนี้ขอแสดงความไว้อาลัยแก่สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ผู้ได้รับฉายาว่าเป็นโป๊ปสายก้าวหน้า และผู้สนับสนุนคนชายขอบในสังคมโลก โดยขอนำเสนอ “ผลงาน” ในมิติความมั่นคงระหว่างประเทศที่สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสได้ใช้เวลา 12 ปี ระหว่างการดำรงตำแหน่งสร้างความเปลี่ยนแปลงและคาดหวังว่าจะเป็นทิศทางที่ดีของศาสนจักรที่จะส่งเสริมสันติภาพและความมั่นคงของโลกต่อไป ขอเริ่มที่บทบาทของพระองค์กับการส่งเสริมแนวคิดความมั่นคงมนุษย์ ……. ความมั่นคงมนุษย์นั้นเป็นกระบวนทัศน์ที่เชื่อว่ารัฐและสังคมจะอยู่รอดปลอดภัยและปราศจากภัยคุกคามอันตรายได้ ก็ต่อเมื่อ “มนุษย์” ในสังคมรู้สึกปลอดภัย มีสิทธิและเข้าถึงทรัพยากรต่าง ๆ และความต้องการพื้นฐานได้อย่างเท่าเทียม แนวคิดที่ส่งเสริมความมั่นคงมนุษย์จะมีรากฐานส่วนใหญ่มาจากการให้ความสำคัญกับ “สิทธิ” ของมนุษย์ในสังคม ดังนั้น การที่สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ผู้มาจากอาร์เจนตินา ใช้บทบาทของพระองค์เพื่อการเรียกร้องสิทธิและโอกาสเท่าเทียมทางสังคมให้กลุ่มผู้อพยพ ชนกลุ่มน้อย คนยากไร้ และผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศ หรือ LGBTQ+ จึงเป็นผลงานที่โดดเด่นและสร้างความแตกต่างจากคริสตจักรสายอนุรักษ์นิยม จนทำให้สื่อต่างประเทศมอบฉายาโป๊ปสายก้าวหน้าแก่สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ซึ่งเป็นไปตามพระประสงค์ที่ท่านเลือกใช้พระนามว่า “Francis”  ในมาจากนามของนักบุญฟรังซิส ผู้ก่อตั้งคณะนักบวชฟรังซิสกัน ผู้สนใจและเอาใจใส่ผู้ด้อยโอกาส ส่งเสริมสันติภาพ และรักษ์สิ่งแวดล้อม บทบาทในมิตินี้โป๊ปก็เคยได้แสดงให้เห็นเด่นชัด ตอนที่เสด็จเยือนไทยอย่างเป็นทางการเมื่อพฤศจิกายน 2562 นอกจากการเข้าเฝ้าบุคคลสำคัญของไทย ท่านได้ประกอบพิธีสหบูชามิสซาเพื่อประชาสันบุรุษ ที่สนามกีฬาแห่งชาติศุภชลาศัย ในกรุงเทพฯ แล้ว…

หุ่นยนต์ : ผู้ช่วยของมนุษย์หรือคู่แข่งที่ยากจะต้านทาน

ขณะที่ทั่วโลกพูดถึงโอกาสที่มาพร้อมความก้าวหน้าของปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence – AI) ที่นับวันจะยิ่งล้ำสมัยจนยากเกินกว่าจินตนาการของเรา นวัตกรรมอีกอย่างที่เราได้ยินกันมานาน แม้อาจเงียบ ๆ ไปบ้างเมื่อมีเทคโนโลยีเกิดใหม่หลากหลายมากขึ้น ก็มีสัญญาณว่า จะมีพัฒนาการก้าวไกลไม่น้อยไปกว่า AI หรือเทคโนโลยีเกิดใหม่อื่น ๆ อีกทั้งยังเป็นนวัตกรรมที่เราจับต้องได้และพบเจอได้ในชีวิตประจำวันในลักษณะตัวเป็น ๆ เทคโนโลยีที่ว่าก็คือ หุ่นยนต์ที่มีลักษณะคล้ายมนุษย์ หรือหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ (humanoid robot) ที่จะมีความเหมือนมนุษย์มากขึ้นทุกทีทั้งรูปร่าง หน้าตา การเคลื่อนไหว การสื่อสาร และจะเกินหน้าเกินตามนุษย์ยิ่งขึ้น เมื่อควบรวมกับเทคโนโลยีเกิดใหม่อื่น ๆ เช่น AI หรือ machine learning ที่จะทำให้หุ่นยนต์ธรรมดา ๆ กลายเป็น intelligence robot ผู้ผลิตหุ่นยนต์ไม่ลดละที่จะพัฒนาหุ่นยนต์ เครื่องกลที่ผู้พัฒนาอยากให้มีชีวิต ให้ยิ่งเหมือนสิ่งมีชีวิตขึ้นไปทุกที ไม่ว่าจะเป็นหุ่นยนต์มนุษย์ หรือหุ่นยนต์สุนัข ในห้วงที่บริษัทเทคหน้าใหม่มุ่งมั่นกับการพัฒนา AI ให้ก้าวล้ำยิ่งขึ้น และในยุคปัจจุบันที่สงครามเทคโนโลยีระหว่างสองมหาอำนาจคู่แข่งคือ สหรัฐฯ กับจีน ทวีความเข้มข้นไม่ด้อยไปกว่าสงครามการค้า …หุ่นยนต์ นวัตกรรมที่จับต้องได้ จึงมีโอกาสจะเติบโตอย่างก้าวกระโดดและพัฒนาอย่างก้าวล้ำไม่ต่างไปจากเทคโนโลยีเกิดใหม่อื่น ๆ…

ภาษาบนป้าย : ความเปราะบางเล็ก ๆ ที่อาจต้องพึงระวัง

เมื่อเปิดรับการติดต่อกับต่างชาติไม่ว่าจะเป็นนักท่องเที่ยว นักธุรกิจ นักศึกษาที่เข้ามาชั่วครั้งชั่วคราวระยะสั้น หรืออยู่ยาวจนตั้งรกรากในประเทศ แน่นอนว่าต้องมีภาษาเป็นสะพานในการสื่อสาร ทั้งภาษาของตนเองหรือภาษาอังกฤษเป็นสื่อกลาง ซึ่งในฐานะภาษาสากล ภาษาอังกฤษทำหน้าที่ดังกล่าวมาเป็นอย่างดีในทุกแวดวง โดยที่แทบไม่มีประเทศใดตะขิดตะขวงใจกับอิทธิพลของภาษาอังกฤษทั้งภาษาพูดและภาษาเขียน ในไทยก็เช่นกัน   เราคุ้นตาและคุ้นชินกับป้ายร้านค้าหรือป้ายโฆษณาต่าง ๆ ที่ปรากฏภาษาไทยคู่กับภาษาอังกฤษมาตลอด จนมาระยะหลังที่เริ่มปรากฏภาษาต่างประเทศอื่นแซมอยู่กับภาษาไทยบ้างหรืออยู่โดด ๆ ซึ่งจะหนาตาขึ้นในย่านที่มีชาวต่างชาติเจ้าของภาษานั้น ๆ อาศัยอยู่หนาแน่น การปรากฏของภาษาต่างชาติคู่กับภาษาท้องถิ่นตามสถานที่ต่าง ๆ เป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นในทุกประเทศและ จะพบเจอบ่อยครั้งมากขึ้นตามจำนวนคนชาตินั้น ๆ และที่ผ่านมาแทบไม่ปรากฏข่าวการขัดกันในสังคม อันเนื่องจากการใช้ภาษาต่างชาติในประเทศต่าง ๆ …แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้น มาเลเซียเป็นตัวอย่างของประเทศที่เกิดความรู้สึกขัดใจในสังคมอันเนื่องมาจากการใช้ภาษาระหว่างภาษามลายูกับภาษาจีน ที่สร้างความไม่พอใจให้ชาวมาเลเซียเชื้อสายจีน ซึ่งก็เป็นประชากรของมาเลเซียไม่ต่างจากชาวมาเลเซียเชื้อสายมลายู เพียงแต่ว่าเป็นประชากรส่วนน้อยมีประมาณร้อยละ 22.6 ขณะที่ชาวมาเลเซียเชื้อสายมลายูเป็นประชากรส่วนใหญ่ของประเทศมีประมาณ 34 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 60 ของประชากรทั้งหมด ปัญหาที่ว่าเกิดขึ้นหลายครั้ง เช่น การขอให้ปลดป้ายภาษาจีนในย่านไชน่าทาวน์ ที่กัวลาลัมเปอร์ ขณะมีการจัดการประชุมที่ Kuala Lumpur City Hall เมื่อปีที่แล้ว หรือปี 2566 หรือการที่ทางการกัวลาลัมเปอร์บังคับใช้กฎหมายที่ระบุให้การโฆษณาต้องใช้ตัวอักษรภาษามลายูใหญ่กว่าภาษาอื่น ส่วนที่รัฐเปรักก็มีเหตุการณ์เกี่ยวกับป้ายภาษาจีนเช่นกัน โดยในการปรับปรุงสถานที่แห่งหนึ่งซึ่งมีป้ายภาษามลายูและภาษาจีนอยู่ด้วยกัน ระหว่างการปรับปรุงมีการนำป้ายภาษาจีนออก คงเหลือแต่ป้ายภาษามลายูเพียงป้ายเดียว…

ปรับกลยุทธ์แบรนด์เนม เมื่อสินค้าหรูต้องปรับตัวเพื่อความอยู่รอด

สินค้าแบรนด์เนมแม้จะได้ชื่อว่าเป็นสินค้าฟุ่มเฟือย แต่ในช่วงปี 2563-2566 เป็นช่วงที่ตลาดสินค้าแบรนด์เนมเติบโตอย่างต่อเนื่องสูงสุด หรือที่ร้อยละ 9 เนื่องจากแรงซื้อที่อัดอั้นมาจากช่วงแพร่ระบาดของโรคโควิด-19  ที่ทำให้การซื้อ-ขายสินค้าแบรนด์เนมหยุดชะงัก ดังนั้น การได้ครอบครองสินค้าเหล่านี้หลังจากวิกฤตคลี่คลาย ก็ได้ช่วยลดความตึงเครียดให้กับผู้บริโภคที่นิยมสินค้าแบรนด์เนมได้ นอกจากนี้ ผู้ซื้อบางรายเข้าสู่ตลาดนี้ด้วยบทบาทการเป็น “นักลงทุน” ที่หวังเก็งกำไรจากการขายสินค้าต่อ เพราะสามารถให้ผลตอบแทนมากถึง ร้อยละ 20 (ขึ้นอยู่กับสินค้าและระยะเวลา) แต่แน่นอนว่า ทุกการลงทุนย่อมมีความเสี่ยง เนื่องจากสถานการณ์เศรษฐกิจของโลกในปัจจุบันมีความไม่แน่นอนสูงขึ้น ทำให้ตลาดของแบรนด์เนมตกอยู่ในช่วงฝืดเคืองอีกครั้ง ตามวัฏจักรที่มีช่วงขาขึ้นและขาลง โดยที่วัฏจักรนี้อาจเกิดขึ้นเร็วกว่าที่คิด ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อบรรยากาศการเติบโตของสินค้าแบรนด์เนม คือ นโยบายทางการค้าที่เข้มงวดของสหรัฐอเมริกาที่ต้องการแข่งขันการค้ากับจีน และสงครามความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วโลกจนส่งผลกระทบต่อความแน่นอนทางการเมืองและเศรษฐกิจในหลายประเทศ ทั้ง 2 ปัจจัยส่งผลต่อการรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจโลก เพราะผู้ซื้อจึงเริ่มกังวลเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายที่อาจปรับตัวสูงขึ้น นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยจากเศรษฐกิจของจีนที่เติบโตช้าลง ทั้งที่ยังคงเป็นตลาดขนาดใหญ่ของโลก แต่ปัญหาอสังหาริมทรัพย์และการเติบโตของเศรษฐกิจโลกที่ไม่แน่นอน ทำให้ประชาชนชาวจีนเริ่มใช้จ่ายอย่างประหยัด และมองหาสินค้ามือสองหรือเปลี่ยนวิธีการจากการซื้อสินค้าแบรนด์เนม ไปเป็นการ “เช่า” มากขึ้น ดังนั้น ตลาดของสินค้าแบรนด์เนมจึงย้ายไปที่ประเทศที่มีเศรษฐีใหม่มากขึ้น เช่น อินเดีย หรือศูนย์กลางการบินและการชอปปิ้งอย่างสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ แม้จะมีตลาดใหม่ แต่ตลาดใหญ่อย่างจีนที่มีกำลังซื้อลดลง ทำให้การคาดการณ์รายได้ของหลายแบรนด์หรูลงลงเหลือเพียงร้อยละ  5.5 เท่านั้น เพื่อเตรียมรับมือกับแนวโน้มดังกล่าว…

ความมั่นคงไทยในมิติแรงงาน การศึกษา และสร้างอาชีพ

ความไม่แน่นอนทางการเมือง เศรษฐกิจ และสถานการณ์ความขัดแย้งในต่างประเทศ ส่งผลให้ประเทศไทยเสี่ยงเผชิญภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ บริษัทจำนวนมากต้องปรับตัวเพื่อความอยู่รอด หลายบริษัทจำเป็นต้องปรับต้นทุนด้วยการลดจำนวนพนักงาน เพื่อลดค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือน พนักงานหลายคนถูกยกเลิกการจ้างงาน สถานการณ์เมื่อปี 2567 มีตัวเลขสำนักงานสถติติแห่งชาติ ระบุว่าอัตราการว่างงานของคนไทยอยู่ที่ 300,000 คน ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่ยังต้องดิ้นรนหางานและหารายได้ในสังคม แต่เมื่อพิจารณาดูอีกที…พวกเขาเหล่านี้อาจยังมีโอกาสที่ดีกว่าเหล่านักศึกษาที่กำลังจะจบการศึกษาเป็นบัณฑิตจบใหม่ เพราะ HR หรือแผนกพัฒนาบุคคลของแต่ละแหล่งงานส่วนใหญ่ต้องการคุณสมบัติของพนักงงานใหม่ที่มาพร้อมกับ “ประสบการณ์” เมื่อนักศึกษาจบใหม่ เป็นกลุ่มแรงงานใหม่ที่พร้อมเข้าสู่ตลาด แต่ยังขาดประสบการณ์ในการทำงานจริง จึงทำให้บัณฑิตจบใหม่จำนวนมากไม่สามารกหางานทำได้ มีข้อมูลจากสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติของประเทศไทย สำรวจและพบว่า บัณฑิตจำนวน ร้อยละ 65 ที่จบใหม่ หางานทำยังไม่ได้ หรือการหางานประจำนั้นต้องใช้เวลานานถึง 1 ปี จึงจะได้งาน …ซึ่งปัญหาสังคมที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงมนุษย์ (human security) ในระยะยาวนี้ ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในประเทศไทย แต่เกิดขึ้นทั่วโลก โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียที่มีกลุ่มคนวัยแรงงานเป็นประชากรจำนวนมากของประเทศ ปรากฏการณ์นี้สร้างความน่าแปลกใจไม่น้อย เพราะในปัจจุบันเราเห็นกันว่า มีอาชีพใหม่เกิดขึ้นมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการสร้างตัวตนผ่านช่องทางออนไลน์ อาชีพ content creator หรือการทำงานฟรีแลนซ์ ซึ่งเป็นช่องทางที่สร้างรายได้ได้มหาศาล แต่แรงงานอีกร้อยละ 48 ยังคงเป็นแรงงานที่ต้องทำงานประจำ เพราะสายอาชีพอย่าง…

ซอฟต์พาวเวอร์ไทย : เครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ และซีรีส์วาย

  นโยบายซอฟต์พาวเวอร์เป็นนโยบายที่รัฐบาลต้องการผลักดันให้เป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ โดยเริ่มผลักดันซอฟต์พาวเวอร์ด้านอาหารด้วยการอบรมเพิ่มทักษะอาชีพให้กับประชาชนผู้สนใจ และเตรียมดำเนินโครงการอบรมโค้ชสอนมวยไทย รวมทั้งได้เตรียมแผนงาน เช่น สื่อบันเทิง งานประเพณี แฟชั่น เพื่อประชาสัมพันธ์ซอฟต์พาวเวอร์ไทยให้เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก ทั้งนี้ ดัชนีชี้วัดศักยภาพซอฟต์พาวเวอร์ของโลก “Global Soft Power Index 2025” พบไทยได้คะแนนอยู่ในอันดับที่ 39 ของโลก จากทั้งหมด 193 ประเทศ และเป็นอันดับ 3 ของประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ซึ่งสะท้อนว่าไทยได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ “ซีรีส์วาย” …. ของไทยไปได้ไกล สื่อต่างประเทศนำเสนอเรื่องซอฟต์พาวเวอร์ของไทยหลายด้าน และเห็นตรงกันว่าซอฟต์พาวเวอร์ของไทยที่มีศักยภาพในการเติบโตเป็นเอกลักษณ์ และสร้างมูลค่ามหาศาลให้เศรษฐกิจไทยได้คือ วัฒนธรรมร่วมสมัย (Pop Culture) ประเภทสื่อบันเทิง ได้แก่ ซีรีส์และภาพยนต์ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับความสัมพันธ์ความรักระหว่างเพศเดียวกันที่รู้จักกันดีในชื่อ “ซีรีส์วาย” ทั้งแนวชายรักชาย (Boy’s Love) และหญิงรักหญิง (Girl’s Love) และเพลงป๊อปไทย (T-pop) แม้สื่อบันเทิงดังกล่าวของไทยจะได้รับอิทธิพลมาจากสื่อบันเทิงเกาหลีใต้ที่เป็นผู้นำในอุตสาหกรรมสื่อบันเทิงมายาวนาน แต่สื่อบันเทิงดังกล่าวของไทยมีเอกลักษณ์เฉพาะ ซึ่งทำให้อุตสาหกรรมซีรีส์วายของไทยสามารถเติบโตได้แบบก้าวกระโดด และกลายเป็นประเทศผู้นำในด้านอุตสาหกรรมซีรีส์วาย โดยมูลค่าตลาดซีรีส์วายของไทยในปี 2568 ประเมินว่าจะมีมูลค่า 4,900 ล้านบาท…