Cynicism กับภาวะหมดไฟจากการทำงาน

ภาวะหมดไฟจากการทำงาน หรือที่เรารู้จักกันผ่านคำว่า Burnout เป็นปรากฏการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นอย่างกว้างขวางทั่วโลกในยุคปัจจุบัน โดยมีผลสำรวจจากต่างประเทศที่น่าสนใจว่า ตอนนี้กลุ่มคนทำงานทุกช่วงวัยกำลังเผชิญภาวะหมดไฟในการทำงานสูงขึ้นอย่างมาก แม้จะหมดยุคการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ที่เป็นปัจจัยสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับวัฒนธรรมและรูปแบบการทำงานมาแล้ว และไม่ใช่แค่คนรุ่นใหม่ วัยทำงานตอนต้น หรือ Gen Y เท่านั้นที่รู้สึกหมดไฟในการทำงาน แต่คนรุ่นใหญ่อย่าง Gen X ก็กำลังเหนื่อยล้าและเผชิญภาวะ Burnout ไม่แพ้กัน ปัญหาหมดไฟในการทำงานถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ระดับนานาชาติ เพราะเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับแรงงานที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจและกิจกรรมในมิติต่าง ๆ ของโลก และที่สำคัญ คือ เรื่องนี้มันเกี่ยวข้องกับมนุษย์เราโดยตรง ทำให้วงการทำงานและสาธารณสุขจะอยู่เฉย ๆ ไม่ได้ โดยองค์การอนามัยโลก (World Health Organization-WHO) ตระหนักถึงปัญหานี้และเริ่มเพิ่มความจริงจังในการแก้ไขเรื่องนี้ด้วยวิธีการด้านสาธารณสุข คือ จัดให้ภาวะหมดไฟจากการทำงานเป็น International Classification of Diseases หรือ ICD เพื่อให้วงการแพทย์มีการวินิจฉัยปัญหานี้อย่างจริงจัง แม้ว่าจะยังไม่นับเป็นความเจ็บป่วยทางจิตเวชก็ตาม สำหรับผลการวินิจฉัยในตอนนี้ อธิบายภาวะหมดไฟจากการทำงานว่าเป็นภาวะการเปลี่ยนแปลงด้านจิตใจที่เกิดจากความเครียดเรื้อรังในการทำงาน ผู้ที่มีภาวะนี้จะมีอาการหลัก ได้แก่ รู้สึกอ่อนเพลีย รู้สึกต่อต้านและมองงานตัวเองในแง่ลบ ขาดแรงจูงใจในการทำงาน ห่างเหินจากผู้อื่น และขาดความผูกพันกับที่ทำงาน…

ความสัมพันธ์ที่เปลี่ยนไประหว่างฮอนดูรัสกับจีน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานกันถ้วนหน้าเมื่อ 15 มีนาคม 2566 เกี่ยวกับทิศทางความสัมพันธ์ที่จะเปลี่ยนแปลงไประหว่างฮอนดูรัสกับจีน เนื่องจากประธานาธิบดี Xiomara Castro ผู้นำฮอนดูรัสออกมาประกาศผ่านทวิตเตอร์ว่าต้องการจะเริ่มต้นความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการกับจีน โดยได้สั่งการกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของฮอนดูรัสดำเนินการเรื่องนี้ทันที …ท่าทีนี้เป็นความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ เพราะที่ผ่านมา ฮอนดูรัสเป็นหนึ่งใน 14 ประเทศทั่วโลกที่มีความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการกับไต้หวัน ดังนั้น การที่ฮอนดูรัสจะริเริ่มความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการกับจีนครั้งนี้ อาจเท่ากับว่าต้องตัดความสัมพันธ์กับไต้หวันไปโดยทันที ข่าวว่าไต้หวันพยายามติดต่อฮอนดูรัสทันทีเพื่อให้ทราบรายละเอียดเกี่ยวกับการตัดสินใจครั้งนี้ พร้อมกับเตือนมิตรประเทศให้ทบทวนดี ๆ และระวังการติด “กับดัก” ของจีน เพราะในระยะหลัง จำนวนประเทศที่มีความสัมพันธ์ทางการทูตกับไต้หวันลดน้อยลงทุกที และครั้งนี้จะเป็นอีก 1 ประเทศในภูมิภาคอเมริกากลางที่เปลี่ยนท่าทีไป หลังจากที่นิการากัวยุติความสัมพันธ์ทางการทูตกับไต้หวันไปเมื่อปี 2564 อย่างไรก็ตาม ฮอนดูรัสเคยส่งสัญญาณก่อนหน้านี้แล้วว่าอาจจะยุติความสัมพันธ์ทางการทูตกับไต้หวัน เพื่อเริ่มใหม่กับจีน ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาความร่วมมือด้านการลงทุนและเศรษฐกิจ แต่เมื่อปี 2565 ฮอนดูรัสก็ยังบอกว่าอยากจะรักษาความสัมพันธ์กับไต้หวันไว้ด้วย สำหรับท่าทีของนักการเมืองฮอนดูรัสบางส่วนก็ยังไม่เห็นด้วยกับการยุติความสัมพันธ์กับไต้หวัน เพราะกลัวว่าจะส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างฮอนดูรัสกับสหรัฐฯ ที่เป็นคู่ค้าอันดับ 1 ตัวจริงในปัจจุบัน เพราะสหรัฐฯน่าจะอยากให้ฮอนดูรัสรักษาความสัมพันธ์กับไต้หวันไว้ และไม่หันไปใกล้ชิดกับจีนที่สหรัฐฯ เชื่อว่าพยายามขยายอิทธิพลในละตินอเมริกามากขึ้น ทำไมฮอนดูรัสตัดสินใจเปลี่ยนความสัมพันธ์กับจีนในตอนนี้ ? คำตอบอาจจะเป็นเรื่องผลประโยชน์แห่งชาติ มีสัญญาณว่าฮอนดูรัสติดต่อกับจีนใกล้ชิดมากขึ้นตั้งแต่เมื่อ 1 มกราคม 2566 ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของฮอนดูรัสไปพบกับรองรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของจีน ที่บราซิล…

สหรัฐฯ กลับมาพิมพ์เงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจอีกแล้ว?

  วิกฤตการณ์ธนาคารระดับภูมิภาคในสหรัฐฯ อย่าง Silicon Valley Bank (SVB) กับ First Republic Bank (FRB) และระดับโลกอย่าง Credit Suisse (CS) ล้มละลายอย่างกะทันหันจากปัญหาสภาพคล่องเมื่อไม่นานมานี้ กลายเป็นสิ่งที่ไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คิดเมื่อทั้งรัฐบาลสหรัฐฯ และสวิตเซอร์แลนด์ต่างประกาศเข้าอุ้มธนาคารดังกล่าวด้วยการอัดฉีดเงินปริมาณมากกว่า 100,000,000,000 ดอลลาร์สหรัฐ[1] เข้าสู่ระบบเพื่อป้องกันปรากฏการณ์โดมิโนในกลุ่มธุรกิจธนาคาร นอกจากนี้ เมื่อพิจารณาจากท่าทีของธนาคารกลางแห่งยุโรป (ECB) ที่ตัดสินใจดำเนินการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายร้อยละ 0.50 ตามแผนเดิม พร้อมยืนยันว่า ECB จะยังไม่ยุติภารกิจลดเงินเฟ้อ และจะรักษาเพดานของอัตราดอกเบี้ยนโยบายให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้นั้น สะท้อนว่ากรณี CS ขาดสภาพคล่องห้วงที่ผ่านมาไม่ได้กระทบถึงจุดยืนทางการคลังของสหภาพยุโรปเลย ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีในการบ่งชี้ว่าภาคธนาคารยังคงแข็งแกร่ง และยังไม่มีแนวโน้มที่จะล้มลงง่ายๆแบบที่เป็นกระแสมาก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ดี ประเด็นใหม่ที่เกิดขึ้น และกำลังกลายเป็นกระแสในกลุ่มนักลงทุนห้วงสัปดาห์นี้ คือ กรณีตัวเลขภายในงบดุล (Balance sheet) ของ Fed ได้ปรับตัวทะยานขึ้นอย่างรุนแรงกว่า 300,000,000,000 ดอลลาร์สหรัฐ[2] จากการอัดฉีดเงินกู้ชะลอวิกฤติ (Crisis lending) เพื่อช่วยเพิ่มสภาพคล่องให้แก่ธนาคารพาณิชย์ในระบบเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่กำลังจะตกอยู่ในภาวะล้มละลาย โดย…

ที่มาและความท้าทายในการปรับความสัมพันธ์ซาอุดีอาระเบีย-อิหร่าน

มีข่าวดีมาฝาก!! เมื่อมหาอำนาจแห่งภูมิภาคตะวันออกกลางส่งสัญญาณว่าจะ “คืนดีกัน” เมื่อ 10 มีนาคม 2566 ทำให้ทั่วโลกตื่นเต้นและจับตามองความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจนี้อย่างใกล้ชิด มหาอำนาจที่เราพูดถึงกันอยู่นี้ ฝั่งหนึ่งคือ “ซาอุดีอาระเบีย” ผู้นำด้านเศรษฐกิจและโลกมุสลิมนิกายซุนนี ประเทศที่ร่ำรวยน้ำมันและมีบทบาทการทูตโดดเด่นในประชาคมระหว่างประเทศเมื่อปี 2565

วิกฤตธนาคาร Silicon Valley Bank (SVB) ล้ม จะสร้างความเสียหายในวงกว้างแค่ไหน?

ปูมหลังเกี่ยวกับธนาคาร Silicon Valley Bank (SVB) SVB นั้นก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2526 เป็นธนาคารพาณิชย์แห่งหนึ่งที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 16 ในสหรัฐฯ ตั้งอยู่ในรัฐแคลิฟอร์เนีย มีสินทรัพย์ในการครอบครองทั้งหมดราว 200,000,000,000 ดอลลาร์สหรัฐ  โดยผลิตภัณฑ์หลักที่ธนาคารดังกล่าวนี้เสนอขายต่อนักลงทุนส่วนใหญ่ คือ สินเชื่อเพื่อธุรกิจ (business loan) รูปแบบต่างๆ อาทิ เงินกู้สำหรับการเข้าซื้อกิจการ และบริการจัดการสกุลเงินต่างประเทศ ซึ่งสาเหตุที่ทำให้ SVB นั้นเป็นที่โด่งดังในกลุ่มนักลงทุนจำนวนมาก เป็นเพราะธนาคารแห่งนี้เป็นสถาบันการเงินแห่งเดียวที่มีฐานลูกค้าหลักเป็นกลุ่มบริษัทสตาร์ทอัพ และบริษัทด้านเทคโนโลยีจากชุมชน Silicon Valley เช่น Roblox, Quotient, Circle, Rocket Lab USA และ Roku[1] SVB ล้มได้อย่างไร? ก่อนจะไปถึงสิ่งที่อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์สั่งปิด SVB เมื่อ 10 มีนาคม 2566 ที่ผ่านมานั้น ต้องอธิบายเป็นพื้นฐานก่อนว่าธุรกิจประเภทธนาคารนั้นมีวิธีการทำกำไรและสร้างการเติบโตอยู่ไม่กี่รูปแบบ หนึ่งในนั้นคือการปล่อยกู้โดยคาดหวังดอกเบี้ยจากผู้กู้แต่ละราย และในกรณีของ SVB ผู้กู้ส่วนใหญ่นั้นเป็นบริษัทเทคโนโลยีจาก Silicon…

วิวาห์เปอรานากัน ในมิติ LGBTQ และมุมมองทางด้านกฎหมายไทย

เปอรานากัน และ”บาบ๋า” และ “ย่าหยา” เป็นคําถูกใช้เรียกลูกหลานชาวจีนเลือดผสมที่ถือกําเนิด และอาศัยอยู่ ณ ดินแดนคาบสมุทรมลายู-อินโดนีเซีย มาตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 15 นอกจากนี้ยังมีชาวต่างชาติอื่น ๆ ที่อพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐาน ณ คาบสมุทรมลายู-อินโดนีเซีย ทําให้ก่อกําเนิดเปอรานากันที่มีสายเลือดลูกผสมระหว่างชนพื้นเมืองเดิมกับชาวต่างชาติมากมาย ดังนั้นจึงสามารถแบ่งชาวเปอรานากันตามเชื้อชาติผสมได้เป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มชาวจีนเปอรานากัน (Peranakan Chinese) กลุ่มชาวอาหรับเปอรานากัน (Peranakan Arabs) กลุ่มชาวดัชต์เปอรานากัน(Peranakan Dutch) และกลุ่มชาวอินเดียเปอรานากัน (Peranakan Indians) แต่ด้วยกลุ่มชาวจีนเปอรานากันเป็นกลุ่มที่มีขนาดใหญ่และมีบทบาทสําคัญในสังคม ทําให้คําว่า “เปอนารากัน” มักถูกใช้อ้างถึงเฉพาะกลุ่มชาวจีนเปอรานากันเท่านั้น นอกจากนี้ ชาวเปอรานากันแม้จะมีเชื้อสายมลายู แต่ส่วนใหญ่ไม่ได้นับถือศาสนาอิสลาม ส่วนใหญ่นับถือลัทธิเต๋า ลัทธิขงจื๊อ และศาสนาพุทธนิกายมหายาน ในส่วนนี้ก็จะนับถือเถรวาทควบคู่ไปกับความเชื่อดั้งเดิมที่นับถือ พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542 นิยาม “บาบ๋า” และ “ย่าหยา” ว่า “เรียกชายที่เป็นลูกครึ่งจีนกับมลายูที่เกิดในมลายูและอินโดนีเซีย ว่า บ้าบ๋า, คู่กับ…

จาก อเมริกันฟุตบอล สู่ Eyeshield 21 ตัวอย่าง Soft Power ชาตินิยมของอเมริกัน

หากจะพูดถึงการแข่ง Super Bowl คงเป็นที่รู้จักกันโดยทั่วไปว่ามันคือรอบชิงชนะเลิศของกีฬาคนชนคน หรืออเมริกันฟุตบอล กีฬาอันดับ 1 ของสหรัฐอเมริกา ซึ่งจะจัดขึ้นในช่วงวันอาทิตย์สุดท้ายของเดือนมกราคม หรือวันอาทิตย์แรกของเดือนกุมภาพันธ์ ภายใต้การจัดงานของ NFL หรือ National Football League โดยที่ Super Bowl 2023 (ครั้งที่ 57) ได้เสร็จสิ้นไปแล้วเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2566 ที่ผ่านมา ณ State Farm Stadium รัฐแอริโซนา ด้วยชัยชนะของทีม Kansas City Chiefs ในฤดูกาลนี้ สิ่งที่เป็นเหมือนจุดสนใจหรือเรียกแขกของ Super Bowl 2023 ในครั้งนี้ นอกจากบรรดาคอกีฬาที่ไปรวมตัวกันแน่นขนัดในสนามแล้ว ปฏิเสธไม่ได้ว่าคือการกลับมาแสดงโชว์ของ Diva ตัวแม่อย่าง Rihanna ที่กลับมาจับไมค์อีกครั้งในรอบ 7 ปี แสดงสดในช่วงพักครึ่ง ถึงขนาดที่ว่า Cara Delevingne นักแสดงและนางแบบชื่อดัง…

มหา’ลัยเหมืองแร่ กับความโรแมนซ์ของแรงงานชนชั้นกลาง

เชื่อว่าหลายคนคงเคยมีโอกาสได้ชมหนังเรื่อง มหา’ลัย เหมืองแร่ ที่ดำเนินเรื่องด้วยตัวพระเอก “อาจินต์” นิสิตชาย ชั้นปีที่ 2 คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย ที่โดนรีไทร์ ทำให้จับพลัดจับผลูไปทำงานไกลถึง “เหมืองกระโสม ทิน เดรดยิง” อำเภอตะกั่วทุ่ง ตำบลกระโสม จังหวัดพังงา เหมืองแร่ดีบุกในยุคเฟืองฟู พูดได้ว่าบทหนังได้สื่อให้เห็นถึงสภาพความเป็นอยู่และลักษณะภูมิสังคมของชาวบ้านในยุคก่อน รวมไปถึงการทำงานใช้แรงงานเป็น “กรรมกรเหมืองแร่” ของผู้คนที่ต้องกินอยู่กับเหมืองแร่และเรือขุด ที่เปรียบเสมือนเป็นบ้านหลังที่สอง ในแง่ผลตอบรับด้านรายได้ แม้ว่า มหา’ลัย เหมืองแร่ จะเป็นหนังที่ล้มเหลว ทำรายได้เพียง 30 ล้านบาท โดยต้นทุนการสร้างหนังอยู่ราว ๆ 70 ล้านบาท แต่หนังกลับได้รับเสียงวิจารณ์ที่ดีเยี่ยม ในปีนั้น มหา’ลัย เหมืองแร่กวาดรางวัลภาพยนตร์แห่งชาติสุพรรณหงส์ ครั้งที่ 15 ไปได้ถึง 6 รางวัล โดยเฉพาะสาขาหลักอย่าง ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม และผู้กำกับยอดเยี่ยม จากการถ่ายทอดเรื่องราวที่ชัดเจนและเป็นกันเอง ฉายภาพชีวิตของชาวเหมืองแร่ที่ขายแรง หาเช้ากินค่ำ และความผูกพันหลายระดับตั้งแต่นายงานจนถึงลูกจ้างรายวัน พร้อมปรัชญาชีวิตของท้องถิ่น ซึ่งมหา’ลัย เหมืองแร่…

วิเคราะห์ท่าทีของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จากถ้อยแถลงของ Jerome Powell 7-8 มีนาคม 2566

จากถ้อยแถลงของ Jerome Powell ในฐานะประธานธนาคารกลางแห่งสหรัฐฯ (Fed) ต่อสภาคองเกรส เมื่อวันอังคารและพุธที่ 7-8 มีนาคม 2566 ที่ผ่านมา เป็นประเด็นที่น่าสนใจและเป็นสัญญาณที่แวดวงการลงทุนควรจะติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะพัฒนาการดังกล่าวนี้น่าจะส่งผลอย่างมากต่อความผันผวนในตลาดการเงิน โดยเฉพาะสินทรัพย์เสี่ยงในตลาด อาทิ ดัชนี Dow Jones, S&P500, แร่โลหะมีค่า (precious metals), Cryptocurrencies รวมถึง ดัชนี SET Index ของไทยอย่างต่อเนื่องตลอดเดือนมีนาคม 2566 นี้ หรืออย่างน้อยก็จนกว่าการประชุม FOMC Meeting ประจำเดือนในห้วง 21-22 มีนาคม 2566 จะผ่านพ้นไป เนื่องจาก Fed จะประกาศการตัดสินใจว่าจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายด้วยความรุนแรงเพียงร้อยละ 0.25 หรือเพิ่มเป็น 0.50 พร้อมกับเผยแนวทางที่ชัดเจนขึ้นต่อสาธารณชนเกี่ยวกับการชะลอหรือยุติการขึ้นดอกเบี้ย สำหรับสิ่งที่ Jerome Powell กล่าวนั้น ประโยคสำคัญที่สุดเลยอยู่ที่ “The latest economic data have…

เศรษฐกิจจีนปี 2566 ยังเป็นที่หมายปองของนักลงทุนหรือไม่

จีนเป็นตลาดเกิดใหม่ที่มีศักยภาพสูง ได้รับการจับตามองจากนักลงทุนทั่วโลกมาตลอด โดยเฉพาะตั้งแต่ที่เติ้งเสี่ยวผิง ผู้นำจีนคนหนึ่งในยุคสงครามเย็นพยายามจะเปิดเสรีทางเศรษฐกิจให้นักลงทุนจากต่างชาติเข้าไปลงทุน และจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษ ก็มีกลุ่มทุนยักษ์ใหญ่จากไทยอย่างเครือ Charoen Pokphand (CP) เข้าไปริเริ่มค้าขายผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร เปิดโรงงานผลิตรถจักรยานยนต์ และห้างสรรพสินค้า โดยไม่นานหลังจากที่เครือ CP เข้าไปลงทุน รัฐบาลจีนในสมัยประธานาธิบดี Jiang Zemin ก็ประกาศนโยบายที่จะนำพาประเทศบูรณาการเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจโลกอย่างเป็นทางการผ่านการเข้าเป็นสมาชิกองค์การการค้าโลก (World Trade Organization -WTO) ในห้วงปลายปี 2544 กล่าวได้ว่าเศรษฐกิจจีนจึงเติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดดภายในระยะเวลาเพียง 2 ทศวรรษ จากเดิมที่มีขนาดเพียงร้อยละ 4 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมของทุกประเทศทั่วโลก (global GDP) มาเป็นเกือบร้อยละ 20 ภายในปี 2563 อีกทั้งยังมีสถิติการส่งออกสินค้าเพิ่มขึ้น 4 คิดเป็น 9 เท่าจากสถิติเดิมในปี 2544  กลายเป็นคู่ค้าอันดับ 1 ของประเทศพัฒนาแล้วและกำลังพัฒนารวมมากกว่า 120 ประเทศ อาทิ เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น เวียดนาม ไต้หวัน และรัสเซีย[1] หากจะถามว่าแล้วปัจจัยใดที่ทำให้บริษัทข้ามชาติหลายแห่ง…