จีนจะทำอย่างไร…เมื่อเศรษฐกิจไม่ขยายตัวตามที่คาด!?

ปัจจุบันเริ่มมีสื่อหลายสำนักรายงานเกี่ยวกับทิศทางเศรษฐกิจของ “จีน” ประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่อันดับ 2 ของโลก ที่ดูเหมือนว่าการฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังการเปิดประเทศหลังการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 เริ่มเข้าสู่ภาวะชะลอตัวเข้าแล้ว และตัวเลขทางเศรษฐกิจของจีนเริ่มกลายเป็นประเด็นที่หลายฝ่ายห่วงกังวล เพราะจีนคือประเทศที่เข้าไปมีบทบาทขับเคลื่อนการค้าและการลงทุนในหลาย ๆ พื้นที่… ดังนั้น ถ้าเศรษฐกิจจีนเผชิญความท้าทายหรือไม่สดใสเท่าที่ควร ก็ย่อมส่งผลกระทบต่อทิศทางเศรษฐกิจโลก และการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของหลาย ๆ ประเทศด้วย บทความนี้จึงจะชวนพิจารณาที่มาของความท้าทายทางเศรษฐกิจที่จีนกำลังเจอ คาดการณ์แนวทางที่จีนจะใช้เพื่อแก้ไขปัญหา และประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจจีนในช่วง 6 เดือนสุดท้ายของปี 2566 สำหรับสัญญาณล่าสุดที่อาจทำให้ทั่วโลกเริ่มกังวลเกี่ยวกับเศรษฐกิจจีน ก็คือเมื่อปลาย มิถุนายน 2566 ที่ ธนาคารกลางจีนต้องเดินหน้านโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจต่อไป โดยการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกหนี้ชั้นดี หรือ Loan Prime Rate เพื่อผ่อนคลายนโยบายการเงิน การตัดสินใจของธนาคารกลางจีนครั้งนี้มีขึ้นหลังจากตัวเลขเศรษฐกิจของจีนเมื่อ พฤษภาคม 2566 ไม่เป็นไปตามคาด เช่น ยอดขายปลีกขยายตัวต่ำกว่าที่คาดไว้ อัตราการผลิตในอุตสาหกรรมสำคัญ ๆ ก็ลดลง อัตราการบริโภคของชาวจีนตกต่ำลง จนเสี่ยงเกิดภาวะเงินฝืด และอัตราว่างงานของคนรุ่นใหม่ในจีนยังเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้จีนขาด “ขุมพลัง” ในการบริโภคที่เป็นดัชนีขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญ นอกจากนี้ แม้ว่าจีนจะรอดจากวิกฤตธนาคารล้มละลายที่หลายประเทศในโลกตะวันตกต้องเจอ และว่ากันว่าปัญหาอสังหาริมทรัพย์ของจีนก็ยังทรงตัว ซบเซาลงและไม่ได้ส่งผลกระทบต่อทิศทางการเติบโตของจีนมากขนาดนั้น…

พลีชีพเพื่อ (ความรุ่งเรือง) ของชาติ : ความเหมือนที่แตกต่างของนโยบายประชากรใน Plan 75 และ อิคิงามิ

ประชากร (Population) หนึ่งในสี่องค์ประกอบของความเป็นรัฐ นอกเหนือไปจากดินแดน (Territory) รัฐบาล (Government) และอำนาจอธิปไตย (Sovereignty) ทำให้ในแง่หนึ่งปฎิเสธไม่ได้ว่าหากไม่มีประชากร ความเป็นรัฐก็จะก่อเกิดอย่างสมบูรณ์ไม่ได้ แต่จะทำอย่างไรหากจำนวนประชากรเริ่มไม่สมดุลกับทรัพยากรที่ประเทศมีอยู่ ? Plan 75 วันเลือกตาย ภาพยนตร์สัญชาติญี่ปุ่นของผู้กำกับหญิงฮายาคาวะ จิเอะ (Hayakawa Chie) เริ่มต้นด้วยฉากที่มีเค้าโครงจากเหตุการณ์จริงเมื่อปี 2559 ที่ชายคนหนึ่งก่อเหตุสังหารผู้พิการและผู้สูงอายุที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ในสถานดูแล Sagamihara จนส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 19 คน และบาดเจ็บ 26 คน โดยมีแรงจูงใจจากความคิดที่ว่าผู้ที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้เหล่านี้ไม่ควรค่าที่จะมีชีวิตอยู่อีกต่อไป และการกระทำของเขาเป็นการทำไปอย่างกรุณา เพื่อประโยชน์แก่ญี่ปุ่นและโลก ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้ต่อยอดเหตุการณ์ดังกล่าวร่วมกับการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุระดับสุดยอด (Super-Aged Society) ของญี่ปุ่นในปัจจุบันในแง่ของความกังวลต่อภาวะความเสี่ยงขาดแคลนแรงงาน รวมถึงการจัดสรรงบประมาณและสวัสดิการจำนวนมากเพื่อดูแลผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้น ทำให้รัฐบาลออกโครงการ Plan75 ที่เปิดให้ผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 75 ปีขึ้นไป สามารถลงทะเบียนเพื่อขอรับการปลิดชีวิตตนเองหรือการการุณยฆาต (Euthanasia) ได้อย่างสมัครใจ โดยจะได้เงินชดเชยจำนวน 1 แสนเยน และสวัสดิการต่าง ๆ เพื่อใช้ในบั้นปลายชีวิต พร้อมกับที่รัฐบาลจะเป็นผู้อำนวยความสะดวกตั้งแต่ขั้นตอนการสมัครไปจนถึงการฌาปนกิจ ในแง่หนึ่งโครงการนี้ก็เป็นไปโดย “ความสมัครใจ”…

เศรษฐกิจไทยยังจำเป็นต้องพึ่งพาการท่องเที่ยวหรือไม่ ?

ตลอด 2-3 ทศวรรษที่ผ่านมา อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเป็นประเด็นที่ถูกกล่าวถึงอย่างต่อเนื่อง ทุก ๆ รัฐบาลมีความพยายามระดมงบประมาณของภาครัฐไปลงทุนประชาสัมพันธ์สถานที่ท่องเที่ยวของแต่ละจังหวัด เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติให้มาจับจ่ายใช้สอย รวมถึงนำเงินบำนาญมาใช้พักผ่อนและเกษียณอายุภายในประเทศไทย ยิ่งโดยเฉพาะเมื่อห้วง 10 ปีที่ผ่านมา ภาพยนตร์เรื่อง Lost in Thailand กลายเป็นกระแสภายในสื่อสังคมออนไลน์ของจีน ทำให้ความต้องการท่องเที่ยวไทยมีสูงขึ้น เฉลี่ยมีนักท่องเที่ยวชาวจีนเดินทางเข้าไทยปีละมากกว่า 5,000,000 คน โดยเมื่อห้วง 1-2 ปีก่อนไวรัส COVID-19 จะระบาดในไทย จำนวนนักท่องเที่ยวจากประเทศดังกล่าวได้ทะยานขึ้นไปสู่ระดับ 10,000,000 คนต่อปี สร้างรายได้แก่ไทยถึง 60,000,000,000 ดอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ดี ตั้งแต่ไวรัส COVID-19 ระบาดทั่วโลกจนส่งผลให้หลายประเทศปิดการเดินทางเข้า-ออก อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยก็ซบเซาลงอย่างรวดเร็ว เศรษฐกิจไทยห้วงปี 2563-2564 เกิดการชะงักงันและชะลอตัว จนสำนักข่าวในไทยหลายแห่ง อาทิ The Momentum เริ่มออกมาตั้งคำถามถึงกรณีที่ไทยพึ่งพารายได้จากอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวมากจนเกินไปหรือไม่ เพราะเมื่อพิจารณาสัดส่วนของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) จะเห็นได้ว่าสัดส่วนรายได้จากการท่องเที่ยวของไทยคิดเป็นร้อยละ 22 ของ GDP เช่นเดียวกับประเทศกำลังพัฒนาแห่งอื่นๆ เช่น ฟิลิปปินส์ ร้อยละ…

ถกประเด็นความท้าทายจากการใช้ปัญญาประดิษฐ์

เมื่อปลายพฤษภาคม 2566 ได้เห็นข่าวใหญ่น่าตกใจ จากกรณีที่กลุ่มนักวิจัยและผู้พัฒนาด้านเทคโนโลยีเตือนว่า “ปัญญาประดิษฐ์ หรือ Artificial Intelligence อาจทำให้มนุษยชาติสูญพันธุ์” และย้ำให้ทั่วโลกร่วมกันทำอะไรสักอย่างเพื่อยับยั้งวิกฤตการณ์ดังกล่าวโดยเร็ว!! โดยเสนอว่า บริษัทต่าง ๆ และทั่วโลกควรยุติการพัฒนา AI ไว้อย่างน้อยระยะเวลา 6 เดือน อีกความเห็นหนึ่งที่เผยแพร่ออกมาในช่วงเวลาใกล้ ๆ กัน ซึ่งน่าเชื่อถือและก็น่าห่วงกังวลไม่น้อย คือผู้อำนวยการหน่วยงานความมั่นคงด้านไซเบอร์ในสหรัฐอเมริกา หรือ Cybersecurity and Infrastructure Security Agency ก็ออกมาเตือนเกี่ยวกับการพัฒนา AI ที่รวดเร็วจนเกินไปเหมือนกัน…คำเตือนนี้อาจทำให้เราย้อนนึกถึงภาพยนตร์ Sci-fi หลายเรื่องที่หุ่นยนต์หรือปัญญาประดิษฐ์คิดครองโลกแล้วทำร้ายมนุษย์ที่คิดไม่ทัน AI เหล่านี้ หรือเหล่าผู้พัฒนาเทคโนโลยีกำลังเตือนโลกว่า “Age of Altron” จะเป็นเรื่องจริงได้!? ก็คงไม่ใช่ขนาดนั้นซะทีเดียว…ขอให้ทุกคนใจเย็นลงก่อน แล้วมาดูกันว่า ประเด็นการพัฒนา AI ที่กำลังเป็นที่ถกเถียงกันในโลกไซเบอร์และโลกแห่งความมั่นคง รวมถึงในวงการผู้พัฒนา AI อย่างบริษัท OpenAI ที่สร้าง ChatGPT ขึ้นมานั้น มีอะไรบ้าง และน่าจะนำไปสู่อะไร…

Servant Leadership คืออะไร..เหมาะสมกับยุคปัจจุบันหรือไม่!?

แนวคิดเรื่องการสร้างและพัฒนา “ผู้นำ” เพื่อให้เป็นผู้ขับเคลื่อน หรือบริหารจัดการสถานการณ์ สภาพแวดล้อม และความสัมพันธ์มนุษย์ให้อยู่ในรูปแบบที่ดีขึ้น รวมทั้งบรรลุวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายร่วมกัน ผู้นำนั้นมีหลากหลายรูปแบบ จนอาจเรียกได้ว่าเราสามารถเลือกจะเป็น “ผู้นำ” ในแบบใดก็ได้ และเราพัฒนาตัวเองเพื่อจะเป็นผู้นำในแบบที่อยากจะเป็นได้ ก่อนหน้านี้ ในเชิงทฤษฎี มีงานวิจัยของมหาวิทยาลัยไอโอวาของสหรัฐฯ ที่แบ่งพฤติกรรมของผู้นำเป็น 3 รูปแบบ ได้แก่ ผู้นำแบบเผด็จการ ผู้นำแบบประชาธิปไตย และผู้นำแบบเสรีนิยม ทั้ง 3 แบบมีข้อดีและข้อเสียในตัวเอง หลังจากนั้นก็มีการศึกษาพฤติกรรมผู้นำในหลากหลายรูปแบบมากขึ้น ในปัจจุบัน เราได้ยินลักษณะการเป็นผู้นำอยู่ 2 รูปแบบที่กำลังได้รับความนิยม ได้แก่ ผู้นำที่คล่องตัว (Agile Leadership) และผู้นำแบบผู้รับใช้ (Servant Leadership) ทั้ง 2 คำนี้มีที่มาอย่างไร ใครบ้างที่ควรจะเป็นผู้นำแบบนี้ และถ้ามีผู้นำแบบนี้เราจะได้อะไร!?..ลองอ่านดูแล้วทำความเข้าใจเรื่องนี้ไปพร้อม ๆ กัน ขอเริ่มที่แนวคิดการเป็น “ผู้นำที่เป็นผู้รับใช้” หรือ Servant Leadership คำนี้ไม่ใช่คำใหม่แต่อย่างใด เพราะเป็นแนวคิดที่พัฒนาและนำเสนอขึ้นมาโดยนายโรเบิร์ต กรีนลีฟ (Robert K. Greenleaf)…

ทำไมตลาดหุ้นถึงถูกเทขายหลังประกาศผลเลือกตั้งทั่วไปปี 2566

วันที่ 15 พฤษภาคม 2566 ซึ่งเป็นวันแรกหลังผลการนับคะแนนเลือกตั้งออกมาในทิศทางที่พรรคก้าวไกลจะได้รับชัยชนะและสิทธิในการจัดตั้งรัฐบาลไทย ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ไทย (SET Index) ก็ปรับตัวร่วงลงมาทันทีเกือบ 20 จุด จากนั้นก็ได้มีแรงเทขายทยอยปรากฏให้เห็นอยู่ตลอดสัปดาห์จนปิดแท่งสัปดาห์ที่ 1514.89 จุด นอกจากนี้ยังมีนักลงทุนต่างประเทศจำนวนหนึ่งพร้อมใจกันเทขายพันธบัตรไทย รวมเป็นเม็ดเงินมูลค่ากว่า 30,000,000,000 บาท ส่งผลให้เงินบาทพลิกตัวกลับไปอ่อนค่ามากที่สุดในรอบ 1 เดือนที่ราคา 34.50 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ สื่อหลายสำนักตั้งข้อสังเกตว่าปรากฏการณ์ดังกล่าวเป็นการสะท้อนถึงทัศนคติของบริษัทข้ามชาติที่เข้ามาลงทุนในไทย ซึ่งมีความกังวลในนโยบายประชานิยมของพรรคก้าวไกล ทั้งการปรับขึ้นอัตราค่าแรงขั้นต่ำเป็น 450 บาท/วัน และการเพิ่มสวัสดิการแรงงานที่อาจทำให้กลุ่มผู้ประกอบการมีภาระด้านต้นทุนค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น..แล้วตัดสินใจย้ายฐานการผลิตไปยังกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านของไทยที่มีอัตราค่าแรงต่ำกว่าไทย (อาทิ เวียดนาม) ได้ ข้อคิดดังที่กล่าวถึงข้างต้นนี้ แม้จะเป็นความเป็นจริงแต่ยังไม่ครอบคลุมถึงปัจจัยหลักเท่าใดนัก เนื่องจากเมื่อพิจารณาจากความเคลื่อนไหวในตลาดทุนไทย จะเห็นได้ว่าดัชนี SET Index นั้นได้แสดงสัญญาณการปรับตัวลงอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่เมื่อห้วงมกราคม 2566 แล้ว เพราะธนาคารกลางแห่งสหรัฐฯ (Fed) ได้ประกาศออกมาว่าสถานการณ์เงินเฟ้อในสหรัฐฯ ยังไม่ปรับตัวลงไปยังจุดที่ Fed ลงความคิดเห็นว่า ‘ปลอดภัย’ จึงจำเป็นต้องเดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีกประมาณ 2-3 ครั้ง ตลอดห้วงปี 2566 เพื่อให้ภาคอุตสาหกรรมในสหรัฐฯ ชะลอการผลิต…

ชาร์จพลังให้โลกแบบไร้สาย

  “นกอพยพมาเพื่อหนีอากาศหนาว และหาแหล่งที่อยู่อาศัยเพื่อเอาตัวรอด จากนั้นก็จะอพยพกลับไปยังแหล่งกำเนิด” วงจรนี้เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพราะสิ่งมีชีวิตจะหาที่อยู่อาศัยที่เหมาะสม เพื่อสร้างภาวะที่สบาย ไม่แตกต่างจากสิ่งที่มนุษย์ต้องการ คือ “ความสบาย” ซึ่งเป็นเหตุผลที่ทำให้เกิดการเดินทางระยะไกล ดังนั้น ระยะทางและการขนส่งจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ใช้ทรัพยากรเป็นอย่างมาก  ..ทั้งการทำโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับยานพาหนะ และการใช้พลังงานเพื่อขับเคลื่อนยานพาหนะ แล้วโลกนี้จะเป็นอย่างไร?? หากเส้นทางที่ต้องใช้ทรัพยากรมากมายเหล่านี้หายไป!! และเปลี่ยนสภาพกลายไปเป็นเพียง “คลื่นวิทยุ” ที่เคลื่อนที่ผ่านอากาศได้ เราเชื่อว่า นวัตกรรมนี้จะเปลี่ยนแปลงโลกได้อีกครั้ง ทั่วโลกได้ทำความรู้จักและใช้การชาร์จพลังงานแบบ “ไร้สาย” หรือ การส่งกระแสไฟฟ้าที่สามารถผ่านได้ด้วยการสัมผัส ถ่ายโอนกระแสไฟฟ้าสู่แบตเตอร์รี่ได้มาระยะหนึ่งแล้ว และ “การแปรรูปพลังงาน” เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา เช่น เตาไฟฟ้าที่เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าให้เป็นพลังงานความร้อน การเปลี่ยนสัญญาณโทรศัพท์เป็นคลื่นเสียง เปลี่ยนสัญญาณอินเทอร์เน็ตเป็นข้อมูลมหาศาล เป็นต้น และการส่งไฟฟ้าแบบไร้สาย ก็เป็นการแปรรูปพลังงานแบบหนึ่ง โดยเป็นกระบวนการแปลงกระแสไฟฟ้าให้เป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่อัดแน่น จากนั้นก็ส่งออกคลื่นแม่เหล็กไป คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่ไร้อันตรายนี้จะส่งต่อไปยังตัวรับ เพื่อแปลงคลื่นให้กลับไปเป็นไฟฟ้ากระแสตรง เพื่อให้สามารถนำไปใช้งานได้อีกครั้ง …กระบวนการนี้ทำให้สามารถลดต้นทุนการส่งไฟฟ้าได้ โดยเฉพาะในยุคที่วัสดุสำคัญในการส่งไฟฟ้าอย่าง “ทองแดง” มีปริมาณลดลงเรื่อย ๆ นอกจากนี้ การส่งไฟฟ้าแบบไร้สายยังลดอุปสรรคการส่งไฟฟ้าในพื้นที่ที่ยากต่อการเดินสายไฟเช่นพื้นที่ภูเขา ทำให้พื้นที่ชุมชนที่อยู่ห่างไกล มีโอกาสที่จะเข้าถึงไฟฟ้ามากยิ่งขึ้น เป็นการกระจายความเจริญให้ทั่วทุกพื้นที่ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่โลกมีการส่งกระแสไฟฟ้าแบบไร้สาย ย้อนกลับไปเมื่อปี ค.ศ.1891…

ทำความรู้จักอาณาจักรสุขภาพผ่านคำว่า Health care

  Trend สุขภาพกำลังเป็นที่มาแรงเป็นอย่างมาก บทความนี้ไม่ได้เขียนมาเพื่อโน้มน้าวให้เชื่อว่า การดูแลสุขภาพนั้นดีอย่างไร …….แต่จะเล่าถึงความยิ่งใหญ่ของวงการสุขภาพ ที่มีมิติกว้างกว่าการรักษาพยาบาล แต่ครอบคลุมถึงการดูแลสุขภาพเชิงรุก การป้องกันโรค การดูแลผู้สูงอายุ ศัลยกรรมเพื่อความงาม การชะลอวัย เทคโนโลยีทางการแพทย์ วิทยาการทางการแพทย์ งานวิจัยทางการแพทย์ และการฟื้นฟูบำรุงร่างกาย ภายใต้คำว่า Health care ปัจจุบันธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการแพทย์นั้นมีหลากหลายมาก ตั้งแต่การให้บริการ โรงงานผลิตอุปกรณ์ ห้องทดลองยารักษาโรค  มหาวิทยาลัยที่พัฒนาความรู้ทางด้านการแพทย์ และธุรกิจเหล่านี้กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่องไปจนถึงในอนาคตที่มีแนวโน้นการเติบโตที่มั่นคงกว่าการพัฒนาเทคโนโลยีทางด้านอวกาศหรือธุรกิจเทคโนโลยีที่ดูอาจจะเป็นอนาคตอันเลือนลาง อะไรคือหลักฐานที่ทำให้เราเชื่อเรื่องนี้? ก็มาจากการที่รายได้จากบริษัท Pfizer ในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด 19 เพิ่มขึ้น 41% เป็นมูลค่ากว่า 18.96 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในระยะเวลาแค่ 2 ไตรมาส ตัวเลขเหล่านี้ทำให้การลงทุนในกลุ่ม Healthcare ทั้งหมด เป็นที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนในช่วงโควิด 19 แม้ในปัจจุบันอัตราการเติบโตของกองทุนจะไม่รวดเร็วหรือหวือหวาเท่ากับในช่วงเกิดโควิด แต่การเติบโตของธุรกิจในกลุ่ม Healthcare ยังมีแนวโน้มเติบโตขึ้นต่อเนื่อง เพราะความนิยมในการดูแลรักษาสุขภาพ ทำให้เรื่องของการดูแลรักษาร่างกายไม่ใช่เรื่องในโรงพยาบาลเพียงอย่างเดียว โดยเฉพาะกับธุรกิจ การบริการในรูปแบบของ Wellness กิจกรรม Wellness มีอะไรบ้าง…

องค์กรแห่งความสุข (Happy Workplace)

การทำงานของบุคลากรแต่ละองค์กรในปัจจุบันย่อมที่จะต้องการสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ดี เพื่อการเตรียมความพร้อมในการทำงาน หากบุคลากรเหล่านั้นได้รับความต้องการตามลำดับ โดยความต้องการในการทำงานลำดับแรกที่จะมีมากที่สุดเป็นความต้องการพื้นฐานที่ทุกคนขาดไม่ได้ ไปจนถึงความต้องการสูงสุดในบันไดขั้นที่ 5 หรือทฤษฏีลำดับขั้นความต้องการของมาส์โลว์ (Maslow’s hierarchy of needs Theory) 5 ประการ ได้แก่ ……….1)ความต้องการด้านร่างกายหรือด้านกายภาพ (Physiological Needs) 2)ความต้องการด้านความมั่นคงปลอดภัย (Safety Needs) 3)ความต้องการความรักและความเป็นเจ้าของ (Belongingness and Love Need) 4)ความต้องการเกียรติยศชื่อเสียงและความภาคภูมิใจ (Self- Esteem Need) และ 5)ความต้องการความสมบูรณ์ของชีวิต (Self-Actualization Needs) ……..จากข้างต้นที่กล่าวมา สภาพแวดล้อมทั้งภายในและภายนอกขององค์กรจึงมีผลต่อความต้องการ 5 ประการ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ นำไปสู่กระบวนการคิดที่ก่อให้เกิดสภาพแวดล้อมที่ดีในการทำงานอย่างที่หลายคนมองอย่างจินตภาพไว้คร่าว ๆ “องค์กรแห่งความสุข” หรือ Happy Workplace จึงเป็นกระบวนการพัฒนาบุคลากรในองค์กรอย่างมีเป้าหมาย (Goals) ให้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ (Vision) และพันธกิจ (Mission) ขององค์กร เพื่อให้บุคลากรมีความพร้อมต่อการพัฒนาเปลี่ยนแปลง นำพาองค์กรไปสู่ความก้าวหน้า ซึ่งมีลักษณะสำคัญ…

ประเมินสถานการณ์จากเหตุโจมตีภูมิภาค Belgorod ของรัสเซีย

สถานการณ์รัสเซีย-ยูเครนที่เริ่มมาตั้งแต่กุมภาพันธ์ 2565 อาจกำลังเข้าสู่ “จุดเปลี่ยน” และ “จุดอันตราย” อีกครั้ง เมื่อมีรายงานเกี่ยวกับเหตุโจมตีผลประโยชน์ของรัสเซียบ่อย ๆ ในปี 2566 ไม่ว่าจะเป็นกรณีรัสเซียรายงานว่าพบความพยายามใช้โดรน 2 เครื่องบินบุกเข้าไปในกรุงมอสโค เพื่อลอบสังหารประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูตินเมื่อต้นพฤษภาคม 2566 หรือเหตุลอบวางระเบิดและทำร้ายผู้ที่สนับสนุนรัฐบาลรัสเซียอย่างต่อเนื่อง