สำรวจนโยบายความมั่นคงของสวิตเซอร์แลนด์ท่ามกลางสงครามรัสเซีย-ยูเครน

ท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดในยุโรปจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน เราเห็นประเทศยุโรปผนึกกำลังกันอย่างชัดเจนมากในการต่อต้านการกระทำของรัสเซีย ประเทศที่มีนโยบายเป็นกลางมาอย่างยาวนานอย่างสวีเดนและฟินแลนด์ก็ได้ตัดสินใจที่จะเข้าร่วมนาโต้อย่างเป็นทางการแล้ว อีกประเทศหนึ่งที่สมควรจับตามองไม่แพ้กันว่าจะดำเนินนโยบายต่อไปอย่างไรคือสวิตเซอร์แลนด์ ประเทศเป็นกลางใจกลางยุโรป สงครามระหว่างรัสเซียและยูเครนยังไม่มีแนวโน้มที่จะยุติลง เนื่องจากยังไม่มีสัญญาณว่าทั้งสองฝ่ายจะเจรจาหาข้อยุติเมื่อใด และทั้งสองฝ่ายต่างต่อสู้กันและกันอย่างเข้มข้น ทั้งในด้านการสู้รบทางทหารซึ่งยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง โดยชาติพันธมิตรนาโต้หลายประเทศได้ส่งอาวุธให้ยูเครน อันเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ยูเครนสามารถต้านทานการรุกคืบของรัสเซียได้ อีกด้านหนึ่ง เราเห็นการผนึกกำลังในชาติตะวันตกซึ่งนำโดยสหรัฐฯ ผ่านกลุ่มนาโต้และกลุ่มอียู ในการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจและการเงินต่อรัสเซียอย่างหนักหน่วง อีกทั้งยังประณามการกระทำของรัสเซียอย่างต่อเนื่อง และโน้มน้าวให้ประเทศในภูมิภาคอื่น ๆ แสดงจุดยืนเชิงนโยบายที่ต่อต้านปฏิบัติการทางทหารของรัสเซีย จากสภาวะสงครามข้างต้น สวีเดนและฟินแลนด์เริ่มมองเห็นถึงความจำเป็นในการเปลี่ยนแปลงจุดยืนเชิงนโยบายที่เคยมีมาอย่างยาวนาน ทั้งสองประเทศประกาศถึงความจำเป็นในการเข้าร่วมกลุ่มพันธมิตรนาโต้ เพื่อรับประกันความมั่นคง เนื่องจากทั้งสองประเทศมีที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ใกล้กับรัสเซีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งฟินแลนด์มีพรมแดนทางบกติดกับรัสเซียกว่า 1,340 กิโลเมตร มองกลับมาที่สวิตเซอร์แลนด์ ประเทศที่ตั้งอยู่ใจกลางยุโรป ซึ่งภาคภูมิใจในสถานะความเป็นกลางที่เริ่มตั้งแต่ปี 1815 โดยในช่วงเวลาความขัดแย้งระหว่างประเทศต่าง ๆ ในประวัติศาสตร์นั้น สวิตเซอร์แลนด์เป็นประเทศที่ดำเนินนโยบายเป็นกลางทางทหารมาโดยตลอดไม่มีเปลี่ยนแปลง ทั้งสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง ครั้งที่สอง และสงครามเย็น ท่ามกลางสถานการณ์สงครามรัสเซีย-ยูเครนในปัจจุบัน เริ่มมีข้อถกเถียงในแวดวงนโยบายถึงมาตรการที่สวิตเซอร์แลนด์สามารถจะดำเนินการได้โดยที่สามารถคงสถานะความเป็นกลางไว้ได้ ทั้งนี้ สิ่งที่สวิตเซอร์แลนด์ดำเนินการไปแล้วคือ การประณามปฏิบัติการทางทหารของรัสเซีย การคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่อรัสเซีย การโหวตสนับสนุนขับรัสเซียออกจากคณะมนตรีสิทธิมนุษยชน และการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ยูเครน อย่างไรก็ตาม สิ่งที่กลุ่มประเทศพันธมิตรตะวันตกทำ แต่สวิตเซอร์แลนด์ไม่ได้ทำคือ การขับไล่นักการทูตรัสเซียออกจากประเทศ และการส่งยุทโธปกรณ์ไปยูเครน โดยกรณีล่าสุดคือ สวิตเซอร์แลนด์ปฏิเสธคำขอของเยอรมนีที่ต้องการส่งมอบยุทโธปกรณ์ที่เยอรมนีนำเข้าจากสวิตเซอร์แลนด์ เพื่อไปมอบให้ยูเครน ซึ่งสวิตเซอร์แลนด์มองว่าขัดกับการดำรงสถานะความเป็นกลาง…

ชวนมาตรวจสุขภาพเศรษฐกิจจีน “ตอนที่ 1 : ปีแห่งความไม่แน่นอนทางการเมืองและเศรษฐกิจ”

ในตอนแรก เรามาดูกันก่อนว่า อาการเศรษฐกิจจีนมันเป็นยังไงบ้าง และเศรษฐกิจจีนจะไปในทิศทางไหน ในห้วงการประชุมสมัชชาพรรคคอมมิวนิสต์ชุดที่ 20 ในเดือนตุลาคม–พฤศจิกายน 2565 ซึ่งปีนี้เป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลงสำคัญทางการเมืองของสี จิ้นผิง ว่าจะดำรงตำแหน่งผู้นำพรรคคอมมิวนิสต์ในสมัยที่ 3 หรือไม่   ที่จริงแล้ว สี จิ้นผิงให้ความสำคัญกับการรักษาความมั่งคั่งเพื่อสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจและเสถียรภาพทางการเงิน รวมทั้งสวัสดิภาพทางสังคมของจีนไม่ให้หยุดชะงักในปีสำคัญของเขาอย่างมาก โดยเราได้เห็นนโยบายทางเศรษฐกิจสำคัญเมื่อปี 2564 หลายอย่าง ทั้งการผลักดันแนวคิด “ความเจริญรุ่งเรืองร่วมกัน” ที่มีเป้าหมายสร้างความเท่าเทียมในสังคมจีน ด้วยการเพิ่มการกำกับดูแลภาคเอกชน บริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ ที่มีแนวโน้มครอบงำตลาดมากเกินไป และแผนการปรับขนาดและลดบทบาทของรัฐวิสาหกิจจีน รวมทั้งส่งเสริมการพึ่งพาตนเองทางเศรษฐกิจในอุตสาหกรรมสำคัญของประเทศ   ขณะเดียวกัน จีนพยายามจัดการกับชะตากรรมของ Evergrande Group ซึ่งเป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่มีปัญหาหนี้มากกว่า 3 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะนี้บริษัทดังกล่าวได้กลายเป็นสัญลักษณ์ที่สะท้อนปัญหาหนี้ของบริษัทอสังหาริมทรัพย์จีนไปแล้ว ซึ่งภาคอสังหาริมทรัพย์จีนมีนัยสำคัญต่อเศรษฐกิจจีนอย่างมาก เพราะคิดเป็น 29% ของ GDP จีน อันที่จริง ยังมีบริษัทอสังหาริมทรัพย์จีนมากกว่า 10 แห่ง ที่ได้ผิดนัดชำระหนี้ตั้งแต่ปีที่แล้ว รวมทั้ง Kaisa Group ที่มีหนี้สินรวม 2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ…

จอห์น ลี: จากนายตำรวจสายเหยี่ยว สู่หัวหน้าผู้บริหารฮ่องกงคนใหม่

นายจอห์น ลี วัย 64 ปี อดีตผู้บริหารเขตบริหารพิเศษฮ่องกงฝ่ายบริหาร และเป็นผู้ลงรับสมัครเลือกตั้งเพียงคนเดียวของฮ่องกง ได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าผู้บริหารฮ่องกงคนใหม่เมื่อ 8 พฤษภาคม 2565 ด้วยคะแนนเสียงร้อยละ 99 ของคณะกรรมการการเลือกตั้งฮ่องกง และจะเข้ารับตำแหน่งใน 1 กรกฎาคม 2565 ต่อจากนางแคร์รี่ ลัมที่ดำรงตำแหน่งครบวาระ 5 ปี

เหตุใดจีนจึงเป็นประเทศแห่งเศรษฐีนี?

ผลการจัดอันดับคนรวยที่มีทรัพย์สินระดับพันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ Global Rich List ประจำปี 2565 ของสถาบัน Hurun ไม่ได้เกินไปกว่าความคาดหมายนัก….ในแง่ที่ว่าเศรษฐีพันล้านกระจุกตัวอยู่ใน 2 ประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจอย่างจีนและสหรัฐฯ ถึงร้อยละ 55 โดยจีนมีจำนวนเศรษฐีพันล้าน 1,133 คน มากกว่าสหรัฐฯ ที่มี 716 คน แต่ถ้าว่าในแง่ของจำนวนทรัพย์สินแล้วยังถือว่าสหรัฐฯ รวยกว่าจีน เพราะเศรษฐีสหรัฐฯ ถือครองทรัพย์สินรวมกันร้อยละ 32 ของทรัพย์สินของเศรษฐีพันล้านทั้งหมด ส่วนเศรษฐีจีนถือครองร้อยละ 27 ประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจคือเรื่องของภาคเศรษฐกิจที่นำพาความร่ำรวยแก่เศรษฐีเหล่านั้น ซึ่งจะเป็นสิ่งที่ใช้บอกได้คร่าว ๆ ว่าเศรษฐกิจของมหาอำนาจทั้งสองพึ่งพาภาคเศรษฐกิจใดบ้าง ถึงแม้ว่าเราจะคุ้นเคยกับข่าวคราวเรื่องความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีของจีน ปัญญาประดิษฐ์บ้าง บิ๊กดาต้าบ้าง ควอนตัมบ้าง แต่เมื่อไปดูในรายชื่อดังกล่าวจะพบว่า…. เศรษฐีจีนส่วนใหญ่ร่ำรวยมาจากภาคอสังหาริมทรัพย์ สินค้าอุตสาหกรรม และสาธารณสุข ขณะที่เศรษฐีสหรัฐฯ ส่วนใหญ่รวยจากภาคเทคโนโลยี การเงิน และอุตสาหกรรมบันเทิง นอกจากนี้ 4 บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ คือ แอปเปิล ไมโครซอฟท์ อะเมซอน และอัลฟาเบท มีมูลค่าตามราคาตลาด (market…

เปิดข้อเสนอนโยบายต่างประเทศของมารีน เลอแปน ยุโรปอาจไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

        การเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศสในปี 2565 เป็นเหตุการณ์ที่ควรจับตามองเป็นอย่างยิ่ง ไม่เพียงเพราะเกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์การเมืองและเศรษฐกิจภายในฝรั่งเศสที่ยังคงเผชิญกับปัญหาหลายประการ แต่ยังมีสถานการณ์ระหว่างประเทศที่ร้อนระอุทางภาคตะวันออกของยุโรป นั่นคือสงครามรัสเซีย-ยูเครน ท่ามกลางวิกฤติเหล่านี้ เห็นได้ชัดว่าฝรั่งเศสกำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาข้อเสนอเกี่ยวกับนโยบายต่างประเทศของมารีน เลอแปน คู่ท้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดี

ความเคลื่อนไหวของ 2 เกาหลีในจังหวะการเปลี่ยนแปลง

อีกหนึ่งสถานการณ์ความมั่นคงระหว่างประเทศที่มีความเคลื่อนไหวไม่น้อยไปกว่าการสู้รบในยูเครน คือ สถานการณ์ในคาบสมุทรเกาหลี ซึ่งเป็นอีกจุดขัดแย้งที่สำคัญของการเมืองระหว่างประเทศ เพราะเกี่ยวข้องกับการครอบครองอาวุธนิวเคลียร์และอาวุธที่มีความเร็วเหนือเสียง (hypersonic) บทบาทของประเทศมหาอำนาจ และความมั่นคงมนุษย์ โดยสถานการณ์ในคาบสมุทรเกาหลีในห้วง เมษายน 2565 นี้น่าสนใจไม่น้อย เพราะทั้งเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ต่างมีความเคลื่อนไหวที่อาจเป็นสัญญาณเปลี่ยนแปลงบรรยากาศในภูมิภาค

อินโดนีเซียแก้ไขปัญหาการเป็นเจ้าภาพ G-20 ด้วยแนวคิดดึงทุกฝ่ายให้มีส่วนร่วม

สถานการณ์รัสเซีย-ยูเครนส่งผลกระทบต่อการดำเนินนโยบายของหลาย ๆ ประเทศ หนึ่งในนั้น คือ “อินโดนีเซีย” ที่เผชิญแรงกดดันในการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม G-20 หรือกลุ่มประเทศที่มีระบบเศรษฐกิจขนาดใหญ่ 19 ประเทศและสหภาพยุโรป เนื่องจากสหรัฐฯ ต้องการให้อินโดนีเซียคว่ำบาตรผู้แทนรัสเซียในการประชุม G-20 ทุกระดับ โดยระบุว่าสหรัฐฯ จะไม่เข้าร่วม หากมีรัสเซียเข้าร่วมการประชุมด้วย!! สำหรับการประชุมในกรอบ G-20 เร็ว ๆ นี้ คือ การประชุมในระดับรัฐมนตรีกระทรวงการคลัง รวมทั้งสถาบันการเงินและเศรษฐกิจระหว่างประเทศใน 20 เมษายน 2565 ซึ่งเป็นการประชุมทั้งแบบ online และ onsite ที่วอชิงตัน ดี.ซี. นี่คืออีกหนึ่งความพยายามของสหรัฐฯ ที่จะกีดกันรัสเซียออกจากความร่วมมือระหว่างประเทศ เพราะการปฏิบัติการทางทหารของรัสเซียในยูเครนนั้นส่งผลกระทบต่อทั่วโลกทั้งในมิติความมั่นคงและเศรษฐกิจ ดังนั้น สหรัฐฯ จึงเชื่อว่า รัสเซียไม่สมควรได้เป็นส่วนหนึ่งของการประชุมเพื่อแก้ไขปัญหาต่าง ๆ … ความพยายามดังกล่าวทำให้หลายฝ่ายจับตามองท่าทีของอินโดนีเซีย ประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่มีความสัมพันธ์ที่ดีกับสหรัฐฯ ในฐานะหุ้นส่วนที่มีค่านิยมประชาธิปไตยร่วมกันและมีความร่วมมือด้านการต่อต้านการก่อการร้ายที่ใกล้ชิด ขณะที่ความสัมพันธ์ระหว่างอินโดนีเซียกับรัสเซียก็ใกล้ชิดในฐานะคู่ค้าและตลาดอาวุธที่สำคัญ ดังนั้น อินโดนีเซียจะต้องมีท่าทีที่ชัดเจนเกี่ยวกับประเด็นนี้ โดยคำนึงถึงความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และภาพลักษณ์ของประเทศ (reputation) ในห้วงที่ทั่วโลกกำลังจับตามอง อินโดนีเซียรับมือกับแรงกดดันดังกล่าวด้วยการประกาศจุดยืนที่น่าสนใจ…

การบริหารจัดการน้ำแบบ WIRM กับการบริหารจัดการน้ำของไทยอย่างมีส่วนร่วม

“น้ำท่วม น้ำแล้ง น้ำเสีย แหล่งต้นน้ำถูกทำลาย” การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศมีผลต่อวัฏจักรของน้ำทั่วโลกที่กำลังเสื่อมโทรมอย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่อทุกๆ ภาคส่วน เพราะน้ำถือเป็นต้นทุนของทุกๆ สิ่ง ทั้งการเกษตร อุปโภค-บริโภค อุตสาหกรรม และการท่องเที่ยว องค์กรหุ้นส่วนน้ำโลก (Global Water Partnership) จึงได้กำหนดแนวทางการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำแบบองค์รวม (Integrated Water Resources Management – IWRM ) โดยมีประเด็นสำคัญ ได้แก่ น้ำจืดเป็นทรัพยากรที่มีอยู่จำกัดและมีความเปราะบาง การกระทำใด ๆ อาจส่งผลต่อปริมาณและคุณภาพน้ำได้ การจัดการน้ำ ต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของการมีส่วนร่วมของผู้ใช้และผู้วางแผนและผู้กำหนดแนวนโยบายทุกระดับ สตรีมีบทบาทสำคัญในการจัดหา จัดการและดูแลรักษาน้ำ ต้องมีความเท่าเทียมในการบริหารจัดการน้ำ น้ำมีคุณค่าทางเศรษฐกิจสำหรับภาคการใช้ต่างๆ และจำเป็นต้องถือว่าเป็นสินค้าเชิงเศรษฐกิจ ทั้ง 4 ข้อมีบทสรุปสั้น ๆ ได้ว่า “การบริหารจัดการน้ำจะต้องให้ความสำคัญกับผู้ที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน ซึ่งต้องมีเป้าหมายในการใช้ และดูแลรักษาทรัพยากรน้ำในทิศทางเดียวกัน” สำหรับในความเชื่อดั้งเดิมของการจัดการน้ำของไทย จะมองทรัพยากรน้ำว่าเป็นทรัพยากรที่มีอยู่อย่างไม่จำกัด เสมือนทรัพยากรที่ไร้ต้นทุน จึงมีการใช้อย่างฟุ่มเฟือย และเมื่อมีผู้ใช้มาก ก็จะส่งผลให้ผู้ใช้อื่นมีโอกาสใช้น้อยลงจนขาดแคลน ไม่ใช่แค่การใช้น้ำ แต่รวมถึงการทิ้งทุกอย่างลงสู่แหล่งน้ำ ทำให้น้ำเน่าเสียมีสารเคมีเจือปน จนส่งผลกระทบต่อชุมชนที่อยู่ใกล้และใช้น้ำเสียเหล่านั้น กลายเป็นความเหลื่อมล้ำจากวงจรการใช้น้ำ…

สถานการณ์การลงทุนในช่วงไตรมาสแรกปี2565 กับโอกาสของตลาดหุ้นไทย

ตั้งแต่ต้นปี 2565 สถานการณ์ต่างๆ ทั่วโลก ทำให้บรรยากาศของการลงทุนไม่คึกคักเท่าไหร่ การแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 สายพันธุ์โอไมครอนยังคงระบาดอยู่อย่างต่อเนื่อง ทำให้การท่องเที่ยวไม่ฟื้นตัว และผลกระทบของเศรษฐกิจจากช่วง COVID-19 ส่งผลให้เกิดเงินเฟ้อขึ้นในหลายๆ ประเทศ จนไปถึงการเกิดความขัดแย้งจนกลายเป็นสงครามของรัสเซีย-ยูเครน ทำให้ราคาน้ำมันและสินค้าสูงขึ้นส่งผลให้ค่าครองชีพสูงมากขึ้นตามไปด้วย สวนทางกับรายได้ที่คงที่หรือลดน้อยลง จนเข้าใกล้สู่ภาวะ stagflation (เศรษฐกิจตกต่ำ) สถานการณ์ต่างๆ ดังกล่าว ทำให้ตลาดหุ้นทั่วโลกดิ่งตัวลง หุ้นสหรัฐอเมริกาเริ่มดิ่งตัวลงมาตั้งแต่ช่วงปลายปีที่แล้วจากการประกาศเพิ่มดอกเบี้ยของ FED เพื่อแก้ไขปัญหาเงินเฟ้อ และจะทยอยปรับขึ้นตลอดทั้งปี ในส่วนของหุ้นจีนก็ยังคงได้รับผลกระทบจากการจัดระเบียบธุรกิจในด้านต่างๆ และยังไม่สามารถฟื้นตัวได้เท่ากับช่วง 2-3 ปีก่อน ส่วนหุ้นยุโรปได้รับผลกระทบจากกิจกรรมทางเศรฐกิจที่ส่อแววฝืดเคืองจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน เมื่อตลาดหุ้นในภูมิภาคอื่นๆ ที่เคยทำกำไรได้สูงๆ ชะลอตัวลง ทำให้นักลงทุนหันมาสนใจ ประเทศในกลุ่มอาเซียนที่กำลังค่อยๆ ฟื้นตัวจากสถานการณ์โควิดอย่างต่อเนื่อง ทำให้ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2565 หุ้นไทยกลับมีการเติบโตสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปี สามารถดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติได้กว่า 100,301 ล้านบาท ทำได้ดีกว่าประเทศเพื่อนบ้านอย่างอินโดนีเซียและมาเลเซีย ทำให้เกิดโอกาสที่น่าสนใจจากนักลงทุนภายในประเทศด้วยเช่นกัน นักลงทุนภายในประเทศเริ่มกลับมาลงทุนภายในต่างประเทศ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ นักลงทุนโดยเฉพาะกลุ่มนักลงทุนรุ่นใหม่ (18-39 ปี) มักจะลงทุนในหุ้นต่างประเทศและสินทรัพย์ออนไลน์ อย่าง คริปโตเคอเรนซี หลังจากที่ต้นปีคริปโตร่วงลงกว่า50% ในช่วงต้นปี…

สงครามรัสเซีย-ยูเครน กำลังผลักให้สวีเดนและฟินแลนด์เข้าร่วมนาโต้

สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียกับยูเครนได้สร้างแรงสั่นสะเทือนให้กับความมั่นคงของยุโรปทั่วทั้งทวีป บทเรียนของยูเครนกำลังเป็นตัวอย่างให้ผู้นำประเทศยุโรปพิจารณามากขึ้นเกี่ยวกับนโยบายด้านความมั่นคงของประเทศตนเอง ท่ามกลางสงครามครั้งนี้ ประเทศที่ผู้คนส่วนใหญ่รู้จักกันว่าเป็นประเทศที่มีดัชนีความสุขของประชากรเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก และมักมีแนวนโยบายต่างประเทศที่เป็นกลางเมื่อเกิดความขัดแย้งระหว่างประเทศขึ้น นั่นคือ สวีเดนและฟินแลนด์ สองประเทศนี้กำลังพิจารณาเข้าร่วมองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ หรือ นาโต้/เนโต้ ที่เราคุ้นเคยชื่อกัน สงครามรัสเซีย-ยูเครนในขณะนี้มีแนวโน้มที่จะลดระดับความรุนแรงลงเป็นลำดับ หลังจากที่ยูเครนสามารถต้านทานการโจมตีของรัสเซียที่กรุงเคียฟได้ ขณะที่ฝ่ายรัสเซียได้ประกาศว่าจะมุ่งเน้นปฏิบัติการทางภาคตะวันออกของยูเครนในบริเวณดอนบาส อย่างไรก็ดี ยังไม่มีสัญญาณว่าสงครามรอบนี้จะจบลงในระยะเวลาอันใกล้ เนื่องจากการเจรจาระหว่างผู้แทนทั้งสองฝ่ายยังไม่ได้ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม ทั้งนี้ แรงสนับสนุนยูเครนของประเทศโลกตะวันตก ซึ่งให้การสนับสนุนทั้งในด้านอาวุธยุทโธปกรณ์ทางทหาร และด้านมนุษยธรรม เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ยูเครนยังคงยืดหยัดต่อสู้กับกองทัพรัสเซียได้ แม้จะไม่ได้เป็นสมาชิกนาโต้ก็ตาม มองขึ้นไปทางเหนือของยูเครน จะพบว่ามีประเทศที่มีเขตแดนติดกับรัสเซียดังนี้ เบลารุส ลิทัวเนีย ลัตเวีย และเอสโตเนีย หากพิจารณาบริบทปัจจุบันจะพบว่า เบลารุสมีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับรัสเซียมาก อย่างสงครามที่เกิดขึ้นในขณะนี้ เบลารุสก็อนุญาตให้กองทัพรัสเซียใช้ดินแดนของเบลารุสเข้าโจมตียูเครนทางตอนเหนือ ขณะที่สามประเทศถัดมา ได้แก่ ลิทัวเนีย ลัตเวีย และเอสโตเนีย เป็นประเทศแตกออกมาจากสหภาพโซเวียต แต่ได้เข้าเป็นสมาชิกนาโต้ตั้งแต่ปี 2547 อย่างไรก็ตาม เมื่อมองข้ามทะเลบอลติกขึ้นไปทางเหนือ จะพบกลุ่มประเทศสแกนดิเนเวีย 3 ประเทศ ได้แก่ นอร์เวย์ สวีเดน และฟินแลนด์ โดยขณะที่นอร์เวย์เข้าเป็นสมาชิกนาโต้ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งในปี 2492 นั้น…