ประเมินแนวโน้มการก่อการร้ายปี 2567

แม้ว่าความท้าทายและอันตรายจากการก่อการร้ายจะไม่ได้ถูกจัดให้เป็นความกังวลอันดับแรก ๆ ของสหรัฐอเมริกาอีกต่อไปแล้ว แต่ความท้าทายจากการกระทำที่เป็นการก่อการร้าย หรือ act of terror ยังมีอยู่ โดยเฉพาะในกลุ่มที่มีแนวคิดสุดโต่ง (extremist)

สัมพัทธ์วัฒนธรรมบอลลีวูด (Bollywood Cultural Relativism) เส้นทางสู่ชัยชนะของ นเรนทรา โมดี

การเลือกตั้งทั่วไปของอินเดียที่จะมีขึ้นในห้วงเดือนเมษายน – พฤษภาคม 2567  จะส่งผลให้ได้นายกรัฐมนตรีคนใหม่ ซึ่งอาจหน้าเดิม? โดยนายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี คนปัจจุบันดำรงตำแหน่งนี้มาแล้วถึง 2 สมัย ช่วงปี  2557 – 2567 และขณะนี้นายโมดีกำลังเตรียมตัวหาเสียงเลือกตั้งครั้งใหม่นี้อยู่ โดยนายโมดีนั้นมีฐานเสียงจำนวนมากที่เป็นทั้งชาวอินเดียคนรุ่นเก่า คนรุ่นกลาง และคนรุ่นใหม่ นเรนทรา โมดี มีดีอย่างไร ถึงครองใจประชาชนอินเดียยาวนานกว่าทศวรรษ นายนเรนทรา ดาโมดาร์ดาส โมดี (Narendra Damodardas Modi) เป็นนายกรัฐมนตรีของประเทศอินเดีย ประเทศประชาธิปไตยที่ใหญ่ที่สุดของโลก และเป็นหัวหน้าพรรคภารตียชนตา หรือ Bharatiya Janata Party (BJP) พรรคการเมืองที่ใหญ่ที่สุดในอินเดีย อีกทั้งโมดียังเป็นผู้นำคนแรกของอินเดียที่นำศาสนาและความรักชาติมาผนวกกัน ทั้งๆ ที่รัฐธรรมนูญของอินเดียนั้นระบุอย่างชัดเจนว่าอินเดียเป็นประเทศที่ไม่มีศาสนาประจำชาติ (secular state) ทำให้เกิดปรากฏการณ์ใหม่ จนสังคมอินเดียในยุคก่อนโมดีและหลังโมดีแตกต่างกันอย่างมาก ไม่ว่าในเชิงภูมิรัฐศาสตร์ เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และความคิดของคนในชาติ และเป็นสิ่งที่ยากที่จะหาผู้นำประเทศที่มีความเด็ดขาดในการใช้อำนาจ การออกกฎหมาย และมีบารมีที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในทุกด้านเช่นในขณะนี้ …….นเรนทรา…

VUCA และ BANI World คืออะไร เหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร

 ……ในโลกที่ทุกอย่างมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งการแข่งขันของมหาอำนาจ เทคโนโลยี ภาวะโลกรวน  และภัยคุกคามรูปแบบใหม่ที่มีความยากต่อการคาดเดา มีปฏิสัมพันธ์ที่ซับซ้อนระหว่างกัน และมีพลวัตสูง ส่งผลให้หลายฝ่ายพยายามจะหารูปแบบหรือคำจำกัดความที่สะดวกต่อการเริ่มต้นทำความเข้าใจโลกในลักษณะนี้ ในจำนวนชุดการอธิบายทั้งหลาย ผู้เขียนเห็นว่ามี 2 คำอธิบายที่น่าสนใจคือ VUCA World และ BANI World …. VUCA World มีพัฒนาการมาจากหลังเหตุการณ์ 9/11โดย The United States Army War College ให้เป็นคำจำกัดความลักษณะของโลกที่เอาไว้เตรียมพร้อมทักษะ แนวทางและพฤติกรรมใหม่ ๆ เพื่อรับมือกับภัยคุกคามทุกรูปแบบ โดยเป็นการประกอบขึ้นของแนวคิด V-Volatility (ความผันผวนจากความเร็วในการเปลี่ยนแปลง) U-Uncertainty (ความไม่แน่นอนจากการขาดข้อมูลที่มีประสิทธิภาพและทันเวลา) C-Complexity (ความซับซ้อนจากภัยคุกคามที่ไม่ได้แยกขาดกันอย่างในอดีตแต่เชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบ ทำให้การวิเคราะห์ทำได้ยากลำบากขึ้น) และ A-Ambiguity (ความคลุมเครือจากการขาดความชัดเจน การตีโจทย์ หรือความเห็นที่หลากหลายของการดำเนินการ) ส่วน BANI World เป็นกรอบคิดที่พยายามอธิบายและพยากรณ์โลกยุคใหม่ ถูกคิดค้นโดย Jamais Cascio นักอนาคตวิทยาและนักพฤติกรรมศาสตร์ชาวอเมริกัน โดยเสนอแนวคิดว่าหลายสิ่งในโลกแตกสลายได้ง่าย และก่อให้เกิดผลกระทบเป็นวงกว้างไปทั่วโลกโดยเป็นการประกอบขึ้นของแนวคิด……

เขตการปกครองลุ่มน้ำ

รู้หรือไม่ว่าประเทศไทยเรามีการแบ่ง “ภาค” ได้หลายแบบ ปัจจุบันประเทศไทยมี 76 จังหวัด และกรุงเทพมหานคร แต่หากแบ่งตามภูมิภาคจะแบ่งได้ 6 ภาค หากแบ่งตามภาคการท่องเที่ยวก็จะมีอยู่ 5 ภาค ซึ่งไม่มีภาคตะวันตก สำหรับด้านสภาพอากาศกรมอุตุนิยมวิทยาแบ่งประเทศไทยออกเป็น 7 ภาค โดยแยกภาคใต้ออกเป็นสองส่วนตามชายฝั่งทะเลทั้ง 2 ส่วน คือ ชายฝั่งอ่าวไทยและฝั่งอันดามัน รวมถึงแยกพื้นที่ภาคกลางในส่วนกรุงเทพและปริมณฑลออกมา นอกจากนั้นยังสามารถแบ่งประเทศไทยตามเขตวัฒนธรรมประเพณีเป็น 4 ภาค ในส่วนของการขนส่ง ไปรษณีย์มี 9 ภาค ส่วนสำนักชลประทานมี 16 ภาค อ้างอิงกับพื้นที่แหล่งน้ำและระบบควบคุมน้ำ สำหรับการแบ่งเขตเหล่านี้อ้างอิงตามเขตการปกครองจังหวัด ขึ้นอยู่กับขอบเขตการแบ่งในภาพรวม ……..การแบ่งเขตการปกครองในแต่ละรูปแบบก็เพื่อให้สอดคล้องกับฐานข้อมูลและการบริหารจัดการในแต่ละบริบท แต่ด้วยบริบทของภูมิประเทศของไทยยังมีแหล่งทรัพยากรสำคัญที่ไม่อ้างอิงตามเขตการปกครอง แต่ส่งผลกระทบต่อกิจกรรมการบริหารอย่างมาก นั่นคือ “การแบ่งเขตลุ่มน้ำ” เพราะน้ำ เป็นทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญและเกี่ยวเนื่องกับทุกสิ่งตั้งแต่การดำรงชีวิต อุตสาหกรรม การท่องเที่ยว ขนส่ง ประเพณีและวัฒนธรรม เดิมประเทศไทยแบ่งพื้นที่ลุ่มแม่น้ำออกเป็น 25 ลุ่มน้ำ โดยอ้างอิงจากภูมิศาสตร์ของสันปันน้ำ ที่รับน้ำลงสู่แม่น้ำสายสำคัญต่างๆ ไม่ได้กินพื้นที่เฉพาะพื้นที่ผิวน้ำของแหล่งน้ำเท่านั้น แต่หมายถึงพื้นที่ราบและพื้นที่สูงตั้งแต่ยอดเขา เนินดินที่ราบสูง…

ธุรกิจค้าเส้นผมในเมียนมา

เอกลักษณ์ความงามของหญิงสาวชาวเมียนมาเป็นที่รู้จักกันดี โดยนอกจากจะเป็นเรื่องผิวพรรณที่เนียนละเอียดเกลี้ยงเกลาแล้ว อีกอย่างหนึ่งคือเส้นผมที่เงางามดำขลับ ที่มองกันว่าเปล่งประกายและงามสลวย อีกทั้งเส้นผมยังคือความงามและศักดิ์ศรีของความเป็นสตรี เส้นผมยาวดำขลับของหญิงสาวชาวเมียนมาจึงถือว่าเป็นของสูง เป็นของศักดิ์สิทธิ์ที่มีความเกี่ยวข้องกับศรัทธาในศาสนาด้วย แต่สภาพชีวิตของชาวเมียนมาส่วนใหญ่ยังคงเผชิญความยากจน อดมื้อกินมื้อ และสถานการณ์บ้านเมืองที่ไม่สงบ จึงมีใครหลายคนยอมจะสูญเสียผมที่ไว้ยาวมาตั้งแต่เด็กแลกกับเงินตรา เพื่อปากท้องและความอยู่รอดของครอบครัว ในช่วง 2 ทศวรรษที่ผ่านมาว่ากันว่าการค้าเส้นผมมนุษย์(human hair)ในเมียนมาเฟื่องฟูมาก และเป็นที่ต้องการของตลาดต่างประเทศในลำดับต้นๆ ดังนั้น ธุรกิจรับซื้อเส้นผมจึงกระจัดกระจายอยู่หลายแห่งในเมียนมา ไม่ว่าจะเป็นร้านตัดผม เพิงเล็กในตลาด หรือรับซื้อที่บ้าน ลูกค้าส่วนใหญ่คือหญิงสาวที่ทำงานในโรงงาน สาเหตุเพราะต้องการเงินเพื่อใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน หรือรวมถึงทำบุญด้วย ทั้งนี้เคยเกิดเหตุการณ์ผู้หญิงนับหมื่นยอมตัดผมขายเพื่อนำเงินมาสร้างวัด ถนน หรือสะพาน สะท้อนให้เห็นว่าการที่หญิงสาวจำนวนมากยอมสละสิ่งที่สูงค่าอย่างเส้นผมเพื่อจะได้นำเงินไปทำบุญ แม้จะขัดสนเงินทองก็เพราะยังมีศรัทธาเหนียวแน่นและลึกซึ้งในพุทธศาสนา ……มีรายงานระบุว่าธุรกิจการส่งออกเส้นผมในเมียนมาสามารถขยายตัวอย่างรวดเร็วเป็นอันดับ 3 ของโลก รองจากอินเดียและตูนีเซีย ซึ่งการซื้อขายเส้นผมแต่ละครั้งจะมีการเจรจาต่อรองราคา หากตกลงราคากันได้แล้วผู้รับซื้อจะใช้ไม้เมตรวัดความยาวของผม และสำรวจคุณภาพเส้นผมอย่างละเอียด จากนั้นจะใช้กรรไกรตัดแยกออกทีละช่อนำมาชั่งอย่างระมัดระวังด้วยเครื่องชั่งโบราณแบบละเอียดที่ใช้สำหรับชั่งทองคำ สำหรับจำนวนเงินที่หญิงสาวได้รับจะไม่ต่ำกว่า 2,000 – 3,000 บาท ด้วยจำนวนเงินนี้อาจจะสามารถต่อชีวิตให้พวกเธอได้ไปอีกหลายวันหรือเป็นเดือน ซึ่งเป็นจำนวนเงินที่ค่อนข้างมากหากเทียบกับค่าแรงขั้นต่ำของประเทศเมียนมา ที่มีค่าแรงขั้นต่ำไม่ถึง 100 บาทต่อวัน เส้นผมที่ถูกตัดมาตามสถานที่ต่างๆ จะถูกส่งมายังโรงงานเพื่อนำมาแปรรูปเป็นวิกผมและแฮร์พีส มีกรรมวิธีเริ่มต้นด้วยการล้างทำความสะอาดและฆ่าเชื้อ ต่อมานำผมไปตากแห้ง ด้วยแสงแดดซึ่งเป็นการตากแห้งตามวิธีธรรมชาติ หากผมแห้งสนิทแล้วจะนำมาแบ่งเป็นช่อ มีการใช้เครื่องมือคล้ายแปรงขนาดใหญ่ในการคัดเลือกเส้นผมที่แข็งแรง…

ประเทศอาหรับกับข้อหา “sportswashing” : การเป็นภัยคุกคามหน้าประตูบ้านของชาวตะวันตก

“sportswashing” หรือการใช้กิจกรรมกีฬาเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของสาธารณชนออกไปจากประเด็นอื้อฉาว คือข้อหายอดนิยมที่สื่อมวลชนของประเทศตะวันตกใช้วิพากษ์วิจารณ์ เมื่อประเทศอาหรับ โดยเฉพาะกาตาร์และซาอุดีอาระเบีย มีบทบาทสำคัญในการแข่งขันกีฬาระดับโลก เช่น เมื่อกาตาร์เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตบอลโลกปี 2022 นอกจากนั้นยังมีตัวอย่างข้อกล่าวหาเรื่อง sportswashing อีกมากมาย เช่น เมื่อกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ (sovereign wealth fund) ของซาอุดีอาระเบีย ริเริ่มจัดการแข่งขันกอล์ฟ LIV Golf เพื่อแข่งขันกับพีจีเอทัวร์ของสหรัฐอเมริกา หรือเมื่อกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติของกาตาร์และซาอุดีอาระเบียซื้อสโมสรฟุตบอลชื่อดังในฝรั่งเศสและอังกฤษ กาตาร์และซาอุดีอาระเบีย เป็นประเทศเป้าหมายหลักของการโจมตี กาตาร์ถูกสื่อตะวันตกวิพากษ์วิจารณ์ว่าทุ่มงบประมาณจำนวนมากเพื่อเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลก เพื่อสร้างภาพลักษณ์เชิงบวกที่จะหันเหความสนใจของประชาคมโลกจากการละเมิดสิทธิมนุษยชนในประเทศ โดยเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวข้องกับสิทธิสตรีและ LGBT และการกดขี่แรงงานต่างชาติ ซาอุดีอาระเบียก็ตกเป็นเป้าหมายในลักษณะเดียวกัน การจัดแข่งกอล์ฟ LIV Golf ในสหรัฐอเมริกา และการซื้อสโมสรฟุตบอลนิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ในอังกฤษ โดนสื่อมวลชนตะวันตกวิจารณ์ว่าเป็นการลงทุนเพื่อ “sportswashing” ที่พยายามหันเหความสนใจของประชาคมโลกจากประเด็นด้านการละเมิดสิทธิมนุษยชนในประเทศ นักวิชาการบางส่วนให้ความเห็นว่าสื่อตะวันตกมุ่งเป้าวิจารณ์ประเทศอาหรับด้วยข้อหา “sportswashing” แต่เพิกเฉยกับการกระทำในลักษณะเดียวกันของประเทศโลกตะวันตก ประเทศตะวันตกก็มีปัญหาต่าง ๆ เช่นกัน และพยายามใช้กีฬาเพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดี แต่กลับไม่เคยโดนวิจารณ์ในข้อหา “sportswashing” เลย ……..นักวิชาการกลุ่มนี้เห็นว่าเป็นผลมาจากวิธีคิดแบบ moral superiority ที่ประเทศตะวันตกมองว่าตนมีความเหนือกว่าทางศีลธรรม…

ชายแท้แบบปูติน : การทาบทับของภาพลักษณ์ทางการเมืองแบบ masculinity ของประธานาธิบดีรัสเซียกับรสนิยมของชาวอเมริกันฝ่ายอนุรักษ์นิยม

ภาพลักษณ์ทางการเมืองของประธานาธิบดีวลาดีเมียร์ ปูติน ในสายตาของชาวรัสเซีย เป็นภาพลักษณ์ของความเป็นชาย (masculinity) ปูตินเป็นผู้นำที่เป็นสัญลักษณ์ของ ‘อำนาจ’ ‘ความร่ำรวย’ ‘ค่านิยมครอบครัวแบบดั้งเดิม’ ‘ความเข้มแข็งแบบทหาร’ และ ‘ความรักชาติ’…….ภาพลักษณ์ความเป็นชายของปูตินแบบนี้เป็นภาพลักษณ์ที่ทรงพลังและเป็นที่นิยมในหมู่ชาวรัสเซีย และก็แพร่กระจายไปทั่วโลกด้วย ภาพดังกล่าวอาจจะถูกสร้างขึ้นอย่างจงใจด้วยฝีมือของทางการรัสเซีย ที่เผยแพร่ภาพถ่ายแสดงกิจกรรมแบบชายแท้ของประธานาธิบดีปูตินออกมาอยู่เรื่อย ๆ (ภาพที่คุ้นตาคือเปลือยหน้าอกออกล่าสัตว์) แต่ความนิยมของภาพลักษณ์นี้ที่เกิดขึ้นในต่างประเทศนั้นเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติ โดยภาพลักษณ์ของปูตินในฐานะผู้นำในหมู่ชาวตะวันตกคือผู้มีบุคลิกเด่นชัดตรงที่มีความเป็นชายแท้ และน่าสนใจตรงที่ว่าชาวตะวันตกทั้งคนที่ชื่นชอบรัสเซียและเกลียดรัสเซียล้วนรับเอาภาพความเป็นชายของประธานาธิบดีปูตินอย่างเป็นเอกฉันท์ เมื่อมองจากมุมของฝ่ายที่ไม่ชอบรัสเซีย ประธานาธิบดีปูตินถูกตัดสินว่าเป็นปฏิปักษ์ต่อประชาธิปไตย เป็นผู้ต้องการฟื้นฟูสหภาพโซเวียต เป็นอดีตเคจีบีที่มีนิสัยอันธพาล คลั่งชาติ และนิยมทหาร สื่อมวลชนสายเสรีนิยมในสหรัฐอเมริกามักเผยแพร่รูปภาพของปูตินที่มีส่วนร่วมในกิจกรรมแบบชายแท้ โดยเฉพาะการล่าสัตว์ และนำเสนอภาพว่าเขาไม่ชอบ LGBT และผู้หญิง สื่อฝั่งนี้ใช้ภาพลักษณ์ชายแท้ของปูติน เพื่อสร้างภาพว่าเขาเป็นภัยคุกคามที่ทรงพลัง และเป็นอันตรายโดยตรงต่อสหรัฐฯ โดยเฉพาะต่อค่านิยมเสรีนิยมและประชาธิปไตย บางครั้งจึงมีการเสียดสีโดยทำภาพล้อเลียนให้ปูตินดูเป็นสตรี หรือ LGBT เพื่อทำลายภาพความเป็นชายแท้ของเขา (ซึ่งเป็นการล้อที่แฝงนัยการเหยียดสตรีและ LGBT ไปด้วยโดยไม่ตั้งใจ) สื่อสายเสรีนิยมในสหรัฐฯ ยังเชื่อมโยงภาพลักษณ์ชายแท้ของปูตินเข้ากับอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โดยส่งข้อความว่าทรัมป์เป็นคนอ่อนแอ ตกอยู่ภายใต้การควบคุมของปูติน ซึ่งได้รับการมองว่าแข็งแกร่งกว่า ในขณะเดียวกัน ประธานาธิบดีปูตินก็ได้รับความชื่นชมจากกลุ่มอนุรักษ์นิยมในโลกตะวันตก โดยเฉพาะในสหรัฐฯ ฝ่ายอนุรักษ์นิยมที่ชื่นชมภาพลักษณ์ชายแท้ของปูติน คนกลุ่มนี้มักจะเป็นกลุ่มคนที่ผิดหวังกับการเมืองในประเทศของตนเอง รู้สึกสิ้นหวังว่าสหรัฐฯ กำลังถูกคุกคาม…

กฎหมายทางทะเลของฟิลิปปินส์อาจเพิ่มความขัดแย้งกับจีน

ฟิลิปปินส์เป็นประเทศที่ประกอบด้วยหมู่เกาะจำนวนมากและรอบล้อมด้วยมหาสมุทร รวมทั้งทะเล ด้วยลักษณะภูมิศาสตร์เช่นนี้ทำให้ประเทศฟิลิปปินส์ให้ความสำคัญกับความมั่นคงปลอดภัยและการบริหารจัดการทรัพยากรในทะเลอย่างมาก โดยตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา ฟิลิปปินส์เป็นหนึ่งในประเทศที่อ้างกรรมสิทธิ์ในพื้นที่พิพาทบริเวณทะเลจีนใต้ เนื่องจากมีน่านน้ำหลายส่วนที่ติดอยู่กับอาณาเขตของฟิลิปปินส์  รัฐบาลทุกยุคสมัยของประเทศนี้จึงไม่เคยละทิ้งความพยายามที่จะปกป้องผลประโยชน์ของชาติที่อยู่ในทะเล เพราะผลประโยชน์เหล่านี้เชื่อมโยงกับบูรณภาพแห่งดินแดน ทรัพยากรธรรมชาติ และเศรษฐกิจของประเทศ ดังนั้นเพื่อรักษาผลประโยชน์ของตน ฟิลิปปินส์ได้ผลักดันร่างกฎหมายชื่อว่า Maritime Zones Act เพื่อกำหนดอาณาเขตทางทะเลของฟิลิปปินส์ให้ชัดเจนขึ้น ทั้งน่านน้ำภายใน (internal waters) น่านน้ำหมู่เกาะ (archipelagic waters) ของรัฐหมู่เกาะน่านน้ำอาณาเขต (territorial waters) เขตต่อเนื่อง (contiguous zone) เขตเศรษฐกิจจำเพาะ (Exclusive Economic Zone) และไหล่ทวีป (Continental Shelf) การผลักดันกฎหมายนี้เริ่มต้นตั้งแต่พฤษภาคม 2566 และเมื่อต้น มีนาคม 2567 วุฒิสภาของฟิลิปปินส์ได้เห็นชอบผ่านไปแล้ว แปลว่ากฎหมายนี้มีโอกาสบังคับใช้ได้ในอีกไม่นาน การจัดทำกฎหมาย Maritime Zones Act ไม่ใช่เรื่องใหม่ที่ฟิลิปปินส์อยู่ดี ๆ ก็จัดทำขึ้นมา เพราะกฎหมายในลักษณะเดียวกันและชื่อเดียวกันนี้เคยถูกจัดทำขึ้นในหลายพื้นที่ทั่วโลก เพราะต้องการใช้กฎหมายหรือเอกสารนี้เป็นใบรับรองสิทธิและอำนาจในการจัดการทรัพยากรทางทะเล ซึ่งเป็นทรัพยากรสำคัญมาโดยตลอด เพราะพื้นที่ทางทะเลประกอบด้วยทรัพยากรแบบมีชีวิตและไม่มีชีวิต และยังเป็นพื้นที่ที่เต็มไปด้วยกิจกรรมต่าง ๆ…

Fast Fashion จะปัง หรือพัง

โลกาภิวัตน์ (Globalization) มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมและวิถีชีวิตของผู้คนในสังคมหลากหลายด้าน หนึ่งในนั้นคือ กระแสความนิยมที่เป็นผลมาจากการเสพสื่อและการอาศัยอยู่ในโลกดิจิทัล ซึ่งแฟชั่น (Fashion) ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ได้รับผลมาจากการเปลี่ยนแปลงของสังคม โดยในแต่ละสังคม แต่ละยุคสมัยก็จะมีวิธีการหรือสไตล์ในการแต่งกายที่แตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับวัฒนธรรมและค่านิยมของสังคมนั้น ๆ แต่เมื่อโลกก้าวเข้าสู่ยุคโลกาภิวัตน์มากขึ้น มีการเชื่อมต่อและแลกเปลี่ยนกันผ่านทางอินเทอร์เน็ตอย่างรวดเร็ว เกิดการผสมผสานทางวัฒนธรรมและมีรูปแบบการแต่งกายที่คล้ายคลึงกันมากขึ้น ความนิยมที่เพิ่มขึ้นในอุตสาหกรรมเสื้อผ้าทำให้เกิดเป็น “กระแสฟาสต์แฟชั่น” (Fast Fashion) โดยฟาสต์แฟชั่นเป็นธุรกิจที่เน้นการขายเสื้อผ้าราคาถูก มีต้นทุนการผลิตต่ำ และมีคอลเลคชั่นใหม่ ๆ ที่มีความทันสมัยออกมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสามารถจูงใจให้ผู้บริโภคซื้อเสื้อผ้ามากขึ้นแต่สวมใส่เพียงไม่กี่ครั้งและซื้อใหม่ จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่ฟาสต์แฟชั่นเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่ใหญ่ที่สุดในโลกและสร้างผลกระทบต่อโลกอย่างมากมายเช่นเดียวกัน อุตสาหกรรมฟาสต์แฟชั่นเติบโตอย่างน่าทึ่งในช่วงต้นของศตวรรษที่ 21 ซึ่งส่งผลต่อความต้องการในการบริโภคเสื้อผ้าที่มาจากกระบวนการฟาสต์แฟชั่นของผู้คนที่เพิ่มมากขึ้นทั่วโลก รายงานของ United Nations Economic Commission for Europe (UNECE) เปิดเผยว่าอุตสาหกรรมแฟชั่นสร้างมูลค่ามากกว่า 2.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ และยังเป็นอุตสาหกรรมที่มีการสร้างงานมากกว่า 75 ล้านตำแหน่งทั่วโลก ซึ่งปัจจุบันอุตสาหกรรมเสื้อผ้ามีการเพิ่มขีดความสามารถในการผลิตขึ้นเป็นสองเท่า เนื่องจากความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ อัตราการบริโภคเสื้อผ้าฟาสต์แฟชั่นเมื่อเทียบกับ 15 ปีที่ผ่านมานั้น พบว่า ผู้บริโภคซื้อเสื้อผ้าเพิ่มมากขึ้นถึง 60 เปอร์เซ็นต์ และมีการคาดการณ์ว่าอุตสาหกรรมฟาสต์แฟชั่นในอนาคตจะขยายตัวกว้างมากขึ้นในตลาดเสื้อผ้า เพราะสามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคได้อย่างดี…

“คนผิวเผือก” ชีวิตที่เลือกเกิดไม่ได้

คนผิวเผือกจะมีตัวที่ขาวซีด เรือนผมและดวงตามีสีจาง ซึ่งเป็นโรคทางพันธุกรรมที่ส่งผลให้ร่างกายไม่อาจผลิตเม็ดสีได้ และมักเกิดมาพร้อมกับปัญหาสุขภาพ ฉะนั้นแสงจึงเป็นศัตรูตัวฉกาจ เพราะเมื่อปราศจากเม็ดสีในร่างกาย พวกเขาจึงไวต่อแสงมาก ทำให้ไม่สามารถอยู่ท่ามกลางแสงแดดได้เป็นเวลานาน อีกทั้งยังเผชิญความเสี่ยงจะเป็นมะเร็งผิวหนังมากกว่าคนทั่วไปถึงพันเท่า …..แต่ที่น่าเห็นใจในชะตาของคนเหล่านี้ยังมียิ่งกว่านั้น คือการที่บางคนต้องเผชิญกับการถูกคุกคามจากผู้ที่เชื่อเรื่องไสยศาสตร์มนต์ดำในแอฟริกา ซึ่งบางครั้งนำไปสู่การถูกทำร้ายหรือฆาตกรรม โดยคนผิวเผือกจำนวนมากถูกทรมานและสังหาร เพราะมีความเชื่อกันว่าชิ้นส่วนจากร่างกายที่มีสีผิวผิดแผกจะนำความโชคดีมาให้ ทั้งนี้ในทวีปยุโรปและอเมริกาเหนือมีอัตราการเกิดคนผิวเผือกจะมีเพียง 1 ใน 20,000 คนเท่านั้น ซึ่งเป็นภาวะที่หาได้ยาก แต่ในแอฟริกามีอัตราการเกิดอยู่ที่ 1 ใน 5,000 คน โดยแทนซาเนียคือประเทศที่มีจำนวนประชากรผิวเผือกมากที่สุด (ทุกๆ 1 ใน 1,400 คน) นั่นไม่ได้แปลว่าผู้คนจะยอมรับมันได้ เพราะด้วยเหตุที่มีฐานะประเทศยากจนอันดับต้นๆ ของโลก ผู้คนส่วนใหญ่จึงเข้าไม่ถึงการศึกษา ทำให้ยังไม่เข้าใจถึงโรคทางพันธุกรรม ดังนั้นผู้คนส่วนใหญ่จึงเชื่อว่าการมีผิวเผือกคือพลังอำนาจวิเศษ หากผู้ใดได้ครอบครองอวัยวะหรือชิ้นส่วนร่างกายของคนผิวเผือกแล้วจะนำพาโชคดีมาให้ บ่อยครั้งเกิดการลักพาตัวทารกหรือเด็กๆ บางรายถูกฆาตกรรม หรือบางรายถูกทำให้พิการ เมื่อปี 2549 มีคนผิวเผือกถูกสังหารอย่างน้อย 76 คน นิ้วมือ แขน และขาพวกเขา ถูกตัดไปทำพิธีกรรม เครื่องรางของขลัง แม้กระทั่งเลือดก็ถูกเก็บไปทำน้ำมนต์ …….แต่ละหมู่บ้านที่ห่างไกลของแอฟริกายังมีผู้คนที่ยึดมั่นในไสยศาสตร์มนต์ดำ โดยแต่ละหมู่บ้านจะมีหมอผีประจำหมู่บ้าน ซึ่งหมอผีเหล่านี้จะมีบทบาทสำคัญในฐานะแพทย์ผู้รักษาอาการเจ็บป่วยของผู้คนด้วยพืชสมุนไพร…