ออสเตรเลียปรับมุมมองต่อการก่อการร้ายสะท้อนว่าความมั่นคงเป็นประเด็นลื่นไหล?!

ประเด็นความมั่นคง (security) หรือสิ่งที่เรากำหนดให้เป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องให้ความสำคัญ เพราะเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยและความอยู่รอดของประชาชน รัฐบาล และอธิปไตยของชาติ ในบางครั้งก็เป็นเรื่องที่ถูกประกอบสร้างขึ้น (construct) หรือกำหนดไว้เพื่อเป้าหมายทางการเมือง ผลประโยชน์แห่งชาติ และสร้างความเป็นระเบียบเรียบร้อยในสังคม ดังนั้น ในสาขาวิชาความมั่นคงระหว่างประเทศ หรือ International Security จึงได้มีข้อสรุปหนึ่งว่า “ความมั่นคง” นั้นเป็นประเด็นที่เปลี่ยนแปลงได้ตามยุคสมัย ตามสังคม หรือแม้กระทั่งตามผู้นำ และเพราะความมั่นคงเป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลง และลื่นไหลได้นั้น ทำให้เราได้เห็นสิ่งที่นักวิชาการเรียกว่า ความมั่นคงรูปแบบเก่า รูปแบบใหม่ และหน้าตาของภัยคุกคามที่เปลี่ยนแปลงไปตามบริบทของความมั่นคงในต่างเวลา สถานที่ และมุมมองของผู้คนเช่นกัน ที่ผ่านมาเราจะเห็นตัวอย่างที่ชัดเจนเกี่ยวกับประเด็นความมั่นคงระหว่างประเทศที่มีความเปลี่ยนแปลงและลื่นไหลไปมาตามยุคสมัยและตามผู้ที่ถืออำนาจอยู่ เช่น หลังเหตุวินาศกรรม 9/11 การก่อการร้ายได้ขยับตัวไปเป็นประเด็นความมั่นคงระหว่างประเทศ และเป็นภัยคุกคามร่วมกันของประเทศตะวันตก นอกจากนี้ การแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ทำให้ประเด็นสาธารณสุขขยับจากการเป็นประเด็นประสิทธิภาพในการบริหารจัดการสาธารณะไปเป็นประเด็นความมั่นคงระหว่างประเทศ …นี่คือ ตัวอย่างง่าย ๆ ของกระบวนการ securitization หรือทำให้ประเด็นใดประเด็นหนึ่งกลายเป็นเรื่อง “ความมั่นคง” โดยผู้มีบทบาทสำคัญ คือ รัฐบาลหรือผู้ครองอำนาจในการประกาศว่าเรื่องใดจะเป็นเรื่องความมั่นคงของสังคมนั้น ๆ ซึ่งการที่รัฐบาลให้ความสำคัญกับเรื่องไหนขึ้นมา ในความรู้สึกของประชาชนมันก็ดูจะเป็นเรื่องจริงจัง สมควรได้รับความสนใจ ความร่วมมือ และจัดสรรงบประมาณไปเพื่อดำเนินการให้รัฐสามารถดำเนินนโยบายด้านความมั่นคงเหล่านั้นได้…

ความเหลื่อมล้ำ: ความรุนแรงที่เร้นกายภายใต้การเติบโต

“ความเหลื่อมล้ำ” ไม่ได้เป็นเฉพาะปรากฏการณ์ทางเศรษฐกิจ หากแต่เป็น “ความรุนแรงเชิงโครงสร้าง” ที่เกิดจากกลไก โครงสร้าง กฎระเบียบ กฎหมาย ที่มีส่วนเอื้อให้เกิด “ความเหลื่อมล้ำ” ขึ้น นอกจากนี้ ความเหลื่อมล้ำยังเป็นชนวนแปรสภาพจากความรุนแรงเชิงโครงสร้าง (Structural Violence) ไปสู่ความรุนแรงเชิงกายภาพ (Physical Violence)

ผู้ว่าการกรุงไทเปคนใหม่กับโปรไฟล์ที่ไม่ธรรมดา

เมื่อ 26 พฤศจิกายน 2565 ที่ผ่านมา ไต้หวันมีการเลือกตั้งท้องถิ่นทั่วประเทศ แม้ว่าเป็นแค่การเลือกตั้งท้องถิ่น แต่ตำแหน่งที่อยู่ในแสงไฟอย่างผู้ว่ากรุงไทเปเป็นที่จับตามองมาก เพราะประธานาธิบดีส่วนใหญ่ของไต้หวันล้วนเคยดำรงตำแหน่งผู้ว่าการกรุงไทเปมาก่อน  ไม่ว่าจะเป็นนายเฉิน สุยเปียน (Chen Shui-bien) นายหม่า อิงจิ่ว (Ma Ying-Jeou) ยกเว้นแค่ประธานาธิบดีไช่ อิงเหวินคนปัจจุบันที่เคยแพ้การเลือกตั้งผู้ว่าการกรุงไทเป ผลการเลือกตั้งปรากฏว่านายเจี่ยง ว่านอัน (Chiang Wan-an) อายุ 43 ปี จากพรรคก๊กมินตั๋ง ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านได้รับ ชัยชนะ และก้าวขึ้นเป็นผู้ว่าราชการกรุงไทเปที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ นายเจี่ยง ว่านอัน แม้ว่าจะเป็นนักการเมืองที่อายุน้อย แต่เคยดำรงตำแหน่งสมาชิกสภามาแล้ว 2 สมัย และสิ่งที่น่าสนใจคือการเป็นเหลนชายของจอมพลเจี่ยง ไคเชก ผู้อพยพรัฐบาลสาธารณรัฐจีนมายังเกาะไต้หวันเมื่อปี 2492 นายว่านอันเป็นบุตรชายของเจี่ยง เสี้ยวหยาน (Chiang Hsiao-yen) อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งเป็นบุตรชายที่เกิดจากภรรยาลับของอดีตประธานาธิบดีเจี่ยง จิงกว๋อ (Chiang Ching-kuo) บุตรชายคนเดียวของจอมพลเจี่ยง ไคเชก การกลับมาอีกครั้งของทายาทตระกูลเจี่ยงจึงเป็นที่จับตามองเป็นพิเศษในฐานะตระกูลการเมืองที่ทรงอิทธิพลที่สุดของไต้หวัน สำหรับการเลือกตั้งครั้งนี้ยังคงเป็นการแบ่งขั้วระหว่างค่ายสีเขียวพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้าหรือ DDP(Democratic Progressive…

4 ปี 4 นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย : ความหวังและความท้าทาย

มาเลเซียจัดการเลือกตั้งครั้งที่ 15 เพื่อเลือกนายกรัฐมนตรี หรือ นรม.คนใหม่เมื่อ 19 พฤศจิกายน 2565 เพื่อแทนคนก่อนหน้านี้ที่ต้องลาออกเพราะเผชิญแรงกดดันทางการเมืองอย่างสูงจากการที่ไม่สามารถฟื้นฟูความเชื่อมั่นของประชาชนต่อรัฐบาลได้ และเมื่อ 24 พฤศจิกายน 2565 สำนักพระราชวังมาเลเซียได้ประกาศให้อันวาร์ อิบราฮิม (Anwar Ibrahim) นักการเมืองรุ่นเก๋าของมาเลเซีย ปัจจุบันอายุ 75 ปี และเป็นผู้นำขั้วการเมือง “พันธมิตรแห่งความหวัง” หรือ Pakatan Harapan (PH) และผู้นำพรรค PKR เป็น นรม.คนใหม่ ……….หลังจากที่มาเลเซียเผชิญภาวะ “รัฐสภาแขวน” หรือการเจรจาระหว่างนักการเมืองเพื่อตั้งรัฐบาลผสม เพราะผลการเลือกตั้งไม่สามารถชี้ขาดผู้ชนะได้ มีเพียงพรรค PH ที่ได้คะแนนมากที่สุดเป็นอันดับ 1 แต่ไม่มากพอจะได้เสียงข้างมากในรัฐสภา หรือ 112 ที่นั่งจาก 222 ที่นั่งนั่นเอง (พรรค PH ได้ไป 82 ที่นั่ง) ทำให้สมเด็จพระราชาธิบดีมาเลเซีย ซึ่งเป็นผู้มีอำนาจตามรัฐธรรมนูญในการแต่งตั้ง นรม.ที่มาจากการเลือกตั้ง ขึ้นกับว่าพระองค์จะมีพระราชดำริว่าผู้ใดสามารถคุมเสียงข้างมากได้ หลายฝ่ายประเมินว่า…

ทิศทางความสัมพันธ์การค้าสหรัฐฯ – จีนในปี 2566

  ภาพการจับมือและพบหารือกันเป็นเวลามากกว่า 2 ชั่วโมงของผู้นำสหรัฐฯ กับผู้นำจีน นอกรอบการประชุม G20 ที่บาหลี อินโดนีเซีย อาจเป็นหมุดหมายสำคัญที่ส่งสัญญาณการเปลี่ยนแปลงทิศทางความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับจีนในปี 2566 เพราะนอกจากการพบกันดังกล่าวจะเป็นการพบกันแบบ face-to-face ครั้งแรกตั้งแต่ผู้นำสหรัฐฯ รับตำแหน่งแล้ว ยังเป็นการยอมไปพบกันในช่วงที่ความสัมพันธ์กระท่อนกระแท่น เรียกได้ว่ามีความขัดแย้งและเห็นต่างกันหลายประเด็นทั้งเรื่องในประเทศและต่างประเทศ รวมทั้งเป็นการพบกันหลังจากมีความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองภายในประเทศของทั้งสหรัฐฯ และจีนด้วย นั่นก็คือ การที่ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีนเพิ่งจะได้กระชับอำนาจทางการเมืองและเป็นผู้นำจีนต่ออีก 1 สมัย ส่วนประธานาธิบดีโจเซฟ ไบเดนของสหรัฐฯ เพิ่งเอาชนะการเลือกตั้งกลางสมัยได้ในวุฒิสภา ที่เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนฝ่ายนิติบัญญัติสหรัฐฯ แม้ว่าจะแพ้ในสภาผู้แทนราษฎร แต่คะแนนที่ได้มาจากการเลือกตั้งครั้งนี้ก็สะท้อนว่ารัฐบาลไบเดนต่อสู้กับพรรครีพับลิกันได้อย่างสูสี เรียกได้ว่าเป็นการพบกันครั้งแรก ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงที่เพิ่งเกิดขึ้น และยังต้องพยายามไม่ทำให้หลุมบ่อที่ทำให้ความสัมพันธ์สหรัฐฯ – จีนอยู่ในสถานะ “คู่แข่งที่ไม่เชื่อใจกัน” ขยายตัวกว้างขึ้นอีกด้วย แม้ว่าสื่อส่วนมากจะรายงานถึงการพูดคุยของทั้ง 2 ฝ่ายที่เต็มไปด้วยเรื่องที่สร้างความเสี่ยงจะขยายความขัดแย้งและความแตกต่างระหว่าง 2 มหาอำนาจโลก เช่น เรื่องจุดยืนต่อไต้หวัน สิทธิมนุษยชน และความขัดแย้งทางการค้าของทั้ง 2 ประเทศที่ยังคงไม่คลี่คลายและมีแนวโน้มจะขยายการแข่งขันด้านเทคโนโลยี จากการกีดกันและแย่งกันครอบครองเซมิคอนดักเตอร์ (chip)…ประเด็นเหล่านั้นต้องทำความเข้าใจตามหลักผลประโยชน์แห่งชาติ (national interest) ว่า การที่สหรัฐฯ…

Painting Protest ระบายอาหารบนภาพวาดเพื่อสิ่งแวดล้อม

ในช่วงปี 2565 ความเดือดร้อนของมนุษย์ที่เป็นผลจากวิกฤตโลกร้อนและปัญหาสิ่งแวดล้อมเป็นเหตุการณ์ที่เห็นได้ชัดอย่างเป็นรูปธรรมและส่งผลกระทบรุนแรงจนกลายเป็นเรื่องใกล้ตัวมากขึ้น “ความตระหนักรู้” เรื่องสิ่งแวดล้อมและภาวะโลกร้อนที่กระจายอยู่ในสื่อต่าง ๆ ทำให้กลุ่มนักเคลื่อนไหวเพื่อปกป้องสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ต่าง ๆ ขยายตัวและกลายเป็นอีกหนึ่งพลังสำคัญที่จะขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาโลกร้อนและสิ่งแวดล้อมให้เป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น การกระจายและกระตุ้นหลักคิดในการรักษาสิ่งแวดล้อมนั้นเป็นเรื่องที่ดี เพราะความมั่นคงของมนุษย์จะไม่สามารถดำรงอยู่ได้หากสิ่งแวดล้อมเสื่อมโทรม และที่ผ่านมาการรณรงค์ส่วนมากจะอยู่ในรูปแบบการประท้วงโดยสันติ แต่ดูเหมือนว่าในระยะหลังที่มีข่าวสารกรณีกลุ่มนักเคลื่อนไหวเพื่อปกป้องสิ่งแวดล้อมบางส่วนต้องการเร่งกระตุ้นให้สังคมหันความสนใจไปที่เรื่องเดียวกันนี้อย่างรวดเร็ว …จนอาจเร็วเกินไป กระทั่งทำให้เกิดคำถามเกี่ยวกับความพยายามรักษาและปกป้องสิ่งแวดล้อมด้วยการเรียกร้องความสนใจนั้นเป็นเรื่องที่เหมาะสมแล้วหรือไม่ สิ่งที่บทความนี้กำลังกล่าวถึง คือ กระแส “Painting Protest” หรือการประท้วงเพื่อเรียกร้องประเด็นใดประเด็นหนึ่ง ด้วยวิธีการสร้างความเสียหายต่อภาพวาด หรือศิลปะชิ้นที่ได้รับความสนใจจากคนหมู่มาก เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นบ่อยครั้งในช่วงที่ผ่านมา คาดว่าน่าจะเป็นเพราะช่วงนั้นนานาชาติกำลังจะจัดการประชุม COP27 ที่อียิปต์ รวมทั้งยังเป็นการตอบโต้นโยบายพลังงานของประเทศต่าง ๆ ที่ยังใช้พลังงานฟอสซิลอยู่ด้วย โดยเหตุการณ์ในตุลาคม 2565 คือ กรณีกลุ่มเคลื่อนไหวเพื่อยุติการขุดเจาะน้ำมันที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ชื่อกลุ่ม “Just Stop Oil” ปาซุป มะเขือเทศ (อาหาร) ใส่ภาพวาดชื่อดัง “Sunflowers” ของศิลปิน Vincent van Gogh ที่ตั้งอยู่ในพิพิธภัณฑ์ที่กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร เป้าหมายเพื่อตั้งคำถามต่อผู้ที่สนใจภาพวาดและศิลปะดังกล่าวว่า “อะไรควรจะมีคุณค่ามากกว่ากัน? ระหว่างภาพวาดกับชีวิตคน และคุณจะเลือกปกป้องอะไรระหว่างภาพวาดกับโลก ถ้าคุณเจ็บใจกับภาพวาดที่ถูกทำลาย ก็จงเจ็บใจกับโลกที่กำลังถูกทำลายต่อหน้าต่อตาเช่นกัน”…

อาเซียน Balance and Beyond

กัมพูชาในฐานะประธานอาเซียนปี 2565 ถือว่าประสบความสำเร็จไม่น้อยในการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอดอาเซียนและการประชุมอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ระหว่าง 10-13 พฤศจิกายน 2565 โดยสามารถต้อนรับผู้นำต่างประเทศที่ไปเยือนกรุงพนมเปญเพื่อเข้าร่วมการประชุมต่าง ๆ ได้อย่างราบรื่นและน่าประทับใจ รวมทั้งประสบความสำเร็จในการผลักดันถ้อยแถลงร่วมของเซียน ตามธีมหลัก “ASEAN A.C.T: Addressing Challenges Together” ตลอดจนร่วมเฉลิมฉลองกับสมาชิกอาเซียนในโอกาสที่ครบรอบ 55 ปี พร้อมกับได้ส่งไม้ตต่อให้สมาชิกอาเซียนอย่างอินโดนีเซีย รับ “ค้อน” เพื่อเป็นประธานอาเซียนในปี 2566 โดยจะเริ่มปฏิบัติหน้าที่ตั้งแต่ 1 มกราคม 2566 เป็นต้นไป   นายกรัฐมนตรีฮุนเซนของกัมพูชาปิดฉากการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 40 และ 41 ที่กัมพูชาด้วยการสรุปว่า กัมพูชาได้รับหินร้อนมา (hot stone) เพื่อจัดการ จนทำให้หินก้อนนั้นเย็นลง (cool it down)   อาเซียนมีความคืบหน้าในเรื่องอะไรกันบ้างในปีนี้…?   เริ่มด้วยเรื่องที่สมาชิกอาเซียนตกลงร่วมกันในหลักการว่าจะรับติมอร์ เลสเต เป็นสมาชิกเพิ่มลำดับที่ 11 ซึ่งสร้างความยินดีให้กับติมอร์ เลสเตเป็นอย่างมาก…

การประชุม COP27 ที่อียิปต์ และการถูกเรียกว่าเวที “ฟอกเขียว”

อียิปต์กำลังเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมของรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือ COP27 ที่เมืองชาร์ม เอล ชีค ระหว่าง 7-18 พฤศจิกายน 2565 ซึ่งการประชุม COP นี้เป็นความพยายามของนานาชาติในการแก้ไขปัญหาโลกร้อนร่วมกันในหลาย ๆ ด้าน โดยมีเป้าหมายสำคัญ คือ ร่วมมือกันจำกัดไม่ให้อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกเพิ่มสูงขึ้นถึง 1.5 องศาเซลเซียส

ประเด็นสำคัญในการเลือกตั้งกลางสมัยของสหรัฐฯ

สหรัฐอเมริกากำลังจะจัดการเลือกตั้งทั่วไป กลางสมัย (midterm election) ใน 8 พ.ย.65 เพื่อคัดเลือกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ จำนวน 435 ตำแหน่ง และสมาชิกวุฒิสภาอีก 1 ใน 3 ของจำนวนทั้งหมด หรือประมาณ 33 คน จาก 100 คน ดังนั้น …การหาเสียงของนักการเมืองสหรัฐฯ จึงเข้มข้นตลอดปี 2565 เพื่อช่วงชิงคะแนนโหวตจากชาวอเมริกันที่มีสิทธิเลือกตั้ง

มูเตลู: ไสยศาสตร์ที่อยู่คู่กับสังคมมนุษย์

“มูเตลู” หรือ “สายมู” เป็นคำที่เราพบเห็นกันอย่างแพร่หลายในสังคมไทยปัจจุบัน ซึ่งกลายเป็นศัพท์ที่นำมาใช้แทนที่คำว่า “ไสยศาสตร์” ทั้งความเชื่อเรื่องลี้ลับ โหราศาสตร์ การดูดวงทุกรูปแบบ ความเชื่อทางศาสนา ไม่ว่าจะเป็นเวทสายดำหรือขาว เหล่านี้ล้วนถือว่าเป็นการมูเตลูทั้งสิ้น แต่คำว่ามูเตลูนั้นไม่ได้มาจากรากศัพท์โบราณแต่อย่างใด ที่มาของคำ ๆ นี้กลับมาจากภาพยนตร์สัญชาติอินโดนีเซีย เรื่อง “Penangkal Ilmu Teluh” หรือในชื่อภาษาไทย “มูเตลู ศึกไสยศาสตร์” (2522) ซึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับหญิงสาว 2 คนที่แข่งกันทำเสน่ห์ใส่ผู้ชาย โดยที่คำว่า “มูเตลู มูเตลู” เป็นคำที่ใช้ในคาถาอาคมของ 2 สาวนี้นั่นเอง ที่จริงแล้วก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่น่าแปลก หากคำว่ามูเตลูนี้จะมาจากภาพยนตร์ เพราะในสื่อภาพยนตร์นั้นก็มักเต็มไปด้วยเหล่าตัวละครสายมูจำพวกพ่อมด-แม่มด นักเวท ที่โด่งดังมากมาย เช่น เหล่าพ่อมด-แม่มดวัยรุ่นจากแฟรนไชส์ Harry Potter กลุ่มนักเวทสายบู๊จากการ์ตูนดังแดนปลาดิบ Fairy Tail ยิ่งถ้าเป็นตัวละครผู้ใช้เวทมนต์ไม่กี่คนในเรื่อง ความโดดเด่นของ Character จะเพิ่มมากขึ้นเป็นพิเศษ อาทิเช่น พ่อมด Gandalf จากแฟรนไชส์ The Lord…