“อุ้มบุญ” โอกาสทางเศรษฐกิจหรือปัญหาสังคมในโลกยุคที่เด็กเกิดน้อย

ขณะที่ทั่วโลกกังวลกับราคาพลังงานและอาหารที่ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง หลังการสู้รบระหว่างรัสเซียกับยูเครนที่ยาวนานเกือบ 1 ปีและยังไม่มีทีท่าว่าจะสิ้นสุด ทั้งยังส่อเค้าจะบานปลายเป็นชนวนของสงครามโลกครั้งที่ 3 หากรัสเซียตัดสินใจใช้อาวุธนิวเคลียร์ เพื่อเร่งปิดฉากสงคราม ……ธุรกิจหนึ่งในยูเครนที่่แทบจะไม่มีคนนึกถึงแต่ได้รับผลกระทบจากภาวะสงครามไม่ต่างจากธุรกิจของกลุ่มทุนใหญ่ข้ามชาติคือ การให้บริการรับจ้างตั้งครรภ์แทนหรือ “อุ้มบุญ”….หญิงสาวชาวยูเครนที่เป็นแม่อุ้มบุญเป็นหนึ่งในกลุ่มผู้ประสบภัยที่ได้รับผลกระทบจากภาวะสงครามไม่ต่างจากชาวยูเครนคนอื่น ๆ ทั้งยังเผชิญความยากลำบากมากกว่าในการอพยพข้ามแดน เนื่องจากมีเด็กติดท้องและสภาพร่างกายไม่เอื้ออำนวยจากการอยู่ในภาวะหญิงมีครรภ์ที่ต้องการการดูแลมากกว่าปกติ ยูเครนมีผู้ให้บริการรับจ้างตั้งครรภ์แทนหลายแห่ง เช่น Delivering Dreams และ Sensible Surrogacy ที่เป็นคนกลางระหว่างแม่อุ้มบุญกับคู่สมรสที่ต้องการมีบุตร เนื่องจาก “อุ้มบุญ” เป็นธุรกิจถูกกฎหมายในยูเครน ข้อมูลของ Growing Families ซึ่งเป็นองค์การไม่แสวงหากำไร ระบุว่า ช่วงก่อนสงครามรัสเซีย–ยูเครน มีแม่อุ้มบุญชาวยูเครนให้กำเนิดทารกปีละประมาณ 2,500 คน โดยมีชาวยุโรปและชาวจีนเป็นลูกค้ารายใหญ่ ธุรกิจอุ้มบุญในยูเครนได้รับการยอมรับในกลุ่มคู่สมรสชาวต่างชาติที่ต้องการมีบุตร เนื่องจากมีกฎหมายรองรับ ซึ่งช่วยรับรองสิทธิตามกฎหมายให้พ่อแม่ที่แท้จริง นอกจากนั้น ราคาการให้บริการรับจ้างตั้งครรภ์แทนสำหรับแม่อุ้มบุญชาวยูเครนไม่สูงมากเมื่อเทียบกับราคาในสหรัฐฯ คือประมาณ 35,000-55,000 ดอลลาร์สหรัฐ นับตั้งแต่รัสเซียเริ่มโจมตียูเครน ธุรกิจอุ้มบุญในยูเครนประสบปัญหามาโดยตลอด ทั้งการติดต่อกับลูกค้า และการดูแลแม่อุ้มบุญ ผู้ประกอบการต้องหาทางปรับตัวรับสถานการณ์ความไม่สงบที่ยืดเยื้อและต้นทุนที่เพิ่มขึ้น เช่น การดูแลแม่อุ้มบุญที่อพยพไปโปแลนด์หรือสาธารณรัฐเช็ก นอกจากนั้นยังต้องติดตามแม่อุ้มบุญเหล่านั้นเพื่อให้กลับมาคลอดในยูเครนให้ทันกำหนดคลอด เนื่องจากการอุ้มบุญในโปแลนด์เป็นสิ่งผิดกฎหมาย ดังนั้น หากเกิดความผิดพลาด แม่อุ้มบุญคลอดทารกในโปแลนด์…

Surrogate Warfare สงครามตัวแทนที่มีเทคโนโลยีเป็นปัจจัยสำคัญ

การทำสงคราม หรือ warfare ระหว่างมนุษย์มีพัฒนาการมาอย่างต่อเนื่อง สิ่งสำคัญที่ทำให้การทำสงครามมีการเปลี่ยนรูปแบบไปตามยุคสมัย ส่วนหนึ่งเป็นเพราะการเปลี่ยนแปลงด้านเครื่องมือ อาวุธ และวิธีการที่มนุษย์ใช้เพื่อเอาชนะในสงครามแต่ละครั้งที่มีความแตกต่างกัน เนื่องจากผู้ที่ต้องการเอาชนะย่อมมองหาเครื่องมือ อาวุธ และวิธีการที่ดีที่สุดในการชิงความได้เปรียบ และลดความเสี่ยงที่จะแพ้ในสงคราม ตามที่นักรบและนักคิดอย่าง Carl von Clausewitz นักการทหารรัฐศาสตร์ปรัสเซีย–เยอรมนีผู้เขียนหนังสือเรื่อง “On War” ซึ่งเป็นต้นแบบของแนวคิดในการทำสงครามปัจจุบัน กล่าวไว้ว่า “สงคราม” คือ เครื่องมือทางการเมือง (เท่ากับว่าการเมืองนำการทหารเสมอ) ที่ใช้กำลังบังคับให้ฝ่ายตรงข้ามยอมจำนนและเพื่อให้ฝ่ายที่ชนะสามารถดำเนินนโยบายได้ เมื่อไม่สามารถใช้เครื่องมืออื่น ๆ ได้แล้ว นอกจากนี้ เมื่อลงมือทำสงครามแล้ว ย่อมต้องทำทุกวิธีเพื่อให้ได้ชัยชนะอย่างเด็ดขาดเท่านั้น ดังนั้น การเอาชนะในสงครามไม่ได้จำกัดแค่การใช้อาวุธหรือเครื่องมือที่เป็นรูปธรรม แต่ต้องรวมถึงการใช้วิธีทางจิตวิทยาสังคม และความเชื่อมั่นว่าการดำเนินการของตนเป็นฝ่ายถูกต้องด้วย แม้ในระยะต่อมาจะมีแนวคิดต่อต้านการทำสงคราม หรือ Pacificism รวมทั้งความร่วมมือระหว่างประเทศที่มุ่งหน้าสู่การปลดอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง หรือยุติสงคราม แต่สถานการณ์โลกในปัจจุบันก็สะท้อนชัดเจนแล้วว่า “การทำสงคราม” ยังเป็นเครื่องมือทางการเมืองที่สังคมต่าง ๆ ใช้ต่อกันเพื่อให้บรรลุเป้าหมายทางการเมือง …เฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเกิดสถานการณ์รัสเซีย–ยูเครนในปี 2565 แม้รัสเซียจะยืนยันว่านี่คือปฏิบัติการพิเศษทางการทหาร และการปลดปล่อยประชาชนในพื้นที่ของยูเครน แต่ประเทศตะวันตกต่างเรียกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้ว่า…สงคราม ในระยะหลังมีการพูดถึงการทำสงครามรูปแบบใหม่ ๆ ที่ผสมผสานเครื่องมือและวิธีการในเอาชนะฝ่ายตรงข้ามมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น…

วิวัฒนาการความหิว : บทเรียนจากภาวะสงคราม

สงครามที่ทำให้โลกขาดแคลนแป้งสาลีและการส่งออกน้ำมัน ซ้ำยังเผชิญการชะงักงันของแหล่งผลิตจากนโยบาย zero covid ของจีน เศรษฐกิจทั่วโลกที่ฝืดเคือง ส่งผลกระทบให้เกิดภาวะขาดแคลนอาหารในระดับโลก โดยเฉพาะกลุ่มประเทศที่ต้องนำเข้าวัตถุดิบในการทำอาหาร เพราะไม่สามารถเพาะปลูกได้เนื่องจากสภาพอากาศหรือแรงงานก็ตาม ส่งผลให้ประชาชนบางส่วนเริ่มลดการบริโภคอาหาร อดมื้อกินมื้อ เนื่องจากราคาอาหารที่แพงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ภาวะสงครามและภาวะเศรษฐกิจที่กำลังมุ่งเข้าสู่ความถดถอยและเงินเฟ้อที่ทำให้ข้าวของแพงขึ้น ตลอดจนการขาดแคลนวัตถุดิบที่เกิดจากการกีดกันทางการค้าเพื่อกดดันรัสเซียของกลุ่มประเทศต่างๆ ทั่วโลก ทำให้เกิดความกังวลต่อการดำรงชีวิตของประขาชน จนหลายครอบครัวเริ่มที่จะรัดเข็มขัด ลดการใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น รวมไปถึงลดมื้ออาหารลงแล้วด้วย สำนักข่าวอังกฤษรายงานว่าชาวอังกฤษ 1 ใน 4 เริ่มลดอาหารหรืออดมื้อกินมื้อ ไม่สามารถรับประทานอาหารได้เท่ากับปกติ จริงๆ แล้วการจำกัดการรับประทานอาหารอาจเป็นแนวทางที่ดีต่อสุขภาพก็เป็นได้ !! ที่ผ่านมา ผู้ที่รับประทานอาหาร 1-2 มื้อต่อวันในปัจจุบันส่วนมากจะอยู่ในกลุ่มที่ลดน้ำหนักหรือกลุ่มที่ต้องการดูแลสุขภาพ ทั้งการทำแบบชั่วคราวระยะสั้นๆ เพื่อให้ถึงเป้าหมายน้ำหนักที่พวกเขาต้องการหรือทำระยะยาวตลอดชีวิต เนื่องจากเห็นผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพ ด้วยการควบคุมเวลาในรับประทานอาหารที่รู้จักกันในชื่อการทำ “อีฟ” (Intermittent Fasting – IF) เป็นการจำกัดเวลาในการรับประทานอาหารและอดอาหารตามจำนวนชั่วโมง IF มีหลายรูปแบบตั้งแต่ 12-12 4-20 8-16 เป็นต้น นั่นหมายถึงการบริโภคอาหารได้ภายในเวลา 8 ชั่วโมง (ครอบคลุมจำนวน 1-2 มื้อ) และอดอาหาร…

โรคระบาดเงียบทางวัฒนธรรม

  COVID-19 แพร่ระบาดไว โดยเฉพาะในยุคที่การคมนาคมรวดเร็ว เครื่องบินสามารถขนส่งผู้คนข้ามประเทศไปได้ทันใจ ทำให้การแพร่ระบาดผ่านทางละอองจากระบบทางเดินหายใจ จากคนสู่คนเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วจนระบาดไปทั่วโลก สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจมหาศาลและคร่าชีวิตผู้คนไปถึง 6.37 ล้านคนภายในเวลากว่า 3 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่เริ่มมีการระบาด แต่หากมองกันในภาพกว้าง จะพบว่า ใน 1 ปี คนเสียชีวิตเพราะ “โรคมะเร็ง” มากเป็นอันดับที่ 1 ตามมาด้วย โรคเบาหวานและโรคหลอดเลือด แต่ด้วยการเพิ่มอัตราการตายอย่างต่อเนื่องและการไม่แพร่ระบาดในอัตราที่รวดเร็วทำให้ดูเหมือนว่าการเสียชีวิตด้วยโรคเหล่านี้เป็นเรื่องปกติ หากพิจารณาจากจำนวนการเสียชีวิต พบว่า ภายในปี  2563 สำหรับประเทศไทยมีผู้เสียชีวิตจากโรคมะเร็ง 84,697 คน ในขณะที่มีผู้ที่เสียชีวิตจากการติดเชื้อไวรัส โควิด -19 อยู่ที่ 60 ราย ซึ่งเหมือนกับว่า เรากำลังให้ความสำคัญกับการแรร่ระบาดของเชื้อโรคที่สังเกตุได้ในระยะสั้น มากกว่าโรคที่ค่อยๆ คร่าชีวิตผู้คนไปอย่างมากมายในแต่ละปี โรคร้ายที่สังหารคนไปอย่างเงียบๆ นี้ ไม่ถือว่าเป็นโรคติดต่อ เพราะในเชิงการแพทย์ “โรคติดต่อ” คือการติดต่อโดยการส่งต่อเชื้อโรคจากคนสู่คน ทั้งทางตรงและทางอ้อมไม่ว่าจะเป็นทางลมหายใจ เพศสัมพันธ์ การสัมผัส เป็นต้น ดังนั้น มะเร็ง เบาหวาน…

ประเมินระบบป้องกันภัยทางอากาศที่นานาชาติให้กับยูเครน…จะมาทันหรือไม่?

เนโตกำลังเร่งเรียกร้องให้สหรัฐฯ อนุมัติการติดตั้งระบบป้องกันและสกัดกั้นขีปนาวุธที่โจมตีทางอากาศอย่างระบบ Iron Dome ในยูเครน เพื่อยกระดับความสามารถของยูเครนในการต่อสู้กับรัสเซีย ที่ปัจจุบันกำลังแข็งกร้าวขึ้นอย่างมาก โดยมีรายงานว่ารัสเซียใช้ขีปนาวุธและอากาศยานไร้คนขับโจมตีเมืองและโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของยูเครนอย่างต่อเนื่อง จนทำให้ทุกฝ่ายขยับ focus การให้ความช่วยเหลือแก่ยูเครนไปที่ “การปกป้องน่านฟ้า” และ “ป้องกันภัยคุกคามทางอากาศ” สถานการณ์ด้านความมั่นคงในยูเครนน่าห่วงกังวลมากขึ้น แม้ว่าเมื่อห้วงกันยายน 2565 จะมีรายงานว่ายูเครนเริ่มยึดคืนพื้นที่จากรัสเซียได้แล้ว แต่เมื่อ 10 -11 ตุลาคม 2565 มีรายงานว่า รัสเซียได้เพิ่มปฏิบัติการพิเศษทางการทหารต่อยูเครน เพื่อตอบโต้ที่ยูเครนโจมตีสะพานเชื่อมรัสเซีย-ไครเมีย รัสเซียจึงใช้การยิงขีปนาวุธระดมโจมตี ทั้งกรุงเคียฟที่เป็นเมืองหลวง และโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ เช่น โรงไฟฟ้าและเส้นทางคมนาคม ถ้าถามว่าการโจมตีครั้งนี้รุนแรงแค่ไหน ก็ตอบได้ว่า…แรงพอที่จะทำให้จีนและอินเดียออกมาแสดงความห่วงกังวล ทั้ง ๆ ที่ 2 ประเทศระมัดระวังการวิจารณ์รัสเซียประเด็นนี้มาโดยตลอด ขณะที่กลุ่ม G7 ที่สมาชิกประกอบด้วยสหรัฐอเมริกา แคนาดา ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี สหราชอาณาจักร และญี่ปุ่น ก็จัดการประชุมในวาระฉุกเฉินทันที โดยให้ผู้นำยูเครนเข้าร่วมด้วย ดังนั้น มีความเป็นไปได้ว่า กลุ่ม G7 จะเพิ่มมาตรการกดดันรัสเซียอีก และจะเพิ่มความช่วยเหลือแก่ยูเครนเหมือนที่ผ่าน…

ย่อยยุทธศาสตร์ความมั่นคงสหรัฐฯ : 7 ประเด็นน่าสนใจ

รัฐบาลประธานาธิบดีโจเซฟ ไบเดนของสหรัฐฯเผยแพร่ยุทธศาสตร์ความมั่นคงแห่งชาติ หรือ National Security Strategy (ย่อว่า NSS) ฉบับใหม่เมื่อ 12 ตุลาคม 2565 เป็นยุทธศาสตร์ความมั่นคงแห่งชาติอย่างเป็นทางการฉบับแรกของประธานาธิบดีไบเดน เพื่อให้หน่วยงานภาครัฐของสหรัฐฯ มีเป้าหมายเดียวกัน คือ “ทำให้สหรัฐฯ มั่นคง มั่งคั่ง และเป็นผู้นำโลกอันดับหนึ่งตลอดกาล”……… เป้าหมายดังกล่าวไม่ได้เขียนไว้อย่างชัดเจนในยุทธศาสตร์…แต่เมื่ออ่านดูดี ๆ ก็จะเห็นคำว่า America Leadership ถูกพูดถึงอยู่ทั้งฉบับ ไม่ว่าจะเป็นผู้นำด้านการพัฒนาเทคโนโลยี ผู้นำด้านการรักษาระเบียบโลก ผู้นำด้านประชาธิปไตย ผู้นำด้านสาธารณสุข ผู้นำด้านการข่าวกรอง และผู้นำด้านการทหาร ดังนั้น มุมมองในประเด็นที่1…ที่เราอ่านยุทธศาสตร์ฉบับนี้และเห็นว่ารัฐบาลไบเดนให้ความสำคัญมาก ๆ ก็คือ สหรัฐฯ ยังต้องการเป็นผู้นำโลกในทุก ๆ ด้านต่อไป ประเด็นที่ 2 ผู้จัดทำยุทธศาสตร์แห่งชาติของสหรัฐฯ มองว่า สถานการณ์ความมั่นคงโลกปัจจุบันเปลี่ยนแปลงและผันผวน โดยมี  การแข่งขันระหว่างประเทศมหาอำนาจ เป็นประเด็นที่สำคัประเด็นที่ 2 และแทบจะส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของสหรัฐฯ มากที่สุด ซึ่งมุมมองนี้เป็นการประเมินที่ต่อเนื่องมาจากรัฐบาลชุดที่ผ่านมา ที่ให้ความสำคัญกับการปกป้องผลประโยชน์ของสหรัฐฯ จากการแข่งขันกับมหาอำนาจอื่น ๆ…

รวมแนวคิด กรีนๆ เพื่อความยั่งยืนทุกระดับ

ความแปรปรวนของสภาพอากาศในปัจจุบันที่มีความถี่และความรุนแรงอย่างเห็นได้ชัด ทำให้เกิดการรณรงค์เพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง และเชื่อมโยงเป็นหลักการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับทุกๆ ด้าน ไม่ใช่เพียงแค่การปลูกป่าสร้างพื้นที่สีเขียว แต่รวมถึงพฤติกรรมการใช้ชีวิต การเลือกใช้วัสดุ การลดขยะ คาร์บอนฟุตพริ้นท์ จนไปถึงการตั้งภาษีคาร์บอน (Carbon Tax) ที่เกี่ยวข้องกับการผลิตในภาคอุตสาหกรรมและส่งผลกระทบต่อวงการธุรกิจด้วย ในระดับของบุคคลหรือครัวเรือน ซึ่งเป็นหน่วยย่อยที่สุดของสังคม ทุกคนจะคุ้นเคยกับหลักการ 3Rs นั่นคือ Reuse, Reduce และ  Recycle กับกระบวนการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่ามากที่สุดด้วยการใช้ซ้ำหรือนำมาใช้ใหม่ ต่อยอดไปจนถึง 7Rs(เพิ่ม Refuse Refill Repair Return) ที่ให้ความสำคัญกับการใช้บรรจุภัณฑ์ซ้ำเดิม เปลี่ยนรูปแบบร้านค้าให้ลูกค้านำภาชนะมาบรรจุสินค้าเอง เป็นบรรจุภัณฑ์ที่ใช้วัสดุเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ได้แก่ ขวดแก้ว ถุงผ้า จานใบไม้ หลอดแสตนเลสพกพา เป็นต้น เพื่อนำมาใช้ทดแทนการใช้พลาสติกซึ่งจะเป็นการสร้างขยะพลาสติกที่ย่อยสลายยากต่อไป จากการเลือกใช้วัสดุในชีวิตประจำวัน ไปสู่การประยุกต์ใช้วัสดุธรรมชาติในการก่อสร้าง เนื่องจากการก่อสร้างแบบเดิมที่ใช้คอนกรีตนั้นก่อให้เกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สูงถึง 5-8 % ของกิจกรรมปล่อยก๊าซของโลก เพราะจะต้องเผาหินปูนเพื่อผลิตผงปูนซีเมนต์ ปัจจุบัน จึงได้มีการคิด Green Concrete ที่นำเถ้าจากการเผาถ่านมาเป็นส่วนผสมของคอนกรีต แต่ยังคงมีราคาสูงกว่าคอนกรีตแบบเดิม ดังนั้น การก่อสร้างเพื่อสิ่งแวดล้อม จึงคำนึงถึงการใช้คอนกรีตให้น้อยที่สุดและใช้วัสดุอื่นประกอบแทน…

Visual Facilitation เทคนิคการเพิ่มความสำเร็จในการประชุม

ในยุคที่การบูรณาการทักษะหรือความรู้ใหม่ๆ เกิดขึ้นจากการประมวลผลระหว่างศาสตร์แต่ละศาสตร์เข้าด้วยกัน จนเกิดกระบวนการเรียนรู้ และขณะเดียวกันก็มีเทคโนโลยีต่างๆ ที่รองรับความต้องการของสังคมในปัจจุบัน ทำให้คนที่มีความแตกต่างกันทั้งความรู้ ทักษะ และแนวความคิด จำเป็นที่จะต้องทำงานร่วมกันเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์หรือจัดการปัญหาไปให้ได้ ซึ่งทำให้ต้องใช้กระบวนการที่สำคัญ…นั่นคือกระบวนการ “ประชุม” เพื่อเป็นการระดมความคิดในการวางแผนการจัดการจนไปสู่ผลสำเร็จที่ลุล่วง   “การประชุม” เป็นกิจกรรมที่เกิดขึ้นมาอย่างเนินนาน (และในแต่ละครั้งก็ใช้เวลาเนิ่นนานด้วย) เพื่อหาความคิดเห็นหรือมติร่วมกันของผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ดังนั้น จะมีอะไรสำคัญไปกว่าการทำให้ผู้เข้าร่วมประชุมเห็นภาพอนาคตร่วมกัน รวมทั้งเห็นเป้าหมายที่ชัดเจนร่วมกัน เพื่อที่จะลดความเข้าใจผิดของการสื่อสารที่เกิดขึ้นระหว่างการประชุม ทำให้คนที่มีความแตกต่างกันสามารถ “เข้าใจ” ไปในทิศทางเดียวกันได้   “Visual Facilitation” กลายเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยให้ผู้เข้าร่วมประชุมมองเห็นภาพเป้าหมายเดียวกัน จากการสรุปหรือบันทึกเป็นภาพที่สามารถเข้าใจได้ง่ายกว่าการจดบันทึกรายงานการประชุม สร้างความน่าสนใจให้กับการประชุม “การวาดภาพ” จึงนำมาใช้ในการถ่ายทอดแทนตัวอักษร ไม่แตกต่างจากการทำ “แผนที่ความคิด (mind map)” ที่นิยมใช้กันมานานกว่า 25 ปี กับการสรุปและโยงความสัมพันธ์ของเนื้อหาและหัวข้อด้วยเส้นเชื่อมจากจุดกึ่งกลางออกไปเป็นรัศมี แต่ยังคงถ่ายทอดสารด้วยตัวอักษรเป็นหลัก อย่างไรก็ตาม การวาดภาพจะช่วยเพิ่มอิสระของการสื่อสารได้มากขึ้น เนื่องจากมนุษย์ต่างคิดภายใต้อิทธิพลของภาษาทั้งสิ้น การวาดภาพหรือลำดับเรื่องเป็น Story board หรือ สัญลักษณ์ (Info Graphic) ต่างๆ จะช่วยทำให้เกิดการตีความที่หลากหลาย จนไปสู่การค้นหาทางออกใหม่ ๆ…

ออสเตรเลียกับภารกิจทำสวนบนดวงจันทร์

ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจะเป็นเครื่องมือสำคัญที่ทำให้มนุษยชาติอยู่รอด …และในอนาคตอันใกล้ การใช้ประโยชน์จากพื้นที่ในห้วงอวกาศเพื่อผลประโยชน์ของมนุษย์โลกอาจไม่ได้จำกัดแค่เพียงการส่งดาวเทียมขึ้นไปเชื่อมต่อการสื่อสารหรือติดตามความเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศเท่านั้น เพราะสถาบัน Lunaria One ของออสเตรเลีย กำลังคิดค้นแนวทางใช้ประโยชน์ด้านชีวภาพจาก “ดวงจันทร์” เพื่อการทำเกษตร หรือการทำสวนบนดวงจันทร์ สำนักข่าววีโอเอของสหรัฐฯ รายงานเมื่อ 6 ตุลาคม 2565 ว่า นักวิชาการในออสเตรเลียเริ่มกลับไปให้ความสำคัญกับภารกิจไปทำเกษตรกรรมบนดวงจันทร์ เพื่อแก้ไขปัญหาความไม่มั่นคงทางอาหารที่เกิดขึ้นบนโลก โดยภารกิจดังกล่าวอยู่ภายใต้แนวคิดและการวิจัยของสถาบัน Lunaria One องค์กรที่ตั้งขึ้นเพื่อหาแนวทางการทำเกษตรกรรมบนดวงจันทร์โดยเฉพาะ เพื่อทำให้โลกมีอนาคตที่ยั่งยืนมากขึ้น ที่ผ่านมา สถาบันดังกล่าวเน้นการสร้างสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืนเพื่อความอยู่รอดของมนุษย์ โดยใช้วิทยาการด้านชีววิทยา วิศวกรรม การศึกษา และจิตวิทยา เพื่อสร้างสรรค์แนวทางใหม่ ๆ สำหรับก้าวต่อไปสู่อนาคต และโครงการ ALEPH-1 ของสถาบันนี้ก็ได้รับเลือกเมื่อ เมษายน 2565 ให้เป็นโครงการที่ได้โควตาเดินทางไปดวงจันทร์ในปี 2568 โดยยาน Beresheet 2 ของอิสราเอล ไอเดียของสถาบัน Lunaria One ไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ เพราะก่อนหน้านี้เคยมีรายงานว่ามนุษย์ทดลองปลูกพืชบนดินที่นำกลับมาจากดวงจันทร์แล้ว และโครงการครั้งนี้ยังมีสถาบันวิชาการอย่าง Australian National University และ…

Quiet Quitting พี่จ๋า…ฉันท้อแต่ยังไม่ถอย

สังคมออนไลน์ของไทยได้ทำความรู้จักและคุ้นเคยกับกระแส Quiet Quitting หรือสภาวะคนรุ่นใหม่กลุ่ม millennials และ Gen Z ใกล้จะหมดไฟในการทำงาน แต่ไม่ลาออก และพวกเขาเลือกที่จะบริหารจัดการการทำงานของเขาในรูปแบบใหม่ ที่เน้นทำภารกิจตามลักษณะงาน หรืองานตามความรับผิดชอบให้เสร็จสิ้นในแต่ละวันก็เพียงพอ โดยไม่ต้องเน้นทำงานหนักหรือทำงานนอกเหนือจากความรับผิดชอบ กระทั่งนอกเวลางาน ขณะเดียวกันก็ให้ความสำคัญมากขึ้นกับการรักษาดุลเวลาระหว่างงานกับชีวิตส่วนตัว หรือ Work-Life Balance นั่นเอง กระแสหรือภาวะ Quiet Quitting นี้ สำนักข่าว BBC ระบุว่าเป็นกระแสหรือแนวคิดที่ต่อยอดมาจากเทรนด์ #tangping ของจีน ที่คนรุ่นใหม่วัยทำงานของจีน ซึ่งเผชิญแรงกดดันและการแข่งขันในสังคมสูงมาก ซ้ำเติมด้วยการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ที่ทำให้พวกเขามองไม่เห็นว่าจะพยายามไปเพื่ออะไร เมื่อค่าตอบแทนที่ได้นั้นไม่คุ้มค่าเมื่อเทียบกับปริมาณงาน และไม่ได้รับประสบการณ์การทำงานที่คาดหวัง ดังนั้น พวกเขาจึงเลือกที่จะเล่นกระแส #tangping ที่แปลว่า “การนอนราบ” หรือการนอนเฉย ๆ (lying flat) เพื่อแสดงออกถึงการประท้วงเล็ก ๆ และเลือกที่จะทำงานน้อยลง เพื่อให้ร่างกายและจิตใจของพวกเขาได้พักผ่อนจากการทำงานแบบ “996” ที่เริ่มงานตั้งแต่ 9 โมงเช้าถึงสามทุ่ม ตลอด 6…