ชาร์จพลังให้โลกแบบไร้สาย

  “นกอพยพมาเพื่อหนีอากาศหนาว และหาแหล่งที่อยู่อาศัยเพื่อเอาตัวรอด จากนั้นก็จะอพยพกลับไปยังแหล่งกำเนิด” วงจรนี้เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพราะสิ่งมีชีวิตจะหาที่อยู่อาศัยที่เหมาะสม เพื่อสร้างภาวะที่สบาย ไม่แตกต่างจากสิ่งที่มนุษย์ต้องการ คือ “ความสบาย” ซึ่งเป็นเหตุผลที่ทำให้เกิดการเดินทางระยะไกล ดังนั้น ระยะทางและการขนส่งจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ใช้ทรัพยากรเป็นอย่างมาก  ..ทั้งการทำโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับยานพาหนะ และการใช้พลังงานเพื่อขับเคลื่อนยานพาหนะ แล้วโลกนี้จะเป็นอย่างไร?? หากเส้นทางที่ต้องใช้ทรัพยากรมากมายเหล่านี้หายไป!! และเปลี่ยนสภาพกลายไปเป็นเพียง “คลื่นวิทยุ” ที่เคลื่อนที่ผ่านอากาศได้ เราเชื่อว่า นวัตกรรมนี้จะเปลี่ยนแปลงโลกได้อีกครั้ง ทั่วโลกได้ทำความรู้จักและใช้การชาร์จพลังงานแบบ “ไร้สาย” หรือ การส่งกระแสไฟฟ้าที่สามารถผ่านได้ด้วยการสัมผัส ถ่ายโอนกระแสไฟฟ้าสู่แบตเตอร์รี่ได้มาระยะหนึ่งแล้ว และ “การแปรรูปพลังงาน” เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา เช่น เตาไฟฟ้าที่เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าให้เป็นพลังงานความร้อน การเปลี่ยนสัญญาณโทรศัพท์เป็นคลื่นเสียง เปลี่ยนสัญญาณอินเทอร์เน็ตเป็นข้อมูลมหาศาล เป็นต้น และการส่งไฟฟ้าแบบไร้สาย ก็เป็นการแปรรูปพลังงานแบบหนึ่ง โดยเป็นกระบวนการแปลงกระแสไฟฟ้าให้เป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่อัดแน่น จากนั้นก็ส่งออกคลื่นแม่เหล็กไป คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่ไร้อันตรายนี้จะส่งต่อไปยังตัวรับ เพื่อแปลงคลื่นให้กลับไปเป็นไฟฟ้ากระแสตรง เพื่อให้สามารถนำไปใช้งานได้อีกครั้ง …กระบวนการนี้ทำให้สามารถลดต้นทุนการส่งไฟฟ้าได้ โดยเฉพาะในยุคที่วัสดุสำคัญในการส่งไฟฟ้าอย่าง “ทองแดง” มีปริมาณลดลงเรื่อย ๆ นอกจากนี้ การส่งไฟฟ้าแบบไร้สายยังลดอุปสรรคการส่งไฟฟ้าในพื้นที่ที่ยากต่อการเดินสายไฟเช่นพื้นที่ภูเขา ทำให้พื้นที่ชุมชนที่อยู่ห่างไกล มีโอกาสที่จะเข้าถึงไฟฟ้ามากยิ่งขึ้น เป็นการกระจายความเจริญให้ทั่วทุกพื้นที่ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่โลกมีการส่งกระแสไฟฟ้าแบบไร้สาย ย้อนกลับไปเมื่อปี ค.ศ.1891…

ทำความรู้จักอาณาจักรสุขภาพผ่านคำว่า Health care

  Trend สุขภาพกำลังเป็นที่มาแรงเป็นอย่างมาก บทความนี้ไม่ได้เขียนมาเพื่อโน้มน้าวให้เชื่อว่า การดูแลสุขภาพนั้นดีอย่างไร …….แต่จะเล่าถึงความยิ่งใหญ่ของวงการสุขภาพ ที่มีมิติกว้างกว่าการรักษาพยาบาล แต่ครอบคลุมถึงการดูแลสุขภาพเชิงรุก การป้องกันโรค การดูแลผู้สูงอายุ ศัลยกรรมเพื่อความงาม การชะลอวัย เทคโนโลยีทางการแพทย์ วิทยาการทางการแพทย์ งานวิจัยทางการแพทย์ และการฟื้นฟูบำรุงร่างกาย ภายใต้คำว่า Health care ปัจจุบันธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการแพทย์นั้นมีหลากหลายมาก ตั้งแต่การให้บริการ โรงงานผลิตอุปกรณ์ ห้องทดลองยารักษาโรค  มหาวิทยาลัยที่พัฒนาความรู้ทางด้านการแพทย์ และธุรกิจเหล่านี้กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่องไปจนถึงในอนาคตที่มีแนวโน้นการเติบโตที่มั่นคงกว่าการพัฒนาเทคโนโลยีทางด้านอวกาศหรือธุรกิจเทคโนโลยีที่ดูอาจจะเป็นอนาคตอันเลือนลาง อะไรคือหลักฐานที่ทำให้เราเชื่อเรื่องนี้? ก็มาจากการที่รายได้จากบริษัท Pfizer ในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด 19 เพิ่มขึ้น 41% เป็นมูลค่ากว่า 18.96 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในระยะเวลาแค่ 2 ไตรมาส ตัวเลขเหล่านี้ทำให้การลงทุนในกลุ่ม Healthcare ทั้งหมด เป็นที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนในช่วงโควิด 19 แม้ในปัจจุบันอัตราการเติบโตของกองทุนจะไม่รวดเร็วหรือหวือหวาเท่ากับในช่วงเกิดโควิด แต่การเติบโตของธุรกิจในกลุ่ม Healthcare ยังมีแนวโน้มเติบโตขึ้นต่อเนื่อง เพราะความนิยมในการดูแลรักษาสุขภาพ ทำให้เรื่องของการดูแลรักษาร่างกายไม่ใช่เรื่องในโรงพยาบาลเพียงอย่างเดียว โดยเฉพาะกับธุรกิจ การบริการในรูปแบบของ Wellness กิจกรรม Wellness มีอะไรบ้าง…

องค์กรแห่งความสุข (Happy Workplace)

การทำงานของบุคลากรแต่ละองค์กรในปัจจุบันย่อมที่จะต้องการสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ดี เพื่อการเตรียมความพร้อมในการทำงาน หากบุคลากรเหล่านั้นได้รับความต้องการตามลำดับ โดยความต้องการในการทำงานลำดับแรกที่จะมีมากที่สุดเป็นความต้องการพื้นฐานที่ทุกคนขาดไม่ได้ ไปจนถึงความต้องการสูงสุดในบันไดขั้นที่ 5 หรือทฤษฏีลำดับขั้นความต้องการของมาส์โลว์ (Maslow’s hierarchy of needs Theory) 5 ประการ ได้แก่ ……….1)ความต้องการด้านร่างกายหรือด้านกายภาพ (Physiological Needs) 2)ความต้องการด้านความมั่นคงปลอดภัย (Safety Needs) 3)ความต้องการความรักและความเป็นเจ้าของ (Belongingness and Love Need) 4)ความต้องการเกียรติยศชื่อเสียงและความภาคภูมิใจ (Self- Esteem Need) และ 5)ความต้องการความสมบูรณ์ของชีวิต (Self-Actualization Needs) ……..จากข้างต้นที่กล่าวมา สภาพแวดล้อมทั้งภายในและภายนอกขององค์กรจึงมีผลต่อความต้องการ 5 ประการ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ นำไปสู่กระบวนการคิดที่ก่อให้เกิดสภาพแวดล้อมที่ดีในการทำงานอย่างที่หลายคนมองอย่างจินตภาพไว้คร่าว ๆ “องค์กรแห่งความสุข” หรือ Happy Workplace จึงเป็นกระบวนการพัฒนาบุคลากรในองค์กรอย่างมีเป้าหมาย (Goals) ให้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ (Vision) และพันธกิจ (Mission) ขององค์กร เพื่อให้บุคลากรมีความพร้อมต่อการพัฒนาเปลี่ยนแปลง นำพาองค์กรไปสู่ความก้าวหน้า ซึ่งมีลักษณะสำคัญ…

ประเมินสถานการณ์จากเหตุโจมตีภูมิภาค Belgorod ของรัสเซีย

สถานการณ์รัสเซีย-ยูเครนที่เริ่มมาตั้งแต่กุมภาพันธ์ 2565 อาจกำลังเข้าสู่ “จุดเปลี่ยน” และ “จุดอันตราย” อีกครั้ง เมื่อมีรายงานเกี่ยวกับเหตุโจมตีผลประโยชน์ของรัสเซียบ่อย ๆ ในปี 2566 ไม่ว่าจะเป็นกรณีรัสเซียรายงานว่าพบความพยายามใช้โดรน 2 เครื่องบินบุกเข้าไปในกรุงมอสโค เพื่อลอบสังหารประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูตินเมื่อต้นพฤษภาคม 2566 หรือเหตุลอบวางระเบิดและทำร้ายผู้ที่สนับสนุนรัฐบาลรัสเซียอย่างต่อเนื่อง

วิเคราะห์ผลการประชุม FOMC Meeting 2-3 พฤษภาคม 2566

  กระแสธุรกิจในกลุ่มการเงิน การธนาคารของสหรัฐฯที่เสี่ยงเข้าสู่ภาวะล่มสลาย (bank run) เมื่อห้วงมีนาคม-เมษายนที่ผ่านมากลายเป็นปัจจัยสำคัญที่หนุนให้นักลงทุนในตลาดจำนวนมากทยอยถอนเงินดอลลาร์สหรัฐ ออกจากธนาคาร แล้วหันเหไปให้ความสนใจต่อโลหะมีค่า (precious metals) อย่างทองคำ แร่เงิน และสินทรัพย์ที่อยู่นอกระบบเงินสกุลดอลลาร์อย่างกลุ่ม Cryptocurrencies ส่งผลให้ราคาของกลุ่มสินทรัพย์ดังกล่าวปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง สวนทางกับอารมณ์ของตลาดที่กำลังตกอยู่ในภวังค์ความกังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจถดถอยที่อาจเกิดขึ้นภายในห้วงปี 2566-2567 ทั้งนี้ ภาคเอกชนหลายแห่งเริ่มเข้าสู่การรัดเข็มขัด ลดการใช้จ่าย และกิจกรรมทางเศรษฐกิจ/การลงทุน เนื่องจากการขาดสภาพคล่องในตลาดอันเป็นผลกระทบมาจากนโยบาย Quantitative Tightening (QT) และการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอย่างรุนแรงโดยธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) และเลือกที่จะรอความชัดเจนจากทางองค์กรดังกล่าวในห้วงมิถุนายน-กรกฎาคมว่าจะส่งสัญญาณการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงเมื่อใด นอกจากนี้ นักลงทุนหลายกลุ่มยังมีความเชื่อดั้งเดิมอยู่ว่าเดือนพฤษภาคมจะเป็นห้วงที่สินทรัพย์เสี่ยงในตลาดจะถูกเทขาย (Sell in May) เพราะนักลงทุนในยุโรปและสหรัฐฯ ซึ่งถือเป็นรายใหญ่ของตลาด จะขายสินทรัพย์บางส่วนเพื่อนำกำไรไปพักผ่อนท่องเที่ยวห้วงฤดูร้อนในไตรมาสที่ 3 ของทุกปี ผลการประชุม FOMC Meeting เดือนพฤษภาคม 2566 การประชุมในครั้งนี้นับว่าไม่มีสิ่งใดอยู่เหนือเกินกว่าความคาดหมายของนักลงทุน และการสำรวจของเว็บไซต์ CME Group ที่ประเมิน (priced in) กันเอาไว้ตั้งแต่เมื่อห้วง 2-3 เดือนก่อนหน้านี้ว่า Fed จะสามารถปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยได้เพียงร้อยละ…

บทบาทของ Tiktok และการเลือกตั้งทั่วไปในไทยปี 2023

ชัยชนะอันเกินความคาดหมายกว่า 14,000,000 เสียงที่พรรคก้าวไกลได้รับซึ่งคงเป็นผลจากการนำสื่อสังคมออนไลน์อย่าง Tiktok มาประยุกต์ใช้ในการรณรงค์หาเสียงในศึกการเลือกตั้งทั่วไปปี 2566 นี้ สร้างปรากฏการณ์และบทเรียนครั้งสำคัญให้พรรคการเมืองหลายพรรคในการที่ต้องนำประเด็นดังกล่าวมาขบคิดอย่างจริงจัง โดยแม้ว่าหากมองในมิติระดับฐานรากก็ไม่ถือว่าเป็นสิ่งที่ยากเกินกว่าจะเข้าใจ เพราะปัจจุบันประเทศไทยมีผู้ใช้งาน Tiktok จำนวนมากกว่า 40,000,000 คน (คิดเป็นอัตราส่วนได้มากกว่าครึ่งหนึ่งของประชากรทั้งประเทศ) ตัวเลขที่ว่านี้แสดงให้เห็นถึงความกว้างขวางในการเข้าถึงฐานลูกค้าของแอปพลิเคชันดังกล่าว ………….แต่ในทางกลับกัน จากการสำรวจจะเห็นได้ว่ามีพรรคการเมืองเพียงไม่กี่พรรคเท่านั้นที่นำ Tiktok มาประยุกต์ใช้กับการเมือง ตัวอย่างที่น่าสนใจ คือ พรรคก้าวไกลที่มีผู้ติดตามมากกว่า 2,000,000 คน มีสถิติผู้กดถูกใจเกือบ 40,000,000 ครั้ง ขณะเดียวกันในกรณีที่น่าเศร้าหรือ worst case คือ หลายๆพรรคไม่มีแม้กระทั่งบัญชี Tiktok ของตนเองเลย เช่น ภูมิใจไทย และพลังประชารัฐ ส่วนพรรคประชาธิปัตย์นั้นมีบัญชี Tiktok แต่ไม่ได้รับความสำคัญหรือสนใจเท่าใดนัก ทำให้มีจำนวนผู้ติดตามเพียง 9,000 คน การนำวัฒนธรรมการสื่อสารมวลชนสมัยใหม่มาผสมผสานกับเทคโนโลยีสื่อสังคมออนไลน์ แม้ว่าพรรคก้าวไกลจะเป็นพรรคเกิดใหม่ ที่ประกอบไปด้วยบุคลากรวัยเยาว์และมีประสบการณ์ทางการเมืองน้อย แต่ต้องยอมรับเลยว่าในด้านเทคโนโลยีนั้น พรรคก้าวไกลถือเป็นพรรคที่มีความเข้าใจระบบและรูปแบบการสื่อสารสมัยใหม่พรรคหนึ่งทีเดียว เนื่องจากพรรคดังกล่าวนั้นได้นำวัฒนธรรมการสื่อสารมวลชนสมัยใหม่ที่เน้นสื่อสารกันผ่านวีดิทัศน์(video)ขนาดสั้นในกรอบ 15 วินาที ถึง 1 นาที…

ทำความเข้าใจปัญหาเพดานหนี้สหรัฐอเมริกา 2566

“ปัญหาเพดานหนี้สหรัฐฯ” กลายเป็นข่าวใหญ่ในช่วงกลางพฤษภาคม 2566 ทั้งที่ผู้นำสหรัฐอเมริกากำลังจะเยือนเอเชียเพื่อแสดงบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนกรอบความร่วมมือด้านเศรษฐกิจอย่าง G7 ที่ญี่ปุ่นเป็นเจ้าภาพ รวมทั้งการประชุมกรอบความร่วมมือ 4 ฝ่ายเพื่อส่งเสริมความมั่งคั่งในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิกอย่าง QUAD ที่ออสเตรเลียจะเป็นผู้จัดการต้อนรับ แต่ปัญหาเศรษฐกิจในประเทศอย่างเรื่องการตัดสินใจว่าจะขยายเพดานหนี้สหรัฐฯ ทันเวลาหรือไม่ กลายเป็นเรื่องสำคัญเร่งด่วนที่ประธานาธิบดีโจเซฟ ไบเดน ต้องจัดการ จึงต้องยกเลิกกการประชุมบางส่วนเพื่อกลับไปแก้ไขปัญหาในประเทศเสียก่อน …ความเคลื่อนไหวนี้อาจเป็นไปตามสูตรที่ว่า รัฐบาลสหรัฐฯ ต้องให้ความสำคัญกับเรื่องความมั่นคงภายในประเทศก่อน เพื่อให้ประชาชนชาวอเมริกันที่มีคะแนนโหวตเลือกตั้งอยู่ในมือเชื่อมั่นในศักยภาพและความจริงใจของรัฐบาล ย้อนกลับไปที่ทำไมเรื่อง “เพดานหนี้สหรัฐฯ” จึงกลายเป็นเรื่องใหญ่ในตอนนี้!? แล้วจะกลายเป็นปัญหาต่อเศรษฐกิจโลก รวมทั้งเศรษฐกิจไทยได้หรือไม่? …ขออธิบายเป็น 3 ประเด็น ประเด็นแรก ปัญหาเพดานหนี้สหรัฐฯ คืออะไร? ขอเริ่มที่สหรัฐฯ มีกฎหมายกำหนดจำนวนหรือปริมาณหนี้ที่รัฐบาลจะสร้างได้เอาไว้ เพื่อให้เป็นกรอบกำหนดวินัยการเงินและการคลังของรัฐบาล ซึ่งจำนวนสูงสุดนั้นถึงได้เรียกว่า “เพดาน” ในการสร้างหนี้ของรัฐบาลสหรัฐฯ  ซึ่งรัฐบาลต้องสร้างหนี้เพื่อใช้บริหารประเทศ ในช่วงที่งบประมาณของรัฐบาลขาดดุล โดยรัฐบาลสหรัฐฯ จะสร้างหนี้ตามใจตัวเองไม่ได้ ต้องผ่านความเห็นชอบจากฝ่ายนิติบัญญัติเสียก่อน …. แล้วสหรัฐฯ กู้ไปทำอะไรบ้าง?? ก็เช่น กู้ไปจ่ายเงินเดือนให้เจ้าหน้าที่ในรัฐบาลกลาง กู้ไปจ่ายเงินเดือนให้ทหาร และกู้ไปใช้จ่ายในโครงการสวัสดิการต่าง ๆ นั่นเอง สำหรับกฎหมายนั้นมีชื่อว่า Public Debt…

สำรวจสุขภาพใจ “ผู้บริหาร” เมื่อต้องทำงานในโลกยุคใหม่

โลกของการทำงานในยุคสมัยใหม่มีเครื่องมือและวิธีการที่ส่งเสริมการทำงานให้มีประสิทธิภาพเกิดขึ้นมากมาย ขณะเดียวกันก็มีความท้าทายที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงรูปแบบการทำงาน หรือสร้างบรรยากาศไม่แน่ไม่นอนให้กับแนวทางการทำงานอย่างต่อเนื่อง ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดทั่วโลก เช่น การแพร่ระบาดของโรคร้ายอย่าง COVID-19 ที่เป็นจุดเปลี่ยนโลกในทุกมิติ รวมทั้งพฤติกรรมและความคาดหวังของมนุษย์ที่รู้สึกว่าตัวเองเผชิญความเสี่ยงต่าง ๆ มากขึ้น หรืออีกตัวอย่างนึงที่คิดว่าชัดเจนไม่แพ้กัน  คือ การพัฒนาเทคโนโลยีอย่างปัญญาประดิษฐ์หรือ AI (Artificial Intelligence)ที่เป็นทั้งประโยชน์ และเป็นทั้งความท้าทาย เพราะมันจะมาเป็นคู่แข่งในการทำงานของมนุษย์เรานั่นเอง ……เรียกได้ว่า “มนุษย์” ในยุคใหม่ตอนนี้ โดยเฉพาะ “มนุษย์ทำงาน” ต้องประสบพบเจอความเปลี่ยนแปลงและความท้าทายใหม่ ๆ หลายอย่าง ต้องยอมรับว่าความเปลี่ยนแปลงนี้ส่วนมากก็เป็นเรื่องที่ดี เพราะถ้าเราเชื่อในการพัฒนาหรือวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต ก็อาจจะสรุปได้ว่า จะเกิดพัฒนาการหรือวิวัฒนาการ ก็ต้องมี “ความเปลี่ยนแปลง” มาเป็นแรงผลักดันก่อน และดูเหมือนว่า “ปัจจัยภายนอก” จะสร้างความเปลี่ยนแปลงได้รวดเร็วกว่ารอให้มนุษย์เกิดการเปลี่ยนแปลงจากภายในของตัวเองด้วย! ดังนั้น ถ้าเรามองให้ดี ๆ เหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นได้ทำให้มนุษย์มีพัฒนาการ และถ้าใครจับจังหวะความเปลี่ยนแปลงเหล่านั้นได้ดีกว่า ก็จะปรับตัวได้ดีขึ้น กลายเป็น “มนุษย์ในโลกยุคใหม่” ที่พร้อมจะมีแนวคิดที่ทันสมัย มีความสามารถในการอยู่ในโลกเทคโนโลยี และมีความเข้าใจมนุษย์ด้วยกันได้เป็นอย่างดี อย่างไรก็ตาม คุณเคยตั้งคำถามกับการปรับตัวของมนุษย์ยุคใหม่เหล่านี้บ้างไหม? พวกเขา (หรือพวกเรา) เหนื่อยไหมกับการทำความเข้าใจสิ่งใหม่…

ผู้ผลิตเสื้อผ้าระดับโลกจะยุติการจ้างผลิตในเมียนมาจากปัญหารัฐประหาร กระทบไทยอย่างไร ?

เมื่อปลายเดือนมีนาคมปี 2566 ที่ผ่านมา ผู้ผลิตเสื้อผ้าระดับโลกหลายรายประกาศจะยุติการจ้างผลิตสินค้าในเมียนมาโดยอ้างว่าเกิดจากปัญหาด้านสิทธิมนุษยชน ……สะท้อน..ความวิตกกังวลประเด็นด้านแรงงาน รวมถึงความยากลำบากในการปฏิบัติงานจากการรัฐประหารของกองทัพเมียนมาตั้งแต่กุมภาพันธ์ 2564 ซึ่งส่งผลให้บริษัทต่างชาติทยอยถอนธุรกิจออกจากเมียนมา …….โดย Fast Retailing Co., Ltd. เจ้าของแบรนด์ UNIQLO ของญี่ปุ่นระบุว่าจะเริ่มยุติการจ้างผลิตเสื้อผ้าในเมียนมาในช่วงฤดูใบไม้ร่วงปี 2566 (ราวเดือนกันยายน-พฤศจิกายน 2566) ซึ่งสำนักข่าว Nikkei Asia ประเมินว่าการถอนธุรกิจออกจากเมียนมาของ Fast Retailing Co., Ltd. ในเมียนมาครั้งนี้ แทบจะไม่ส่งผลกระทบต่อบริษัทฯ เนื่องจากบริษัทฯ มีพันธมิตรด้านการผลิตกว่า 430 แห่งทั่วโลก เช่น ในจีนและเวียดนาม สำหรับ Marks and Spencer Group plc (M&S) จากสหราชอาณาจักรประกาศจะยุติการจ้างผลิตในเมียนมาในมีนาคม 2566 เช่นเดียวกับบริษัท เรียวฮิน เคอิคะคุ จำกัด เจ้าของแบรนด์ MUJI จากญี่ปุ่น ที่มีแผนจะยุติการจ้างผลิตเสื้อแจ็กเก็ตและสินค้าชนิดอื่น ๆ ในเมียนมาภายในสิงหาคม 2566…

“Digital Footprint” ร่องรอยดิจิทัลที่ไม่เลือนหาย กับกระบวนการสรรหาคัดเลือกบุคลากรสู่องค์กร

ในโลกยุคดิจิทัลที่ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีเป็นไปอย่างรวดเร็ว หลายสิ่งหลายอย่างถูกขับเคลื่อนผ่านโลกออนไลน์ โซเชียลมีเดียเป็นที่แพร่หลาย ทุกองค์กรมีเว็บไซต์ของตนเอง มีหน้าเพจของตนเอง พนักงานทุกคนมีแอคเคาท์ต่าง ๆ เป็นของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็น Facebook, TikTok, Instagram, Twitter หรือแพลตฟอร์มอื่น ๆ นอกเหนือจากที่กล่าวมาในข้างต้น การท่องไปบนโลกออนไลน์เพียงปลายนิ้วสัมผัสไม่ว่าจะแพลตฟอร์มใดหรือไปในรูปแบบไหนก็ตาม เราได้ทิ้งสิ่งที่เรียกว่า “Digital Footprint” คือร่องรอยแห่งการทำสิ่งต่าง ๆ บนโลกดิจิทัลเอาไว้ทุกครั้ง และได้ทิ้งเอาไว้ทุกคน เปรียบเสมือนประวัติทางพฤติกรรมที่ผู้ใช้งานกระทำในโลกอินเทอร์เน็ต ที่เผยตัวตนของคุณให้ผู้อื่นบนโลกออนไลน์ได้รับรู้ เมื่อจำแนก “Digital Footprint” หรือร่องรอยดิจิทัล เราจะแบ่งได้เป็น 2 ประเภท ได้แก่ 1)ร่องรอยดิจิทัลแบบไม่รู้ตัว  (Passive Digital Footprint) เป็นประวัติหรือสิ่งที่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติ ที่ผู้ใช้งานไม่ได้ตั้งใจที่จะทิ้งไว้ หรือ ไม่ได้ต้องการจะให้คนอื่นรับรู้ แต่ยังคงถูกบันทึกเก็บเป็นประวัติบนออนไลน์ไว้ เช่น เวลาใช้งานอินเทอร์เน็ตหรือคอมพิวเตอร์ที่จะมีรหัสประจำตัวในการใช้งาน (IP address) ซึ่งเมื่อเยี่ยมชมเว็บไซต์หรือค้นหาบริการอะไร จะมีประวัติการค้นหาต่าง ๆ ถูกเก็บบันทึกไว้อยู่ ทำให้ถูกติดตาม หรือระบุตัวตนคนใช้งานได้ ซึ่งหลายๆครั้งก็จะโดนนักการตลาดนำข้อมูลไปใช้เพื่อทำการโฆษณาต่อไปอีกด้วย และ…