รู้จักนาอูรู อดีต ‘Pleasant Island’ ที่เปลี่ยนความสัมพันธ์กับไต้หวัน

ข่าวใหญ่ข่าวสำคัญหลังจากการเลือกตั้งไต้หวันเมื่อ 13 มกราคม 2567 นอกเหนือจากการประกาศผู้ชนะการเลือกตั้ง เป็นนาย Lai Ching-te ผู้แทนจากพรรค Democratic Progressive Party ที่ได้ครองตำแหน่งผู้นำรัฐบาลต่อเนื่องเป็นสมัยที่ 3 ก็คือ การที่สาธารณรัฐนาอูรู ประเทศหมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิก ประกาศเปลี่ยนแปลงรูปแบบความสัมพันธ์กับไต้หวันเมื่อ 15 มกราคม 2567 ด้วยการตัดความสัมพันธ์ทางการทูต โดยจะไม่มีการแลกเปลี่ยนอย่างเป็นทางการกับไต้หวันอีกต่อไป ไม่ยอมรับว่าไต้หวันเป็นประเทศ แต่เป็นดินแดนส่วนหนึ่งของจีน ที่ไม่อาจแบ่งแยกได้ พร้อม ๆ กับการที่นาอูรูประกาศฟื้นฟูความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการกับจีน การเปลี่ยนแปลงในนโยบายของนาอูรู ทำให้ปัจจุบัน ไต้หวันมีประเทศที่มีความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการด้วย 12 ประเทศ ส่วนมากเป็นประเทศในภูมิภาคแปซิฟิกใต้ และละตินอเมริกา การตัดสินใจของสาธารณรัฐนาอูรู อาจไม่ได้สร้างความตกใจให้ไต้หวันสักเท่าไหร่ เพราะสาธารณรัฐนาอูรูเคยเปลี่ยนท่าทีแบบนี้มาแล้วเมื่อปี 2545 แล้วก็กลับไปสถาปนาความสัมพันธ์กันใหม่เมื่อ 2548 นอกจากนี้ ไต้หวันเองก็ประกาศตัดความสัมพันธ์กับสาธารณรัฐนาอูรูทันทีด้วยเช่นกัน เพื่อปกป้องเกียรติภูมิของชาติ สำหรับในช่วงเวลา 8 ปีที่พรรค Democratic Progressive Party หรือ DPP เป็นรัฐบาลไต้หวันนั้น ต้องเผชิญกับการที่ประเทศต่าง…

ผู้นำเกาหลีเหนือฉลองวันเกิดอย่างไร….ในวัย 40 ปี

หนึ่งในผู้นำประเทศที่มีความเป็นตัวของตัวเอง มีสไตล์ มีความลับ และมีนโยบายที่ทั่วโลกจับตามองมากที่สุดคนหนึ่ง คือ นายคิม จอง-อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ ซึ่งเมื่อ 8 มกราคม 2567 ที่ผ่านมา สื่อต่างประเทศรายงานว่าตรงกับครบรอบวันเกิด 40 ปีของเขา ในฐานะผู้นำประเทศ ..ปกติก็น่าจะมีการเฉลิมฉลองหรือกิจกรรมเพื่อแสดงความยินดีเนื่องในโอกาสวันเกิดให้กับนายคิม จอง-อึน บ้าง เพราะว่าเขาคนนี้ก็เป็นที่รักและนิยมชมชอบของประชาชนชาวเกาหลีเหนือ และมีบทบาทสำคัญในการทำให้นานาชาติเห็นแสนยานุภาพทางการทหารของเกาหลีเหนือมาโดยตลอด แต่ทั่วโลกมีข้อสังเกตว่าการฉลองวันเกิดให้กับผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือในปีนี้นั้น ออกจะเรียบง่ายและเงียบ ๆ ไปสักหน่อย ไม่มีการจัดงานฉลอง ไม่มีการประกาศให้เป็นวันหยุดของประเทศอย่างเป็นทางการ รวมทั้งไม่มีการเผยแพร่ภาพและเรื่องราวของผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือคนนี้ ซึ่งค่อนข้างแตกต่างจากวันครบรอบวันเกิดอดีตผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ 2 รุ่นก่อนหน้านี้ที่เป็นรุ่นคุณปู่และคุณพ่อ ที่กำหนดให้วันเกิดของผู้นำเป็นวันหยุดอย่างเป็นทางการ นายคิม จอง-อึน ทำอะไรในวันครบรอบวันเกิดที่ผ่านมา?… แล้วเรื่องนี้สำคัญยังไง!? บทความนี้ขอเสนอว่าประเด็นนี้น่าสนใจและค่อนข้างสำคัญ เพราะถ้าย้อนกลับไปเมื่อ ตุลาคม 2564 หน่วยข่าวกรองเกาหลีใต้รายงานว่า รัฐบาลเกาหลีเหนือกำลังโปรโมทหลักคิดและอุดมการณ์ “Kimjongunism” (หรือ김정은주의 ในภาษาเกาหลี) ที่เน้นเชิดชูคุณงานความดีของนายคิม จอง-อึน ผู้นำหนุ่มที่ปกครองประเทศมาตั้งแต่ปี 2554 ตอนนั้นมีรายงานถึงขนาดที่ว่า นายคิม จอง-อึน ต้องการสร้างระบบและประเพณีการเมืองเกาหลีเหนือใหม่ รวมทั้งพยายามปรับปรุงภาพลักษณ์ของตัวเองให้ดูยิ่งใหญ่…

Crowdfunding กับต้นทุนทางสังคมแบบไทยไทย

ในช่วงปี 2561 คนไทยเริ่มคุ้นเคยกับคำว่า Crowdfunding ซึ่งเป็นการระดมทุนบนแพลตฟอร์มออนไลน์ เสมือนตลาดสำหรับหานักลงทุนของเหล่าสตาร์ทอัพ ที่ต้องการเงินทุนในการขยายธุรกิจ Crowdfunding ทำให้ตัวเลือกของแหล่งเงินทุนนั้นมีมากกว่าการกู้ยืมจากธนาคาร ซึ่งต้องผ่านขั้นตอนที่ซับซ้อนยุ่งยาก โดยเฉพาะการสร้างความน่าเชื่อถือผ่านระบบบัญชี เพราะแน่นอนว่า “เหล่านักธุรกิจรุ่นใหม่” มักให้ความสำคัญกับการสร้างสรรค์สินค้าและบริการ มากกว่าการจัดระเบียบการเงินและการบัญชี ทำให้ข้อมูลทางการเงินของธุรกิจนั้นไม่ชัดเจนเพียงพอที่จะให้เกิดความน่าเชื่อถือ จนจะทำให้นักลงทุนรายใหญ่ตัดสินใจร่วมลงทุนได้ อย่างไรก็ตาม การเข้าสู่แพลตฟอร์มการลงทุนออนไลน์ในรูปแบบ Crowdfunding ยังไม่สามารถดำเนินการได้อย่างเป็นอิสระ เพราะการคัดกรองธุรกิจที่สามารถระดมทุนได้อย่างอิสระนั้นยังต้องการตรวจสอบข้อมูล มีเพียงไม่กี่รายที่สามารถทำได้อย่างถูกต้อง ทำให้ Crowdfunding ในประเทศไทยนั้น ยังไม่สามารถขยายตัวได้ตามเป้าหมาย สำหรับสหรัฐอเมริกา ยุโรป และในเอเชีย crowdfunding ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก สามารถระดมทุนได้ไม่ต่ำกว่า 2.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐทั่วโลก และยังมีการลงทุนอย่างต่อเนื่องทั้งในรูปแบบของการบริจาคโดยไม่มีผลตอบแทน หรือการให้ตอบแทนเป็นสินค้า ดอกเบี้ยจากการกู้ยืม และหุ้น ความหลากหลายของ Crowdfunding รูปแบบนี้ทำให้นักธุรกิจรายย่อยมีข้อเสนอในการลงทุนได้อย่างกว้างขวางและระดมทุนได้อย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนรูปแบบไหน ต้องยอมรับว่า “ความน่าเชื่อถือ” จึงเป็นปัจจัยสำคัญของการระดมทุน ไม่แตกต่างจากความน่าเชื่อถือของการฝากเงินในธนาคารที่มีสถาบันการเงินที่น่าเชื่อถือเป็นผู้การันตี โดยหากเปรียบเทียบกับบริบททางสังคม ความน่าเชื่อถือหรือความไว้ใจที่เกิดขึ้นในระหว่างบุคคลหมู่มากหรือความสัมพันธ์ของชุมชน นั่นคือ หลักการสำคัญที่จะทำให้เกิดการรวมทุนหรือระดมทุนในระดับท้องถิ่น เพื่อรวบรวมเงินก้อนใหญ่ในการกระทำการต่างๆ แม้จะไม่ได้เปิดกว้างเท่ากับ Crowdfunding แต่การระดมทุนกันในระดับชุมชนที่อาศัย…

BRICS เพิ่มสมาชิกแล้วจะเป็นยังไงต่อไป?

เมื่อต้นปี 2567 เกิดการขยายความร่วมมือระหว่างประเทศครั้งสำคัญ เมื่อกลุ่มประเทศ BRICS หรือกลุ่มประเทศกําลังพัฒนาที่มีการพัฒนาและการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว (Emerging Market) ต้อนรับสมาชิกใหม่เพิ่มอีก 5 ประเทศ ทำให้เดิมที่กลุ่ม BRICS ที่มีบราซิล รัสเซีย อินเดีย จีนและแอฟริกาใต้เป็นสมาชิก ได้มีเพื่อนร่วมกลุ่มเพิ่มเป็น 10 ประเทศ สำหรับสมาชิกใหม่ของ BRICS ได้แก่ อียิปต์ เอธิโอเปีย อิหร่าน ซาอุดีอาระเบีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ (UAE) ความคืบหน้านี้ถือว่าเป็นความสำเร็จในกรอบความร่วมมือระหว่างประเทศ ในยุคที่ทั่วโลกเผชิญปัญหาและความขัดแย้ง แต่กลุ่ม BRICS …ซึ่งต่อไปนี้อาจจะต้องเรียกว่า BRICS พลัส (BRICS+) กลับมีความคืบหน้าที่สำคัญ เพราะการขยายสมาชิก แปลว่า สมาชิกเดิมพร้อมต้อนรับสมาชิกใหม่ ขณะที่สมาชิกใหม่ก็พร้อมเพิ่มความร่วมมือตามแนวทางของสมาชิกเดิมด้วย …..สำหรับการเพิ่มสมาชิกกลุ่ม BRICS ครั้งล่าสุด คือ การรับแอฟริกาใต้เป็นสมาชิกเมื่อปี 2553 การเพิ่มสมาชิกของกลุ่ม BRICS ครั้งนี้มีผลทันที และทั่วโลกก็สนใจความร่วมมือของกลุ่มนี้ที่กลายเป็นกลุ่มเศรษฐกิจขนาดใหญ่ มีประชากรจำนวนมาก และอาจกลายเป็น “ความหวัง”…

เกือบ 2 ปี แล้ว : สงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครน

ก.พ.67 ก็จะครบ 2 ปี ที่รัสเซียปฏิบัติการทางทหารในยูเครน แต่ก็ยังยึดครองยูเครนไม่ได้  การตอบโต้ระหว่างกันไม่มีสัญญาณจะยุติ ความสูญเสียทั้งสองฝ่ายจะยังมีต่อไป เพราะรัสเซียมีเป้าหมายที่จะครอบครองดินแดนในภาคตะวันออกของยูเครนให้ได้ ขณะที่ยูเครนก็ยืนหยัดว่ารัสเซียต้องถอนทหารออกจากยูเครน และยังเลือกใช้ ประเทศตะวันตก เฉพาะอย่างยิ่งสหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักร หนุนหลัง และยุโรป ในการสู้รบกับรัสเซีย  

ห้างสรรพสินค้า แหล่งท่องเที่ยวใหม่ กรุงเทพมหานคร

ไม่ว่าจะเป็นการล่องเรือเพื่อชมเมือง เดินเล่นกับสิงโตเผือก ขับรถซุปเปอร์คาร์บนถนนริมชายหาด รับประทานอาหารในภัตตาคารที่สูงที่สุดในโลก ชมการแสดงระดับโลก หรือแม้แต่การเล่นสกี.ก็เกิดขึ้นได้กลางทะเลทรายในนครดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งทั้งหมดนั้นเป็นแผนการท่องเที่ยวที่ผ่านการวางกลยุทธ์ดึงดูดนักท่องเที่ยวระดับ high-end ทั่วโลกเพื่อสร้างรายได้เข้าประเทศแทนการค้าน้ำมันที่ค่อยๆ ถูกลดบทบาทลงไปในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

ปรากฏการณ์ China Chic โอกาสทางเศรษฐกิจที่มาพร้อมความภูมิใจในความเป็นจีน

ท่ามกลางการตอบรับการแต่งตัวตามสไตล์เกาหลีในกลุ่มคนหนุ่มสาวที่ไม่มีทีท่าจะถดถอย และความนิยมเสื้อผ้าแนวสตรีทที่ไม่เสื่อมคลายในกลุ่มวัยรุ่นทั่วโลก ก็ปรากฏวิถีการแต่งกายสไตล์ China Chic และการเติบโตของสินค้าแบรนด์จีนหลากหลายประเภท ที่ได้รับความนิยมจากหนุ่มสาวชาวจีน Gen Z อย่างน่าแปลกใจ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ ผู้บริโภคชาวจีนเป็นกลุ่มลูกค้าระดับ top spender ที่สร้างรายได้ให้สินค้าแบรนด์หรู จนกลายเป็นตลาดหลักที่ทุกแบรนด์ต้องการ China Chic หรือ Guochao ในภาษาจีน เริ่มเป็นที่รู้จักและมีการพูดถึงหนาหู …หลังจากที่เสื้อผ้านักกีฬาภายใต้แบรนด์ Li-Ning ของอดีตนักยิมนาสติกทีมชาติจีน เข้าร่วมการแสดงแฟชั่นโชว์ New York Fashion Week เมื่อปี 2561 ซึ่งอาจกล่าวได้ว่าเป็นจุดเริ่มต้นของกระแส China Chic และจุดประกายความนิยมต่อสินค้าแบรนด์จีน ที่ออกแบบโดยมีพื้นฐานจากประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมจีนเพิ่มขึ้นเป็นลำดับ China Chic คืออะไร….. นักวิชาการจาก Institute of Journalism and Communication ของ Chinese Academy of Social Sciences ให้ความเห็นว่า China Chic…

ค่านิยมในการทำงาน ที่ทำให้มหานครล่มสลาย

ไม่ว่าจะ Work Life Balance หรือ Work From Home ก็ดูเหมือนเป็นค่านิยมที่ทำให้วิธีการทำงานของคนรุ่นใหม่เปลี่ยนแปลงไป จากเดิมการทำงานของวัยแรงงานยุค Baby Boom (ปี 2489 – 2507) ที่เป็นยุคสร้างตัว สร้างเศรษฐกิจภายหลังสงครามโลก คนในช่วงก่อนหน้านี้เน้นการทำงานหนักเพื่อสร้างความสำเร็จ สร้างรายได้เป็นเงินเก็บก้อนโตเพื่อใช้ชีวิตอย่างสะดวกสบายหลังเกษียณอายุการทำงาน ถือเป็นยุคที่ธุรกิจใหม่ๆ เกิดและเติบโตขึ้นอย่างมั่นคงและกลายเป็นรากฐานของเศรษฐกิจในปัจจุบัน แต่แน่นอนว่าความคิดต่อการทำงานแบบนั้นได้เปลี่ยนแปลงไป เมื่อคนยุคหลังเริ่มตั้งคำถามเกี่ยวกับสิ่งที่คนรุ่นพ่อ แม่ ปู่ ย่า ตา ยาย ได้ทำ จนเกิดแนวคิดที่จะเปลี่ยนแปลงรูปแบบการทำงานที่อาจกล่าวได้ว่าส่งผลกระทบต่อสังคมอย่างมาก “ทำไมจะต้องทุ่มเทกำลังแรงกายทำงานเก็บเงินก้อนโต เพื่อนำไปใช้ในตอนชรา ทั้งที่สามารถแบ่งรายได้มาสร้างความสุขได้เลย” นี่เป็นแนวคิดของคนในรุ่น Gen X และ Gen Y ทำให้พวกเขาเริ่มมองหารูปแบบการใช้ชีวิตในวัยทำงานที่ไม่ได้มีแต่เรื่องงานอย่างเดียว แต่ให้ความสำคัญกับการแบ่งเวลาไปท่องเที่ยว ทำงานอดิเรก สร้างความสัมพันธ์กับเพื่อนใหม่ ดูแลสุขภาพ เลือกการทำงานที่มีเวลาชั่วโมงในการทำงานชัดเจน หรืองานที่ไม่มีข้อกำหนดเรื่องเวลา แต่มีการประเมินผลจากผลงาน ทำให้สามารถบริหารจัดการเวลาได้อย่างมีอิสรภาพ จนทำให้วัยแรงงานรุ่นใหม่มองหางานที่สามารถทำให้ Work Life Balance ได้ มากกว่าเรื่องค่าตอบแทนเป็นหลัก…

A red white and blue flag Description automatically generated

โอกาสของไทย ในช่วงเศรษฐกิจจีนเจอภาวะขาลง

เมื่อความคาดหวังของไทยและหลายประเทศจากจำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่ไม่เป็นดังหวัง เมื่อดูจากรายได้ของการท่องเที่ยวไทยในปีนี้ ซึ่งทำได้ไม่ถึงเป้า เมื่อนักท่องเที่ยวชาวจีนเริ่มตั้งคำถามถึงความปลอดภัยในการท่องเที่ยวในประเทศไทย อันเนื่องมาจากหลายสาเหตุ รวมทั้งเหตุกราดยิงเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2566 ณ ศูนย์การค้าสยามพารากอน และกระแสภาพยนตร์เรื่อง No More Bets ทำให้เกิดความกลัวในการท่องเที่ยวไทย แต่นั่นเป็นเพียงสาเหตุเพียงเล็กน้อย เมื่อเทียบกับสาเหตุสำคัญที่มาจากปัจจัยของจีนเอง ก็คือ เศรษฐกิจของประเทศจีนที่อยู่ในช่วงขาลง ไม่ได้เติบโตอย่างร้อนแรงเหมือนในช่วงก่อนหน้านี้ ทำให้คนไม่สามารถใช้จ่ายอย่างสุรุ่ยสุร่าย เดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศได้เหมือนสมัยก่อน ปัญหาสำคัญของเศรษฐกิจจีน คือ การล่มสลายของอสังหาริมทรัพย์ การจัดระเบียบทางการศึกษา และการกีดกันทางการค้าของสหรัฐอเมริกา ทำให้เศรษฐกิจของจีนคาดว่าจะเติบโตเพียง 4.4% ในปี 2566 นี้ (น้อยกว่าปี 2565 ที่อยู่ 6.3%) แม้จะดูเป็นข่าวร้ายสำหรับการท่องเที่ยวและการค้าขายระหว่างประเทศของไทย แต่ยังมีโอกาสทางด้านอื่นๆ ที่ทำให้ไทยสามารถช่วงชิงความน่าสนใจที่จะดึงดูดการลงทุนจากจีน เพื่อชดเชยรายได้ที่สูญเสียไปในช่วงที่เศรษฐกิจจีนชะลอตัวลง โอกาสที่เป็นไปได้ อาจมาจากความขัดแย้งทางการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐอเมริกา เพราะช่วงนี้ สินค้าที่มีการตีตราประทับว่าผลิตจากจีน (made in China) จะถูกกีดกันการส่งออกไปสหรัฐอเมริกา ด้วยการตั้งกำแพงภาษี ทำให้หลายบริษัทผู้ผลิตของจีนเริ่มมองหาแหล่งอุตสาหกรรมใหม่เพื่อย้ายฐานการผลิตและตีตราประทับใหม่ในประเทศนั้นๆ เพื่อให้การส่งออกไปสู่ตลาดที่กว้างขึ้นและปราศจากการกีดกันทางการค้า แม้ค่าแรงงานของไทยจะสูงกว่าประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งนี้ ความพร้อมทางด้านโครงสร้างพื้นฐานที่พร้อมรับการสร้างฐานการผลิต…

A cartoon of a jar and a pipe Description automatically generated

“สินค้าภูมิปัญญา” จากท้องถิ่นสู่ตลาดโลก

จากประวัติศาสตร์ที่ยาวนานราว 800 ปีของประเทศไทย ทำให้มีการสะสมแนวทางของวิถีชีวิต จนเกิดเป็นภูมิปัญญาที่ใช้ในการแก้ไขปัญหาในการใช้ชีวิต ผสมผสานกับความเชื่อความเข้าใจในธรรมชาติ ตามการค้นพบในยุคต่างๆ รวมถึงการสร้างสรรค์ศิลปะ ที่ถ่ายทอดเอกลักษณ์สำคัญของแต่ละภูมิภาคหรือท้องถิ่น ภูมิปัญญาเหล่านี้ได้ถูกปรับเปลี่ยนมาตามยุคสมัย โดยในปัจจุบัน มูลค่าของภูมิปัญญานอกจากจะแสดงถึงอัตลักษณ์ของเผ่าพันธุ์ ยังได้รับการต่อยอดมาสู่การสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ กลายเป็นผลิตภัณฑ์หรือสินค้า ที่สามารถค้าขายและแลกเปลี่ยนได้ทั่วโลก การนำภูมิปัญญามาใช้ในการกระตุ้นเศรษฐกิจ ไม่แตกต่างจากการใช้ทรัพยากรธรรมชาติกับการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นการสร้างรายได้หลักของหลายประเทศ รองจากภาคอุตสาหกรรม การค้าและการส่งออก ดังนั้น การส่งออกสินค้าท้องถิ่น จึงเป็นการใช้ทรัพยกรธรรมชาติในท้องถิ่น ผ่านกระบวนการแปรรูปที่ผลิตด้วยภูมิปัญญาออกเป็นสินค้า “สินค้าที่มาจากภูมิปัญญา” จึงเป็นอาวุธสำคัญทางการค้า ที่ไม่ได้ทำให้ประเทศที่มีขนาดใหญ่หรือเล็กได้เปรียบ เสียเปรียบไปมากกว่ากัน การแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมทางสินค้านี้ จึงเป็นโอกาสการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้อีกมากมาย “สิ่งที่มีประจำและเห็นอยู่ทุกวันอาจมีมูลค่าต่ำ” คือ มุมมองที่เกิดขึ้นกับสินค้าที่มาจากภูมิปัญญาในแต่ละท้องถิ่น แต่หากภูมิปัญญาเหล่านั้นได้รับการถ่ายทอดผ่านความภาคภูมิใจออกมาเป็นสินค้าที่เห็นได้ยากในตลาดต่างประเทศ ก็สามารถถ่ายทอดภูมิปัญญาต่อยอดเป็นนวัตกรรมได้กว้างขวางมากขึ้น ดังนั้น การบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับภูมิปัญญาหรือมีที่ไปของทรัพยากร วัตถุดิบที่นำมาทำเป็นขนมหรือหัตถกรรมที่เป็นสินค้าส่งออกนี้ช่วยเพิ่มมูลค่าให้ชาวต่างชาติยอมรับในตัวสินค้ามากขึ้น เช่นเดียวกับการส่งออก “ซอฟต์เพาเวอร์” ที่เป็นการใช้ช่องทางการสื่อสารหรือขนส่งในปัจจุบันในการแสดงวัฒนธรรมไปสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจกลับเข้าสู่ประเทศ ……….ไม่ใช่การกระตุ้น GDP โดยการสร้างธุรกิจจากมูลค่าในเชิงพาณิชย์เพียงอย่างเดียว แต่การส่งออกวัฒนธรรมเหล่านี้จะช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจในระดับรากหญ้า เป็นการกระจายรายได้คืนสู่ท้องถิ่นที่มีภูมิปัญญาอันเป็นเอกลักษณ์ประจำท้องถิ่นอยู่แล้ว หากกล่าวถึงสินค้าภูมิปัญญาที่มีการส่งออกและได้ความนิยมในต่างประเทศ สำหรับไทย นั่นก็คือ OTOP ที่มีการสนับสนุนทำสินค้าภูมิปัญญา หรือ “หนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์” ตั้งแต่ปี พ.ศ.2546…