The Intelligence Year Review: ประเด็นตอลีบัน อัฟกานิสถาน และนัยยะต่อโลก โดย ผศ.ดร. มาโนชญ์ อารีย์

 ประเด็นตอลีบัน อัฟกานิสถาน และนัยยะต่อโลก ในวันที่ 22 ธ.ค.64 เวลา 20.00 น. โดย ผศ.ดร. มาโนชญ์ อารีย์ The Intelligence​ Year Review: สรุปประเด็น​สำคัญในรอบปี 2564 และแนวโน้มสถานการณ์​ในอนาคต The Intelligence​ และกระแสเอเชียใต้ เชิญ​ทุกท่านร่วมรับฟังมุมมองของนักวิชาการผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับประเด็นความมั่นคงระหว่างประเทศสำคัญรอบโลกในปี 2564 ที่ผ่านมา และร่วมกันวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์​ที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้ ผ่านช่องทาง Facebook Page The Intelligence​ (https://www.facebook.com/intsharing.co)​ และกระแสเอเชียใต้ (https://www.facebook.com/SouthAsianTrends)​

The Intelligence Year Review: ประเด็นอ่านเกมการเมืองในเมียนมา โดย ผศ.ดร.ม.ล. พินิตพันธุ์ บริพัตร

 ประเด็นอ่านเกมการเมืองในเมียนมา ในวันที่ 21 ธ.ค.64 เวลา 20.00 น. โดย ผศ.ดร.ม.ล. พินิตพันธุ์ บริพัตร The Intelligence​ Year Review: สรุปประเด็น​สำคัญในรอบปี 2564 และแนวโน้มสถานการณ์​ในอนาคต The Intelligence​ และกระแสเอเชียใต้ เชิญ​ทุกท่านร่วมรับฟังมุมมองของนักวิชาการผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับประเด็นความมั่นคงระหว่างประเทศสำคัญรอบโลกในปี 2564 ที่ผ่านมา และร่วมกันวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์​ที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้ ผ่านช่องทาง Facebook Page The Intelligence​ (https://www.facebook.com/intsharing.co)​ และกระแสเอเชียใต้ (https://www.facebook.com/SouthAsianTrends)​

The Intelligence Year Review: ประเด็นภูมิรัฐศาสตร์ในอินโด – แปซิฟิก และ AUKUS กับ รศ.ดร. จิตติภัทร พูนขำ

 ประเด็นภูมิรัฐศาสตร์ในอินโด – แปซิฟิก และ AUKUS ในวันที่ 20 ธ.ค.64 เวลา 20.00 น. กับ รศ.ดร. จิตติภัทร พูนขำ The Intelligence​ Year Review: สรุปประเด็น​สำคัญในรอบปี 2564 และแนวโน้มสถานการณ์​ในอนาคต The Intelligence​ และกระแสเอเชียใต้ เชิญ​ทุกท่านร่วมรับฟังมุมมองของนักวิชาการผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับประเด็นความมั่นคงระหว่างประเทศสำคัญรอบโลกในปี 2564 ที่ผ่านมา และร่วมกันวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์​ที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้ ผ่านช่องทาง Facebook Page The Intelligence​ (https://www.facebook.com/intsharing.co)​ และกระแสเอเชียใต้ (https://www.facebook.com/SouthAsianTrends)​

ความมั่นคง กับความเสี่ยงการปะทะรุนแรงของอัตลักษณ์และค่านิยมของสังคมชนเผ่าในโลกดิจิทัล

สภาวะที่เรียกว่าความมั่นคงคือการปลอดภัยจากภัยคุกคาม คำถามสำคัญที่ตามมาคือ ภารกิจของหน่วยงานความมั่นคงจะต้องปกป้อง “สิ่งใด” จากภัยคุกคาม การจะตอบคำถามดังกล่าวจะต้องพิจารณาย้อนกลับไปถึงกระบวนการทีเป็นองค์ประกอบในการสร้างความมั่นคง ซึ่งจะพบว่ามีปัจจัยสำคัญ 2 ประการที่ก่อร่างสร้างเป็นความมั่นคง คืออัตลักษณ์ร่วม และค่านิยมที่พึงประสงค์ ซึ่งจะเป็นคำตอบของคำถามเกี่ยวกับภารกิจของหน่วยงานความมั่นคงดังกล่าวข้างต้น

The Intelligence Year Review: ประเด็นความสัมพันธ์​ระหว่างสหรัฐฯ-จีน กับ อ.อาร์ม ตั้งนิรันดร์

The Intelligence​ และกระแสเอเชียใต้ เชิญ​ทุกท่านร่วมรับฟังมุมมองของนักวิชาการผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับประเด็นความมั่นคงระหว่างประเทศสำคัญรอบโลกในปี 2564 ที่ผ่านมา และร่วมกันวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์​ที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้

สิ้นชาติ แต่ไม่สิ้นภาพจำ

การประโคมข่าวภาพเปรียบเทียบความโกลาหล เมื่อ 17 สิงหาคม 2564 ที่สนามบินคาบูล กับภาพการอพยพที่ไซ่ง่อน เมื่อ 29 เมษายน 2518 บนยอดตึก Pittman Apartments บนถนน 22 ยาลอง (Gia Long) ซึ่งปัจจุบันคือถนน Ly Tu Trong มีจุดร่วมของภาพเป็นการถอนกำลังทางหทารของสหรัฐอเมริกาออกจากประเทศอื่น ที่ใช้เวลากว่า 20 ปีก่อนจะถอยออกสู่วงนอก ให้วงในหรือขั้วการเมืองของเจ้าถิ่นสู้กันเอง ดูมีความ Déjà Vu อยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะการแตกฉานซ่านเซ็นของฝ่ายที่สหรัฐอเมริกาเคยให้การสนับสนุน แม้ทั้งสองเหตุการณ์เกิดขึ้นห่างกันถึง 46 ปี และปัจจัยแวดล้อมก็ต่างกันหลายประการ โดยเฉพาะภูมิศาสตร์ของการเป็นประเทศที่ไม่มีทางออกสู่ทะเล (Landlocked country) ของอัฟกานิสถานที่แตกต่างสิ้นเชิงกับการมีที่ตั้งติดทะเลของเวียดนาม อย่างไรก็ตาม แง่คิดและประเด็นคำถามทั้งด้านการสงครามตามแบบและสงครามจิตวิทยา เฉพาะอย่างยิ่งประเด็นฉุกคิดที่ผู้กำหนดนโยบายระหว่างประเทศพึงมีต่อกันก็ทำให้ต้องหยิบหนังสือเรื่อง “Twenty Years and Twenty Days” ขึ้นมาอ่านอีกครั้ง ซึ่งฉบับภาษาไทยแปลโดย พงษ์ พินิจ (นามปากกาของนายพินิจ พงษ์สวัสดิ์)…

S-400s อาวุธเจ้าปัญหาในวังวนความสัมพันธ์อินเดีย-รัสเซีย-สหรัฐอเมริกา

ในปี 2560 นั้นสหรัฐอเมริกาโดยวุฒิสภาได้มีการผ่านรัฐบัญญัติเกี่ยวกับการคว่ำบาตรประเทศซึ่งเป็นปฏิปักษ์ต่อสหรัฐอเมริกา (Countering America’s Adversaries Through Sanctions Act: CAATSA) โดยประเทศที่อยู่ในข่ายของกฎหมายฉบับนี้ประกอบด้วย อิหร่าน เกาหลีเหนือ และรัสเซีย

Omicron กับการตื่นตระหนกในตลาดทุนและตลาดพลังงานโลก

การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ยังคงเกิดขึ้นทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง โดยสายพันธุ์ที่ทั่วโลกเผชิญกับการระบาดอย่างหนักช่วงครึ่งหลังของปี 2564 ที่ผ่านมาคือ Delta แต่สถานการณ์ก็ดูเหมือนกับว่าจะดีขึ้นเมื่อเข้าสู่ปลายปี โดยหลายประเทศเริ่มผ่อนปรนมาตรการเข้าประเทศและการเดินทาง อีกทั้งหลายประเทศ เช่น ประเทศเพื่อนบ้านของไทยเรา ได้แก่ มาเลเซีย ก็วางแผนจะเปิดพรมแดนในช่วงต้นปี 2565 นอกจากนี้ สถาบันทางเศรษฐกิจต่างๆ ในระดับโลก ทั้งภาครัฐและเอกชน เช่น Moody’s Investors Service และ Goldman Sachs สถาบันการเงินระดับโลกของสหรัฐฯ ออกมาคาดการณ์ช่วง ตุลาคม-พฤศจิกายนที่ผ่านมาว่า เศรษฐกิจโลกปี 2565 น่าจะเริ่มดีขึ้นได้ หลังภาวะติดขัดด้านอุปทานและเงินเฟ้อน่าจะคลี่คลาย เพราะทั่วโลกกลับมาผลิตสินค้าได้ทันกับความต้องการ และจะเข้าสู่ระดับมีเสถียรภาพได้ในปี 2566 แต่แล้ว ทั่วโลกก็คุ้นชินกับชื่อไวรัส COVID-19 ตัวใหม่ “Omicron” กันอย่างรวดเร็ว ตั้งแต่ช่วง 25 พฤศจิกายน 2564 ซึ่งไวรัสสายพันธุ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในแอฟริกา และองค์การอนามัยโลก (World Health Organisation-WHO) ประกาศเมื่อ 26…

มีมกับการเมืองเรื่องการช่วงชิงความหมาย

มีม (meme) มาจากคำกรีกคือ “mimema” ที่แปลว่าการเลียนแบบ ส่วน “อินเทอร์เน็ต มีม” คือการที่สาธารณชนใช้อินเทอร์เน็ตเป็นช่องทางเผยแพร่แนวคิดหรือเรื่องราวที่สร้างขึ้นมาเพื่อล้อเลียน โดยมากจะหวังผลในเชิงขำขัน อารมณ์ขันและการเมืองเป็นของคู่กันมานาน ในมิติหนึ่งคือการเป็นเครื่องมือที่ผู้อยู่ใต้อำนาจใช้เป็นเครื่องมือยั่วแหย่ท้าทายผู้มีอำนาจเหนือกว่า โดยเฉพาะในสังคมที่โครงสร้างอำนาจมีความเหลื่อมล้ำกันมาก และผู้อยู่ข้างล่างถูกกดขี่ไม่เหลือช่องทางแสดงออก ทำให้ “อารมณ์ขัน” ที่ฉาบเคลือบด้วยท่าทีไม่จริงจัง เป็นข้ออ้างสำหรับใช้เป็นช่องทางท้าทายผู้มีอำนาจ ตัวอย่างในบริบทของไทยเช่น ตัวตลกในโขนมักจะใช้ไหวพริบหยิบเอาเหตุบ้านการเมืองมาล้อเลียนเพื่อสร้างความขบขัน หรือในบริบทของตะวันตกคือการ์ตูนการเมืองที่อยู่คู่หน้าหนังสือพิมพ์ทุกสมัย ด้วยความที่มีมเป็นเรื่องของอารมณ์ขันและการล้อเลียน มีมจึงถูกเอามาใช้ในทางการเมืองเช่นกัน โดยเฉพาะในหมู่คนที่เติบโตมากับอินเทอร์เน็ต (digital native) และรับรู้ข่าวสารทางการเมืองผ่านอินเทอร์เน็ต จึงแสดงออกทางการเมืองผ่านช่องทางใกล้ตัวคืออินเทอร์เน็ต และผ่านเครื่องมือที่ช่ำชองอย่างมีม (หลังสะสมความชำนาญการใช้มีมในสารพัดวงการบันเทิง) มีมทำให้การเมืองกลายเป็นเรื่องใกล้ตัว เป็นการย่อยสารของวงการการเมืองที่มีภาพลักษณ์ของความเคร่งเครียด ให้กลายเป็นเรื่องเบา ๆ และเข้าถึงคนหมู่มากได้ง่ายขึ้น บทบาทของมีมจึงขยายไกลไปจากเรื่องตลก ไปสู่การเป็นเครื่องมือสร้างการมีส่วนร่วมทางการเมือง ไปจนถึงใช้เป็นเครื่องมือผลิตซ้ำและเผยแพร่ความคิดทางการเมืองที่ต้องการให้เป็นค่านิยมหลักของสังคม ซึ่งจะส่งอิทธิพลต่อการตัดสินใจเลือก (หรือไม่เลือก) ในลำดับถัดไป พลังอำนาจทางการสื่อสารของมีมดังที่กล่าวข้างต้น จึงเป็นความท้าทายของนักการเมืองว่าจะจัดการกับมีมเช่นใด มีมที่ทรงพลังมักจะเป็นมีมแบบ bottom-up ที่ชาวเน็ตสร้างขึ้นมาและช่วยกันส่งต่อจนมันเติบโตเองตามธรรมชาติ (ส่วนมีมแบบ top-down ที่จงใจสร้างให้เป็น viral มักจะออกมาประหลาดและประดักประเดิด) โดยมากจุดเริ่มต้นของมีมทางการเมืองมักเริ่มต้นจากการที่ชาวเน็ตหยิบเอานักการเมืองมาล้อเลียน ซึ่งแน่นอนว่าการล้อเลียนก็จะเกี่ยวพันกับเรื่องแง่ลบอย่าง “ความตลก” “ปมด้อย”…

เผิง ฉ่วย สิทธิสตรี และ Quiet Diplomacy ในวงการกีฬาโลก

กรณีข้อกล่าวหาเรื่องการคุกคามทางเพศที่เกิดขึ้นกับเผิง ฉ่วย นักเทนนิสสาวชาวจีน อดีตมือวางอันดับ 1 ของโลกในประเภทคู่ กลายเป็นแรงกดดันต่อรัฐบาลจีน เพราะคู่กรณีที่เธอกล่าวหาเป็นถึงอดีตรองนายกรัฐมนตรีจีน และอดีตกรรมการประจำกรมการเมืองของพรรคคอมมิวนิสต์จีน คือจาง เกาลี่ ที่ดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีห้วงปี 2556-2561 เผิง ฉ่วย เผยแพร่ข้อความทางเว๋ยป๋อ (สื่อสังคมออนไลน์ของจีน) ตั้งแต่ 2 พฤศจิกายน 2564 ว่าเคยคบหากับจางเกาลี่เมื่อ 7 ปีก่อน แต่โดนทิ้ง จนกระทั่งเมื่อ 3 ปีที่แล้วได้ถูกกดดันให้มีเพศสัมพันธ์ นำไปสู่การคบหากันอีกครั้ง แล้วก็โดนทิ้งอีกครั้ง ไม่นานนักข้อความของเธอถูกลบทิ้งไป และชื่อของเธอถูกเซ็นเซอร์ไม่ให้พูดถึงบนสื่อสังคมออนไลน์ของจีน เผิง ฉ่วยหายไปจากสื่อและพื้นที่สาธารณะ การที่เธอเป็นนักกีฬาระดับโลก นำมาซึ่งความเป็นห่วงจากทั่วโลก โดยเฉพาะวงการเทนนิส ที่นักกีฬาระดับโลกเพื่อนร่วมอาชีพของเผิง ฉ่วย รวมทั้งเซเรนา วิลเลียมส์ ช่วยกันผลักดันแฮชแท็ก #WhereIsPengShuai เพื่อช่วยกันตามหาตัวเพื่อน จนกลายเป็นกระแสระดับโลก สมาคมนักเทนนิสหญิง (Women’s Tennis Association-WTA) เรียกร้องให้ทางการจีนเปิดเผยถึงสวัสดิภาพของเผิง ฉ่วย ไปจนถึงสำนักงานสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติที่ขอให้มีการสอบสวนอย่างโปร่งใส โฆษกกระทรวงต่างประเทศจีนแถลงปฏิเสธว่าไม่ทราบเรื่องดังกล่าว และไม่ใช่เรื่องของกิจการระหว่างประเทศ และหลังจากนั้นไม่นานนัก…